อะไรเอ่ย ? ผลกลมเขียว แต่เผยผิวจะขาวเนียน เนื้อชวนสัมผัสแถมยังมีกลิ่นหอม ดื่มทีไรก็สดชื่น

โอ้ นี้คงเป็นมะพร้าวน้ำห๊อมมมมมมม……หอม

กว่าจะเป็นมะพร้าวน้ำหอมสักหนึ่งลูกให้เราได้ดื่มชื่นใจ เส้นทางของมันไม่หอมหวานสักเท่าไหร่หรอกนะ เพราะมะพร้าวน้ำหอมที่มาจากวิถีธรรมชาติ ต้องต่อสู้กับศัตรูพืชตัวร้ายหากไม่แข็งแรงพอก็ต้องล้มหายตายจาก แต่การรักษาดูแลให้อยู่รอดอย่างมีคุณภาพ จนถึงมือผู้บริโภค คงไม่ใช่เรื่องยากเกินไปสำหรับชาวเกษตรกรผู้ปลูกมะพร้าวน้ำหอมแบบออร์แกนิคที่ “Aromatic Farm”

ครั้งนี้ เรามีโอกาสไปเยือน “Aromatic Farm” ที่จังหวัดราชบุรี โดยมี “พี่อร” สาวเก่งเจ้าของสวน พาเราไปคลุกคลีกับสวนมะพร้าวน้ำหอมเกือบทั้งวัน พร้อมกับเล่าขั้นตอนการทำสวนมะพร้าวน้ำหอมให้ฟังแบบหมดเปลือก ตั้งแต่การปลูก ดูแลรักษา ตัดเก็บ หรือแม้กระทั่งเคล็ดลับการเลือกมะพร้าวน้ำหอมแท้นั้นต้องดูอย่างไร เส้นทางของเจ้ามะพร้าวน้ำหอมจะไปอย่างไรไปติดตามพร้อมๆ กัน

เส้นทางอันหอมหวานที่ไม่เหมือนใคร

“มะพร้าวน้ำหอม” ผลไม้ลูกกลม สีเขียวที่กินได้ทั้งน้ำและเนื้อ ส่วนรสชาติก็ตามชื่อเรียกเพราะหอม หวาน แถมชื่นใจในคราวเดียว ทำเอาถูกปากถูกใจทั้งชาวไทยและต่างชาติ หากจะถามหาถึงถิ่นกำเนิด บางที่ก็บอกว่าเกิดในเขตร้อนทวีปเอเชีย และในหมู่เกาะมหาสมุทรแปซิฟิก ขณะเดียวกันก็มีบางแหล่งข้อมูลบอกว่าเกิดจากการผสมข้ามสายพันธุ์กันมา ต่อมามีการกระจายไปปลูกในหลายประเทศทั่วโลก รวมถึงประเทศไทย ด้วยดินและน้ำที่อุดมสมบูรณ์ มะพร้าวจึงกลายมาเป็นผลไม้เศรษฐกิจของบ้านเรา โดยมีการส่งออกอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นจีน ญี่ปุ่น หรือสหรัฐอเมริกา

มะพร้าวน้ำหอม ของแท้ต้องมาจาก 4 จังหวัดนี้เท่านั้น!

