NEIGHBORHOOD

เล่าเรื่อง ‘สะพานควาย’ ผ่านมุมมองของ ‘เจ้าบ้าน’ ที่อยู่มากว่าครึ่งชีวิต

สะพานควาย ที่เราคุ้นเคยในทุกวันนี้ เมื่อก่อนคือพื้นที่ที่เรียกว่า ‘ทุ่งศุภราช’ ทุ่งนากว้างใหญ่ไพศาลทางทิศเหนือของทุ่งพญาไท เมื่อถึงช่วงฤดูแล้ง นายฮ้อยจากแดนอีสานก็จะนำฝูงควายมาให้ชาวนาแห่งทุ่งศุภราชได้จับจองเป็นเครื่องมือในการทำนา และบริเวณจุดเชื่อมถนนพหลโยธินกับถนนประดิพัทธ์ ก็มีสะพานไม้ที่ชาวบ้านสร้างเอาไว้เป็นทางสัญจร เพื่อให้ทั้งคนและควายได้ใช้เดินทางข้ามคูคลองกันอย่างสะดวก พื้นที่นี้จึงถูกเรียกว่า ‘สะพานควาย’ มาจนถึงปัจจุบัน

สองเท้าก้าวออกจากรถไฟฟ้า สถานีสะพานควาย ไม่เหลือกลิ่นอายท้องทุ่งให้ได้สัมผัสเลยแม้แต่น้อย ผมเดินผ่านสถานบันเทิงที่เหลือแค่เพียงร่องรอยของความคึกคักในช่วงเวลาหนึ่งเอาไว้ อย่างโรงหนังเก่าที่ไม่มีใครกล้าที่จะเหยียบเข้าไป หรือห้างยุคเก่าที่รอวันรื้อทิ้ง และร้านรวงส่วนใหญ่ก็เป็นร้านเก่าแก่ที่ผมสามารถเรียกเจ้าของร้านว่าคุณตาคุณยายได้แล้ว

ผมมุ่งหน้าสู่ถนนประดิพัทธ์ และได้มีโอกาสพูดคุยกับ พี่วิทย์ สุวรรณนภาศรี เจ้าของร้าน Coffee Model ร้านกาแฟที่ถูกตกแต่งด้วยของสะสมชิ้นน้อยชิ้นใหญ่ และเพลงเพราะ ๆ จากเครื่องเล่นแผ่นเสียงสุดคลาสสิก ซึ่งตั้งอยู่ในซอยประดิพัทธ์ 18 พี่วิทย์เกิด เติบโต และใช้ชีวิตอยู่ที่ย่านนี้มากว่า 50 ปี เรียกได้ว่า เป็นผู้ที่เห็นการเปลี่ยนแปลงของย่านสะพานควายมาโดยตลอด


สะพานควาย | ไหนล่ะ ‘ควาย’ ?

“คนเฒ่าคนแก่ที่ยังมีลมหายใจอยู่ตอนนี้ ยังแทบจะไม่ทันยุคที่เขาขายควายกันเลย (หัวเราะ) ผู้ใหญ่เคยพาไปชี้ตำแหน่งว่าตรงนี้ คือตรงสี่แยก แถวตึกศรีศุภราช เมอร์รี่ คิงส์ มันเป็นแค่สะพานอันเล็ก ๆ ให้ควายข้ามแค่นั้นเอง และพอบ้านเมืองเราเริ่มเจริญเติบโต เทคโนโลยีมันก็เข้ามาแทนที่สัตว์พวกนี้ ชาวนาก็ไม่จำเป็นที่จะต้องใช้ควายในการทำนาอีกต่อไป ควายมันก็ถูกไปอยู่ในฐานะสัตว์อนุรักษ์ เราคงไม่ไปทำร้ายมันอีกแล้ว”


สะพานควาย | แหล่งบันเทิงชั้นดี

ในช่วงชีวิตวัยรุ่นของพี่วิทย์ สะพานควายเคยเป็นแหล่งบันเทิงชั้นดี และเป็นสถานที่ไนท์ไลฟ์แห่งหนึ่งของวัยรุ่นยุคนั้น ใครจะพบปะ สังสรรค์ ย่านนี้จะตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของทุกคนได้ เพราะมีทั้งห้างเมอร์รี่ คิงส์ ศรีศุภราช และโรงหนังสแตนอโลนให้เลือกเข้าไปชมมากมาย

แต่เมื่อการแข่งขันทางธุรกิจสูงขึ้น โรงหนังบางโรงก็เลือกที่จะเอาตัวรอดด้วยการฉายหนังติดเรท ทำให้เกิดเป็นแหล่งมั่วสุม และต้องปิดตัวตามกันไป อีกทั้งการเกิดของโรงหนังแบบ Cinema Complex ในห้างสรรพสินค้า ก็ดึงดูดความสนใจของผู้คน จนทำให้โรงหนังสแตนอโลนต้องมาถึงตอนอวสาน

