บ้านที่เป็นมากกว่าบ้าน และความผูกพันระหว่างคุณกับคนในบ้าน

ช่วงที่ต้องอยู่บ้านติดต่อกันหลายวัน เพราะสถานการณ์โควิด-19 ซึ่งอยู่บนโลกนี้มาปีกว่าๆ (เมื่อไหร่แกจะไปสักที) ทำให้ความเหนื่อย ความท้อ ความเครียด พุ่งเข้ามาในหัวจนฟุ้งซ่าน บางทีก็รับบทนางจินตนาการล้ำเลิศ คิดเล่นๆ ว่า ร่างกายเรามีหัวปลั๊กชาร์จแบตเตอรี่ เหมือนพวกสายไฟซ่อนอยู่ไหมเนี่ย หรือบ้านมีระบบบลูทูธส่งพลังมาให้ร่างกายได้บ้างไหม ถ้ามีจะได้รีบควานหาแล้วเสียบชาร์จและกดปุ่มรับพลังใจทันที เพราะตอนนี้รู้สึกหมดไฟจังเลย…เฮ้อ

Home is empowering you สโลแกนสั้นๆ จากแคมเปญ 30×30 Home is empowering you ของ เอพี ไทยแลนด์ บริษัทอสังหาริมทรัพย์ที่เชื่อว่าบ้านเป็นมากกว่าที่อยู่อาศัย แต่ช่วยเติมเต็มพลังชีวิตให้คุณได้ จึงทำให้ฉันตั้งคำถามกับทุกห้องในบ้านตั้งแต่ห้องน้ำ ครัว ห้องนอน สวน ห้องนั่งเล่น และระเบียง ว่ามันมีพลังอะไรช่วยให้รู้สึกดีขึ้นบ้างไหม 

สรุป มีจริง! แถมเป็นกิจกรรมเบสิกที่ไม่คิดว่าพิเศษขนาดนี้ ทั้งร้องเพลงในห้องน้ำช่วยคลายกังวล ทำสวนช่วยกระชับความสัมพันธ์ รดน้ำต้นไม้ริมระเบียงลดความเครียด เม้ากันระหว่างกินข้าวเพิ่มความสนิทสนมและแชร์เรื่องราวดีๆ ให้คนที่รักฟังก่อนนอนทำให้หลับสนิท ไม่ฝันร้าย

และกิจกรรมพิเศษที่เอพี ร่วมกับ 30 illustrators นั้นอบอุ่นและพิเศษอย่างไร เราจะพาคุณไปตามหาแรงบันดาลใจจาก 6 ห้องในบ้าน และความพิเศษที่อาจทำให้ใจคุณอุ่นเหมือนขนมปังอบใหม่ๆ กันเถอะ


01 เปิดคอนเสิร์ตในห้องน้ำ เพื่อเพิ่มพลังความสดใจ

ตั้งแต่เด็กๆ ฉันตั้งสมญานามให้ฝักบัวในห้องน้ำว่าไมค์ทองคำ เพราะไม่ว่าจะอาบเช้า อาบเย็น ฉันก็จับมันแหกปากร้องเพลง เปิดมินิคอนเสิร์ตสุดเหวี่ยง รู้ตัวอีกที การร้องเพลงในห้องน้ำ ก็ทำให้ลืมเรื่องเครียดไป ณ ขณะหนึ่งอย่างไม่น่าเชื่อ

งานวิจัย Unraveling the mystery of music: Music as an evolved group process จากวารสารวิชาการ Journal of Personality and Social Psychology เขียนไว้ได้น่าสนใจถึง Magic Moment ระหว่างร้องเพลง เขาบอกว่าช่วงเวลาที่เราร้องเพลงในห้องน้ำ ร่างกายจะปล่อยสารเคมี Oxytocin หรือฮอร์โมนแห่งความรัก ที่ช่วยเพิ่มความรู้สึกไว้วางใจในตัวเอง ปลอบประโลม และลดความวิตกกังวลได้ อีกทั้งการร้องเพลงในห้องอาบน้ำยังสามารถเพิ่มความมั่นใจให้คุณออกไปใช้ชีวิตในสังคมได้ดีขึ้นด้วย มิน่าล่ะ เวลาตื่นเต้นก่อนจะพรีเซนต์งาน พอได้ร้องเพลงทีไรเหมือนมีเพื่อนช่วยลดความประหม่าไปอีกแรง

