NEIGHBORHOOD

ตายไป เกิดใหม่ คงอยู่ ‘The Mustang Blu’ โรงแรมที่กะเทาะร่องรอยแห่งอดีต เพื่อเผยเนื้อแท้สถาปัตยกรรมโคโลเนียล

ถ้าเราบอกว่าอาคารโคโลเนียลอายุร้อยกว่าปีหลังนี้เคยเป็น อาบอบนวด มาก่อนจะเชื่อไหม ? ใช่แล้ว อ่านไม่ผิดหรอก ที่นี่เคยเป็นอาบอบนวดที่ผู้คนแถวถนนไมตรีจิต ย่านเยาวราชคุ้นเคยเป็นอย่างดีในชื่อ ‘คลีโอพัตรา’ ซึ่งถูกปิดไปเมื่อหลายสิบปี

ก่อนจะถูกกะเทาะเปลือกโดย ‘คุณจอย-อนันดา ฉลาดเจริญ’ โชว์ ไดเร็กเตอร์ตัวท็อปของวงการแฟชั่นเมืองไทย เพื่อเปลี่ยนสู่โรงแรม ‘The Mustang Blu’ ให้เราได้ยลโฉมความสวยงามของสถาปัตยกรรมโคโลเนียล 

กอบกู้สิ่งที่ตายไป

เรื่องราวของอาคารเก่าแก่หลังนี้ไม่ได้เริ่มต้นจากอาบอบนวดอย่างที่หลายคนเข้าใจ เพราะแรกเริ่มเดิมที สถานที่นี้ตั้งต้นด้วยการเป็นธนาคาร เปลี่ยนผ่านสู่อาบอบนวดใน 50-60 ปีต่อมา ก่อนจะถูกชุบชีวิตใหม่เป็นโรงแรม The Mustang Blu ด้วยฝีมือคุณจอย ซึ่งเคยฝากผลงานการแปลงโฉมอาคารเก่าที่โรงแรม The Mustang Nero ตรงพระโขนงมาก่อน เพราะเธอเห็นคุณค่าของความเก่าที่หลายคนอาจมองข้าม

“ความชอบตึกเก่าของเราเริ่มอย่างค่อยเป็นค่อยไป จนมันสุกงอมอย่างเต็มที่ในช่วงหนึ่ง ด้วยแง่คิดที่ว่าเราไม่ค่อยเห็นด้วยกับการก่อสร้างที่มากมายในกรุงเทพฯ ที่สร้างขยะเพิ่ม และสุดท้ายวันหนึ่งก็กลายเป็นตึกร้าง พี่เลยคิดว่า ทำไมเราไม่เอาตึกร้างพวกนั้นมาทำให้เกิดประโยชน์แทนที่จะสร้างใหม่แทน” คุณจอยเล่าจุดเริ่มต้นที่ชวนให้คนฟังอย่างเราได้คิดตาม

เธอใช้เวลากว่าสองปี เพื่อเดินทางดูตึกร้างและอาคารเก่าร่วมร้อยตึก จนสุดท้ายตัดสินใจเลือกที่นี่ เพราะตัวอาคารด้านนอกสวยงามจนหยุดมองไม่ได้ แต่ก็ต้องยอมรับว่าภายในค่อนข้างบอบช้ำ บางอย่างถูกสร้างเพิ่มจนบดบังรูปแบบเดิมของอาคาร ดังนั้นเมื่อเจอจุดที่ใช่ การฟื้นคืนชีพเพื่อถนอมอาคารโบราณขนาด 900 ตารางเมตรหลังนี้จึงเริ่มต้นขึ้น

ได้เวลาเกิดใหม่

“ใครเคยผ่านมาจะเห็นว่าที่นี่ค่อนข้างเสื่อมโทรมตามกาลเวลา ด้านนอกถูกปิดทึบ ไม่มีแสงแดดเข้าถึงมาประมาณ 70 ปีได้ รวมถึงของด้านในก็ค่อนข้างเสื่อมโทรมตามกาลเวลา เราใช้เวลาในการรื้อสิ่งแปลกปลอมทุกวันจนหมด วันละ 5 คันรถตลอด 2 เดือน”

หลังจากรื้ออาคารอยู่สองเดือนเต็ม ก็ถึงเวลาของการแปลงโฉมสู่ The Mustang Blu ซึ่งคุณจอยสานต่อสิ่งที่ใจฝันอย่างต่อเนื่องเพียงห้าเดือนเท่านั้น ภายใต้แนวคิด ‘กลับสู่ความสวยงามยุคเดิมของอาคาร’ โดยนำสิ่งที่สร้างขึ้นใหม่ออก เพื่อค้นให้เจอความดั้งเดิมของอาคารอย่างเร็วที่สุด ตามด้วยเก็บทุกสิ่งที่ฉายให้เห็นสถาปัตยกรรมโคโลเนียลไว้ เสริมจุดบกพร่อง ไม่ว่าจะเป็นเปิดฝ้าเพื่อหาเพดานจริง จนเห็นหัวเสาคู่อาคารเดิมที่ยูนีคและหาดูได้ยากในสมัยนี้ รวมถึงซ่อมแซมผนังปูนบางจุดแล้วเพนท์สีใหม่ให้เข้ากับผนังเดิม พร้อมแต่งเติมด้านในให้มีกลิ่นอายวินเทจด้วยงานไม้ เฟอร์นิเจอร์ และเพิ่มกิมมิกอย่างสัตว์สตัฟฟ์ซึ่งล้อไปกับ The Mustang Nero

