Himeji Castle มรดกโลกที่เข้าสู่จักรวาล Metaverse - Urban Creature

ช่วงนี้หัวข้อ Metaverse กำลังอยู่ในความสนใจ เลยอยากนำเรื่องมินิเมตาเวิร์สที่ปราสาทฮิเมจิ มรดกโลกสุดป็อปที่จังหวัดเฮียวโกะมาแชร์ เพราะพี่เขาชิงนำ VR, AR มาใช้ก่อนใครตั้งแต่บูรณะปราสาทเสร็จใหม่ๆ ในปี 2015

ปราสาทฮิเมจิฉายแววป็อปมาตั้งแต่ตอนบูรณะปราสาทครั้งใหญ่ ซึ่งเริ่มต้นช่วง ค.ศ. 2009 

เขาแสดงความคิดสร้างสรรค์และความใจกว้าง เปิดรับสิ่งใหม่ด้วยการเนรมิตนั่งร้านให้กลายเป็นจุดชมการซ่อมบูรณะมรดกทางวัฒนธรรมแบบเท่ๆ ที่ผู้คนยอมจ่ายเงินเพิ่มเพื่อเข้าไปดูช่างฝีมือทำงาน 

หลังกลับมาเปิดให้ชมเต็มรูปแบบก็พัฒนาต่อเนื่องมาเรื่อยๆ เช่นในเว็บไซต์มี AI Chat พร้อมโต้ตอบภาษาอังกฤษ อะไรที่เกินสติปัญญา AI ระบบจะเชื่อมต่อโอเปอเรเตอร์มารับช่วงต่อแทนทันที ว้าวซ่ามากสำหรับการสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม และตอนนี้มี Virtual Tour ภาษาอังกฤษให้พาคนเที่ยวปราสาทผ่าน Zoom แบบสดๆ อีกต่างหาก

ปังอะไรเบอร์นี้ เราเลยโค้งสวยๆ ขอเวลาจาก Masayuki Tsunemine และ Toshikatsu Okada เจ้าหน้าที่จากปราสาทฮิเมจิมาเล่าความกรุบกริบไฮเทคทันสมัยของมรดกโลกอายุหลายร้อยปีกัน!

ปราสาทฮิเมจิ aka ปราสาทนกกระสาสีขาวผ่อง

สำหรับคนที่ไม่คุ้นชื่อปราสาทนี้ ขอบรีฟคร่าวๆ ถึงความดีงามของพี่เขาสักเล็กน้อย ปราสาทฮิเมจิตั้งอยู่ในเมืองฮิเมจิ จังหวัดเฮียวโกะ มีความเป็นดาวได้มงหลายตำแหน่ง เช่น ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกวัฒนธรรมของญี่ปุ่น ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก เป็นแหล่งท่องเที่ยว Travellers’ Choice อันดับหนึ่งของ Tripadvisor ปี 2021 และเป็นสถานที่ถ่ายทำภาพยนตร์ James Bond ภาค You Only Live Twice ที่ Sean Connery แสดงนำ ใน 1 ปีมีนักท่องเที่ยวแวะมาเยือนเฉลี่ยประมาณ 1,600,000 คน

ความโดดเด่นของปราสาทนี้อยู่ที่ความขาวผ่องส่องประกาย จนคนตั้งชื่อเล่นให้ว่า Shirasaki-jo ซึ่งแปลว่า ปราสาทนกกระสาขาว คนที่เคยไปเที่ยวปราสาทอื่นอาจจะงงว่า ปราสาทญี่ปุ่นก็สีขาวเกือบหมดนี่นา แต่ที่นี่ขาวกว่า ผ่องกว่า จนกลายเป็นตำนานยืนหนึ่งเรื่องนี้ไปยังไงล่ะ 

การบูรณะครั้งใหญ่แห่งยุคเฮเซ

เราบอกไปตอนแรกว่า ปราสาทฮิเมจิซ่อมครั้งใหญ่ใช้เวลาเกือบ 6 ปีคือช่วง 2009 – 2015 แต่จริงๆ แล้วเขาซ่อมกันทุกปี!

