จากแดนอีสาน บ้านเกิดเมืองนอน

มาเล่นละคร บทชีวิตหนัก

จากพ่อแม่มา พบพาคนไม่รู้จัก

จากคนที่รัก จำลามาหางานทำ

จากท่อนหนึ่งของเพลงลูกทุ่งชื่อดังลอยแว่วมาจากร้านส้มตำข้างออฟฟิศ ที่พอได้ยินแล้วก็เหมือนโดนเนื้อเพลงกระแทกกลางใจ เพราะแม้แต่เพลงเล่นจบไปนานแล้ว แต่คำถามที่ว่า “นานเท่าไหร่แล้ว ที่เราไม่ได้กลับบ้าน” ยังคงดังก้องอยู่ในหัวไม่ไปไหน

เพราะความจำเป็นของชีวิตที่ทำให้บางคนต้องดิ้นรนออกจากบ้านเข้ามาทำงานในเมืองใหญ่ และเมื่อชีวิตต้องอยู่ไกลบ้าน “เทศกาลวันหยุด” จึงเป็นเหมือนช่วงนาทีทองของใครหลายคน ที่ต่อให้ต้องนั่งอัดอยู่บนรถกับคนเป็นสิบ หรือเบียดเสียดกับรถคันอื่นๆ บนท้องถนนก็ยอม เพียงเพื่อจะได้กลับบ้านแม้เป็นช่วงเวลาสั้นๆ ไม่กี่วัน แต่แค่นั้นก็สุดแสนมีค่าสำหรับคนจากบ้านมานาน

“ที่คิดถึงบ้าน” ไม่ใช่เพราะ ความใหญ่โตโอฬารหรือความสวยงาม แต่เพราะมันเป็นศูนย์รวมความอบอุ่นจากคนในครอบครัวต่างหาก ที่ทำให้บ้านเป็นสถานที่ที่เราอยากกลับไป

ก่อนจะเข้าเรื่องขอแนะนำตัวเองสักนิด เราเป็นหญิงสาวผิวขาว รูปร่างสูงแต่ไม่ค่อยโปร่งเท่าไร อายุอานามประมาณ 25 ปี มาจากอำเภอหนึ่งที่แสนห่างไกลในจังหวัดกาฬสินธุ์ เป็นหนึ่งในอีกหลายล้านคนที่ตัดสินใจก้าวออกจากบ้านมาทำงาน ใช้ชีวิต ค้นหาตัวเอง เรียนรู้สิ่งใหม่ในเมืองใหญ่แห่งนี้ และถึงแม้จะทะนงว่าตัวเองเข้มแข็งหรือแข็งแกร่งแค่ไหน แต่คนเรามันก็ต้องมีช่วงเวลาอ่อนแอ เหนื่อยล้า อยากพักกลับบ้านไปพักกาย พักใจ ดังนั้นเราจึงตัดสินใจใช้วันหยุดสุดท้ายของปี กลับบ้านไปปล่อยความคิดถึง กอดคนที่บ้านให้หนำใจ

| สมรภูมิรบหมอชิต

“ปีใหม่” ที่เพิ่งผ่านไปได้เชื่อว่าหลายคนใช้ช่วงโอกาสนี้กลับไปเยี่ยมบ้าน ชาร์จแบต เติมพลัง ให้กับทั้งตัวเองและครอบครัว แน่นอนว่าเราเองก็เช่นกัน แต่การเดินทางกลับบ้านของเราอาจจะลำบากสักนิด เพราะบ้านนาคู อำเภอนาคู จังหวัดกาฬสินธุ์นั้นไม่มีสนามบิน เส้นทางรถไฟก็ไม่ผ่าน มีเพียงรถทัวร์สายเดียวที่ถึงหน้าบ้าน ทำให้เราต้องไปแย่งชิงตั๋วรถทัวร์กับคนนับพันเพื่อกลับบ้านช่วงเทศกาล

20.10 น. คือเวลาที่รถจะออกจากหมอชิต และดูจากการจราจรเดาว่าอาจจะต้องใช้เวลาเดินทางนานขึ้นกว่าเดิมในครั้งนี้ แต่เชื่อเถอะ ในตอนนั้นความสุขที่จะได้กลับบ้านมันล้นอกล้นใจ จนไม่สนใจหรือหงุดหงิดกับเรื่องเล็กๆ น้อยๆ เลย

| “ผูกแขน เอิ้นขวัญ” มาเด้อขวัญเอย…

“…ฮ้ายกวาดหนี ฮ้ายกวาดหนี ดีกวาดเข้า ดีกวาดเข้า มาเด้อขวัญเอย ขวัญอยู่ไฮกะให้มา ขวัญอยู่นากะให้ฮอด มาอยู่เฮือนอยู่ซาน นอนหลับให้ได้เงินหมึ่น นอนตื่นให้ได้เงินแสน โชคร้ายอย่ามาพาน มารร้ายอย่ามาใกล้ ความเจ็บอย่าให้ได้ ความไข้อย่าไห้มี เด้อออ…”

