PEOPLE

อยู่ใน COMFORT ZONE อย่างเข้าใจ ไม่ทำร้ายตัวเอง โดย ดุจดาว วัฒนปกรณ์

“ทำไมยังไม่เปลี่ยนงานซักที อยู่ใน Comfort Zone มากไปหรือเปล่า ?”
“เข้าสังคมบ้างสิ อยู่บ้านทั้งวัน Comfort ไปหรือเปล่า ?”
“ลองเปลี่ยนเมนูบ้างมะ กินแบบเดิมๆ ทุกวัน ไม่เบื่อหรอ ?”

ในสังคมที่เต็มไปด้วยเสียงที่ผลักให้คุณออกจากสิ่งที่เคยชิน สิ่งที่รู้สึกปลอดภัย สิ่งที่คุณวางใจที่สุด เหนื่อยไหม ต้องพยายามออกจาก Comfort Zone อย่างเขาว่า ? วันนี้เรานั่งคุยกับคุณ “ดุจดาว วัฒนปกรณ์” ผู้เชี่ยวชาญด้านการบำบัดจิตด้วยการเคลื่อนไหว (Dance Movement Psychotherapist) ที่พาเราค่อยๆ คิดไปในคำว่า Comfort Zone อย่างละเอียดถี่ถ้วน ว่าเราสูญเสียอะไรไปบ้างเมื่อก้าวขาออกไปจากความปลอดภัย และควรอยู่อย่างไรให้พอดี ? 

COMFORT ZONE คืออะไร สำคัญกับใจแค่ไหน ?

คุณดุจดาว :  สำหรับเราคำว่า Comfort Zone มันน่าจะเป็นพื้นที่ทั้งในเชิงกายภาพและในเชิงของจิตใจ หรืออาจเป็นพื้นที่ด้านอื่นๆ ของชีวิตเรา ที่เราอยู่แล้วเรารู้สึกปลอดภัยและสบายใจ มันเป็นได้ทั้ง สถานที่ เป็นบ้าน เป็นห้องนอน บางคนบ้านยังไม่ใช่ Comfort Zone ของตัวเอง ต้องเป็น “ห้องนอน” เราถึงจะเรียกว่า Comfort Zone  บางคนการเป็นพนักงานประจำนี่คือ Comfort Zone ไม่อยากเป็นหัวหน้าด้วย อยากให้มีคนสั่ง การได้ทำอย่างเดียวนี่แหละคือ Comfort Zone

มันคือความรู้สึกสบาย จนเรารู้สึกวางใจ เพราะเวลาเราดำเนินชีวิตไปเรื่อยๆ ขีวิตเรามันมีสิ่งที่เรียกว่า สิ่งมาตกกระทบกับใจเรา เราจึงสร้างกลไกป้องกันขึ้นมา ต้องคอยระแวดระวัง ต้องคอยเฝ้ามอง ในขณะที่เมื่อเรามีสิ่งที่เรียกว่า Comfort Zone แล้วเนี่ย เราสามารถลดเกราะหรือกลไกป้องกันตัวเหล่านั้น วางลงบ้าง จิตใจเราก็เบาลง

“COMFORT ZONE ทำให้เราได้ลดเกราะ
หรือลดกลไกป้องกันตัวเอง ทำให้เราได้วางสิ่งเหล่านั้นลงบ้าง”

ยิ่งออกจาก Comfort Zone ก็ยิ่งเก่งขึ้น จริงหรือ ? 

คุณดุจดาว :  มันจริง แต่มันไม่ได้จริงเสมอไป พูดแค่นั้นเราว่ามันไม่รัดกุมมากพอ แน่นอน การอยู่ใน Comfort Zone ทำให้เรารู้สึกวางใจ ทำให้ทักษะชีวิต และทักษะในการจัดการในเรื่องต่างๆ ไม่ค่อยได้ถูกฝึก เมื่อออกจาก Comfort Zone มันก็เหมือนมีบทเรียนใหม่ๆ คอยฝึกให้เราสร้างทักษะบางอย่าง ที่เราต้องจัดการ

