‘ตลาดนัดจตุจักร’ ศูนย์รวมตลาดต้นไม้ใจกลางกรุง - Urban Creature

เทรนด์ปลูกต้นไม้กำลังมาแรง หลังจากนโยบายของพ่อเมืองคนใหม่ที่ชักชวนชาวกรุงเทพฯ และสื่อมวลชนมาร่วมกันปลูกต้นไม้ทั่วเมืองให้ถึง 1 ล้านต้น เพื่อคืนพื้นที่สีเขียวให้กับเมืองหลวงควันและฝุ่นมากมายของเรา ซึ่งตอนนี้เห็นว่ามีผู้สนใจร่วมเป็นจำนวนมากทะลุยอดที่หวังไปเยอะแล้ว

แต่นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ทำให้มนุษย์กรุงเทพฯ อยากจับจอบเสียม มานั่งเปลี่ยนดินในกระถาง เตรียมปลูกต้นไม้ เพราะก่อนหน้านี้ก็มีกระแสนักปลูกเวียนมาเรื่อยๆ ทั้งในช่วงโควิด-19 ระบาดใหม่ๆ ที่ต้องหากิจกรรมยามว่างระหว่าง Work from Home หรือกระแสไม้ด่าง ไม้มงคล และไม้ฟอกอากาศ ที่ผลัดเปลี่ยนกันมาอยู่ตลอด

ในวาระที่กรุงเทพฯ กำลังจะเป็นเมืองสีเขียว (ขึ้น) คอลัมน์ Neighboroot คราวนี้ถือโอกาสร่วมสร้างสรรค์พื้นที่สีเขียวให้เข้าเทรนด์ ชวนไปพูดคุยกับเหล่าพ่อค้าแม่ขายที่ ‘ตลาดต้นไม้ ตลาดนัดจตุจักร’ ทำความรู้จักที่มาที่ไปของแหล่งค้าต้นไม้ที่ใหญ่ที่สุดของกรุงเทพฯ แห่งนี้ อัปเดตสถานการณ์ปัจจุบัน พร้อมออกไปมองหาต้นไม้ไซซ์พอเหมาะๆ มาวางไว้สักกระถางริมระเบียงของคอนโดฯ หรือจัดมุมเล็กๆ ของบ้านให้เป็นพื้นที่สีเขียวส่วนตัว ส่วนใครที่มีต้นไม้อยู่แล้ว อยากฟังเคล็ดลับวิธีปลูกให้สวยคู่บ้านไปนานๆ ตามมาฟังพร้อมกัน

‘ตลาดต้นไม้ ตลาดนัดจตุจักร’ ศูนย์รวมต้นไม้จากทั่วไทยมาไว้ใจกลางกรุง

ตลาดนัดจตุจักร เป็นที่รู้จักมาอย่างยาวนานในฐานะตลาดนัดวันหยุดขนาดใหญ่ของกรุงเทพฯ ที่เพียบพร้อมไปด้วยสินค้านานาชนิด ไม่ว่าจะเป็นสัตว์เลี้ยง ต้นไม้ ของใช้วินเทจ หนังสือเก่า เสื้อผ้ามือหนึ่ง-มือสอง ไปจนถึงของที่ระลึกและของฝากที่นิยมมากในกลุ่มนักท่องเที่ยวต่างชาติ

ภาพคุ้นตาคือทั่วบริเวณของตลาดนัดจตุจักร ซึ่งมีการแบ่งพื้นที่สำหรับขายสินค้าชนิดต่างๆ กว่า 27 โครงการ จะคลาคล่ำไปด้วยเหล่านักช้อปจากทั่วสารทิศ ที่มาเดินเลือกซื้อหาสินค้ากันแบบเบียดเสียด ท้าแดดและอุณหภูมิของประเทศไทย ส่วนหนึ่งเพราะด้วยความที่โลเคชันอยู่แทบจะกลางเมือง เดินทางก็ง่ายด้วยรถไฟฟ้าทั้งใต้ดินและบนดิน หรือจะขับรถมาเองก็มีที่จอดหลายจุดทั่วตลาด ส่วนใครที่อยากขับมอเตอร์ไซค์มาเพื่อความคล่องตัวก็นับเป็นทางเลือกที่ดี เพราะเราสามารถขับทะลุไปมาได้รอบตลาด