มะพร้าวน้ำหอมของแท้ต้องไม่เปรี้ยวซ่า ของดีจาก 4 จังหวัด คือ ราชบุรี นครปฐม สมุทรสาคร และสมุทรสงคราม หากส่งเข้าประกวดมะพร้าวน้ำหอมแห่งปีต้องชนะเลิศอย่างแน่นอน สาเหตุที่แหล่งปลูกมะพร้าวล้วนเป็นจังหวัดแถบภาคกลางตอนล่าง เพราะมีความได้เปรียบเรื่องต้นทุนทางธรรมชาติที่สูงกว่าพื้นที่อื่นๆ นั่นเอง ไม่ว่าจะเป็นดินตะกอนของปากแม่น้ำแม่กลอง มาบรรจบกันเป็นคลองดำเนินสะดวกจึงกลายเป็นแหล่งแร่ธาตุชั้นดีที่พืชผักผลไม้ต้องการมาก ดังนั้นดินที่นี่ส่วนใหญ่จึงเป็นดินเหนียว ดินดำ อีกทั้งยังมีแหล่งน้ำที่สะอาดจากแม่น้ำแม่กลอง และน้ำจากเขื่อนกาญจนบุรีที่ไหลมาเจอกันนั้น ยังไม่ค่อยมีสารเคมีปนเปื้อนหากเทียบกับแหล่งน้ำที่อื่นๆ ด้วยความสมบูรณ์จึงเอื้อให้มะพร้าวน้ำหอมที่ดีที่สุดในโลกอยู่ใน 4 จังหวัดนี้ อีกทั้งเกษตรกรแถวนี้ยังคงยึดอาชีพปลูกมะพร้าวน้ำหอมกันมาช้านานกว่า 20-30 ปี ทำให้นักท่องเที่ยวที่มาเยือนมองข้ามมะพร้าวน้ำหอมไปไม่ได้เลย

“Aromatic farm ออร์แกนิคตั้งแต่แรกปลูกสู่มือผู้บริโภค”

ที่นี้เราจะพาไปดูมะพร้าวนำ้หอมจาก “Aromatic farm” จังหวัดราชบุรี เราออกเดินทางตามหามะพร้าวนำ้หอมกันถึงจังหวัดราชบุรี ปลอมตัวเป็นชาวสวนลุยท้องร่องบุกดงมะพร้าว “Aromatic farm” ที่มีการปลูกแบบเกษตรอินทรีย์ หรือมะพร้าวน้ำหอมออร์แกนิค ซึ่งมะพร้าวน้ำหอมที่นี่ชวนลิ้มรสหอมหวานด้วยวิธีการปลูกที่ใส่ใจตั้งแต่กระบวนการแรก แน่นอนล่ะว่า มะพร้าวน้ำหอมที่ไม่ได้คลุกคลีกับสารเคมีย่อมดีทั้งกับตัวของเกษตรกรและผู้บริโภค อีกทั้งยิ่งเพิ่มความหอมหวานมากขึ้นไปอีก โดยใช้ “ธรรมชาติบำบัดธรรมชาติ” เป็นคำที่ดึงดูดให้เราเดินทางมาเยือนครั้งนี้

จากการได้คุยกับ “พี่อร” เจ้าของ Aromatic farm ผู้หญิงร่างเล็ก ที่ยอมลาออกจากงานประจำเพื่อมาเป็นเกษตรกรเต็มตัว โดยเริ่มต้นจากตัวเองที่ชอบดื่มมะพร้าวน้ำหอมมาก จึงเป็นแรงผลักดันครั้งยิ่งใหญ่ จนเกิดเป็นสวนมะพร้าวน้ำหอมออร์แกนิคผลงานชิ้นเอก ช่างเป็นโอกาสที่ดีที่เราได้เข้าไปเดินซึมซับบรรยากาศของสวนมะพร้าว และเรียนรู้ขั้นตอนกว่าจะออกผลเป็นมะพร้าวน้ำหอมคุณภาพ

พี่อรเล่าให้เราฟัง ว่าการทำเกษตรอินทรีย์ไม่ใช่เรื่องง่ายแต่ก็ไม่ใช่เรื่องยากเพียงแต่ต้องใช้เวลา ค่อยๆ ปรับสภาพดินเพื่อให้ได้ดินที่สมบูรณ์ เพราะพื้นที่เดิมของฟาร์มนี้เป็นมะพร้าวน้ำหอมแบบใช้สารเคมี จึงไม่แปลกใจเลยว่าช่วงแรกจำเป็นต้องใช้เงินลงทุนค่อนข้างเยอะ แต่ท้ายที่สุดก็ได้รับสิ่งตอบแทนในระยะยาวที่คุ้มค่า คุ้มค่าในที่นี้คือดีทางใจ ที่ได้เห็นมะพร้าวเติบโตด้วยตัวของมันเองตามวิถีธรรมชาติ และเศรฐกิจที่ขยายตัวขึ้น ทำให้มะพร้าวน้ำหอมเป็นที่ต้องการของตลาดอย่างไม่ขาดสาย