“ยุคที่รุ่งเรืองที่สุด คงป็นยุคที่มีโรงหนังนิวยอร์ค
โรงหนังเฉลิมสิน พหลโยธินรามา มงคลรามา ประดิพัทธ์เธียเตอร์
นี่คือยุคของโรงหนัง ซึ่งเราบอกความเจริญของย่านนั้นผ่านโรงหนังก็ได้ ”


สะพานควาย | ย่านการค้าเบอร์รอง

“แน่นอนว่าจะซื้อทองคำ แว่นตา นาฬิกา คนก็นึกถึงเยาวราช หรือไปที่อื่นที่ไม่ใช่สะพานควาย จะซื้อผ้า ซื้อชุดนักเรียนก็นึกถึงพาหุรัด แต่ทั้งหมดนี้ สามารถหาได้ที่สะพานควาย แต่ก่อนร้านพวกนี้เยอะมาก ซึ่งตอนนี้ก็ทยอยหายกันไป หรือขึ้นไปอยู่บนห้างกันหมด ตรงนี้ มันบ่งบอกได้ถึงฐานะ การศึกษา และเป็นจุดชี้ถึงความเจริญของย่านนี้ เราก็เป็นแหล่งดี ๆ แหล่งหนึ่ง ไม่โตเท่า ไม่ใหญ่เท่า แต่เรียกว่าเป็นหัวแถวของเบอร์รองก็ยังได้”

พี่วิทย์เล่าถึงยุคเฟื่องฟูของสะพานควาย ที่มีทั้งห้างสรรพสินค้า โรงภาพยนตร์ และร้านค้าที่บ่งบอกถึงสถานะของผู้คน แต่ด้วยปัจจัยหลายอย่าง ไม่ว่าจะค่าเช่าที่ปรับราคาสูงขึ้น การแข่งขันด้านธุรกิจที่สูงขึ้นตาม ความเจริญรุ่งเรืองไร้ขีดจำกัดก็ได้กลืนกินย่านสะพานควาย จนทำให้ตัวชี้วัดเหล่านั้น ค่อย ๆ เลือนหายไปตามกาลเวลา


สะพานควาย | เสน่ห์แห่งความเหงา

“ถ้าจะบอกว่าย่านนี้มันเงียบเหงาก็ไม่ผิด ทำเลการค้าตอนนี้ สะพานควายไม่ใช่ทำเลทองเหมือนในอดีต ซึ่งตรงจุดนี้มันคือเสน่ห์ที่ใครต่างก็หันกลับมามอง เรามีทั้งรถไฟฟ้า มีพื้นที่ดี ๆ ค่าที่ไม่แพงมาก เราอยู่ตรงกลางระหว่างอารีย์กับจตุจักร ความเจริญมันก็กำลังหลั่งไหลเข้ามาเรื่อย ๆ

พี่เชื่อว่ายุคสแตนอโลนมีโอกาสกลับมา สะพานควายจะเติมเต็มด้วยร้านอาหารและร้านกาแฟเด่น ๆ ทุกคนไม่จำเป็นต้องไปห้างก็สามารถมีความสุขกับย่านนี้ได้ ถ้าสังเกต เราเริ่มเห็นร้านกาแฟเล็ก ๆ โฮสเทลเกิดขึ้นมากมาย หากรู้สึกว่าย่านอื่นคนเยอะแล้ว ก็แวะเวียนมาพักใจที่สะพานควายได้”


สะพานควาย | ตอนนั้น ตอนนี้ อะไรที่เหมือนกัน

“ย่านทุกย่านมี ‘คน’ และแน่นอนว่า ‘การค้าขาย’ ย่อมตามมา เป็นเหมือนตัวขับเคลื่อนให้ชุมชนนั้นๆ มันเดินหน้าต่อไป สมัยก่อนอาจจะแลกเปลี่ยนซื้อขายควายกัน หรือยุคหนึ่งก็มีทั้งโรงหนัง มีห้าง ถ้าเรามองดี ๆ มันไม่ต่างอะไรกับตอนนี้เลย ที่มีร้านค้า มีตลาดให้คนได้มาแลกเปลี่ยนสินค้าบริการกัน ความไม่หวือหวาและความอิสระเสรีของพื้นที่นี้นี่แหละ มันเป็นสิ่งที่ย่านอื่น ๆ จะต้องหันกลับมามองเรา”

“ใครจักใคร่ค้าช้าง ค้า
ใครจักใคร่ค้าม้า ค้า ใครจักใคร่ค้าเงือนค้าทอง ค้า”

Contributor

ปณัยกร

จบชายล้วน ใช้กรุงเทพฯ เป็นสนามทดลองชีวิต ชอบสำรวจย่าน กินเบียร์และกาแฟแทนน้ำ เบื่อการย่ำอยู่กับที่ ฝันว่าสักวันจะมีชีวิตดีๆ และกลับไปพัฒนาบ้านเกิด