ภารกิจ Zero Waste เริ่มต้นได้ที่บ้าน

ท่ามกลางชีวิตของเมืองหลวงที่เต็มไปด้วยผู้คน รถยนต์ และความวุ่นวายในแต่ละวัน ความเรียบง่ายจึงกลายมาเป็นกุญแจสำคัญในการใช้ชีวิตของคนรุ่นใหม่ จนเกิดเป็นแนวคิด Minimalism ที่ผู้คนโหยหาความสงบและความเรียบง่ายในการใช้ชีวิต ด้วยการตัดสิ่งของที่ไม่จำเป็นออก เมื่อเรามีสิ่งของน้อยชิ้นลง ก็จะเกิดความปลอดโปร่งและเป็นระเบียบทั้งภายในบ้านและภายในจิตใจ


แต่ปัจจุบันสิ่งที่คนรุ่นใหม่ให้ความสำคัญ ไม่ใช่แค่เรื่องการเติมเต็มความสุขของตัวเอง แต่ยังรวมถึงการหันกลับมาใส่ใจธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในฐานะที่เป็นความรับผิดชอบของมนุษย์ทุกคน คงจะดีหากเราสามารถผสานวิถีชีวิตที่เรียบง่ายเข้ากับการดูแลสิ่งแวดล้อม เพื่อคืนประโยชน์ให้โลกใบนี้ได้ในเวลาเดียวกัน


ในช่วงเวลาไม่กี่ปีมานี้เราต่างประสบกับภัยพิบัติต่างๆ มากมาย ไม่ว่าจะเป็นโลกร้อน น้ำท่วม ฯลฯ ซึ่งทั้งหมดล้วนเกิดจากน้ำมือของมนุษย์ที่ทำร้ายโลกอย่างไม่เคยคิดถึงผลของการกระทำ ท่ามกลางภัยพิบัติดังกล่าวทำให้ผู้คนจำนวนมาก เริ่มหันมาให้ความสำคัญกับระบบนิเวศขนาดใหญ่ที่เรียกว่าโลก ในฐานะการเป็นบ้านของสรรพชีวิต แนวคิดการอยู่อาศัยที่เรียกว่า Eco-living จึงเข้ามามีบทบาทสำคัญในยุคปัจจุบัน


แต่การจะลุกขึ้นมาทำอะไรเพื่อสิ่งแวดล้อมอาจไม่จำเป็นต้องทำอะไรให้ยิ่งใหญ่เกินตัว เพราะการเปลี่ยนแปลงเริ่มต้นได้จากสิ่งเล็กๆ ที่แทรกซึมอยู่ในการใช้ชีวิตของเรา สิ่งที่จะนำมาซึ่งการเปลี่ยนแปลงเพื่อสิ่งแวดล้อมที่ยั่งยืนนั้น ประกอบไปด้วยคำว่า ‘Profit’ ‘Planet’ และ ‘People’ สามองค์ประกอบที่จะทำให้ชีวิตที่มีความสุขทั้งกับตัวเราเอง และสิ่งแวดล้อม ควบคู่ไปด้วยกันได้อย่างลงตัว

จุดเริ่มต้นแห่งความสมดุลแรกคือ ‘Profit’ หรือกำไร ในที่นี้อาจจะไม่ได้หมายถึงกำไรทางเศรษฐกิจเพียงอย่างเดียว แต่หมายรวมถึงกำไรชีวิตจากการอยู่อาศัยได้ด้วยเช่นกัน หากจะให้พูดถึงบ้าน Como Bianca จากอารียา พรอพเพอร์ตี้ คงต้องยกให้ความสะดวกสบายด้วยทำเลโครงการที่อยู่ติด Mega Bangna และการออกแบบที่เรียบง่ายแต่มีดีไซน์ในสไตล์มินิมอล ภายนอกของตัวบ้านออกแบบมาอย่างใส่ใจในทุกรายละเอียด และใช้สีขาวช่วยทำให้ตัวอาคารสถาปัตยกรรมดูโล่งโปร่งสบายตา ผสมผสานกับการใช้ไม้สีอ่อนเพื่อเพิ่มเอกลักษณ์ให้กับตัวบ้าน


มากไปกว่าเรื่องการออกแบบภายนอก บ้านยังมาพร้อมกับมุมสวนหินหน้าบ้าน ที่จะทำให้ทุกคนในครอบครัวได้เพลิดเพลินไปกับการพักผ่อน จิบกาแฟ อ่านหนังสือเล่มโปรด และได้ใช้เวลาร่วมกับครอบครัวภายใต้พื้นที่สีเขียวภายในบ้านอย่างร่มรื่น

เมื่อเราก้าวเท้าเข้าไปยังบริเวณตัวบ้าน จะพบว่าพื้นที่ภายในถูกรังสรรค์ให้ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ ไม่ว่าคุณจะมีกิจกรรมแบบไหน เพราะการแบ่งฟังก์ชันอย่างเป็นสัดส่วนภายในบ้าน ได้แก่ การออกแบบที่เชื่อมต่อโซน Living Multi-Purpose Area ไปจนถึงโซนรับประทานอาหาร ในลักษณะ Open Space ทำให้สมาชิกแต่ละคนในครอบครัวได้ทำกิจกรรมโปรดของตัวเองภายในบ้าน และยังอยู่ในพื้นที่เดียวกันกับสมาชิกคนอื่นๆ ได้

