ให้ ‘หลับ’ เยียวยาใจ ไม่ว่าจะเจอเรื่องหนักหนาอะไรมา การนอนช่วยรักษาและฟื้นฟูอารมณ์ให้ดีขึ้นได้

แต่ละคนมีวิธีการจัดการความเครียดแตกต่างกันออกไป บางคนอาจกินเพื่อคลายเครียด บางคนอาจเลือกเล่นเกมให้ลืมความกดดันที่ต้องเจอ และบางคนอาจเลือกให้การนอนช่วยหยุดความวิตกกังวลนี้ แม้ปกติแล้วเวลาเครียดมากจะทำให้นอนหลับได้ยากขึ้น และอาจส่งผลให้ฝันร้ายจนนอนไม่เต็มอิ่ม แต่หากเราปล่อยให้ตัวเองเครียดแถมยังไม่ยอมนอน ก็จะทำให้ร่างกายเครียดทับถมมากขึ้นไปอีก แล้วตกลงว่าถ้ากำลังเครียดควรนอนหรือไม่ ‘Matthew Walker’ ศาสตราจารย์ด้านประสาทวิทยาและจิตวิทยาของมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย เบิร์กลีย์ ให้ข้อมูลเกี่ยวกับการนอนเอาไว้ว่า การนอนหลับลึกจะช่วยลดความวิตกกังวลผ่านการจัดระเบียบในสมองใหม่ เรียกได้ว่าเป็นยาลดความวิตกกังวลตามธรรมชาติที่เราจะได้รับตลอดตราบใดที่นอนหลับทุกๆ คืน เพราะร่างกายของเราใช้เวลาตอนที่นอนหลับปรับสมดุลทางเคมีและชีวภาพ ซึ่งเป็นกระบวนการหนึ่งในการลดฮอร์โมนความเครียดและลดระดับฮอร์โมนต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับความเครียดในช่วงเวลาที่เรานอนหลับ เช่น ฮอร์โมนคอร์ติซอลหรืออะดรีนาลิน ตามที่ ‘Laura DeCesaris’ แพทย์ด้านเวชศาสตร์สมรรถภาพและผู้ให้คำปรึกษาด้านสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดีได้พูดถึงการนอนหลับเอาไว้ เช่นเดียวกับที่ ‘Bill Fish’ ผู้ให้คำปรึกษาด้านวิทยาศาสตร์การนอนหลับที่มองว่า ช่วงเวลาแห่งการพักผ่อนอย่างแท้จริงคือการนอนหลับ เพราะในขณะที่เรานอนหลับนั้น ร่างกายและสมองจะได้รับการฟื้นฟูจากการใช้งานมาตลอดทั้งวัน ไม่ว่าจะเป็นการเติมพลังงานให้กับเซลล์ในร่างกายซ่อมแซมร่างกายจากอาการบาดเจ็บเล็กๆ น้อยๆ ผ่านการปล่อยฮอร์โมนให้เนื้อเยื่อใหม่เติบโต สร้างเม็ดเลือดขาวในเซลล์ ช่วยลดอาการเจ็บป่วยของเรา จัดการของเสียในสมอง และเป็นช่วงเวลาสำคัญที่สมองแทบจะไม่มีเรื่องเครียดที่กระทบจิตใจให้นึกถึงอีกด้วย การนอนจึงถือเป็นหนทางฟื้นฟูร่างกายที่ดีที่สุด ไม่ว่าจะด้วยเรื่องของสุขภาพกายหรือสุขภาพใจ แต่อย่างไรก็ตาม การนอนหลับที่ว่านั้นไม่ควรเป็นการบังคับให้ตัวเองหลับ เพราะจะยิ่งเป็นการกระตุ้นความเครียด แต่ควรจะหากิจกรรมเบาๆ ทำ เช่น การอ่านหนังสือ ฟังเพลงบรรเลง และที่สำคัญคือการงดอยู่กับหน้าจอก่อนนอน เพื่อส่งเสริมให้เกิดการนอนที่มีคุณภาพ สภาพจิตใจที่บอบช้ำจะได้กลับมาสดใสเหมือนเดิม Sources : Baylor […]