แล้วที่บอกว่าธรรมชาติบำบัดธรรมชาติ ซึ่งเราอยากพูดถึงมากๆ คือพี่อรจะเลี้ยง “ชันโรง” หรือผึ้งจิ๋วเป็นผึ้งไม่มีเหล็กใน ทำกล่องเลี้ยงไว้ใต้ต้นมะพร้าวนั้นๆ เพื่อที่มันจะผสมพันธุ์กันเองจนเป็นครอบครัวใหญ่ และบินออกมาช่วยผสมเกสรให้กับต้นมะพร้าว ทำให้ผลมะพร้าวดกมากขึ้นกว่าเดิมถึง 80% อีกทั้งยังได้ความหวานจากธรรมชาติแบบเรียลๆ ส่วนเนื้อมะพร้าวมีรสสัมผัสจะนิ่ม นุ่ม แน่น ใช้ช้อนขูดขึ้นมาเบาๆ ก็ได้กินแล้วไม่จำเป็นต้องแคะแรงๆ

และความพิเศษของ Aromatic farm นอกจากจะเลือกสายพันธุ์มะพร้าวน้ำหอมพันธุ์แท้แล้วนั้น จะไม่มีการใช้สารเร่งโต หรือเร่งความหวานแต่อย่างใด แม้แต่ศัตรูพืชตัวฉกาจของมะพร้าวอย่างด้วงและหนอนหัวดำ ที่นี่ก็จะไม่ใช้สารเคมีฆ่าแมลง แต่จะใช้สารสะกัดที่ได้จากธรรมชาติแทน หรือเรียกอีกอย่างว่า “สารชีวภัณฑ์” เพียงแค่ป้องกันหรือไล่แมลงเท่านั้น เพื่อให้วัฏจักรของธรรมชาติเป็นไปตามที่ควรเป็นมากที่สุด

ส่วนการดูแลพืชผลแบบอินทรีย์ จำเป็นต้องใช้ความใส่ใจและความละเอียดมากกว่าการดูแลแบบใช้สารเคมี ยิ่งเป็นช่วงฤดูฝนต้นมะพร้าวน้ำหอมจะรู้สึกแฮปปี้สุดๆ เพราะมีความชุ่มชื้นของดินและน้ำสมบูรณ์ อีกอย่างแมลงรบกวนจะน้อยกว่าฤดูร้อน ดังนั้นก่อนปลูกพี่อรจะคัดเลือกมะพร้าวน้ำหอมพันธุ์แท้ บางสวนหากคัดไม่ดี พอสามปีต้นโตออกลูกดันเป็นพันธุ์มะพร้าวน้ำหวานซะงั้น จะเกิดเสียดายทีหลังได้ เมื่อลูกมะพร้าวโตเต็มที่ถึงระยะเวลาเก็บเกี่ยวแล้ว ที่นี่จะไม่ใช้ลิงปีนเก็บอย่างที่เราเคยเห็นกัน แต่จะใช้แรงจากคน เรียกตามภาษาชาวสวนก็คือ “คู่ตัด” อีกคนถือมีดและอีกคนถือไม้ค้ำ เวลาเอาลูกมะพร้าวลงมาจะให้ตกลงร่องน้ำ ที่ไม่ให้ตกลงพื้นเพราะผิวด้านในเวลาปอกออกมาจะเกิดรอยช้ำและไม่สวยได้

