จอร์แดน ดินแดนมหัศจรรย์ที่ถูกมองข้าม ตอนที่ 2

กลับมาตามคำสัญญาค่ะ ว่าคราวนี้เราจะพาไป Petra และ Dead Sea กัน เข้าวันที่ 3 ในจอร์แดน

Day 3 From Desert to the Rose City

วันนี้เราออกจาก Camp ประมาณ 8 โมง ขับรถผ่าน King’s Highway เส้นทางนี้คดเคี้ยวเล็กน้อย ผ่านไป 2 ชั่วโมงก็ถึงโรงแรมที่เราจะนอนกันคืนนี้ Mövenpick

โรงแรมนี้อยู่ตรงข้ามทางเข้า Petra เลย โรงแรมสวย สะดวกสบาย Recommend จริงๆ

Petra Day

วันนี้กว่าจะกินมื้อเที่ยงเสร็จ ก็ได้ไป Petra ตอนบ่ายโมงแล้ว เนื่องด้วยข่าวสถานการณ์บ้านเมืองเค้าไม่ค่อยดี ทำให้ทัวร์หลายๆ ประเทศ cancle trip กันหมด Petra ที่เราไปเลยสงบเงียบ ไร้ซึ่งนักท่องเที่ยวเช่นนี้

ทางเข้า Petra อาจต้องทนกับการเชิญชวนให้นั่งรถม้าบ้าง ขี่ลาบ้าง เราก็ต้องอดทนปฏิเสธไปกันไปอย่างสุภาพ แต่ถ้ามีผู้ใหญ่เดินไม่ค่อยไหว เราแนะนำให้นั่งรถม้านะ เพราะทางเข้ากว่าจะถึง The Treasury ก็มีระยะทางพอสมควร

 

เดินผ่านซอกหุบเขาไปเรื่อยๆ The Treasury ก็จะเริ่มโผล่มาให้เห็นเช่นนี้ ตามทางเดินหินสีสวยมากกก ถ่ายรูปก็สวยมากเช่นกัน

นอกจาก The Treasury มุมยอดฮิตนี้แล้ว เดินชมเมืองต่อไปเรื่อยๆ จะเจอ ทางเดินขึ้นไป Monastery ทางไม่โหดแต่ก็ใช้เวลาพอสมควร เห็นคนตัวเล็กๆ ตรงกลางนั่นมั้ย

ระหว่างทางก็จะมีชาว Bedouin มาคอยให้ขี่ลาอยู่ตลอดเวลา คนในนี้ส่วนใหญ่เป็นชาว Bedouin ลักษณะเหมือนโจรสลัดแนว Jack Sparow กันทั้งนั้น เมื่อก่อนพวกนี้อาศัยก็อยู่ในนี้ แต่หลายปีก่อนรัฐบาลจัดระบบใหม่ พวกนี้ก็เลยต้องย้ายออกไปอยู่หมูบ้านรอบๆ ด้านหลัง Petra นั่นแหละ แต่ก็เห็นบอกว่าก็แอบเข้าๆ ออกๆ นอนในนี้อยู่ประจำเหมือนกัน

มาถึง Monastry จะเห็นว่า Monastry ใหญ่กว่า Treasury แต่รายละเอียดไม่งดงามและสีไม่ได้ออกชมพูมากเท่า

พอลงจาก Monastry เรามีอีกที่นึงที่อยากไปมาก แต่ไม่รู้มันคือที่ไหน ด้วยความที่ศึกษามาน้อยมาก แต่เคยเห็นรูปของ Blogger คนนึงถ่ายรูปกับ The Treasury จากมุมสูงแล้วมันสวยมากกก เราเลยถามคนที่มาเสนอให้ขี่ลาว่ามันมี viewpoint ไหนมั้ยที่สามารถเห็น The Treasury จากด้านบนได้บ้าง เค้าก็บอกว่าโอ้ว ไกล ต้องขี่ลาเท่านั้น จุดนั้นด้วยความอยากเห็น ถึงในใจลึกๆ จะคิดว่าเค้าหลอกก็เถอะ บางทีเราก็ต้องให้ความไว้ใจกับคนท้องถิ่นบ้าง ก็เสี่ยงดวงไป ขี่ก็ขี่

เพียงเท่านั้นแหละ จำขึ้นใจเลย การขี่ลาไม่ชิลนะคะ! มันเดินดุ่มๆๆ ไม่สนใจ ไม่รอข้าวของเลย แล้วลานี่เป็นสัตว์ที่ชอบเดินตามขอบเหว สันเขามาก ใครกลัวความสูงที่มีเสียวเอาง่ายๆ

เราได้แต่ตะโกนถามเด็กเลี้ยงลาว่า Is this really ok ? เด็กเลี้ยงลาได้แต่หัวเราะ และบอกว่า It’s ok. it’s ok, he knows the way very well. จ้ะ!