สำหรับตัวอาคารเป็นอาคารโบราณที่สร้างโดยไม่ใช้เสาเข็ม จึงเสริมความแข็งแรงให้อาคาร เพื่อซัพพอร์ตโครงสร้างไว้ให้ได้มากที่สุด ส่วนไม้ที่ใช้ปูพื้น The Mustang Blu คุณจอยเลือกใช้ไม้เก่าซึ่งได้จากบ้านที่ถูกรื้อทิ้งแถวอยุธยา เพื่อลดปริมาณการทำลายไม้และการก่อสร้างใหม่ ซึ่งต้องใช้เวลาตามหาไม้ที่ใช้ได้จริงพอสมควร เพราะคนโบราณเวลาสร้างบ้านหลังหนึ่งจะอยู่ที่ 30 ตารางเมตรเท่านั้น แต่ที่นี่มีพื้นที่กว่า 900 ตารางเมตรเลยทีเดียว อีกหนึ่งสิ่งยากในการปรับปรุงที่นี่คืองานระบบต่างๆ ที่พยายามซ่อนให้ได้มากที่สุด อย่างคอมเพรสเซอร์ แอร์ก็ยกไปไว้บนดาดฟ้า เพื่อไม่ให้บดบังความสวยงามของตัวอาคาร และไม่รบกวนเพื่อนบ้าน

The Mustang Blu เสน่ห์ซ่อนเร้นในตึกเก่า

จากธนาคาร และอาบอบนวดเดิม เมื่อแปลงโฉมเป็น ‘The Mustang Blu’ โรงแรม 3 ชั้นสไตล์โคโลเนียล กลิ่นอายวินเทจเรียบร้อยแล้ว ก็พร้อมเปิดให้ทุกคนมาสัมผัส ก้าวแรกที่เปิดประตูเข้าสู่ The Mustang Blu เรารู้สึกเหมือนได้หลุดไปยังโลกอีกใบ บันไดวนตรงกลางโถงต้อนรับชวนสะดุดตา กวาดสายตาไปรอบๆ เจอเจ้ายีราฟสตัฟฟ์บนผนัง รวมไปถึงเฟอร์นิเจอร์สไตล์วินเทจถูกจัดวางอย่างลงตัวกับอาคารปูน เสียงเพลงที่มิกซ์ขึ้นใหม่จากเพลงประกอบภาพยนตร์และบทกวีอาหรับเพื่อให้เข้ากับการตกแต่ง ทุกรายละเอียดที่สร้างขึ้นอย่างตั้งใจเสริมให้ที่นี่ดูน่าค้นหา

“เฟอร์นิเจอร์บางชิ้นจอยจะออกแบบเอง อย่างเตียงนอนบางห้องก็ออกแบบเอง ของวินเทจต่างๆ ก็ต้องใช้เวลาในการตามหา ส่วนตู้โชว์สัตว์สตัฟฟ์ก็ต้องวัดจากขนาดจริง เพื่อให้ได้สัดส่วนที่เหมาะสมมากที่สุด”

ความน่าตื่นเต้นของชั้นแรกยังไม่หมดเพียงเท่านั้น เพราะคุณจอยชี้ชวนให้เราดูประตูห้องน้ำที่เมื่อก่อนเคยเป็นตู้เซฟของธนาคารมาก่อน และแน่นอนว่าเธอยังเก็บความคลาสสิกของประตูตู้เซฟไว้ นอกจากนี้ในอนาคต จะเพิ่มมุมคาเฟ่เล็กๆ สำหรับนักท่องเที่ยวที่ไม่ได้อยากมาพัก แต่ต้องการซึมซับงานสถาปัตยกรรมอีกด้วย

ขึ้นบันไดเดิมที่อยู่มากว่าร้อยปีต่อไปยังชั้น 2 และ 3 ซึ่งเป็นโซนของห้องพัก ระหว่างทางเจอแสงที่สาดส่องผ่านหน้าต่างมาตกกระทบพื้นไม้ ผนังปูน และเหล่าต้นไม้อยู่เรื่อยๆ อะไรเหล่านั้นถูกใจคนชอบมองแสงและเงาอย่างเราอยู่ไม่น้อย แถมพอเงยหน้าขึ้นไป ยังเจอกับโดมกลมด้านบน ที่มีคานแขวนอยู่ ซึ่งคุณจอยเล่าให้ฟังว่า

