หลังจากพาร์ทที่แล้วที่เราพาไปเที่ยวชมวิวดูดอกไม้กันพอหอมปากหอมคอ แล้วไปจบที่ทะเลสาบ Wanaka ชมต้นไม้ #thatwanakatree อันโด่งดังไปแล้ว คราวนี้เราขอไม่พูดพร่ำทำเพลงรีบเดินเข้า Queenstown เพื่อไปชมธรรมชาติสวยๆ ที่ Glenorchy กันต่อเลย

ติดตามการเดินทางพาร์ทที่แล้วที่นี่เลย : New Zealand Roadtrip Part I

จาก Wanaka ไป Queenstown เราต้องขับรถไปอีกประมาณ 70 กิโลเมตร ผ่านเส้น Crown Range Road ซึ่งเป็นอีกหนึ่งเส้นทางสวยๆ ระหว่างทางก็จะผ่าน Cardrona Hotel หนึ่งในโรงแรมที่เก่าแก่ที่สุดในนิวซีแลนด์ ให้บรรยากาศแบบย้อนยุคสไตล์คาวบอยหน่อยๆ และยังมีร้านอาหารให้แวะเข้าไปทานกันได้ ส่วนใหญ่จะเป็นเมนูแบบผับทั่วไป เน้นพวกสเต็ก เบอร์เกอร์ แต่ก็มีเมนูเบรกฟาสต์ ไวน์และคราฟท์เบียร์ให้บริการด้วย ส่วนเราแวะลงถ่ายรูปเป็นที่ระลึกนิดหน่อยแล้วเดินทางต่อ

ระหว่างทางเราได้เจอดอกลูปินบ้างประปราย กับภูเขาสีทองคล้ายกับที่ Lindiss Pass ขับมาสักพักก็ถึงจุดชมวิว วันนี้อากาศดีฟ้าเปิด ก็จะได้เห็นวิวท้องฟ้าสีฟ้าสดตัดกับภูเขาสีทองซึ่งเราสามารถมองเห็นวิว Queenstown และทะเลสาบ Wakatipu ที่อยู่ลิบๆ ได้จากจุดนี้เลย แล้วจึงลงเขาผ่านโค้งหักศอกที่คดเคี้ยวจนเราต้องโยกตัวตามก่อนจะเข้าสู่ Queenstown อีกหนึ่งเมืองใหญ่สุดคึกคัก ที่มีกิจกรรมแอดเวนเจอร์ให้ทำหลากหลาย แต่ครั้งนี้เราขอตัวงดทำอะไรลุยๆ เพราะมาเที่ยวกับพ่อแม่ แล้วเลือกที่จะไป Glenorchy เมืองเล็กๆ ที่อยู่ปลายสุดของทะเลสาบ Wakatipu แทน

เมื่อมาถึง Queenstown แล้ว เรานั่งพักกินข้าวกันสักนิด แล้วออกรถเดินทางต่อไปยัง Glenorchy กันเลย ซึ่งเหตุผลที่เราอยากมาเที่ยวที่ Glenorchy เนี่ยก็เพราะไปเห็นรูปบ้านไม้สีแดงริมทะเลสาบที่เป็นแลนด์มาร์กของที่นี่เข้าเลยเกิดติดใจ อยากจะมาถ่ายรูปคู่กับบ้านไม้สีแดงนี้บ้าง สำหรับการเดินทางมา Glenorchy จาก Queenstown ใช้เวลาประมาณ 45 นาทีถึง 1 ชั่วโมง โดยเราจะขับรถลัดเลาะภูเขาและทะเลสาบ Wakatipu ไปตลอดทาง ทำให้ได้เห็นวิวทะเลสาบสวยๆ น้ำใสๆ ที่สะท้อนแสงแดดเป็นสีเทอร์ควอยซ์ไปตลอดทาง

ขับมาได้พักใหญ่ใกล้ถึง Glenorchy แล้ว เราก็จอดรถลงมาถ่ายรูปวิวสวยๆ แถวๆ ป้าย Glenorchy Gateway to Paradise ถ้าแปลง่ายๆ ก็เป็นประตูสู่สวรรค์ยังไงยังงั้นเลย ตรงนี้มีลำธารเล็กๆ ที่ไหลมาจากหุบเขาด้านหลัง และมีดอกลูปินพันธุ์สีเหลืองขึ้นไปหย่อมๆ ซึ่งแถวนี้ส่วนใหญ่จะเป็นดอกลูปินพันธุ์นี้กันทั้งนั้น ดูแล้วก็สวยน่ารักไปอีกแบบ เราลงมาถ่ายรูปและเดินเล่นกันสักพัก ก่อนจะขึ้นรถ และขับเข้า Glenorchy กันต่อ

