โกโก้ ถูกนำมาผลิตไฟฟ้าในไอวอรีโคสต์ - Urban Creature

โกโก้หนึ่งในผลไม้ที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในโลก กำลังเจอบทบาทใหม่นอกจากมอบรสชาติสุดล้ำลึกเป็นของขวัญแก่มวลมนุษย์ เพราะที่ไอวอรีโคสต์ ประเทศผลิตโกโก้รายใหญ่ที่สุดของโลก เป็นอุตสาหกรรมใหญ่ซึ่งหล่อเลี้ยงชีวิตประชากรที่ทำงานด้านนี้กว่า 6 ล้านคน หลังจากที่เติมพลังงานให้ผู้คนทั่วโลกมาอย่างยาวนาน โกโก้ กำลังจะเป็นต้นกำเนิดพลังงานที่จะขับเคลื่อนแดนงาช้างแห่งนี้ 

ไม่เหมือนกับข้าว ส้ม หรือแอปเปิล บางคนอาจจะนึกภาพต้นหรือโกโก้ไม่ออก ผู้บริโภคคุ้นเคยกับโกโก้ในฐานะเครื่องดื่ม ขนม ไอศกรีมรสโปรด ในฐานะผลิตภัณฑ์ที่แปรรูปมาแล้วและวางขายอยู่บนชั้นวางที่ซูเปอร์มาร์เก็ต จากผลสีเหลืองขนาดประมาณฝ่ามือมีแต่ ‘เมล็ดโกโก้’ ที่ถูกมองว่าเป็นทอง ส่วนที่เหลือคือตะกอนดินที่ทิ้งไปได้ในทันที ทำให้ปริมาณกากโกโก้เพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล 

แต่ของเหลือทิ้งเหล่านั้นกำลังจะเปลี่ยนสถานะเป็นขุมทรัพย์ทางด้านพลังงานหมุนเวียนของไอเวอรีโคสต์ หลังจากประสบผลสำเร็จในโครงการนำร่อง ไอวอรีโคสต์ จึงเริ่มเดินเครื่องในโรงงานชีวมวลที่ผลิตไฟฟ้าจากกากของโกโก้ ที่ตั้งอยู่ใน Divo นครเอกของการผลิตโกโก้ เป็นโรงไฟฟ้าที่ใหญ่ที่สุดในแอฟริกาตะวันตกซึ่งได้รับการสนับสนุนจากสหรัฐอเมริกา คาดว่าจะแล้วเสร็จในอีก 2 ปีข้างหน้า 

กากโกโก้เหล่านี้จะถูกนำไปเผาเพื่อผลิตไฟฟ้าให้กับกังหันลม ในลักษณะที่คล้ายกับเชื้อเพลิงฟอสซิลทั่วไป โดยโรงงานเพียงแห่งเดียวจะผลิตกำลังไฟได้เทียบเท่ากับความต้องการใช้งานของ 1.7 ล้านคน ผลิตไฟฟ้าได้เป็นจำนวน 46 – 70 เมกะวัตต์ต่อปี และผลการศึกษายังแสดงให้เห็นว่าสามารถลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ 4.5 ล้านตัน เมื่อเทียบการผลิตแบบดั้งเดิม 

เพิ่มพลังไฟฟ้า ลดก๊าซเรือนกระจก 

ไม่ต่างจากนานาประเทศทั่วโลกที่มีเป้าหมายลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ แม้จะเป็นประเทศที่ใช้พลังงานฟอสซิลเป็นหลัก ไอวอรีโคสต์หวังว่าพวกเขาจะเพิ่มการใช้พลังงานหมุนเวียนเป็น 42 เปอร์เซ็นต์ และลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกให้ได้ 28 เปอร์เซ็นต์ ภายในปี 2030 ซึ่งในประเทศที่ความต้องการพลังงานพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว นวัตกรรมอย่างกากโกโก้สร้างความแตกต่างได้ 

ในเมื่อขุมทรัพย์ด้านพลังงานกำลังถูกทิ้งอยู่ทั่วประเทศ ไอเวอรีโคสต์จึงลงทุนด้วยเงินเป็นจำนวนถึง 244 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อสร้างโรงงานอีก 9 แห่งทั่วประเทศ ตามพื้นที่ที่เป็นจุดภูมิศาสตร์ในการปลูกโกโก้ ที่มีวัตถุดิบรอไว้พร้อมอยู่แล้ว