เมื่อกลับถึงบ้านมา ลูกหลานก็จะมานั่งล้อมวงเตรียมทำพิธีเอิ้นขวัญ ประเพณีสำคัญคู่บ้านคู่เมืองของชาวอีสาน “ผูกแขน เอิ้นขวัญ” หรือ “พิธีบายศรีสู่ขวัญ” เป็นพิธีกรรมที่ไว้ใช้เรียกขวัญและสร้างกำลังใจ ให้กับผู้ที่จากบ้านไปไกลเป็นเวลานานหรือจะเดินทางไกล รวมถึงผู้ที่เพิ่งหายป่วยไข้ ตลอดจนเป็นการแสดงความยินดีที่ได้เลื่อนขั้นเลื่อนตำแหน่ง และเป็นพิธีที่ใช้ต้อนรับแขกผู้มาเยี่ยมเยือนเราได้อีกด้วย

หลังจากจบพิธีผูกข้อไม้ข้อมือ รับพรจากพ่อเฒ่าแม่เฒ่าแล้ว ก็เป็นอันเข้าใจตรงกันว่าลูกหลานทุกคนได้กลับมาถึง “บ้าน” ทั้งกายและใจเป็นที่เรียบร้อย นั้นหมายความว่าต่อไปนี้จะมีแต่ช่วงเวลาดีๆ ที่รอเราอยู่

| “อาหารของแม่” นอกจากอิ่มท้อง แล้วยังอิ่มใจ

ทุกครั้งที่รู้ว่าจะกลับบ้าน แม่จะโทรมาถามก่อนเสมอว่าอยากกินอะไร เราก็จะลิสต์เมนูที่อยากกินไว้ยาวเหยียด ส่วนใหญ่ก็เป็นอาหารอีสาน ไม่ว่าจะเป็น แกงขี้เหล็ก, แกงผักหวานใส่ไข่มดแดง, แกงหน่อไม้, น้ำพริกผักลวก ที่จริงมันก็คืออาหารเมนูธรรมดาที่หาทานได้ทั่วไป แต่เคยได้ยินไหมว่า “อาหารจะอร่อยไม่อร่อยไม่ได้ขึ้นอยู่กับว่ากินกับอะไร แต่อยู่ที่ว่าเรากินกับใคร”

ตกเย็นของวันเคาท์ดาวน์หลายบ้านก็เริ่ม ครึกครื้น ทั้งเสียงเพลง เสียงร้อง เปิดเพลง กินเลี้ยงสังสรรค์สนุกสนานเต็มที่ แต่สำหรับบ้านเราปีนี้ต้อนรับปีใหม่ด้วยเมนูหมูๆ อย่าง “หมูกระทะ” เมนูสุดป๊อปในช่วงเทศกาล ต่อด้วยนั่งเล่นรอบกองไฟ อำลาค่ำคืนสุดท้ายของปีเก่าด้วยการพูดคุยเก็บตกเรื่องราวต่างๆ ในปีที่ผ่านมา พร้อมอาหารว่างยอดฮิตของเด็กบ้านนอก อย่าง “ข้าวจี่” ที่ถูกปิ้งมาเสิร์ฟไม่ขาดสาย

| บรรยากาศพาให้ลำลึกความหลัง

“ ถ้าย้อนเวลากลับไปเป็นเด็กได้อีกครั้งก็คงจะดี”

ถ้าถามว่าชอบกลับบ้านช่วงเทศกาลไหนมากที่สุด ก็คงตอบว่า “ปีใหม่” นี้แหละ เพราะนอกจากจะได้หยุดยาวหลายวันแล้ว กลับไปก็จะได้เจอกับอากาศที่สดชื่นเย็นสบายของช่วงปลายฤดูหนาว กับท้องฟ้าสีสดใสตัดกับนาผืนใหญ่ที่ถูกแต่งแต้มด้วยสีเหลืองทองของต้นข้าว ที่เห็นแล้วหวนระลึกถึงบรรยากาศเก่าๆ สมัยยังเป็นเด็กที่มาวิ่งเล่นตามท้องนา สนุกไปกับการหาปูหาปลา และพาวัวควายออกกินหญ้ารับสายลม

การกลับบ้านมันให้ประโยชน์กับเรามากเลยนะ ให้พลังดีๆ ไอเดียดีๆ เหมือนได้รีเฟรชตัวเองทั้งร่างกายและจิตใจ พร้อมที่จะกลับไปสู้กับงานอีกครั้ง ถ้าตอนนี้ใครที่เหนื่อยมากๆ ลองพาตัวเองออกไปสถานที่ใหม่ๆ หรือจะเลือกกลับบ้านไปเติมพลัง สร้างรอยยิ้มให้กับตัวเองแบบเราก็ได้

 

Facebook Comments