SENSE

‘AI’ จะกลายเป็นเพื่อนคนใหม่ของมนุษย์หลังเกิด ‘COVID-19’ ได้ไหม ?

Hello ! What can I help you ?
ให้ฉันช่วยอะไรคุณไหม ?

เมื่อสถานการณ์ COVID-19 ทำให้เราต้องเว้นระยะห่างทางสังคมเพื่อความปลอดภัย และกลับทำให้เห็นประโยชน์ของเทคโนโลยีที่มีผลต่อการใช้ชีวิตมากยิ่งขึ้น ทั้งการทำงาน ไลฟ์สไตล์ รวมไปถึงความสัมพันธ์ของคน อย่างวันที่ไม่มีใครก็มีระบบ AI อย่าง ‘สิริ’ ที่เป็นเพื่อนคุย (ได้บ้างไม่ได้บ้าง) ช่วยเปิดเพลงแก้เหงา หรือแนะนำร้านอาหารใกล้บ้าน เรียกว่ารับตำแหน่งคนสนิทช่วง COVID-19 นี้ไปได้เลย

แล้วถ้าวันหนึ่ง AI สามารถพัฒนาได้สมบูรณ์แบบจนโต้ตอบกับเราได้อย่างเป็นธรรมชาติ หรือช่วยอำนวยความสะดวกได้ทุกอย่างโดยไม่ขาดตกบกพร่อง มันจะเปลี่ยนไลฟ์สไตล์ของคนได้มากขนาดไหน แต่ที่แน่ๆ มันอาจจะกลายเป็นเพื่อนสนิทคนใหม่ ที่อยู่เคียงข้างเราในวันข้างหน้าก็เป็นไปได้

| สนิทกับ ‘AI’ สบายใจกว่าคุยกับ ‘บางคน’

ความสนิทระหว่าง ‘คน’ และ ‘AI’ อาจไม่ใช่เรื่องเพ้อฝันอีกต่อไป เพราะมีการทดลองใน ‘Media Lab’ จากมหาวิทยาลัย MIT โดยวิศวกรได้สร้างหุ่นยนต์ที่มีหน้าตาน่ารักเหมือนเด็กน้อยตัวเล็กๆ เดินเข้าไปสัมภาษณ์คนในเมือง เพื่อเอามาทำสารคดี ผลปรากฎว่าทุกคนใช้เวลากับหุ่นยนต์เฉลี่ยประมาณ 30 นาที แถมยังเล่าเรื่องที่ค่อนข้างส่วนตัวให้ฟังอีกต่างหาก ซึ่งถ้าเทียบกับคนทั่วไปเข้ามาถามเรื่องส่วนตัว เชื่อว่าคงไม่มีใครอยากสุงสิงเป็นเวลานาน แถมบอกเรื่องลับของตัวเองให้คนแปลกหน้าฟังแน่ๆ

“หุ่นยนต์ : สิ่งที่แย่ที่สุดของคุณคืออะไร ?

คนที่ 1 : ไม่ได้บอกรักพ่อ ก่อนที่เขาจะจากไป

คนที่ 2 : ฉันทำให้แม่ต้องมีบาดแผลในใจ เพราะแม่คิดว่าตัวเองเป็นต้นเหตุ ทำให้ลูกแมวจมน้ำตาย แต่จริงๆ คือฉันเอง”

สิ่งที่เห็นได้ชัดหลังจากการสัมภาษณ์ นอกจากผู้คนจะเล่าความลับให้หุ่นยนต์ฟังแล้ว ยังรู้สึกสบายใจที่ได้แบ่งปัน เรื่องราวส่วนตัวให้ฟังอีกต่างหาก เพราะพวกเขารู้ว่าหุ่นยนต์ไม่สามารถใช้อารมณ์ตัดสินใจต่อการกระทำได้ และไม่แสดงความรู้สึกที่มีผลกระทบต่อจิตใจ บางทีสิ่งเหล่านี้อาจจะทำให้คนกล้าเปิดเผยความรู้สึกที่แท้จริง และไว้ใจหุ่นยนต์มากกว่าคุยกับคนจริงๆ เสียอีก