swap & go ‘ตลาดต้นไม้ ตลาดนัดจตุจักร’ ศูนย์รวมต้นไม้จากทั่วไทยมาไว้ใจกลางกรุง

อย่างเราในวันนี้ก็เช่ามอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าของ Swap & Go กับเจ้าหน้าที่ผ่านไลน์ @swapandgo มาก่อนแล้ว โดยนัดรับรถที่ PTT NGV กำแพงเพชร 2 อยู่เยื้องๆ กับตลาดนัดจตุจักรนี่เอง ซึ่งความพิเศษของ Station แห่งนี้ คือไม่ได้มีแค่ตู้สำหรับ Swap แบตเตอรี่เหมือนกับอีก 20 แห่งที่เหลือทั่วกรุงเทพฯ (สามารถหา Station อื่นๆ ได้ทาง bit.ly/3gKnAhR]) แต่ที่นี่ยังเป็นที่ตั้งของโชว์รูม Swap & Go แห่งเดียวในประเทศที่มีมอเตอร์ไซค์สีอื่นๆ ให้เราได้เลือกจองไปลองขับขี่ได้ด้วย

swap & go ‘ตลาดต้นไม้ ตลาดนัดจตุจักร’ ศูนย์รวมต้นไม้จากทั่วไทยมาไว้ใจกลางกรุง

หากใครสนใจแต่ยังไม่คุ้นเคยกับรถไฟฟ้า อยากบอกว่าวิธีการ Swap แบตฯ ง่ายมากๆ หลังจากที่เจ้าหน้านัดรับรถแล้ว เพียงแค่สมัครสมาชิกและซื้อแพ็กเกจไว้ก่อนล่วงหน้าในแอปพลิเคชัน Swap & Go สแกน QR Code ที่อยู่หน้าตู้ เอาแบตฯ เก่าในรถมาใส่ตู้ แล้วเปลี่ยนแบตฯ ใหม่ เท่านี้ก็ได้แบตเตอรี่เต็ม 100 เปอร์เซ็นต์ให้กับเจ้ามอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าของเราในวันนี้

เมื่อ Swap เสร็จแล้ว ก็ Go ได้ทันที!

swap & go ‘ตลาดต้นไม้ ตลาดนัดจตุจักร’ ศูนย์รวมต้นไม้จากทั่วไทยมาไว้ใจกลางกรุง

ก่อนที่จะเป็นตลาดนัดของชาวกรุงเทพฯ และหนึ่งในจุดหมายของชาวต่างชาติยามมาเยือนเมืองไทย รู้หรือไม่ว่าจริงๆ แล้ว ตลาดนัดแห่งนี้มีความเป็นมายาวนานกว่า 70 ปีแล้ว จากภาวะข้าวยากหมากแพงในช่วง พ.ศ. 2491 ทำให้ท่านผู้นำในขณะนั้นอย่าง จอมพล ป. พิบูลสงคราม มีความคิดให้จัดตั้งตลาดนัดขึ้นเพื่อส่งเสริมอาชีพให้กับเกษตรกรที่สนามหลวง แม้จะมีเหตุให้โยกย้ายไปมาอยู่หลายรอบ ทั้งที่พระราชอุทยานสราญรมย์ และขยับออกมาอยู่ริมคลองหลอด แต่แล้วสุดท้ายก็กลับมากางเต็นท์ผ้าใบค้าขายกันที่สนามหลวงอีกครั้ง ซึ่ง ‘ตลาดนัดสนามหลวง’ มีของหลายสิ่งจากทั่วประเทศมาวางขายไม่ต่างจากจตุจักรที่เราเห็นในทุกวันนี้