ที่สำคัญมะพร้าวน้ำหอมเราสามารถรู้ได้ว่า แต่ละลูกนั้นหวานได้ที่พร้อมดื่มหรือยัง โดยวัดค่า Brix ด้วยเครื่องวัดความหวาน Brix Refractometer เกษตรกรชอบใช้วัดความหวานในผลไม้ เพียงแค่หยดน้ำมะพร้างลงไปและส่องดูค่า ซึ่งค่าความหวานของมะพร้าวจาก Aromatic farm จะอยู่ที่ 8 Brix ขึ้นไปถือว่าใช้ได้ จากนั้นจะเตรียมปอกเปลือกเขียวออก พร้อมโชว์ผิวขาวนวลผ่อง ติดตราแบรนด์ให้เรียบร้อยส่งถึงมือลูกค้าตามออเดอร์ ไม่ว่าจะเป็นโรงแรม ร้านอาหาร ร้านเบเกอรี่และอื่นๆ แน่นอนล่ะว่าจะมีมะพร้าวบางลูกที่ไม่ค่อยน่ารักสักเท่าไหร่ เช่น ผลช้ำ มีร่องรอยเยอะ พี่อรก็จะทำการแยกน้ำและเนื้อออกจากกัน จะไม่ส่งเป็นผลสดทั้งลูกออกไปขาย ซึ่งทุกกระบวนการที่เราได้ไปเห็นการทำงานทั้งตัวพี่อรเอง และลุงป้าน้าอาชาวสวน เราก็สัมผัสได้ว่าทุกคนล้วนทำด้วยใจ ความรัก ผสานกับความทุ่มเท เพื่อให้ได้มะพร้าวน้ำหอมที่ดีที่สุด

“มะพร้าวน้ำหอม ดูอย่างไรถึงจะได้กินอร่อย”

คนที่เป็นสาวกมะพร้าวน้ำหอม คงจะได้ลิ้มลองกันมาแล้วหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเปรี้ยว ซ่า หรือจืดชืด เราจึงมีวิธีการเลือกมะพร้าวน้ำหอม 3 สเต็ปง่ายๆ ซึ่งเราคอนเฟิร์มเลยว่าไม่ยากอย่างที่คิด
1. เริ่มจากการ ดมกลิ่น จะมีกลิ่นหอมคล้ายใบเตย
2. หากเจอเป็นผลหรือทะลายมะพร้าวให้ดูที่ก้นผล จะเป็นจีบ 3 จีบ ซึ่งบางคนจะเรียกมะพร้าวน้ำหอมว่ามะพร้าวก้นจีบ ก็ได้เหมือนกัน
3. เมื่อลองปอกชิมน้ำ น้ำจะไม่เปรี้ยว หรือซ่า แต่จะมีรสชาติที่หวานแต่จะไม่หวานจัด พร้อมกับให้กลิ่นหอมในเวลา
เดียวกัน

ถ้าผิดลักษณะไปจากนี้ไม่ใช่มะพร้าวน้ำหอมอย่างแน่นอน

หากใครสนใจมาสัมผัส มาชิม และคลุกคลีกับมะพร้าวน้ำหอมที่สดใหม่จากต้น ตามมาเที่ยวกันได้ที่ Aromatic Green Coconut Farm ต.แพงพวย อ.ดำเนินสะดวก จ.ราชบุรี เปิดทุกวัน ยกเว้นวันพฤหัสบดี ตั้งแต่เวลา 9.00-15.00 น.

จากกรุงเทพฯ ใช้เวลาเดินทางเพียงชั่วโมงครึ่งเท่านั้นไม่ไกลเลย ที่สวนมีเก้าอี้ให้นั่งพักพิงอยู่กลางสวนแบบชิลล์ๆ ซึมซับและพักผ่อนหย่อนใจกับธรรมชาติแบบออร์แกนิคได้อย่างเต็มที่ เป็นความโชคดีของเด็กรุ่นใหม่อย่างเราจริงๆ ที่ได้มาสัมผัสทุกขั้นตอน และพูดคุยกับเจ้าของสวนคนรุ่นใหม่ ที่ทำให้เราเชื่อว่า “มะพร้าวไทยไม่แพ้ชาติใดในโลก”


Facebook Comments