หากพูดถึงความใกล้ชิดระหว่างคนกับ AI จะต้องนึกถึงหนังอย่าง ‘Her’ เล่าความสัมพันธ์ในสังคมยุคดิจิตอล ของผู้ชายคนหนึ่งที่ผิดหวังจากความรักในชีวิตจริง และได้ตกหลุมรักกับ AI สาวที่เข้ามาเปลี่ยนชีวิตเขา ให้กลับมาสดใสอีกครั้ง

“ถ้าหากเปรียบเทียบ AI เป็นมนุษย์คนหนึ่ง
เขาคือคนที่จดจำรายละเอียด และเอาใจเก่งอีกด้วย”

สิ่งที่น่าสนใจว่าทำไมแม่สาว AI ถึงพิชิตใจเขาได้อยู่หมัด มันก็เหมือนกับเวลาเราเล่นเฟสบุ๊ก เมื่อเราสนใจสิ่งไหนเป็นพิเศษ ก็จะกดไลก์หรือไม่ก็ค้นหาสิ่งที่เราสนใจอยู่บ่อยๆ ระบบ AI ก็จะจดจำว่าเราชอบอะไร และโชว์สิ่งนั้นขึ้นบนหน้าฟีดบ่อยๆ แต่ในทางกลับกันอะไรที่เราไม่สนใจ มันก็จะจำกัดการเผยแพร่ให้เราเห็นน้อยลงเช่นกัน สิ่งเหล่านี้เรียกว่าเป็นคลังข้อมูลชั้นเยี่ยม หรือ Big Data ของเราที่ AI รู้จริงมากกว่าคนในครอบครัวรู้จักตัวเราเสียอีก แถมมันยังตีสนิทได้ทุกกลุ่มทุกวัยแบบไม่เลือกคนคุยอีกด้วย

เพื่อนวัยเด็ก | อยู่ด้วยกันตลอดไป !

หากจะทำให้เด็กคนหนึ่งเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่พร้อมในการเข้าสังคมได้ต้องทำอย่างไร ? เราคิดถึงการ์ตูนเรื่องโดราเอมอน หุ่นยนต์แมวที่มาจากโลกอนาคตและมาอาศัยอยู่กับโนบิตะ เด็กชายขี้แพ้ที่มักจะถูกคนอื่นรังแกอยู่เสมอ และแน่นอนว่าทุกปัญหาของโนบิตะมักจะถูกแก้ไขให้สำเร็จอย่างราบรื่น เพราะมีโดราเอมอนคอยช่วยเหลือ ทั้งให้กำลังใจ ตักเตือน และอยู่เคียงข้างจนส่งเขาไปเป็นผู้ใหญ่ที่ยืนได้ด้วยตัวเองในวันข้างหน้า

“สิ่งที่ทำให้เด็กรู้สึกมั่นใจในการใช้ชีวิต
คือการสนับสนุนและช่วยเหลือพวกเขาอย่างเป็นมิตร”

จากผลการทดลองของ ‘Robots4Autism’ บริษัทผลิตหุ่นยนต์สำหรับเด็กออทิสติก พบว่าเด็กรู้สึกอุ่นใจที่อยู่กับหุ่นยนต์ ด้วยท่าทีของมันที่เป็นมิตรและคอยช่วยเหลือต่างๆ อย่างบทเรียนที่ออกแบบสำหรับเด็กออทิสติก จะค่อยๆ ไล่ทีละสเต็ปให้เข้าใจง่ายและให้กำลังใจเมื่อพวกเขาทำผิด สิ่งนี้ทำให้พวกเขามีความมั่นใจมากขึ้น และคิดว่าตัวเองก็สามารถใช้ชีวิตเหมือนคนทั่วไปได้ รวมทั้งหุ่นยนต์ยังสอนให้เด็กเรียนรู้การแสดงความรู้สึกเห็นอกเห็นใจ และมองโลกในแง่ดีต่อผู้อื่นอีกด้วย