ภายในพื้นที่อันกว้างใหญ่ของปราสาทฮิเมจิ มีอาคารที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกถึง 82 หลัง เลยต้องทยอยซ่อมทีละนิดไปเรื่อยๆ ปิดทีละนิด 

หลังเล็กๆ ไกลๆ นักท่องเที่ยวอาจจะไม่ทันรู้สึกอะไร แต่เมื่อถึงคิวซ่อมส่วนตัวปราสาทหลักแลนด์มาร์กที่เราคุ้นตาซึ่งสเกลใหญ่ที่สุด จึงต้องใช้เวลานานและปิดโซนจริงจัง แค่รื้อของเก่าก็ต้องใช้เวลาถึง 2 – 3 ปี ทางทีมงานเลยพยายามคิดกันว่าทำยังไงดี คนถึงจะยังแวะมาเที่ยวที่นี่ แม้พระเอกไม่พร้อมโชว์ตัว

“โดยทั่วไปเวลาซ่อมแซมอาคารเราต้องตั้งนั่งร้าน คลุมผ้าใบปิด แต่ถ้าทำตามแนวทางทั่วไป ปราสาทฮิเมจิก็จะไม่มีคนเข้ามาเยี่ยมชม ในที่สุดก็ได้ไอเดียเรื่องการเปิดให้ชมการซ่อมแซม

ในภาพรวมเป็นการตั้งนั่งร้านเหมือนเดิมก็จริง แต่ทำกว้างขึ้นให้คนเดินชมได้ สร้างสเปซให้คนมาดูช่างฝีมือทำงาน” 

น่าเสียดายที่ในระยะเวลา 2 – 3 ปีที่เขาเปิดให้ชม เราไม่มีโอกาสได้ไป แต่แค่ได้เห็นรูปก็ตื่นเต้นแทน ด้านนอกของนั่งร้านทำดีไซน์ชิกๆ ยังเห็นเป็นปราสาทสองมิติ ส่วนพื้นที่ด้านในดูดีไม่ต่างอะไรจากพิพิธภัณฑ์ กระจกใสบานใหญ่ทำให้เราเห็นการทำงานและดีเทลทางสถาปัตยกรรมต่างๆ ได้อย่างใกล้ชิด ไม่แปลกใจเลยที่แม้จะต้องจ่ายเงินเพิ่ม 200 เยนเพื่อเข้าชมส่วนนี้ก็มีคนจำนวนมากพร้อมเปย์

“ปกติค่าเข้าชมก่อนซ่อมคือหกร้อยเยนครับ ช่วงบูรณะเราลดค่าเข้าเหลือสี่ร้อยเยน และถ้าอยากชมการซ่อมจะต้องซื้อตั๋วแยกต่างหากอีกสองร้อยเยน ซึ่งคนให้ความสนใจมากครับ

“ช่วงที่ไม่เปิดให้ดูการซ่อมมีคนมาเที่ยวที่นี่น้อยลงเยอะเลย น่าจะเป็นเพราะเป็นขั้นตอนการทำงานเทคนิคโบราณที่ปกติหาดูยาก การได้ดูของหายากเลยทำให้คนสนใจและมองว่ามีเสน่ห์”

เราถามเจ้าหน้าที่ทั้งสองว่าปกติปราสาทอื่นทำแบบนี้มั้ย พวกเขานิ่งไปนิดหน่อยก่อนตอบว่า ถ้าลงทุนทำเป็นเรื่องเป็นราวแบบนี้ก็น่าจะที่นี่เป็นที่แรกฟังแล้วก็ได้แต่เสียดาย เพราะว่าจะซ่อมใหญ่แบบนี้อีกก็อีก 50 ปีนู่นแน่ะ

AR ก็มา VR ก็มี เมื่อเทคโนโลยีรวมตัวกันไฮไลต์คุณค่าทางวัฒนธรรมเก่าแก่

นั่งจ๋อยไปแป๊บเดียวก็กลับมามีความหวังอีกครั้ง อีก 50 ปี สังขารอาจจะไม่อำนวยให้หอบร่างมาดูช่างซ่อม แต่อาจจะได้ดูผ่านโลกเสมือนจริงก็ได้นะ

เล่าเรื่อง AI Chat ไปแล้ว จริงๆ แล้วยังมีความไฮเทคอีกมาก เช่น กล้องไลฟ์สดจากปราสาท 

ตัวเลขจำนวนผู้เยี่ยมชมและระยะเวลาที่ต้องรอซึ่งเช็กได้ในเว็บไซต์หลักของปราสาทแบบเรียลไทม์ (ใช่ ที่นี่ฮอตมากขนาดต้องแจ้นไปรับบัตรคิวกันเลยล่ะ) นอกจากนี้ ยังมีข้อมูลคาดการณ์จำนวนนักท่องเที่ยวตลอดปีเพื่อให้คนวางแผนสะดวกขึ้นด้วย

