เมื่อพูดถึง ‘ทองหล่อ’ หลายคนอาจจะนึกถึงแหล่งปาร์ตี้แฮงเอ้าท์ สถานที่สำหรับแลกเปลี่ยนเรื่องราวและประสบการณ์ผ่านน้ำเมายามค่ำคืนที่มีแสง สี เสียง รวมถึงบรรยากาศที่เต็มไปด้วยสีสันจัดจ้านแบบ Night Life เรารู้กันดีว่าชีวิตกลางคืนของทองหล่อมีชีวิตชีวาอย่างมาก แต่ชีวิตหลังพระอาทิตย์ขึ้นในย่านทองหล่อจะเปลี่ยนแปลงไปมากแค่ไหนกัน ?

ถึงแม้ช่วงตะวันตกดินไปแล้ว ทองหล่อจะเต็มไปด้วยผู้คนที่หลั่งไหลเข้ามาจากทั่วทุกสารทิศ แต่ในช่วงกลางวันเรากลับเห็นทองหล่อคล้ายทะเลที่เกือบสงบ มีเพียงคลื่นจากผู้คนที่ใช้ชีวิตเร่งรีบ และจดจ่ออยู่กับการทำงานเท่านั้น  จนเราแอบคิดว่า ‘นี่ใช่ทองหล่อเดียวกันกับตอนกลางคืนหรือเปล่านะ’

ถนนสุขุมวิท 55 หรือที่รู้จักในชื่อ ‘ทองหล่อ’ หนึ่งในย่านที่จัดว่าเป็นสถานที่สำหรับแฮงเอ้าท์โดยเฉพาะ ตั้งขึ้นตามชื่อของ ‘พล.ร.ต. ทหาร ขำหิรัญ’ ที่มีชื่อเดิมว่า ‘ทองหล่อ ขำหิรัญ’ หนึ่งในสมาชิกคณะราษฎร ซึ่งซอยทองหล่อเองมีทั้งที่พักอาศัย ร้านอาหาร และศูนย์การค้า ที่เป็นสิ่งอำนวยความสะดวก และตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนเมืองอย่างดีเยี่ยม

เราเริ่มเรื่องราวยามพระอาทิตย์ส่องแสงด้วยการจราจรบนท้องถนน นับเป็นเรื่องแปลกใจอย่างหนึ่งเกี่ยวกับปริมาณรถในยามเช้าที่ดูโล่งจนผิดตา ซึ่งแตกต่างจากช่วงพลบค่ำที่ละลานไปด้วยรถมากมายอย่างเห็นได้ชัด

ขณะที่สองเท้าเดินทอดน่องเข้าสู่ถนนสุขุมวิท 55 บรรยากาศทั้งสองฟากถนนมีทั้งตึกแถวเก่า คอนโดมิเนียมที่กำลังสร้าง ร้านอาหาร รวมถึงร้านกาแฟและเบเกอรีที่ขึ้นสลับกันไป ช่วงต้นซอยทองหล่อเราจะเห็นแผงลอยขายอาหารที่ราคาไม่แพงจนเกินเอื้อมชุกชุมอยู่บริเวณทางลงสถานีรถไฟฟ้า เมื่อเดินตรงเข้ามาเรื่อยๆ จะเริ่มเห็นร้านกาแฟและเบเกอรี เปิดรองรับพนักงานออฟฟิศในยามเช้าที่ต้องการขนมสักชิ้นและเครื่องดื่มสักแก้วเพื่อเติมคาเฟอีนให้กับร่างกายก่อนเริ่มทำงาน

สังเกตได้ว่าย่านทองหล่อมีร้านอาหารญี่ปุ่นแทบตลอดทั้งสาย อาจเป็นเพราะคนญี่ปุ่นอาศัยอยู่ในย่านนี้เป็นจำนวนมาก ซึ่งการตกแต่งแต่ละร้านมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว นอกจากนั้นยังมีร้านสปา ร้านเสื้อผ้า ร้านเสริมความงาม ที่สามารถพบได้เช่นกัน

“ส่วนมากทองหล่อตอนกลางวันคนไม่เยอะเท่าไหร่หรอก มีแต่หนุ่มสาวออฟฟิศเสียมากกว่า ตอนกลางคืนถึงจะคึกคัก” ชายเจ้าของร้าน ‘ผู้ชายขายน้ำ’ กล่าว

ถ้าให้พูดว่าบริเวณไหนที่ดูเงียบเหงามากที่สุดก็คงไม่พ้นซอย “ทองหล่อ 10” ที่ขึ้นชื่อว่าเป็นแหล่งเที่ยวกลางคืนที่หนุ่มสาวจะนัดพบปะสังสรรค์กัน บรรยากาศในตอนกลางวันนั้นเงียบสงบซึ่งผิดกับบริเวณอื่นๆ ในทองหล่อ ที่ยังคงมีผู้คนแวะเวียนเข้าไปอยู่บ้าง

ซึ่งเหตุผลที่มันเงียบมากขนาดนี้ก็คงไม่พ้นคำว่า ‘ยังไม่เปิดให้บริการ’ นั่นแหละ เวลาที่เฝ้ามองบรรยากาศที่ไร้แสง สี เสียงของทองหล่อ 10 ก็ดูวังเวงอยู่สักเล็กน้อย แต่ก็ดูแปลกตาอย่างที่ไม่เคยเห็นมาก่อน เสมือนว่าช่วงที่ฟ้าสว่างคือเวลานอนพักผ่อนก่อนที่จะเริ่มเปิดประตูต้อนรับผู้มาเยือนในยามค่ำคืน

ช่วงเวลา 6 โมงเย็น เป็นช่วงที่รถเริ่มสัญจรกันอย่างคับคั่งทั้งขาเข้าและขาออก บ้างก็แยกย้ายกลับไปพักผ่อนที่บ้าน บ้างก็เข้าคอมมูนิตี้มอลล์เพื่อหาอาหารทานรองท้อง หรือรวมพลนัดสังสรรค์กับพ้องเพื่อนต่อ ใช้เวลาไม่นานนักก่อนที่บรรยากาศเมืองร้างของทองหล่อจะเริ่มครึกครื้นมากขึ้น เสียงบทสนทนา ดนตรี และแก้วเหล้ากระทบกันดังขวักไขว่ เป็นสัญญาณบ่งบอกว่า “ชีวิตกลางคืนในย่านทองหล่อกำลังเริ่มต้นขึ้นแล้ว”

ถึงแม้ว่าชีวิตยามราตรีของถนนสุขุมวิท 55 จะดำเนินต่อไปเรื่อย ๆ ผู้คนดื่มด่ำและสนุกสนานกับการสังสรรค์อยู่ไม่น้อย แต่สุดท้ายแล้วงานเลี้ยงย่อมมีวันเลิกรา ทันทีที่เข็มนาฬิกาเริ่มเข้าสู่เลข 3 ย่านแห่งนี้กำลังเตรียมตัวเข้าสู่ความสงบอีกครั้ง และเมื่อแสงสว่างจากพระอาทิตย์เข้ามาแทนที่ความมืด ชีวิตไนท์ไลฟ์ก็คงต้องถึงเวลาพักผ่อน ปล่อยให้ทองหล่อในยามฟ้าสว่างทำหน้าที่อีกครั้ง หมุนวนไปเช่นนี้ไปไม่รู้จบ

 

 

 

 

Facebook Comments