จุดเปลี่ยนสำคัญคือ เมื่อสนามหลวงจำเป็นต้องใช้จัดงานใหญ่ของประเทศ อย่างพระราชพิธีสมโภชกรุงรัตนโกสินทร์ครบ 200 ปี เมื่อ พ.ศ. 2525 ทำให้ตลาดนัดที่สนามหลวงก็เป็นอันจำเป็นต้องย้ายมาอยู่ตรงพื้นที่สวนจตุจักรในปัจจุบัน

swap & go ‘ตลาดต้นไม้ ตลาดนัดจตุจักร’ ศูนย์รวมต้นไม้จากทั่วไทยมาไว้ใจกลางกรุง

หากอยากได้สินค้าอื่นๆ รู้กันดีว่าต้องมาในวันเสาร์-อาทิตย์ แต่ถ้าอยากได้ต้นไม้หลากชนิดที่ส่งตรงมาจากสวนป่าทั่วประเทศไทย ต้องมาตลาดนัดต้นไม้ในวันอังคาร พุธ และพฤหัสบดีเท่านั้น เพราะ 3 วันนี้จะเป็นนัดหมายของเหล่าพ่อค้าแม่ค้าต้นไม้ที่จะพร้อมใจกันนำต้นไม้ต่างๆ ตั้งแต่ขนาดเล็กไซซ์จิ๋วไปจนไม้ล้อมขนาดใหญ่พร้อมให้ร่มเงา มาวางเรียงรายกันเต็มสองฟากถนนของโครงการ แถมราคาก็เป็นมิตรด้วย เพราะซื้อกับผู้ปลูกโดยตรง

อย่างร้านขายเฟิร์นของ ป๋ารัตน์ แห่งสวนเฟิร์นป๋ารัตน์ ถือเป็นหนึ่งในร้านเก่าแก่ที่อยู่คู่ตลาดนัดต้นไม้จตุจักรมามากกว่า 10 ปีแล้ว โดยป๋ารัตน์เล่าให้เราฟังอย่างเป็นกันเองว่า ตนมีสวนอยู่ที่จังหวัดสุพรรณบุรี เพาะพันธุ์แยกหน่อเฟิร์นซึ่งเป็นพันธุ์นำเข้าอยู่ที่บ้าน แล้วจึงขับรถมาขายที่ตลาดนัดต้นไม้แห่งนี้ทุกอาทิตย์ เช่นเดียวกับเกษตรกรผู้ปลูกต้นไม้ทุกชนิดจากทั่วประเทศที่จะพาต้นไม้ของตนมาขายถึงมือลูกค้าที่ตลาดนัดแห่งนี้
“เรามาจากสุพรรณฯ แถบนู้นก็มีมาจากปราจีนบุรี เชียงใหม่ กำแพงเพชร บางคนก็นอนที่นี่ ปูนอน กางมุ้งตรงนี้เลย หรือบางคนมีบ้านพวกบ้านเพื่อนก็ไปอาศัยนอน”

หากใครอยากลองมาเดินหาต้นไม้กลับไปปลูกที่บ้าน ป๋ารัตน์บอกว่า ร้านต้นไม้จะมาตั้งกันตั้งแต่ช่วงสายของวันอังคาร บางร้านช่วงเที่ยงๆ ก็มาซื้อได้แล้ว แต่หากจะให้จัดร้านกันครบแบบมาแล้วพร้อมขายทุกร้านก็ควรเป็นในช่วงเย็น และวันอังคารจะเปิดยาวจนถึงช่วงค่ำของวัน ส่วนวันพุธและพฤหัสบดีจะสามารถมาเดินเลือกหากันได้ตั้งแต่เช้า พอช่วง 5 – 6 โมงเย็นร้านก็จะทยอยเริ่มเก็บแผงกันแล้ว หรือบางร้านอาจกลับบ้านไปก่อนก็มี