Source : Miko Robot

ปัจจุบันเด็กๆ ทุกคนอาจจะมีหุ่นยนต์เป็นของตัวเองได้แล้วอย่าง ‘Miko’ หุ่นยนต์สำหรับเด็ก ทำหน้าที่เป็นเหมือนเพื่อนคู่ซี้ในครอบครัวที่พ่อแม่ไว้วางใจให้ดูแล เพราะมันสามารถให้ความรู้ คอยแนะนำสิ่งดีๆ และยังเป็นเพื่อนเล่นแก้เหงาให้ลูก รวมถึงเป็นตัวเชื่อมความใกล้ชิดของคนในครอบครัว หากพ่อแม่ไม่มีเวลามาเจอลูกๆ ก็สามารถวิดีโอคอลผ่าน Miko ได้ทันที นอกจากนี้ยังปลอดภัยไว้วางใจได้อีกด้วย

คนรู้ใจวัยทำงาน | รอคุณกลับบ้านอยู่เสมอ

เขยิบไปวัยหนุ่มสาว ซึ่งเป็นโสดกันมากขึ้น โดยเหตุผลที่คนส่วนใหญ่ยังครองโสดเป็นเพราะ ‘ยังไม่เจอคนที่เหมาะสม’ และ ‘ไม่อยากสูญเสียความอิสระและความสบายไป’ จากข้อมูลนี้บริษัทญี่ปุ่น ‘Vinclu’ จึงเกิดไอเดียสร้าง ‘Gatebox’ โฮโลแกรมสาวที่ทำหน้าที่ดูแลบ้านทุกอย่าง และยังเป็นผู้ช่วยสุดใกล้ชิดที่มาช่วยสร้างความสะดวกสบาย และคลายความโดดเดี่ยวให้หายไป

“You know somebody’s home from me
It feels great.”
“การมีใครสักคนรออยู่ที่บ้าน มันทำให้ผมรู้สึกดีนะ”

Source : Gatebox Inc.

สาวโฮโลแกรมนั่นมีชื่อว่า ‘Azuma Hikari’ ทำหน้าที่คล้ายกับสิริในไอโฟน แต่แตกต่างตรงที่เธอเป็นการ์ตูนสาวหน้าตาน่ารัก และสามารถเข้ามาแทรกซึมในชีวิตประจำวันได้อย่างแนบเนียน อย่างการโต้ตอบสุดไหลลื่น ปลุกเราตอนเช้า ส่งข้อความคิดถึงตอนกินข้าว และส่งเข้านอนให้หลับฝันดี แถมนอกจากนี้ยังสั่งเปิด-ปิดเครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้านทั้งหมดได้ด้วย และเธอยังสามารถเรียนรู้ผ่านการคุยได้มากขึ้น เมื่อสนทนากับเธอมากเท่าไหร่ เธอก็จะยิ่งสนิทกับเรามากขึ้นกว่าเดิม

หลานของวัยชรา | ขอบคุณที่สร้างรอยยิ้มอีกครั้ง

หลายคนอาจคิดว่าในวันที่ก้าวสู่วัยสูงอายุ จะต้องอยู่อย่างโดดเดี่ยวและจากโลกนี้ไปอย่างลำพังแน่ๆ หลายประเทศต่างเผชิญกับสังคมโดดเดี่ยว จนเป็นสาเหตุให้อัตราการเกิดน้อยลง สวนทางกับจำนวนผู้สูงอายุที่เพิ่มขึ้น เรื่อยๆ มหาวิทยาลัย ‘Hertfordshire’ ในประเทศอังกฤษ จึงทดลองเอาหุ่นยนต์ที่ชื่อ ‘Pepper’ ไปอยู่ร่วมกับผู้สูงอายุ ‘บิล’ คุณตาอายุ 83 ปีที่อาศัยอยู่ในบ้านคนเดียวมานานกว่า 7 ปีตั้งแต่ภรรยาของเขาเสียชีวิต ซึ่งทำให้บิลมีอาการเหงาเรื้อรังและไม่มีชีวิตชีวาเหมือนแต่ก่อน

