ชาวยุโรปเตรียมตัว ‘หนาว’ จากวิกฤตพลังงานและภาวะเศรษฐกิจถดถอย

ใกล้สิ้นปี 2022 แล้ว แต่ดูเหมือนว่าสถานการณ์การเมืองและเศรษฐกิจทั่วโลกจะไม่ดีขึ้นเร็วๆ นี้ เพราะแม้ว่าบรรดาธุรกิจจะเริ่มกลับมาลืมตาอ้าปากได้บ้างแล้ว หลังเจอวิกฤตโควิด-19 ซัดไปหลายระลอกในช่วงเกือบสามปีที่ผ่านมา แต่แสงแห่งความหวังของหลายประเทศกลับต้องดับลง แถมอาจมืดมิดกว่าเดิมเสียด้วย เพราะดันถูกซ้ำเติมด้วยเหตุการณ์รัสเซียบุกยูเครนที่ลากยาวมานานกว่า 7 เดือน ความขัดแย้งระหว่างรัสเซียและยูเครนอาจฟังดูเหมือนเรื่องไกลตัว แต่ความจริงแล้วไม่ใช่เลย เพราะสงครามนี้ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจและความเป็นอยู่ของผู้คนทั่วโลก ทั้งทางตรงและทางอ้อม ‘ประเทศในทวีปยุโรป’ มีแนวโน้มที่จะเจอผลกระทบรุนแรงกว่าใคร หลังจากก่อนหน้านี้ได้ใช้มาตรการคว่ำบาตรกดดันให้รัสเซียยุติสงคราม ผ่านนโยบายแบนการนำเข้าและส่งออกสินค้าหลายรายการจากแดนหมีขาวอย่างการห้ามนำเข้าทองคำ น้ำมัน ถ่านหิน เป็นต้น แต่มาตรการเหล่านี้ส่อแววไม่ได้ผลและอาจทำให้ยุโรปลำบากเสียเอง เพราะรัสเซียได้ปิดท่อส่งก๊าซหลักไปยังยุโรปอย่าง นอร์ด สตรีม 1 (Nord Stream 1) อย่างไม่มีกำหนด โดยให้เหตุผลว่าพบการรั่วไหลของน้ำมัน แต่ทางยุโรปเชื่อว่านี่คือข้ออ้างที่รัสเซียใช้โต้ตอบมาตรการคว่ำบาตรจากชาติตะวันตก  ที่น่ากังวลคืออีกไม่กี่เดือนยุโรปจะย่างเข้าฤดูหนาวแล้ว หลายฝ่ายกลัวว่าชาวยุโรปจะต้องใช้ชีวิตอย่างยากลำบากท่ามกลางสภาพอากาศที่หนาวเย็นจาก ‘วิกฤตขาดแคลนพลังงาน’ เนื่องจากพลังงานราว 60 เปอร์เซ็นต์ที่ยุโรปใช้คือพลังงานที่นำเข้าจากรัสเซียทั้งสิ้น รวมไปถึงความทุกข์ในการดำเนินชีวิตจากค่าครองชีพที่เพิ่มสูงขึ้นในช่วงที่หลายประเทศกำลังก้าวเข้าสู่ ‘ภาวะเศรษฐกิจถดถอย’ เต็มรูปแบบ ค่าไฟฟ้า ค่าครองชีพ แพงหูฉี่ สงครามระหว่างรัสเซียกับยูเครนคือหนึ่งสาเหตุหลักที่ทำให้มหาอำนาจทางเศรษฐกิจโลกอย่างยุโรปกำลังเจอกับ ‘วิกฤตเงินเฟ้อ’ ส่งผลให้ภาคธุรกิจและครัวเรือนโอดครวญกันเป็นแถวจากค่าไฟฟ้า ค่าครองชีพ และต้นทุนการผลิตที่แพงขึ้นจนแทบแบกภาระไม่ไหว ถ้าดูเป็นตัวเลขจะยิ่งน่าตกใจ เพราะเมื่อเดือนสิงหาคม 2565 […]

Greenovative Destination พาส่อง สถานีบริการน้ำมัน สไตล์ ‘Bangchak Unique Design’ ที่เป็นมากกว่าแค่สถานีบริการน้ำมัน