คุณ AR มาพร้อมกับแอปฯ เฉพาะของนาง (และแน่นอนว่ามีฟรีไวไฟให้ใช้ในเขตปราสาท) เมื่อเปิดขึ้นมา เราจะได้พบกับน้องชิโระมะรุฮิเมะ มาสคอตของที่นี่ออกมาต้อนรับ เราสามารถลากน้องไปถ่ายรูปตรงไหนก็ได้ จะถ่ายกับน้องก็ได้ไม่ต้องรอคิวแบบดิสนีย์แลนด์ 

แต่ความมหัศจรรย์ของแอปฯ นี้ไม่ได้หยุดแค่นั้น ตามจุดต่างๆ ของปราสาทจะมี QR Code ให้อ่านเพื่อรับชมข้อมูลเพิ่มเติมของปราสาท ภาพคลิปหรือการ์ตูน มีความเป็น Stamp Rally แบบดิจิทัลที่สนุกมาก เราเคยมาปราสาทนี้เกิน 10 ครั้งแต่เพราะขี้เกียจอ่านป้าย เลยไม่เคยได้เรียนรู้เรื่องราวสนุกๆ อย่างบทบาทสาวใช้ในการปกป้องปราสาทจากภายใน หรือหน้าต่างพิศวงแห่งชั้น 6 เลย 

สงสัยเจ้าหน้าที่เริ่มทำแอปฯ เพราะมีนักท่องเที่ยวแบบเราเยอะแน่ๆ

“ก่อนบูรณะครั้งใหญ่ ด้านในปราสาทมีจัดแสดงของหลายอย่าง มีตู้โชว์มากมายคล้ายๆ พิพิธภัณฑ์ ซึ่งเราตัดสินใจเอาออกหมดเลยเพราะจริงๆ แล้วตัวอาคารคือมรดกทางวัฒนธรรม เลยอยากให้คนชื่นชมความงามของอาคารเต็มที่ ซึ่งพอมีของวางเล่าเรื่องราวในอาคารน้อยลง เออาร์ก็ช่วยเสริมตรงนี้ได้ด้วย คนได้ชื่นชมอาคารโดยที่อาคารไม่ได้รับความเสียหายจากการจัดแสดง ยังคงคุณค่าไว้ได้และคนก็ยังสนุก” เจ้าหน้าที่เล่าอย่างใจดี

จริงด้วย พอข้างในโล่งๆ เลยได้มองงานไม้ด้านในอย่างเต็มที่ ระหว่างที่สนุกกับการมองหาคิวอาร์โค้ดก็เหมือนจะหลอกให้เราส่องดีเทลงานช่างโบราณอย่างเนียนๆ และเพลิดเพลิน ส่วนนิทรรศการเล็กๆ ที่จัดด้านในก็เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับการบูรณะเสียเป็นส่วนใหญ่ และมีพนักงานเล่าเรื่องเสาต้นใหญ่สุดเท่ที่ตั้งตระหง่านทั้งฝั่งตะวันออกและตะวันตกด้วย

AR มีให้เล่นหลายแบบหลายสไตล์เนื้อหา แต่ที่แอบประทับใจสุดคือ ปกติที่อื่นชอบให้หาหินรูปหัวใจบนกำแพง แต่ที่นี่บอกว่า นี่ๆ หินกระจก เอ๊า เพ่งแทบตายก็ไม่สะท้อนหน้าเรา เอ๊ะ ยังไง แอบดูเฉลยน้องเอไอถึงได้รู้ว่ามันสามารถมองเป็นหน้าคนได้ ถ้าใช้จินตนาการแล้วมองไม่ออก (ฉันเอง) ไม่เป็นไร หันกล้องไปทาบได้เลย

“ตอนบูรณะปราสาทเสร็จแล้วทางเจ้าหน้าที่อยากหาทางใหม่ในการนำเสนอความสนุกที่นี่ ข้อดีของการใช้เออาร์คือการสามารถใช้ภาพและคลิปที่มีคำบรรยายประกอบทำให้คนเข้าใจสถานที่ดีขึ้น เช่น ช่องที่เห็นตรงกำแพง ถ้าส่องดูเออาร์จะเห็นว่าเมื่อก่อนเขายิงปืนกันยังไง 

