JOURNEY

นั่งชมวิวจากยอดภูเขาหิน ในหมู่บ้านจิ๋ว Svatý jan pod skalou ที่สาธารณรัฐเช็ก

Svatý Jan pod Skalou เป็นหมู่บ้านเล็กๆ ถึงเล็กมาก ที่มีคนอาศัยอยู่เพียงร้อยกว่าครัวเรือนเท่านั้น และเป็นหนึ่งในหมู่บ้านที่สวยงามที่สุดในแคว้นโบฮีเมีย แห่งสาธารณรัฐเช็ก มีธรรมชาติเขียวขจีรายล้อมและมีแม่น้ำ Berounka ไว้เติมความสดชื่นให้ชุมชน หมู่บ้านนี้เป็นหมู่บ้านที่ตั้งอยู่ในใจกลางเขตอนุรักษ์ธรรมชาติที่มีชื่อว่า Karlštejn อยู่ทางตะวันตกเฉียงใต้ห่างจากกรุงปรากเพียง 30 กิโลเมตรเท่านั้น เอกลักษณ์อีกอย่างของหมู่บ้านนี้คือตั้งอยู่ในหุบเขาที่มีภูเขาหินล้อมรอบ และนี่เป็นจุดเริ่มต้นของไอเดียการเดินขึ้นเขาเพื่อไปชมวิวหมู่บ้านจากยอดสูงสุดในวันนี้นั่นเอง

วันนี้เราใช้เวลาช่วงบ่ายขับรถออกไปสำรวจหมู่บ้านแห่งนี้ โดยเริ่มขับรถออกจากกรุงปรากไปประมาณ 50 นาที ระหว่างทางเราจะได้เห็นปราสาทสไตล์โกธิคที่มีชื่อว่า Karlštejn พร้อมวิวสีเขียวขจีเต็มไปด้วยต้นไม้ใบหญ้าที่กำลังแข่งกันผลิใบสีเขียวต้อนรับฤดูใบไม้ผลิของปีนี้ เมื่อถึงจุดหมายปลายทางแล้วเราก็ไม่รอช้า สูดลมหายใจรับอากาศบริสุทธิ์สักหนึ่งฟอด แล้วย่ำเท้าลุยขึ้นเขากันเลย บรรยากาศวันนี้ค่อนข้างเงียบสงบ มีเพียงนักท่องเที่ยวชาวเช็กที่เราพบเจอระหว่างทาง

“ สิ่งเล็กๆ ที่ยิ่งใหญ่ ”

เราตั้งใจอยากจะยลโฉมหมู่บ้านนี้จากมุมสูง ก็ต้องเริ่มลุยเดินตามรอยภูเขาหินขึ้นไปเรื่อยๆ ระหว่างทางเป็นทางเดินที่ไม่ยากมาก ไม่ชัน และไม่อันตราย บางจุดมีบันไดให้เราก้าวเดินได้อย่างสบายๆ และถ้าใครเหนื่อย เขาก็มีที่ให้นั่งพักกลางทางอยู่บ้าง แต่เนื่องจากริมทางเป็นป่าและธรรมชาติที่สวยงาม ส่งลมเย็นๆ โชยเข้ามาปะทะร่างกายให้เราได้สูดลมหายใจรับความสดชื่นตลอดทาง ทำให้เราลืมความเหนื่อยของการเดินขึ้นเขาไปเลย 

เสน่ห์อีกอย่างของหมู่บ้านและเนินเขาหินนี้คือ ระหว่างทางเราจะได้พบกับวิวและบรรยากาศที่หลากหลาย บ้างก็เป็นวิวสีเขียวของต้นไม้ใหญ่ เดินไปอีกนิดก็มีทุ่งโล่งกว้างสีน้ำตาล เลี้ยวไปอีกทางก็จะเจอโขดหินสีเทาเหลือบขาวรายล้อม และบางจุดก็จะเห็นแคมป์ปิ้งพร้อมกองไฟที่เพิ่งมอด หรือแม้กระทั่งทีมนักปีนเขาที่มาพร้อมอุปกรณ์ครบครัน เพื่อเตรียมปีนขึ้นผาหินนี้กันอย่างสนุกสนาน

“ยอดเขา ที่ไม่เคยทำให้เราผิดหวัง”

และอย่างเช่นทุกครั้ง ทริปการเดินขึ้นเขา ดื่มด่ำธรรมชาติ ไม่เคยทำให้ผิดหวัง แม้ระหว่างทางจะเหนื่อยแค่ไหน แต่เมื่อเดินขึ้นไปถึงยอดเขาแล้ว วิวธรรมชาติที่ตระการตา กลับทำให้เราหายเหนื่อยได้ในทันที ถือเป็นรางวัลที่คุ้มค่าไม่ใช่น้อย เราจึงอดไม่ได้ที่จะหาที่นั่งตามหน้าผาหิน ซึมซับบรรยากาศจากยอดเขาสักพัก และรับลมชิลยาวๆ จนเหงื่อแห้งกันไปเลย แต่ต้องกระซิบเตือนกันนิดหนึ่งว่าควรเดินระวังกันสักหน่อย เพราะยอดเขานี้เขาแทบไม่มีรั้วกั้น หรือสิ่งปลูกสร้างเพื่อกันตกใดๆ ทั้งสิ้น 

ในทางกลับกันมันทำให้เราได้ซึมซับกับวิวพาโนรามาจากยอดเขานี้ได้อย่างเต็มที่ 360 องศากันไปเลย จากยอดเขามุมนี้นอกจากจะสามารถเห็นหมู่บ้านที่มีความน่ารักกระจุกอยู่รวมกันเป็นหย่อมแล้ว เรายังสามารถเห็นโบสถ์ประจำหมู่บ้านที่ตั้งตระหง่านอย่างสงบอยู่ตรงกลางอีกด้วย

 และหากเราอิ่มเอมจากวิวยอดเขาและความสบายของลมที่โชยผ่านตลอดเวลาแล้ว เดินกลับด้วยการเดินเลาะเส้นทางธรรมชาติไปเรื่อยๆ เราจะได้เจอกับเหมืองเก่า พร้อมพิพิธภัณฑ์กลางแจ้งที่เล่าถึงความเป็นมาของการขุดหินในชุมชมโบฮีเมียนในสมัยก่อน และทางรถไฟเก่าที่ชาวโบฮีเมียนเคยใช้ในการเดินทางเพื่อมาที่เหมืองนี้นั่นเอง

ทริปในวันนี้ ถึงแม้ว่าจะเป็นทริปสั้นๆ เพียงวันเดียว แต่กลับทำให้เราชุ่มชื่นเหมือนได้เติมพลังพร้อมรับวันใหม่ได้เต็มที่ เพราะเมื่อนึกย้อนตอนที่เราใช้เวลาในการนั่งบนยอดเขาและค่อยๆ หันไปมองวิวรอบตัวนั้น มันทำให้รู้สึกว่ามนุษย์เราเป็นเพียงสิ่งมีชีวิตตัวเล็กนิดเดียวในโลกใบใหญ่ที่สวยงามแห่งนี้เท่านั้นเอง และอาจเป็นอีกหนีึ่งพลังที่ผลักดันเราให้ผ่านทุกปัญหาไปได้อย่างราบรื่น

Contributor

อรกานต์ สายะตานันท์

Writer

นักออกแบบสายรักษ์โลกแบรนด์ PARA ที่หลงรักการเดินทาง จนต้องนำมาเล่าต่อผ่านเฟสบุคเพจของตัวเองที่มีชื่อว่า Prasobkarn Design