นอกจากนี้ ยังมีงานวิจัยจากมหาวิทยาลัยซูรูมิ ที่ศึกษาว่าการร้องเพลงในห้องน้ำติดต่อกัน 3 เพลง มีประโยชน์มากสำหรับผู้สูงอายุ เพราะช่วยลดคอร์ติซอล หรือฮอร์โมนความเครียดได้


02 คุยกันก่อนนอน ช่วยให้หลับสบาย ฝันดี

ใครนอนไม่หลับ ใครฝันร้าย มามุงทางนี้ด่วน เพราะวิธีบรรเทาอาการนอนไม่หลับ คือการ ‘คุย’

Sarah Arpin นักจิตวิทยาสังคมจากมหาวิทยาลัยกอนซากา สำรวจคู่รัก 162 คู่ในรัฐออริกอน สหรัฐอเมริกา เป็นเวลา 32 วันติดต่อกัน พบว่าเมื่อทั้งคู่ได้แบ่งปันเรื่องราวดีๆ ซึ่งกันและกันก่อนนอน จะมีแนวโน้มทำให้หลับเร็วขึ้น และในวันที่ได้รับแรงสนับสนุนจากอีกฝ่ายจะทำให้นอนหลับสนิท

ซึ่งการพูดคุยกันก่อนนอนนั้นสำคัญ เพราะ Dr. Larry Rosen ผู้เชี่ยวชาญด้านจิตวิทยาเทคโนโลยีกล่าวว่า ความเครียดที่เกิดขึ้นระหว่างวันจะถูกปกปิดไว้ เพราะเราต่างมีสิ่งที่ต้องทำให้หมดวัน แต่กลางคืนเป็นช่วงซ่อมแซมร่างกายเพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับวันพรุ่งนี้ ทว่าหากช่วงที่ร่างกายกำลังหยุดทำงานนี้มีความเครียดเข้ามาแทนที่สารช่วยผ่อนคลายอย่างเมลาโทนินและเซโรโทนิน ระบบประสาทจะตอบสนองอย่างรุนแรง ทำให้นอนไม่หลับและเครียดไปกันใหญ่ ดังนั้นไม่ใช่แค่เฉพาะคู่รัก แต่ทุกความสัมพันธ์ ถ้าเป็นผู้ฟังที่ดี และแบ่งปันสิ่งดีๆ ให้กัน ทั้งเราและเขาจะสิ้นสุดวันอย่างสบายใจ และเริ่มต้นวันใหม่ได้ดีขึ้นแน่


03 รอยยิ้มบนโต๊ะอาหาร

เขาว่ากันว่ากับข้าวฝีมือแม่อร่อยที่สุด คนอื่นไม่รู้ว่าจริงไหม แต่สำหรับฉันมันจริง ยิ่งช่วงไหนไม่ได้กลับบ้านไปกินนานๆ พอได้กินอีกที อื้อหือ…คิดถึงมาก รสชาติของสวรรค์

โต๊ะอาหารนับเป็นพื้นที่สำหรับอัปเดตเรื่องราวในครอบครัว และลดช่องว่างระหว่างวัย แต่บทสนทนาแบบไหน ที่จะช่วยกระชับความสัมพันธ์ได้ล่ะ

ดร.สรวงมณฑ์ สิทธิสมาน ผู้เชี่ยวชาญเรื่องเด็ก เขียนถึงแนวทางการสื่อสารที่ช่วยเพิ่มพูนความสัมพันธ์ที่ดีอยู่แล้วให้ดียิ่งขึ้นไว้ในคอลัมน์ Teen Around the Mom 11 ทาง ThaiPBS Kids เพื่อให้แม่และลูกเข้าใจกันและแลกเปลี่ยนบทสนทนากลางโต๊ะอาหารอย่างมีรอยยิ้มอีกครั้ง