swap & go ‘ตลาดต้นไม้ ตลาดนัดจตุจักร’ ศูนย์รวมต้นไม้จากทั่วไทยมาไว้ใจกลางกรุง

สำหรับใครที่กำลังสนใจอยากได้เฟิร์นไปแต่งบ้าน เราขอเคล็ดลับวิธีเลือกเฟิร์นจากป๋ามาฝากผู้อ่านทางบ้านด้วย “ต้องดูว่าเราชอบแบบไหน อย่างพันธุ์บริพัตรจะเป็นทรงตั้ง หรือพันธุ์สไบนางก็เป็นทรงห้อย ซึ่งต้องดูสถานที่มาก่อน แล้วค่อยมาเลือกดู” เจ้าของร้านเฟิร์นเผย พร้อมบอกวิธีการดูแลว่า “จริงๆ แล้วเฟิร์นเป็นต้นไม้ที่ดูแลง่ายมาก เพียงแค่รดน้ำวันละครั้งและใส่ปุ๋ยช่วยบำรุงก็พอ”

ก่อนจะขอตัวแยกไปเดินดูต้นไม้ชนิดอื่นต่อ ด้วยความที่ขายอยู่ในตลาดนัดแห่งนี้มาอย่างยาวนาน เราเลยขอให้ป๋ารัตน์ช่วยเล่าย้อนถึงตลาดต้นไม้ช่วงก่อนหน้านี้ ซึ่งป๋าบอกว่าแต่ก่อนจะคึกคักมาก พอมาเจอโควิด-19 ทำให้เดี๋ยวนี้ตลาดก็เงียบเหงาลงไป

“แต่ก่อน คนจัดสวนนี่มาชี้ๆ เอาขึ้นรถเลย สำหรับคนขาย เงินนี่ไม่ต้องเตรียมมาจากบ้าน มาหาเอาที่นี่ แต่เดี๋ยวนี้ตลาดนัดต้นไม้จตุจักรไม่เหมือนเดิมแล้ว ช่วงโควิดก็ยิ่งแย่ไปใหญ่ คนน้อยลง กำลังซื้อคนไม่มี” 

swap & go ‘ตลาดต้นไม้ ตลาดนัดจตุจักร’ ศูนย์รวมต้นไม้จากทั่วไทยมาไว้ใจกลางกรุง

ข้ามมาอีกฝั่งหนึ่ง เห็นบัวหลากสีสันกำลังบานสะดุดตา เราเลยแวะไปเปิดบทสนทนาเล็กๆ กับพี่สาวเจ้าของร้านสักหน่อย

พี่อรวรรณ เป็นเจ้าของสวนบัวลัดดา นาบัวขนาดใหญ่ในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ที่มีชื่อเสียงอย่างมากในวงการบัว เล่าว่ามาขายอยู่ที่ตลาดต้นไม้จตุจักร 10 ปีได้แล้ว ซึ่งจำนวนของลูกค้าก็จะเปลี่ยนไปตามแต่ละช่วงเวลา

“มันก็มีเงียบๆ บูมๆ ตามเศรษฐกิจ แต่ช่วงนี้เงียบสุดเลย ไม่เหมือนแต่ก่อน” พี่อรวรรณเล่าเพิ่มเติมถึงสถานการณ์ของตลาดต้นไม้ไปทางเดียวกับป๋ารัตน์

เราทราบเพิ่มจากพี่อรวรรณว่า บรรดาดอก 3 สีที่บานอยู่หน้าร้านนั้นเป็นบัวนอกลูกผสม สายพันธุ์ออสเตรเลีย ที่ขุดหัวของบัวและคัดที่สมบูรณ์มาเตรียมไว้จำหน่ายให้กับลูกค้าในกรุงเทพฯ ในทุกวันอังคาร พี่อรวรรณจะลงมือเลือกบัวที่เพิ่งบานวันแรก เพื่อให้เวลามาขายที่ตลาดนัดจตุจักรแล้วดอกบัวยังคงบานชวนซื้ออยู่ เป็นเทคนิคของแม่ค้าที่เราก็เพิ่งรู้