นอกเหนือไปจากการเพิ่มกำลังผลิตพลังงานหมุนเวียนแล้ว ไอเวอรีโคสต์ยังหวังว่าการเปลี่ยนกากโกโก้ให้เป็นพลังงานไฟฟ้า จะช่วยให้ชีวิตความเป็นอยู่ของเกษตรกรกว่า 600,000 รายดีขึ้น เพราะในขณะที่ผู้คนทั่วโลกเอร็ดอร่อยกับช็อกโกแลตหลากชนิด ผู้ผลิตกว่าครึ่งหนึ่งมีรายได้อยู่ในระดับต่ำกว่าเส้นความยากจน และหันไปปลูกพืชอย่างอื่น เนื่องจากปริมาณโกโก้ล้นความต้องการของตลาด 

Fraciah เจ้าของไร่โกโก้ที่กินพื้นที่ 14 เอเคอร์ บอกว่าโรงงานผลิตไฟฟ้าชีวมวลจากกากโกโก้จะเพิ่มรายได้ให้กับเธอ และเป็นแรงบันดาลใจให้เธอผลิตโกโก้ต่อไป ซึ่งนอกจากโรงงานผลิตไฟฟ้าแล้ว รัฐบาลไอเวอรีโคสต์ยังจัดตั้งให้มีสหกรณ์ชุมชนสำหรับเกษตรกรผู้ผลิตโกโก้ เพื่อเพิ่มความสามารถในการเข้าถึงเงินกู้ หรือรับเงินปันผลเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น 

โลกร้อนอาจทำให้อดกินโกโก้ 

ธุรกิจโกโก้กำลังได้รับผลกระทบอย่างหนักจากภาวะโลกร้อน โกโก้เป็นพืชเขตร้อนที่มีความอ่อนไหวต่ออุณหภูมิและความชื้นเป็นพิเศษ เป็นพืชที่จำเป็นต้องอาศัยลักษณะจำเพาะทางภูมิประเทศในการเจริญเติบโตค่อนข้างมาก เช่น ต้องปลูกในพื้นที่ 20 องศาเหนือและใต้เส้นศูนย์สูตร ที่มีฝนตกชุกตลอดปี และมีความชื้นสูง

อุณหภูมิเฉลี่ยของโลกที่จะเพิ่มขึ้นประมาณ 2.1 องศาฯ ภายใน 30 ปี ข้างหน้า จะทำให้พื้นที่เพาะปลูกเดิมไม่เหมาะกับโกโก้อีกต่อไป และต้องปลูกในพื้นที่สูงกว่า 1,000 ฟุต เหนือระดับน้ำทะเลเท่านั้น ในฐานะประเทศที่มีโกโก้ และภาคการเกษตรเป็นตัวนำ ไอวอรีโคสต์จึงให้ความสำคัญอย่างมากกับพลังงานทางเลือก 

นอกจากข้อดีในแง่สิ่งแวดล้อม การนำกากโกโก้มาใช้ในการผลิตไฟฟ้าไม่ได้หมายถึงไฟฟ้าเข้าถึงทุกพื้นที่มากขึ้น แต่ยังเป็นการเพิ่มห่วงโซ่มูลค่าให้กับการผลิตโกโก้ นอกเหนือจากผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจอื่นๆ Mohamed Adow ผู้ก่อตั้ง Powershift Africa สถาบันคลังสมอง (Think Tank) ที่ทำการศึกษาด้านพลังงาน คาดว่าจะมีตำแหน่งงานเพิ่มขึ้นอีกมากจากโครงการนี้ 

อย่างไรก็ตามไอเวอรีโคสต์ไม่ได้เป็นประเทศเดียวที่มองของเหลือใช้เป็นขุมทรัพย์ด้านพลังงานในอนาคต เมื่อประเทศคู่แข่งด้านการผลิตโกโก้อย่างกานา ได้นำเปลือกโกโก้มาผลิตไฟฟ้าในระดับชุมชนมาแล้วตั้งแต่ปี 2019 จากงานวิจัยของมหาวิทยาลัยนอตติงแฮม ในสหราชอาณาจักรที่พัฒนาเครื่องกำเนิดไฟฟ้าขนาดเล็ก 5KW ที่ใช้เชื้อเพลิงจากเปลือกโกโก้ทั้งหมด เพราะต้องการนำไฟฟ้าเข้าสู่พื้นที่ชนบทในกานาที่ประชาชนเกินครึ่งใช้ชีวิตประจำวันโดยปราศจากไฟฟ้า

Sources :
The powerful new use for cocoa
Using cocoa husks to create power in Ghana

Graphic Designer

SEND YOUR STORY

REQUEST INTERVIEW

ติดตามอ่าน “Urban Creature”
นิตยสารออนไลน์ที่จะทำให้คุณรักเมืองที่คุณอยู่ รักตัวเองมากขึ้นด้วยการเปิดมุมมองและนำเสนอแนวทางการใช้ชีวิตอย่างสร้างสรรค์ และสร้างแรงบันดาลใจใหม่ๆ ในการใช้ชีวิต
Better Life. Better Living.
Max. file size: 64 MB.