จริงๆ แล้วที่ Glenorchy นี่ให้เป็นโลเคชั่นถ่ายภาพยนต์ดังๆ หลายเรื่องเลย ทั้ง The Lord of the Rings และ Narnia แถมยังมีกิจกรรมให้ทำหลากหลายมากๆ ทั้ง  Hiking ชมธรรมชาติอันสวยงาม ที่ Routeburn Track หรือจะเป็นการนั่งเรือเร็ว Jet Boat ไปตามแม่น้ำ Dart River ยิ่งช่วงหน้าร้อนแบบนี้ที่นี่ยิ่งคึกคัก แต่เป็นความคึกคักที่มีชีวิตชีวา ไม่วุ่นวาย ใครที่อยากมาพักผ่อน หนีความวุ่นวายของ Queenstown เราขอแนะนำที่นี่เลย

อย่างวันนี้เรามีเวลาน้อย เลยได้แค่เดินเล่นริมทะเลสาบและถ่ายรูปกับวิวสวยๆ แทน ซึ่งนอกจากบ้านสีแดงที่เป็นแลนด์มาร์กของที่นี่แล้ว ยังมีสะพานที่ยื่นไปในทะเลสาบ ให้เราได้ไปยืนชมวิวซึมซับบรรยากาศสวยๆ ที่มีพื้นหลังเป็นภูเขาขนาดมหึมาซึ่งยังมีหิมะให้เห็นอยู่นิดหน่อย ถ้าใครอยากเห็นหิมะมากกว่านี้ อาจจะต้องลองมาช่วงต้นฤดูใบไม้ผลิ ซึ่งก็น่าจะสวยและบรรยากาศดีไปอีกแบบ

ส่วนข้อดีของการมาเที่ยวทีนี่ในช่วงหน้าร้อน (เดือนธันวาคม) คือเราจะได้เจอดอกไม้สวยๆ ทุกหย่อมหญ้า ไม่ใช่แค่ดอกลูปินเท่านั้น แต่ยังมีดอกไม้ป่าต่างๆ ออกดอกมาทักทายเราเต็มไปหมด เป็นบรรยากาศที่สดใสมากๆ ยิ่งบริเวณริมทะเลสาบแบบนี้ เราได้เห็นสีสันที่สดใสของดอกไม้นานาพันธุ์ตัดกับสีเทอร์ควอยซ์ของทะเลสาบ  สีเขียวของภูเขา และสีฟ้าของท้องฟ้า เรียกได้ว่าเป็นวิวที่สวยราวกับอยู่ในวอลเปเปอร์หรืออยู่ในโปสการ์ดเลยแหละ

สำหรับใครที่แวะไปเที่ยว Queenstown แล้วมีเวลา เราอยากแนะนำให้มาเที่ยว Glenorchy สักวัน จะมาแบบ Day Trip ไปเช้าเย็นกลับก็ได้ รับรองว่าต้องฟินกับธรรมชาติสวยๆ แบบที่เราเห็นกันในโปสการ์ดด้วยตาตัวเอง หรือหากมีเวลา ที่นี่ก็มีกิจกรรมให้ทำมากมาย เรียกว่ามากันได้ทั้งครอบครัวเลย เป็นอีกหนึ่งสถานที่ประทับใจที่เราไม่อยากให้พลาดเลยจริงๆ ส่วนครั้งหน้าเราจะพาไปเที่ยวไหนในนิวซีแลนด์ต่อ รอติดตามได้ในตอนต่อไปจ้า

Facebook Comments
Natcha
นักเขียนที่คิดถึงเรื่องไลฟ์สไตล์ทุกลมหายใจ ตั้งแต่เรื่อง อาหาร ศิลปะ แฟชั่น และยังมีแพชชั่นกับการเดินทางท่องเที่ยวไปสถานที่ใหม่ๆ เพื่อถ่ายภาพบันทึกวิถีชีวิตของผู้คนและสิ่งรอบตัว เพราะเชื่อว่าภาพถ่ายเป็นสื่อที่สามารถเก็บความประทับใจและความทรงจำได้ดีที่สุดวิธีหนึ่ง