เดี๋ยวนี้จะเข้าสถานีบริการน้ำมันหนึ่งครั้ง ดูแค่เรื่องน้ำมันคงไม่พอแล้ว ไหนจะต้องมีห้องน้ำที่สะอาด มีร้านอาหารมากมายให้เลือกสรร เอาแบบที่จอดรถเติมน้ำมันหนึ่งครั้ง ต้องได้ความสุขกายสบายใจกลับไปแบบเต็มกระเป๋า และทั้งหมดที่กล่าวมายังต้องอยู่รวมกันอย่างลงตัวและสวยงามด้วยนะ ซึ่งความต้องการเหล่านี้ตอบโจทย์ได้ด้วย ‘สถานีบริการน้ำมันบางจาก’ ที่ออกแบบสถานีด้วยรูปแบบยูนีคดีไซน์ (Unique Design) เพื่อให้ตอบโจทย์ความต้องการที่หลากหลายของผู้บริโภค ด้วยแนวคิดการเป็นจุดหมายของการใช้ชีวิตของคนทุกช่วงวัยอย่างสร้างสรรค์และยั่งยืน (Your Greenovative Destination for Intergeneration) ทำให้บางจากฯ ไม่เหมือนสถานีบริการน้ำมันแบบเดิมๆ แต่เสมือนได้เดินทางท่องเที่ยวไปยังสถานที่ต่างๆ ทั้งในประเทศและต่างประเทศ ที่มากกว่าแค่ความสวย ความพรีเมียม ความประณีต แต่ตอบโจทย์ความสะดวกสบาย คำนึงถึงการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า ดีต่อโลก ดีต่อใจ เป็นพื้นที่ที่ทุกคนเข้ามาสร้างความสุขได้ด้วยตนเอง ปัจจุบันบางจากฯ มีสถานีบริการน้ำมันที่ใช้การออกแบบแบบยูนีคครอบคลุมทั่วประเทศ ทั้งหมด 54 สาขา และมีแผนขยายเครือข่ายในรูปแบบนี้เพิ่มเป็นมากกว่า 80 สาขา ภายในปี 2565  วันนี้ Urban Creature จึงได้เก็บภาพบรรยากาศส่วนหนึ่งของสถานีบริการน้ำมัน Bangchak Unique Design ได้แก่ สาขาศรีนครินทร์ กม.14, สาขาสุขุมวิท 62 และสาขาอินฟินิท เกษตรนวมินทร์ […]

น้ำมันแพง ประชาชนลำบากทั้งประเทศ รถโดยสารลดเที่ยววิ่ง 80 % และปิดกิจการ กระทบการเดินทางข้ามจังหวัด