แต่ไม่ได้แปลว่าเราจะต้องสร้างทักษะตลอดเวลา บางคนคิดว่าเราอยู่ใน Comfort Zone ไม่ได้เลย เพราะคนพูดว่าการอยู่ใน Comfort Zone ไม่ดี ซึ่งจริงๆ แล้ว Comfort Zone มันก็มีข้อดีของมันอยู่ ซึ่งถ้าอยากจะสร้างทักษะนอก Comfort Zone มันก็ต้องดูเป็นคนๆ ไป ว่าสัดส่วนมันจะต้องมากน้อยแค่ไหน เราไม่สามารถไปดูเพื่อนข้างบ้านแล้วเห็นเขาเปลี่ยนงานตลอดเลย เขาท้าทายตัวเองตลอดเลย แต่ฉันไม่ได้ทำแบบนั้น แต่สุดท้ายแล้วมันเป็นชีวิตของเรา ไม่จำเป็นต้องเร่งตัวเองจนกระทั่งเรารู้สึกไม่ปลอดภัย

“เงื่อนไขชีวิตจิตใจของแต่ละคนไม่เหมือนกัน
เพราะฉะนั้นเราต้องฟังเสียงตัวเองดีๆ”

ถ้าเราออกจาก Comfort Zone ตอนที่ใจเราแกว่ง เปราะบาง และสั่นคลอนมากๆ แทนที่เราจะได้ฝึกทักษะ มันกลับทำให้เราแย่ลง เราต้องประเมินตัวเอง มันมีความกดดันทางสังคมเยอะมาก ว่าต้องอย่างนั้นอย่างนี้ เห็นคนนั้นทำได้ เราก็คิดว่า เราก็น่าจะทำได้ แต่เงื่อนไขชีวิตจิตใจของแต่ละคนไม่เหมือนกัน เพราะฉะนั้นเราต้องฟังเสียงตัวเองดีๆ ว่า ตอนนี้ พร้อมไหม ประเมินก่อน ว่าท้าทายได้ แล้วอันตรายไหม บางทีไม่ต้องรีบก็ได้ ไม่พร้อมก็คือไม่พร้อม 

“ถ้าเราไม่มีสิ่งนี้มันจะทำให้รากฐานการจัดการอารมณ์ การจัดการความเครียด การตัดสินใจต่างๆ ในชีวิต ไม่หนักแน่นพอ เพราะว่าฐานของจิตใจมันแกว่ง”

ในสังคมที่ต้องเจอความท้าท้ายทุกวัน เราสูญเสียอะไรบ้าง เมื่อเราไม่มี Comfort Zone ? 

คุณดุจดาว : สูญเสียสุขภาพจิตที่ดีค่ะ (หัวเราะ) คนเราจะออกไปสู้รบปรบมือทุกวัน โดยไม่มีที่พึ่งพาทางใจไม่ได้ Comfort Zone นี้เป็นเหมือนสิ่งที่คนเมืองชอบมองข้าม แล้วจริงๆ ถ้าเราไม่มีสิ่งนี้ มันจะทำให้รากฐานการจัดการอารมณ์ การจัดการความเครียด การตัดสินใจต่างๆ ในชีวิต ไม่หนักแน่นพอ เพราะว่าฐานของจิตใจมันแกว่ง มันไม่ได้กลับมาคุยกับตัวเองแบบสงบๆ แบบตั้งใจ

สำหรับคนที่ไม่รู้สึกปลอดภัย ไม่มี Safe Zone ควรเริ่มสร้างจากอะไร ?

คุณดุจดาว : หาวิธีอะไรก็ได้ที่สบายกับตัวเองก่อน บางทีมันก็พูดง่าย แต่มันก็ทำยากเหมือนกันที่จะสบายกับตัวเอง อย่างเราเองเป็นคนที่ สิ่งที่เราเห็น สถานที่ สถาปัตยกรรม มีผลกับตัวเรามาก ชอบเอาตัวเองไปอยู่ใกล้ๆ ธรรมชาติ มันทำให้เรารู้สึกว่า เราเลือกสิ่งเหล่านี้มา เมื่อเราเห็นสิ่งแวดล้อมที่เราเลือก เราจะจำได้ว่าเราเป็นใคร อันนี้คือของเรา แต่บางคนเขาก็ไปออกกำลังกาย แล้วชอบตัวเองตอนออกกำลังกาย อันนี้ก็เป็น Comfort Zone ของเขา คือพอมันไม่มีคนอื่นแล้วเรามีโอกาสถามตัวเองจริงๆ ว่าเราชอบอะไร