จุดนั้นทำอะไรไม่ได้ละ และทางที่ขึ้นไปนี่อย่างไกลค่าาา ถ้าไม่มีเวลาซักครึ่งวันสำหรับตรงนี้ เราแนะนำให้ขี่ลาเลย ไม่งั้นไม่ถึงแน่ๆ แต่วิวระหว่างทางยังกับ Grand Canyon สวยกว่าที่เราคาดหวังไว้มากๆ และพอถึงจุดชมวิว มันคือจุดชม The Treasury จากมุมสูงค่ะ แตกต่างจากการดูตอนทางเข้ามาอย่างมาก คุ้มค่ากับการถ่อขึ้นมาที่สุด

พอขาลงเรากลับกันลงมาประมาณทุ่มนึงได้ พอใกล้จะถึงด้านล่าง อยู่ดีๆ ก็เริ่มมืด มองทางไม่เห็นเลย ในนั้นไฟก็ไม่มี แสงสว่างเดียวที่มีคือแสงสว่างจากพระจันทร์ โรแมนติกและน่ากลัวไปอีกแบบ

รถลาส่งเราแค่ถึงหน้า The treasury หลังจากนั้นต้องเดินกลับออกมากันเอง ถือเป็นอีกวันที่เดินกันขาลากเลย เราว่าควรมี 1 วันเต็มๆ ให้กับ Petra ถึงจะเอนจอยและชิลกับมันได้มากกว่านี้

Day 4-5 : To the Lowest Point on Earth, Dead Sea

เนื่องจากเมื่อวานเรารู้สึกว่าเก็บรูปที่ Petra ได้ไม่หนำใจ เลยรีบตื่นเช้า เข้าไปถ่ายรูปอีกซักรอบก่อนมุ่งหน้าสู่ Dead Sea (ข้อดีของการจองที่พักหน้าทางเข้า)

คุ้มมาก เพราะแสงตอนเช้าดีมากจริงๆ ถ่ายจนพอให้แล้วเราก็มุ่งหน้าสู้ Dead Sea ใช้เวลาขับรถไปอีก 3 ชั่วโมง ถึง Kempinsky Hotel Ishtar Dead Sea โรงแรมบริการดี ชิลมากกก สระว่ายน้ำอุ่นสบาย มี Private Area ให้ลงเล่น Dead Sea ได้

จริงๆ เห็นคนมาที่นี่กันแค่วันเดียว แต่เราอยากมีเวลาพักผ่อนหลังขับรถสมบุกสมบันกันมาทั้งทริปเราเลยให้เวลาชิลที่นี่ 2 วันเต็ม ที่นี่เหมาะกับสองสาวผู้มีทักษะการว่ายน้ำต่ำอย่างเรามากค่ะ ครั้งแรกที่ก้าวลง Dead Sea แล้วค่อยๆ หย่อนตัวลงเพื่อจะลอยตัว เฮ้ย…แก ไม่ต้องว่าย มันล๊อยยย !! เราเลยจัดการไปเต็ม Max สองรอบเต็มต่อวันเท่าที่เขาจะให้ลงได้เลยค่ะ ลงมากกว่านี้ไม่แนะนำนะคะ ที่ชื่อว่า Dead Sea เพราะน้ำทะเลที่นี่มีความเข้มข้นของปริมาณเกลืออยู่สูงมากจนทำให้เราลอยได้ แต่สิ่งมีชีวิตไม่สามารถที่จะดำรงชีวิตอยู่ได้ค่ะ ดังนั้นเกลือที่มีความเข้มข้นสูงก็เป็นอันตรายต่อผิวของเราเช่นกัน ยื่งถ้าใครเป็นแผลอยู่ พูดเลย แสบเข้าไปจนถึงทรวง