1. ‘สื่อสารสองทาง’ (Two-way Communication) เปิดโอกาสให้มีการถามและรับฟังความคิดเห็นซึ่งกันและกัน หากได้โต้ตอบกันจะทำให้เกิดความเข้าใจ ซึ่งการร่วมมือกันทำอาหารในครอบครัวนี่แหละ ที่อาจช่วยให้พูดคุยได้อย่างไม่เคอะเขินมากขึ้น

2. ‘ใช้ถ้อยคำดีๆ’ ลองแสดงท่าทีห่วงใย พูดให้กำลังใจ และปลอบใจ คือสิ่งที่ใครๆ ก็ต้องการ หากได้กินข้าวพร้อมหน้าพร้อมตา และถามไถ่กันระหว่างกินข้าว จะเป็นการเพิ่มพูนบทสนทนาดีๆ ให้มื้ออาหารอร่อยมากขึ้นได้อย่างไม่น่าเชื่อ


04 สวนหน้าบ้านกระชับความสัมพันธ์

ไม่น่าเชื่อเหมือนกัน ว่าการทำสวนหน้าบ้านจะช่วยกระชับความสัมพันธ์ได้! 

มหาวิทยาลัยมิชิแกนสเตต ซึ่งเป็นมหาวิทยาลัยแห่งแรกด้านเกษตรกรรมของสหรัฐอเมริกา แนะนำกิจกรรมในครอบครัวเป็น ‘การจัดสวน’ โดยเก็บบันทึกการทำสวนในครอบครัว เช่น เขียนว่าแต่ละวันต้นไม้โตขึ้นกี่นิ้ว มีอะไรที่น่าสนใจบานออกมา จะเป็นวิธีสนุกๆ ในการสร้างความทรงจำดีๆ ให้ลูกและพ่อแม่มานั่งกางดูพร้อมๆ กัน โดยการทำสวนระหว่างคนสองวัยจะเป็นตัวเชื่อมให้ทั้งคู่กล้าจะแลกเปลี่ยนความรู้ซึ่งกันและกัน พ่อแม่รู้อะไรก็มาบอกลูก ลูกรู้อะไรก็มาบอกพ่อแม่ แค่นี้ความสัมพันธ์ในบ้านก็กลมเกลียวมากกว่าเดิม

ป.ล. จะจัดสวยไม่สวย ก็ไม่เป็นอะไร เพราะความไม่สมบูรณ์แบบจะเป็นตัวกระตุ้นทำให้สมาชิกในครอบครัวระดมความคิดช่วยกันทำให้ดีขึ้นไปอีก


05 ต้นไม้ตามระเบียงลดความเครียด

เรารู้กันอยู่แล้วว่าการปลูกต้นไม้นั้นช่วยเพิ่มออกซิเจนและสร้างอากาศที่ดีต่อการหายใจ แต่รู้หรือเปล่าว่ามันยังช่วยลดความเครียดได้ ไม่ใช่แค่ต้นไม้ใหญ่อย่างเดียวด้วยนะ ต้นเล็กๆ ตามระเบียงก็เก่งไม่แพ้กัน!

งานวิจัยจากมหาวิทยาลัยโกรนิงเงิน เนเธอร์แลนด์ วัดระดับคอร์ติซอล หรือฮอร์โมนความเครียดในน้ำลาย ซึ่งทดลองกับคนที่ปลูกต้นไม้ ทำสวน 30 นาที และอ่านหนังสือ 30 นาที ปรากฏว่าทั้งสองกิจกรรมทำให้คอร์ติซอลลดลงได้ แต่การปลูกต้นไม้ ทำสวนกลับเพิ่มพลังเชิงบวกได้อย่างเต็มที่ ซึ่งมากกว่าการอ่านหนังสือเสียอีก เพราะฉะนั้นแม้จะอยู่บ้านหรือคอนโดคนเดียว ลองหาต้นไม้มาปลูกตามระเบียงดูสัก 1 – 2 ต้น พร้อมกับหมั่นดูแลมันเป็นประจำ แค่นี้ก็เพิ่มความสดชื่น คลายความเครียดได้แล้ว