ความเครียดส่งผลให้ฝันร้าย นอนนานแค่ไหนก็ไม่เต็มอิ่มอยู่ดี

ฝันว่าโดนทวงงาน ฝันว่าวิ่งหนีผีจนเหนื่อย ฝันว่าตื่นสายจนไปทำงานไม่ทัน สารพัดฝันที่ต่อให้นอนมากกว่า 8 ชั่วโมงก็ยังทำให้ตื่นมารู้สึกเหนื่อยล้าเหมือนนอนไม่เต็มอิ่ม ด้วยอาการ ‘ฝันร้าย’ นั้นเกิดขึ้นจากหลายปัจจัย ไม่ว่าจะเป็นการกินอาหารที่ย่อยยากก่อนนอน ผลข้างเคียงของยา ความผิดปกติของทางเดินหายใจ รวมไปถึง ‘ความเครียด’ ก็ส่งผลให้เรานอนหลับฝันร้ายเช่นกัน เพราะบางครั้งการฝันแปลกๆ อาจไม่ใช่สัญญาณของเหตุร้าย หรือผลของการที่เราไปลบหลู่ใครโดยไม่รู้ตัวเหมือนในเดอะโกสท์เรดิโอ แต่เป็นการสะท้อนถึงความวิตกกังวลภายในใจ หรือความเครียดที่สะสมไว้แบบไม่รู้ตัวก็ได้ ทำไมความเครียดถึงทำให้ฝันร้าย ข้อมูลจาก Calm Clinic เว็บไซต์ด้านสุขภาพจิต พบว่า ในระหว่างที่เรากำลังนอนหลับ สมองส่วนต่างๆ รวมไปถึง ‘พอนส์’ (Pons) ซึ่งเป็นโครงสร้างหนึ่งของก้านสมองที่มีบทบาทในการฝัน จะมีการเคลื่อนไหวผ่านการส่งสัญญาณ ซึ่งสัญญาณบางส่วนอาจเกี่ยวข้องกับความทรงจำหรือประสบการณ์ ทำให้สมองส่วนหน้าพยายามทำความเข้าใจและเชื่อมโยงสัญญาณเหล่านี้ออกมาเป็นเรื่องราวผ่านความฝัน ฝันร้ายจึงเกิดขึ้นได้จากความคิดมากมายหลากหลายเรื่องราวที่อยู่ภายในสมอง และถูกเปลี่ยนให้เป็นความน่ากลัวในระหว่างที่นอนหลับ โดยสาเหตุของความคิดเหล่านั้นอาจเกิดขึ้นจากแรงกดดันในการเรียน การทำงาน ปัญหาความสัมพันธ์ สุขภาพ การเงิน หรืออื่นๆ ที่เราเก็บไปคิดก่อนเข้านอน และต่อเนื่องไปจนถึงความฝันในยามค่ำคืน จนอาจทำให้ตื่นขึ้นมากลางดึกและนอนต่อไม่ได้ หรืออาจต้องใช้เวลานานกว่าจะกลับไปพักผ่อนได้อีกครั้ง ทั้งนี้ทั้งนั้น ฝันร้ายที่เกิดขึ้นจากความเครียดอาจไม่ได้ออกมาในรูปแบบเรื่องราวของความเครียดต่างๆ อย่างที่กล่าวไปก็ได้ ฝันร้ายอาจเป็นความฝันทั่วๆ ไปที่ไม่ได้มีอะไรเกี่ยวข้องกับชีวิตประจำวันเลย แต่กลับมีความเชื่อมโยงกับความกังวลอยู่ลึกๆ เช่น ฝันว่าถูกไล่ล่า […]

วัดระดับความเครียดด้วย E-tattoo ส่งคลื่นไฟฟ้าแจ้งข้อมูลผ่านสมาร์ตวอตช์ ใช้ประเมินตัวเองเบื้องต้น ไม่ต้องพบแพทย์

หลายคนคงเคยเกิดอาการเครียดแบบไม่รู้ตัว แล้วจะทำยังไงให้รู้ถึงการมีอยู่ของความเครียดได้  รู้จักกับเทคโนโลยีใหม่ที่จะช่วยให้เราประเมินความเครียดได้โดยไม่ต้องพบแพทย์ทุกวัน ผ่านการอ่านข้อมูลจากรอยสักอิเล็กทรอนิกส์ (E-tattoo) บนฝ่ามือ นักวิจัยจาก University of Texas at Austin และ Texas A&M University ได้พัฒนาเทคโนโลยี E-tattoo ที่ใช้วัดระดับความเครียดในขณะทำกิจกรรมต่างๆ แต่ละวันได้โดยไม่ต้องเป็นกังวลเรื่องน้ำหนักและความเกะกะ เพราะรอยสักนี้ไม่มีน้ำหนัก แถมอยู่บนฝ่ามือได้อย่างแนบเนียนจนแทบมองไม่เห็นเลยทีเดียว ตัวหมึกที่ใช้สักทำมาจากกราฟีน (Graphene) ซึ่งเป็นทางเลือกที่ได้รับความนิยมในวงการ E-tattoo เพราะเป็นวัสดุที่มีคุณสมบัตินำไฟฟ้าได้สูง วัดศักย์ไฟฟ้าจากร่างกายได้ดี นำไปสู่การอ่านค่าได้อย่างแม่นยำ ทั้งยังเป็นหนึ่งในวัสดุที่บางแต่ทนทานที่สุดในโลก นักวิจัยจึงนำกราฟีนมาใช้เป็นหมึกรอยสักร่วมกับวิธีการวัดค่าจากความเปียกชื้นบนฝ่ามือ เมื่อรู้สึกตื่นเต้นหรือวิตกกังวล E-tattoo จะทำการเชื่อมต่อกับสมาร์ตวอตช์บนข้อมือ เพื่อส่งต่อข้อมูลไปยังกระบวนการประเมินสุขภาพจิตได้ทันที ถึงแม้ว่ารอยสักคดเคี้ยวที่อยู่บนฝ่ามือนั้นจะทนต่อการเคลื่อนไหวจากการทำกิจกรรมต่างๆ อย่างการเปิดประตูหรือขับรถก็ตาม แต่กราฟีนยังมีข้อเสียในเรื่องของความไวต่อการเคลื่อนไหวของมือ ที่อาจไปรบกวนการอ่านข้อมูล ซึ่งนักวิจัยได้วางแผนพัฒนาวัสดุด้วยการสานริบบิ้นที่ประกอบด้วยกราฟีนและทอง เพื่อความสมบูรณ์ของโครงสร้างรอยสักกับการใช้งานในอนาคต และอาจนำไปใช้ร่วมกับการรักษาทางการแพทย์อื่นๆ Sources : DesignTAXI | bit.ly/3P8h5WO  The University of Texas at Austin | bit.ly/3h3gXvf

SEND YOUR STORY

REQUEST INTERVIEW

ติดตามอ่าน “Urban Creature”
นิตยสารออนไลน์ที่จะทำให้คุณรักเมืองที่คุณอยู่ รักตัวเองมากขึ้นด้วยการเปิดมุมมองและนำเสนอแนวทางการใช้ชีวิตอย่างสร้างสรรค์ และสร้างแรงบันดาลใจใหม่ๆ ในการใช้ชีวิต
Better Life. Better Living.

Max. file size: 256 MB.