กฏของการลง Deadsea

– ห้ามดำน้ำ
– ห้ามไปไกลจากฝั่ง (ใน Deadsea ไม่มีสิ่งมีชีวิตไหนอยู่รอดนะ!)
– ระวังอย่าให้น้ำเข้าตาหรือปาก(มันเค็มและแสบมาก)
– พยายามอยู่ในท่าหงาย

ข้อดีของโคลน Dead Sea

– ช่วยเรื่องการหมุนเวียนของโลหิต
– ช่วยให้กล้ามเนื้อผ่านคลาย
– ช่วยคลายความเครียด
– ช่วยให้ผิวพันสะอาด

วิธีการหมักโคลน

– ลงแช่ใน Dead Sea ประมาณ 10 นาที
– ขึ้นมาทางโคลนให้ทั่วตัว
– ทิ้งไว้ประมาณ 20 นาที หรือจนโคลนแห้ง
– กลับลงล้างตัวใน Dead Sea
– ขึ้นมาล้างตัวด้วยน้ำเปล่า
– ทำวันละหนึ่งถึงสองครั้ง ห้ามเกิน

นอกจากน้ำเค็มแล้ว สระน้ำจืดแบบ Infinity Pool ที่นี่ก็ดีงามมากกก

 

Best Sunset Best Dinner View Ever

ถ้าอยากท่องเที่ยวแต่วันลา วันหยุดก็ดูเหมือนจะน้อยนิด จะไปญี่ปุ่น เกาหลี ก็เบื่อแล้ว สายชอปปิ้งก็ไม่ใช่ อยากหาประสบการณ์ใหม่ๆ แล้วละก็ เราว่าจอร์แดนถือเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจ มันไปง่ายจริงๆ และค่าครองชีพก็ถือว่าถูกมากๆ ราคาอาหารที่สรุปมานี่คือรวม Buffet ในโรงแรม 5 ดาว + ไวน์อีกหลายขวดแล้วด้วยน้า…. แล้วจะรออะไร ลุยค่ะ!

คราวหน้า #jbt จะพาไปเที่ยวที่ไหนรอติดตามด้วยนะค้า

เพิ่มเติม : ถ้าคุณเลือกเดินทางระหว่างเดือนเมษา-เดือนตุลา Sig Trail ที่ WadiMujib ก็น่าสนใจ หรือถ้าคุณชอบดำน้ำ Red sea ทางใต้ของ Jordan แถบ Aqaba ก็เป็นเมืองตากอากาศที่คนนิยมไปดำน้ำเหมือนกัน

 ทำไมถึงควรไปต้องจอร์แดน

1. จอร์แดนไปง่าย ไม่ต้องขอวีซ่าล่วงน้า ไปทำ Visa on Arrival ได้ที่สนามบิน
2. จอร์แดนเป็นประเทศที่ขับรถง่ายมากๆ เส้นทางไม่ซับซ้อน แต่ละที่ไม่ห่างกันมาก
3. ใช้เวลาไม่นาน 4-5 วันก็ไปได้แล้ว
4. จอร์แดนอาหารอร่อยมากกกกมากกก โดยเฉพาะสลัดสดๆ เปรี้ยวๆ ขนมปังแบบนัน กับ Hummus คือดีงามมากจริงๆ
5. มีสิ่งมหัศจรรย์ของโลกอยู่คือนคร Petra, The Rose City แห่ง Indiana Jones
6. นอนกลางทะเลทรายดูดาวกับชาวบูโดอิน
7. The Lowest Point on Earth, Dead Sea ทะเลที่ลงไปยังไงก็ไม่จม
8. เป็นเมืองแห่งประวัติศาตร์โรมัน ที่ที่พระเยซูทำ Baptism
9. มี Mosaic Map of Holy Land ตั้งแต่ศตวรรษที่ 6 อยู่ที่ Madaba สวยมากๆ
10. ผู้คนใจดี เป็นมิตร ยิ้มแย้ม ที่สำคัญมุขเสี่ยวๆ เหมือนคนไทยเลย

 

Contributor

Urban Creature

กองบรรณาธิการ Urban Creature