06 ห้องนั่งเล่น : ความสบายใจของกันและกัน

ห้องนั่งเล่นเปรียบเสมือนศูนย์กลางในบ้าน ที่มักเป็นมุมยอดฮิตในการใช้เวลาและสื่อสารกัน

ไม่ว่าจะชวนเพื่อนมาเม้า ชวนแฟนมาดูหนัง หรือชวนพ่อแม่มาทำกิจกรรมกระชับความสัมพันธ์ก็ย่อมทำได้โดยไม่เคอะเขิน

จากที่เล่ามาทั้งหมด คุณคงเห็นแล้วว่า ‘พลัง’ ที่ซ่อนอยู่ในทั่วทุกมุมบ้านล้วนเกิดขึ้นเองจากตัวทุกคนนั่นแหละ โดยมีชนวนจุดประกายพลังบวกด้วย ‘การสื่อสาร’ แค่คุณกล้ายอมรับความรู้สึกของตัวเอง ระบายอารมณ์ออกมาเพื่อคลายความเครียด แชร์เรื่องราวดีๆ เพื่อปลอบประโลมคนที่รัก หรือทำกิจกรรมพัฒนาตัวเองและคอยหมั่นดูแลความสัมพันธ์ แค่นี้ ที่พักอาศัยที่เรียกว่า ‘บ้าน’ ก็อบอุ่นและทำให้ทุกวันของคุณมีความสุขมากขึ้น

นั่นจึงเป็นคำตอบว่าทำไม HOME IS EMPOWERING YOU.

ปิดท้ายด้วยกิจกรรมพิเศษที่แสนอบอุ่น AP30x30 YOU ARE MY HOME ที่เอพี ร่วมกับ 30 ศิลปินออกแบบการ์เมสเสจขนาดใหญ่ในรูปแบบกระเป๋า ให้คุณได้ส่งความรู้สึกถึงกันแบบง่ายๆ แถมยังมี wallpaper ให้โหลดไม่อั้นถึง 30 ลาย

เอพีให้ความสำคัญกับคุณภาพของบ้านเทียบเท่ากับความสัมพันธ์ของคนที่อยู่ในบ้าน กับความเชื่อที่ว่าคนที่อยู่ในบ้านสามารถสร้างความสุขและเติมพลังให้กันและกันได้

Urban Creature จึงขอเป็นหนึ่งเสียงที่เชื่อว่าการสื่อสารที่ดี สามารถกระชับความสัมพันธ์กับคนในครอบครัว หรือคนสำคัญของคุณได้ จึงอยากเชิญชวนทุกคนมาบอกความรู้สึกดีๆ ผ่านงานศิลปะบนวอลเปเปอร์และกระเป๋า “YOU ARE MY HOME Collection” ที่บอกเล่าความหมายของส่วนต่างๆ ในบ้าน เป็นสื่อกลางแทนคำพูดกับคนสำคัญที่เติมพลังชีวิตให้คุณมาตลอด

โดยสามารถลงทะเบียนรับกระเป๋า เพื่อส่งต่อความรู้สึกดีๆ ให้คนสำคัญที่เติมพลังชีวิตคุณมาตลอดได้ฟรีๆ ผ่านเว็บไซต์ apthai30.com เพื่อเป็นหนึ่งก้าวเล็กๆ ที่ทำให้คุณกล้าที่จะบอกความรู้สึกซึ่งกันและกัน

ตั้งแต่วันนี้ – 19 พ.ค.นี้ เท่านั้น
มาร่วมสนุกกันด่วน เพราะของมีจำนวนจำกัดนะ

Writer