อีกหนึ่งไฮไลต์ภายในบ้านที่ทำให้คุณเข้าใจคำว่า กำไรจากการอยู่อาศัยมากขึ้น คือการได้เห็นธรรมชาติใกล้ตัว ผ่านมุม Bay Window กระจกใสบานใหญ่ข้างตัวบ้าน ที่ทำให้ลูกบ้านสามารถนั่งพักผ่อนไปกับบรรยากาศของนานาต้นไม้ภายในโครงการ และยังเชื่อมต่อระหว่างธรรมชาติภายนอกและภายในตัวบ้านด้วยแสงแดดอ่อนของดวงอาทิตย์ได้อย่างอบอุ่น

องค์ประกอบที่สองคือ ‘Planet’ เมื่อเราไม่ได้อยู่คนเดียวบนดาวเคราะห์ดวงนี้เพียงลำพัง การดำรงอยู่ของสิ่งมีชีวิตอื่นๆ จึงมีความสำคัญไม่ต่างไปจากการดำรงอยู่ของมนุษย์ ซึ่งภารกิจการเปลี่ยนแปลงโลกให้ดีขึ้น เริ่มต้นง่ายๆ จากการเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตภายในบ้าน อย่างการแยกขยะ


ซึ่งแนวคิดดังกล่าวคือสิ่งที่ Areeya ให้ความสำคัญมาก เพราะจะมีถังแยกขยะที่บ้าน เพื่อให้ลูกบ้านแยกขยะได้ด้วยตนเอง สะดวกต่อการส่งต่อไปกำจัดอย่างถูกวิธี หรือจัดการอย่างเหมาะสมต่อไปในอนาคต นอกจากนั้น ยังมีระบบที่ทำให้ผู้คนเห็นถึงความสำคัญของการแยกขยะอย่างเป็นรูปธรรมมากขึ้น ผ่านแอปพลิเคชัน Recycle Time ที่ให้ลูกบ้านสามารถแลกขยะเป็นเงิน เพียงนำขยะที่คัดแยกมาวางบริเวณหน้าบ้าน เพื่อให้หน่วยรับขยะของโครงการมารับไป โดยที่เราไม่จำเป็นต้องอยู่บ้านก็สามารถเปลี่ยนขยะให้เป็นกำไรได้อย่างง่ายดาย

มีอาหารกว่า 1 ใน 3 ของโลกถูกทิ้งให้กลายเป็นขยะรอวันเน่าเสีย ซึ่งขยะดังกล่าวจะกลายเป็นก๊าซเรือนกระจก ที่ถูกปล่อยสู่ชั้นบรรยากาศสูงถึง 8% ซึ่งพร้อมจะสะท้อนกลับมาทำให้เกิดสภาวะโลกร้อนที่วิกฤตขึ้นทุกปี แต่ตัวเลขการปล่อยก๊าซเรือนกระจกนี้ลดลงได้หากเราหันมาใส่ใจในเรื่องของอาหารการกินมากขึ้น อาทิการกินอาหารโดยไม่เหลือทิ้ง หรือการเปลี่ยนเศษอาหารให้กลายเป็นสิ่งที่มีประโยชน์


เพื่อตอบโจทย์การอยู่อาศัยแบบ Eco-living ปัญหาเศษขยะจากอาหารเป็นเรื่องที่ Areeya ก็ให้ความสำคัญไม่น้อย บ้านทุกหลังจึงมีระบบ Zero Waste ที่สามารถลดปริมาณขยะจากเศษอาหารให้เป็น 0 ผ่านเครื่องกำจัดขยะภายในบ้านด้วย Organic Waste Dry Decomposer ซึ่งนอกจากจะลดปริมาณขยะและกลิ่นเน่าเสียแล้ว ยังกลายเป็นปุ๋ยเพื่อใช้ดูแลโลกได้ต่อไป

องค์ประกอบสุดท้ายที่จะทำให้วิถีชีวิตแบบ Eco-living ของเรายั่งยืนขึ้น นั่นคือ ‘People’ โดยในที่นี้หมายถึง คุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นจากทั้งสภาพแวดล้อมที่สวยงามน่าอยู่ เมื่อมี 2 องค์ประกอบแรก จึงส่งผลต่อองค์ประกอบสุดท้ายอย่าง ‘ผู้คน’ พอทั้งสามองค์ประกอบมารวมกันครบถ้วนจึงเป็นดั่งสมดุลแห่งการอยู่อาศัย ที่จะทำให้โลกใบนี้ยั่งยืนขึ้น


เพราะปัจจุบันเราไม่สามารถที่จะสนใจเพียงแต่กำไรทางเศรษฐกิจและกอบโกยจากโลกเพียงฝ่ายเดียว หรือมุ่งเน้นเพียงเพื่อปกป้องโลกโดยละเลยความต้องการในชีวิต ทุกอย่างล้วนต้องมีสมดุลเพื่อการเปลี่ยนแปลงที่ต่อเนื่องและสม่ำเสมอ ซึ่งแนวคิดดังกล่าวนี้ คุณเองก็เป็นส่วนหนึ่งที่จะช่วยโลกได้ที่ Como Bianca


Como Bianca ทำให้เรารู้ว่าภารกิจที่ยิ่งใหญ่อย่างการดูแลโลก เริ่มต้นได้จากสิ่งเล็กๆ ที่เราทำในแต่ละวัน ค่อยๆ หลอมรวมกลายเป็นจุดเปลี่ยนที่ยิ่งใหญ่ ซึ่งทำให้โลกใบนี้น่าอยู่ขึ้น


เยี่ยมชมโครงการได้ที่ :
https://bit.ly/3w8J0uY
Call : 1797
Line : @areeyahome

Graphic Designer