แล้วถ้าเราไม่มี Comfort Zone ที่เป็นตัวคน เราก็สร้าง และพัฒนามันขึ้นมาได้ “เพื่อนก็มาจากการพัฒนาความสัมพันธ์” จากตอนแรกที่เราถามเขาว่า เธอๆ กินข้าวด้วยกันไหม แต่ระหว่างทางมันก็ต้องมีการยื่นน้ำใจให้กันและกัน รับฟังเรื่องของเขาบ้าง ตัดสินกันน้อยลงบ้าง สักพัก Comfort Zone ของเราหน้าตาก็จะเปลี่ยนไป

“บางทีในสมองเราก็ฟุ้งไปด้วยข้อมูลที่เราเอามาจากข้างนอก แต่พอเรากลับมาเห็นสิ่งที่เราเลือก เหมือนมัน เตือนเราว่า นี่ฉันเอง ใช่ๆ ฉันเป็นอย่างนี้ล่ะ”

สำหรับคุณดุจดาว ในบ้านต้องมีอะไรบ้าง ถึงจะเรียกว่าพื้นที่ปลอดภัย ? 

คุณดุจดาว : เราชอบที่ว่าง ที่ของเรา ที่ส่วนตัวที่เป็นมุมของเราคนเดียว เราจะมีโซนที่เป็นออฟฟิศอยู่ข้างบ้าน เป็นห้องที่เอาไว้ทำเคส แล้วก็ห้องที่มีโซฟา เอาไว้อ่านหนังสือ ถ้าเราต้องการจะคิดอะไร เราก็จะไปที่ห้องนั้น  มันรู้สึก Comfort มาก เพราะทุกอย่างทุกสิ่ง ที่วาง แปะ หรือติดอยู่นั่นเราเลือกเอง นี่คือ เราเราเราเราเรา มันรู้สึกภูมิใจ หรือจำได้ว่าเราเป็นใคร

“อยู่ในเมืองตลอดเวลาแล้วเราไม่ได้เอาร่างกายของเราไปอาบความสงบ อาบความเงียบ เราว่ามันไม่แฟร์กับร่างกายและใจเรา”

ความท้าทาย & พื้นที่ปลอดภัย อยู่อย่างไรให้สมดุล ?

คุณดุจดาว : มันมีความจำเป็นที่จะต้องตั้งใจจัดการมัน คือหมั่นเช็ก ว่าใน 1 เดือน เรามีโปรแกรมได้ไปต่างจังหวัดแล้วหรือยัง การอยู่ในเมืองตลอดเวลาแล้วเราไม่ได้เอาร่างกายของเราไปอาบความสงบ อาบความเงียบ เราว่ามันไม่แฟร์กับร่างกายและใจเรา เรามีเวลาออกกำลังกายรึยัง ? มีเวลาเจอเพื่อนบ้างไหม ? หย่อนกิจกรรมที่สร้าง Wellness ให้กับเราเอาไว้ด้วย

ไอดิโอ โมบิ สุขุมวิท 40 พื้นที่ปลอดภัยที่คิดมาแล้วเพื่อคนเมือง

สร้างสมดุลของการใช้ชีวิตผ่านพื้นที่ที่ทำให้คุณเป็นตัวของตัวเองกว่าที่เคย อย่าง ไอดิโอ โมบิ สุขุมวิท 40 หนึ่งในคอนโด LOW RISE จาก Ananda Development ที่สุดของความส่วนตัวท่ามกลางจังหวะเมือง ของย่านทองหล่อ-เอกมัย ให้คุณได้รีชาร์จเต็มที่จากความท้าทายในโลกภายนอก ด้วยพื้นที่ส่วนกลางที่ร่มรื่น คอร์ตยาร์ดสไตล์โมเดิร์น สระว่ายน้ำ 2 สระ ฟิตเนสและพื้นที่ส่วนกลางที่ร่มรื่น เนรมิตรพื้นที่ธรรมดาให้กลายเป็นโอเอซิสย่อมๆ เพื่อ Safe Zone ของคนเมืองทุกคน จองตอนนี้ อยู่ฟรี 1 ปี* เริ่มต้น 4.99 ล้าน* ผสานชีวิตเมืองกับธรรมชาติ ใจกลางสุขุมวิท 

ลงทะเบียนรับสิทธิ์ก่อนใคร : http://bit.ly/3b3al8d

Contributor

วันชนะ จิตต์การงาน

เกิดและโตในกรุงเทพฯ คิดจะเลิกรักเมืองนี้มาหลายรอบ แต่สุดท้ายก็กลับมาตายรังและพบว่าตัวเองไม่เหมาะจะอยู่ที่อื่นนอกจากที่นี่ ชอบ Silly Fools แต่รัก Radiohead