“เรื่องราวบางอย่างจะให้คนอยู่แสดงอธิบายตลอดก็ไม่ได้ ต่อให้ทำจริงก็มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมอีก ทำเป็นวิดีโอใช้ยาวๆ ดีกว่า เพราะตอนพัฒนาแอปฯ ใช้เงินก็จริง แต่ก็เสียครั้งเดียวครับ” เจ้าหน้าที่สรุปเหตุผลคร่าวๆ ให้ฟัง

ส่วน VR นั้นมาในรูปแบบของ Himeji Castle VR Scope แว่นตากระดาษสุดเท่ทำช่องไว้ให้ใส่มือถือ ซื้อออนไลน์ไปส่งที่บ้านแล้วเที่ยวปราสาทฮิเมจิทางไกลได้ เมื่อดาวน์โหลดแอปฯ และวิดีโอครบ เราจะได้ชมปราสาทจากหลายมุม ทั้งมุมสูงแบบนกและมุมลับที่ปกติไม่เปิดให้ชม แต่สิ่งที่เราปลื้มไม่ใช่ความก้าวไกลของเทคโนโลยีแต่เป็นความใส่ใจเล็กๆ น้อยๆ ต่อเพื่อนมนุษย์ที่เราคาดไม่ถึง

“บางคนเขาอยากดู แต่ไม่สามารถเดินขึ้นเนินหรือไต่บันไดสูงๆ ได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ใช้วีลแชร์ ซึ่งพอเราทำวีอาร์ ทุกคนก็สามารถสนุกไปกับที่นี่ได้เหมือนกันครับ ยิ่งสถานการณ์ตอนนี้ คนที่อยากมาแต่มาไม่ได้ คนที่เคยมาแล้วอยากกลับมาอีกสามารถดูผ่านวีอาร์ไปก่อนได้เลย”

วันที่เราไป นอกจากคู่หนุ่มสาวมาเดต คนฟิตมาวิ่งจ็อกกิ้ง มีผู้สูงอายุมาเที่ยวมากมาย ลืมไปเลยว่าที่ญี่ปุ่นมีคนใช้วีลแชร์เยอะและน่าจะไม่ไหวจริงๆ ขนาดเราตอนขึ้นบันไดแสนชันยังแอบหอบแล้วหอบอีก 

แต่อย่างไรก็ตามการหาเส้นแบ่งระหว่างความคิดสร้างสรรค์เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวและการเคารพสถานที่ในฐานะมรดกของชาติก็ยังเป็นเรื่องที่เจ้าหน้าที่ทั้งสองลำบากใจอยู่ตลอด

“หัวใจหลักคือการอนุรักษ์การปกป้องมรดกทางวัฒนธรรม ก็ต้องเลือกทำในสิ่งที่ไม่ขัดกับหลักการนั้นครับ”

เจ้าหน้าที่ยกตัวอย่างให้เราฟังเรื่องการปรับปรุง Light-up ดีไซเนอร์มีไอเดียหลากหลายเพื่อทำให้น่าสนใจ แต่ในมุมคนอนุรักษ์ก็จะมีบางจุดที่ยอมไม่ได้จริงๆ เช่น การเปลี่ยนสีปราสาทซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญของที่นี่

“เราระมัดระวังเรื่องการบิดเบือนภาพจริงของสถานที่หรือการพีอาร์คุณค่าทางวัฒนธรรมที่ผิดเพี้ยนครับ”

อาจจะมีข้อจำกัดในการเลือกใช้เทคโนโลยีให้เหมาะสมบ้าง แต่ความกล้าเปิดรับสิ่งใหม่ๆ และการใช้เทคโนโลยีเพื่อส่งเสริมประสบการณ์ให้โลกออฟไลน์ที่เกิดจากความใส่ใจเพื่อนมนุษย์ทุกกลุ่มถือเป็นแกนหลักในการเดินหน้าต่อในโลกเสมือนจริงที่น่าติดตามมากเลยล่ะ

Writer & Photographer

SEND YOUR STORY

REQUEST INTERVIEW

ติดตามอ่าน “Urban Creature”
นิตยสารออนไลน์ที่จะทำให้คุณรักเมืองที่คุณอยู่ รักตัวเองมากขึ้นด้วยการเปิดมุมมองและนำเสนอแนวทางการใช้ชีวิตอย่างสร้างสรรค์ และสร้างแรงบันดาลใจใหม่ๆ ในการใช้ชีวิต
Better Life. Better Living.
Max. file size: 64 MB.