เข้าสู่ช่วงยากลำบากของประชาชนของจริง เพราะนอกจากเศรษฐกิจที่ย่ำแย่แล้ว สินค้าเกือบทุกรายการก็ปรับราคาสูงขึ้นจนหลายคนตั้งตัวไม่ทัน แต่ถึงกระนั้น สิ่งที่ปรับราคาสูงขึ้นแล้วกระทบชีวิตประชาชนอย่างเห็นได้ชัด คงหนีไม่พ้นราคาน้ำมันที่แพงขึ้นเรื่อยๆ ว่ากันว่าจากเดิมที่เติมน้ำมันเต็มถังราคา 1,000 บาท แต่ตัดภาพมาปัจจุบัน ราคากลับดีดตัวสูงขึ้นไปเกือบอีกเท่าหนึ่ง ควักแบงค์พันสองใบมาจ่ายก็เหลือเงินทอนไม่เท่าไหร่แล้ว นอกจากผู้ใช้รถยนต์ส่วนตัวที่อ่วมกับค่าน้ำมันแล้ว ผู้ประกอบธุรกิจรถโดยสารเองก็หนักหนาสาหัสไม่แพ้กัน ล่าสุดเมื่อวันที่ 20 มิถุนายนที่ผ่านมา นายกกิจการรถโดยสารประเทศไทย ได้ประชุมหารือกับผู้ประกอบการขนส่ง และบริษัทรถร่วมทั่วประเทศ เนื่องจากต้องแบกรับภาระต้นทุนที่สูงขึ้นจากราคาน้ำมันเชื้อเพลิง จนได้เป็นมติกำหนดให้รถโดยสารลดเที่ยววิ่งลง 80 % ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2565 เป็นต้นไป โดยจะมีการประเมินสถานการณ์กันว่าจะสามารถดำเนินกิจการต่อได้หรือไม่ โดยประชาชนที่จะเดินทาง สามารถตรวจสอบเที่ยววิ่งรถในแต่ละวันได้ทางเว็บไซต์หรือช่องทางติดต่อของทุกบริษัท ที่เป็นแบบนั้นเพราะอัตราค่าโดยสารปัจจุบันที่ใช้กันอยู่คือ อัตราที่ใช้เมื่อปี 2562 เป็นตอนที่น้ำมันเชื้อเพลิงราคาลิตรละ 27 บาท แต่ตอนนี้น้ำมันเชื้อเพลิงปรับราคาขึ้นมาที่ลิตรละ 35 บาท ทั้งยังมีแนวโน้มสูงขึ้นเรื่อยๆ ที่ผ่านมาผู้ประกอบการหลายเจ้าก็แบกค่าใช้จ่ายที่มากขึ้นส่วนนี้ไม่ไหวแล้ว บางเจ้าถึงกับขายรถไปเป็นร้อยคัน หรือกระทั่งตัดเป็นเศษเหล็กชั่งกิโลขายก็มี หากพิจารณาดีๆ จะเห็นว่าเหตุการณ์ครั้งนี้ไม่ใช่ปรากฏการณ์แรกที่สะท้อนถึงวิกฤติค่าน้ำมันที่ส่งผลต่อรถโดยสารในไทย เพราะเมื่อเดือนพฤษภาคม 2565 เจ๊เกียว หรือ นางสุจินดา เชิดชัย นายกสมาคมผู้ประกอบการรถร่วมโดยสาร บขส.และเจ้าของอู่เชิดชัย […]

น้ำมันแพง คนใช้รถสาธารณะลำบาก เมื่อค่ารถไฟฟ้าสูงลิบและค่ารถเมล์ขึ้นรวดเดียว 17 บาท

เชื่อไหม ถ้าเราบอกว่า เดือนมีนาคม 2565 คือเดือนที่มีแต่ของขึ้นราคา ไม่ใช่เรื่องเกินจริง เพราะราคาน้ำมันที่กลับมาสูงแตะราคา 50 บาทต่อลิตร ทำให้หน่วยงานรัฐออกมาบอกประชาชนว่าต้องใช้ขนส่งสาธารณะเพื่อประหยัดน้ำมันแทน ตัดภาพมาที่อีกมุมหนึ่งของกรุงเทพฯ ในวันที่ 1 มีนาคม 2565 มีการประกาศยกเลิกให้บริการรถเมล์ครีม-แดงในเส้นทาง ‘สาย 7 คลองขวาง-หัวลำโพง’ ซึ่งองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพฯ (ขสมก.) เดินรถเมล์ธรรมดาในเส้นทางสายนี้มากว่า 46 ปี โดยได้ส่งไม้ต่อให้กับบริษัทเอกชนที่ใช้รถเมล์ปรับอากาศพลังงานไฟฟ้าเพื่อให้บริการในเส้นทาง ‘สาย 7 ศึกษานารีวิทยา-หัวลำโพง’ ฟังเผินๆ ดูจะมีแต่ข้อดี เพราะการผลัดใบให้ภาคเอกชนที่มีศักยภาพนำรถเมล์ไฟฟ้าเข้ามาให้บริการแทนรถเมล์เก่า ถือเป็นการยกระดับคุณภาพชีวิตของทุกคนในเมืองให้ดียิ่งขึ้น แต่ทำไมรถเมล์ใหม่นี้กลับกลายเป็นเรื่องคนนำมาถกเถียงขึ้นมาได้… ว่าแต่จะเถียงกันเรื่องอะไร ตามเรามาสำรวจการเปลี่ยนแปลงนี้ไปพร้อมๆ กันได้เลย รถเมล์ใหม่มาพร้อมราคาใหม่ที่สูงขึ้น แม้ข้อดีของรถเมล์ไฟฟ้ามาใหม่ จะมาพร้อมกับความเป็นมิตรต่อผู้คนในเมืองมากขึ้น ทั้งเรื่องมลภาวะทางอากาศและมลภาวะทางเสียงที่หายไป ผู้ใช้รถเข็นก็สามารถขึ้นรถได้ง่ายกว่าเดิม เพราะทางขึ้นรถเมล์รุ่นนี้ไม่มีขั้นบันได แต่คุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นกลับมาพร้อมกับค่าเดินทางที่สูงขึ้นเป็นเงาตามตัวอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ จากรถเมล์ สีครีม-แดงธรรมดา ที่เก็บค่าโดยสารราคา 8 บาทตลอดสาย เมื่อเปลี่ยนเป็นรถใหม่ก็เปลี่ยนการคิดค่าโดยสารมาเป็นเรตตามระยะทาง เริ่มต้นที่ 15 บาท แตะเรตสูงสุด 25 บาท […]