“เดิมทีวงกลมนี้ถูกปิดไว้ เพื่อที่เจ้าของเดิมจะได้ใช้พื้นที่ให้มากที่สุด แต่พอดีฝ้ามันแตก เราก็ขึ้นไปสำรวจ เลยเจอโดม เราก็เดาว่ามันน่าจะเชื่อมตรงกันเป็นที่เปิดโล่งไปถึงด้านล่าง แล้วยิ่งพอขึ้นไปสำรวจชั้น 3 เปิดเสื่อน้ำมันขึ้นมาก็เจอรอยไม้เป็นวงกลม พอมาเปิดชั้น 2 ก็เจอไม้เป็นวงกลมอีก เลยเปิดฝ้าออกเรื่อยๆ สุดท้ายมันเป็นพื้นวงกลมโล่งๆ จริง ด้านล่างเลยเอาบันไดมาแทนที่ ส่วนด้านบนเปิดรับแสงไว้ เราเลือกที่จะเอาวงกลมไว้ ซึ่งมันดีกับอาคาร เพราะถ้าไปเสริมอะไรที่ทำให้อาคารหนัก เขาก็จะทรุดโทรมเร็วขึ้น”

สำหรับห้องพักที่ The Mustang Blu มี 2 แบบ คือขนาดใหญ่ 60 ตารางเมตร และขนาดเล็ก 30 ตารางเมตร ซึ่งอบอวบไปด้วยกลิ่นอายวินเทจ และการจัดสเปซที่ไม่ซ้ำกัน รวมถึงเฟอร์นิเจอร์และของตกแต่งที่จะถูกเปลี่ยนใหม่บ่อยครั้ง เพื่อให้ผู้ที่มาพักได้ความรู้สึกเหมือนมาครั้งแรกเสมอ

“ห้องไฮไลท์ที่ใครคิดจะมาพักที่ The Mustang Blu ต้องห้ามพลาดคือ 301 และ 302 เพราะเป็นเพียงสองห้องใหญ่ที่มีระเบียงให้เราออกไปดื่มด่ำกับบรรยากาศของชุมชนครึ่งไทยครึ่งจีนด้านนอก ซึบซับวิถีโลคอลที่ยังคงมีเสน่ห์แบบไร้กาลเวลา”

“เราเคยคิดว่าห้องที่อยู่ติดกับฝั่งชุมชน แขกจะอยู่ได้ไหม แต่พอทดลองอยู่เอง พบว่าอยู่สบายนะ จะมีเสียงคนพูดภาษาจีนบ้าง ภาษาไทยบ้าง เหมือนเราได้อยู่กับท้องถิ่น กลมกลืนไปกับพวกเขา มันมีเสน่ห์ไปอีกแบบ”

ส่งต่อสิ่งที่เหลืออยู่

เพราะรากเดิมของ The Mustang Blu คืออาคารเก่าร้อยกว่าปี สิ่งที่อยากส่งต่อให้คนรุ่นต่อไปได้รับรู้คือ ‘การอนุรักษ์อาคารเก่า’ ซึ่งการอนุรักษ์ในที่นี้ ไม่ได้หมายถึงการปิดไว้ หรือล้อมไม่ให้ใครต่อใครเข้ามาเยือน กลับกันการอนุรักษ์ที่ได้รักษาจริงๆ คือการซ่อมแซม ประคับประคองให้เหมือนวันวานมากที่สุดอย่างเต็มความสามารถ หรืออาจเปลี่ยนโฉมเพื่อเปิดพื้นที่ให้ทุกคนได้รู้จัก เหมือนที่ The Mustang Blu ตั้งใจถนอมรูปแบบของอาคารไว้ให้มากที่สุด ค่อยๆ ถอดเปลือกที่สร้างมาบดบังความงามดั้งเดิมออก จนได้เนื้อแท้ของสถาปัตยกรรมโคโลเนียล

“พี่อยากคงเสน่ห์ตัวอาคารไว้มากที่สุด ซึ่งเราเห็นเขามานานแล้ว เห็นมาตั้งแต่เด็ก เห็นกันมาเป็นร้อยปี เพราะสำหรับพี่เขาเหมือนผู้หญิงสวยคนหนึ่งที่ถูกปิดซ่อนมานาน แต่ตอนนี้เขาออกมาอวดโฉมแล้ว ออกมาเปิดความสวยที่เกิดจากตัวตนที่แท้จริง”

ในวันข้างหน้า The Mustang Blu โรงแรมสไตล์โคโลเนียลริมถนนไมตรีจิต จะกลายเป็นความทรงจำของคนยุคนี้ ขณะเดียวกันก็กลายเป็นสถานที่ที่สะท้อนเรื่องราว และวิถีชีวิตของผู้คนละแวกเยาวราชให้คนรุ่นต่อไปได้เรียนรู้ ทั้งยังเป็นอีกหนึ่งอาคารที่สะท้อนให้เห็นว่า การคืนคุณค่าให้อาคารเก่า และถนอมพวกเขาไว้นั้นสวยงามมากแค่ไหน

Contributor

สิริลักษณ์ สุขสวัสดิ์

In a relationship with เสียงเพลง ตัวหนังสือ แซลมอน มัทฉะลาเต้หวานน้อย และการคุยกับผู้คน ชอบเที่ยวสำรวจเมืองแต่ก็ขาดธรรมชาติไม่ได้ ทำงานพาร์ทไทม์เป็นนักดูคอนเสิร์ต