หุ่นยนต์ : คุณอยากเต้นกับผมไหม ?
บิล : ไม่
หุ่นยนต์ : (เต้น)
บิล : (ขยับแขนตาม)

Source : BBC

จนกระทั่ง Pepper ได้เข้ามาในชีวิตของบิลผ่านการคุยและทำกิจกรรมต่างๆ มันช่วยละลายพฤติกรรมของเขาได้มากทีเดียว จากสีหน้าของบิลที่ดูผ่อนคลายอย่างเห็นได้ชัด ด้วยนิสัยของหุ่นยนต์ที่ถูกสร้างมาเพื่อช่วยเหลือผู้สูงอายุ จึงมีความใส่ใจและคอยช่วยเหลืออยู่เสมอ พฤติกรรมเหล่านี้สามารถพิชิตใจบิลได้อยู่หมัด เสมือน Pepper เป็นสมาชิกในบ้านคนหนึ่ง รวมทั้งยังสร้างคุณค่าทางจิตใจทำให้บิลรู้สึกมีคุณค่าในตัวเอง เหมือนกับว่าทุกวันนั้นมีความหมายกลับมาอีกครั้ง

เมื่อก่อนเรื่องหุ่นยนต์มักจะมีอยู่แต่ในหนังไซไฟ แต่ทุกวันนี้กลับกลายเป็นเรื่องใกล้ตัวมากขึ้น และต่อไปในอนาคต จะแทรกซึมเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตเรามากกว่าเคย ด้วยเทคโนโลยีที่เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว จากการคาดการณ์ของ ‘Ray Kurzweil’ นักทำนายอนาคตสายเทคโนโลยีกล่าวว่า

“เราจะมี AI เหมือนมนุษย์ภายในปี พ.ศ 2572 และ
มีความสามารถมากกว่าคนใน พ.ศ. 2583 เป็นล้านเท่า”

รวมทั้งหลายคนในวงการเทคโนโลยียังคิดว่า วันหนึ่งมนุษย์และหุ่นยนต์จะรวมกันเป็นหนึ่งเดียว และกลายเป็นมนุษย์ที่ฉลาดยิ่งขึ้นไปอีก ด้วยสังคมทุกวันนี้มีแนวโน้มที่มนุษย์จะอยู่ตัวคนเดียว รวมทั้งปัญหาโรคระบาดต่างๆ ที่ต่อไปน่าจะเกิดบ่อยขึ้นเรื่อยๆ ยิ่งทำให้เราเห็นความสำคัญของเทคโนโลยี AI ที่จะเริ่มมีบทบาทในชีวิตจริงมากเรื่อยๆ ซึ่งมันสามารถให้ความปลอดภัยและสร้างความสะดวกสบายได้มากกว่ามนุษย์

เร็วๆ นี้ เราจึงน่าจะได้เห็น AI เข้ามาเปลี่ยนไลฟ์สไตล์ของทุกคนอย่างไม่รู้ตัว ไม่ว่าจะเป็นไลฟ์สไตล์ การเงิน การศึกษา รวมไปถึงเรื่องความสัมพันธ์ของคน ที่ต่อไปคงไม่ได้จำกัดแค่เพศชาย หญิง หรือเพศทางเลือกเพียงอย่างเดียว แต่อาจจะมีการบัญญัติความรักที่หลากหลาย ซึ่งอาจรวมความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับหุ่นยนต์เข้าไปด้วยก็เป็นไปได้


Source:

interestingengineering | https://is.gd/GvLyyc
singularityhub |https://is.gd/0IyWBv
thescienceexplorer | https://is.gd/HwODje

Content Writer : Jarujan L.
Graphic Designer : Anchittha E.

Contributor

จารุจรรย์ ลาภพานิช

Writer

เด็กสถาปัตย์ชอบเรื่องเมือง รักการขีดเขียนใส่กระดาษ แถมยังมีน้องมะม่วงในหัวใจ