บันทึกหาด (แม่) รำพึง เมื่อน้ำมันรั่วกลางทะเล

เย็นวันที่ 29 มกราคม 2565  “เคราะห์ซ้ำกรรมซัด เพิ่งจะฟื้นตัวจากโควิด นี่มาน้ำมันรั่วอีก ทำไมอะไรๆ มันก็เข้ามาที่ระยอง” ป้าเจ้าของร้านอาหารทะเลเอ่ยเบาๆ ขณะยืนมองกลุ่มคนใส่ชุด PPE สีขาวกำลังทำความสะอาดคราบน้ำมันบริเวณชายหาดแม่รำพึง ย้อนกลับไปเมื่อวันที่ 25 มกราคม 2565 ออกจากชายฝั่งท่าเรือมาบตาพุด จ.ระยอง ไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ระยะทางประมาณ 20 กิโลเมตร เวลาประมาณสามทุ่มเศษๆ เกิดเหตุการณ์ ‘น้ำมันดิบรั่วไหลบริเวณทุ่นผูกเรือน้ำลึกแบบเดี่ยวกลางทะเล’ หรือเรียกง่ายๆ ว่า จุดขนถ่ายน้ำมันกลางทะเล ของบริษัท สตาร์ ปิโตรเลียม รีไฟน์นิ่ง จำกัด มหาชน (SPRC) และจากการคาดการณ์ทิศทางเคลื่อนตัวของคราบน้ำมันของกรมควบคุมมลพิษ (คพ.) ด้วยวิธีการ Oilmap ว่าคราบน้ำมันจะเข้ามาถึงฝั่งในวันที่ 28 มกราคม ที่บริเวณชายหาดแม่รำพึง เมื่อข่าวการรั่วของน้ำมันเป็นที่รับรู้ของชาวบ้าน และชาวประมงพื้นบ้านในบริเวณใกล้เคียงในวันรุ่งขึ้น แม่ค้าขายส่งหมึกในพื้นที่เล่าว่า “ลูกค้าประจำโทรมาถามแล้วว่าหมึกเอามาจากไหน ถ้าเป็นหมึกจากระยองต้องขอยกเลิกก่อน มันจะเหมือนน้ำมันรั่วคราวก่อนปี 56 ไหม ที่ชาวประมงออกไปหาปู หาปลา ไม่ได้ ถึงหามาได้ก็ไม่มีคนกล้าซื้อหรือกล้ากิน […]

SEND YOUR STORY

REQUEST INTERVIEW

ติดตามอ่าน “Urban Creature”
นิตยสารออนไลน์ที่จะทำให้คุณรักเมืองที่คุณอยู่ รักตัวเองมากขึ้นด้วยการเปิดมุมมองและนำเสนอแนวทางการใช้ชีวิตอย่างสร้างสรรค์ และสร้างแรงบันดาลใจใหม่ๆ ในการใช้ชีวิต
Better Life. Better Living.
Max. file size: 64 MB.