ส่วนใครที่มีบัวอยู่ที่บ้านแต่ไม่ค่อยออกดอก พี่อรวรรณบอกว่าให้ลองเปลี่ยนไปเลี้ยงอยู่กลางแดด จะทำให้บัวเลี้ยงง่ายขึ้น เพราะบัวเป็นพืชที่ชอบแดดมาก หรือถ้าใครปลูกแล้วดอกไม่ใหญ่เหมือนอยู่ที่ร้าน ลองเปลี่ยนไปปลูกในกระถางที่ใหญ่ขึ้น

“ดอกบัวจะโตตามที่เลี้ยง ถ้าอยู่กระถางเล็กๆ ก็จะเล็ก ถ้าลงบ่อดอกก็จะใหญ่” เจ้าของนาบัวแนะทิ้งท้าย

swap & go ‘ตลาดต้นไม้ ตลาดนัดจตุจักร’ ศูนย์รวมต้นไม้จากทั่วไทยมาไว้ใจกลางกรุง

ไม่นานนัก เราพารถมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าขี่มาอีกฝั่งหนึ่งของตลาด ซึ่งเป็นโซนต้นไม้ใหญ่และพืชพรรณหายาก มาพบกับร้านขายบอนไซ ที่วางไม้ดัดในกระถางหน้าตาสวยงามเหมือนที่เคยเห็นตามหนังสือวางอยู่เต็มโต๊ะ พอดีว่าพี่คนขายกำลังนั่งแต่งต้นไม้กระถางใหญ่อยู่ เลยขอเข้าไปพูดคุยด้วยสักหน่อย

“สมัยก่อน คนมาขายต้นไม้ช่วงเช้า รถยังไม่ทันจอดเลย คนมาซื้อหมดแล้ว แม่ค้าต้องขับไปขนมาขายใหม่” พี่นิ เจ้าของสวนบอนไซรุ่นใหม่เล่าย้อนบรรยากาศของตลาดต้นไม้เมื่อก่อน ทันทีที่เราถามถึงการเปลี่ยนแปลงของตลาดนัดแห่งนี้

พี่นิถือเป็นหนึ่งในผู้คร่ำหวอดวงการบอนไซไทย การันตีด้วยรางวัลถ้วยพระราชทาน 2 สมัยซ้อน โดยคลุกคลีอยู่ในแวดวงนี้ได้ 20 ปีแล้ว ซึ่งแต่ก่อนเธอเปิดร้านที่ตลาดนัดสนามหลวง 2 อีกตลาดต้นไม้ชานเมืองกรุงเทพฯ ซึ่งใกล้กับบ้านและสวนบอนไซที่ตั้งอยู่แถวพุทธมณฑล สาย 2 ต่อมาจึงได้ย้ายมาขายที่ตลาดนัดจตุจักรเมื่อ 4 – 5 ปีก่อน เพื่อให้ลูกค้ามาซื้อหาพูดคุยได้สะดวกขึ้น

แม่ค้าร้านนี้เป็นคนคุยสนุกและแบ่งปันความรู้เกี่ยวกับวิธีปลูกบอนไซหลายๆ อย่างตลอดการสนทนาแบบไม่หวง อาทิ การปลูก การดูแล และการกำหนดกิ่งก้านตามแบบฉบับเพื่อให้ออกมาดูสวยงาม ได้รูปทรงเป็นสามเหลี่ยม โดยต้นไม้ที่นิยมนำมาทำเป็นบอนไซมีหลายสายพันธุ์ เช่น ต้นตะโก ต้นสนประดิพัทธ์ รวมถึงจำพวกต้นโพธิ์ ไทร ไกร กร่าง ก็สามารถมาย่อส่วนใส่กระถางเป็นบอนไซได้เช่นกัน ซึ่งกว่าจะดูแลให้ได้รูปทรงขั้นต่ำต้องใช้เวลากว่า 4 ปี หรือบางต้นเป็น 10 ปีก็มี

“ไม้พวกนี้เราต้องดูแลตลอด ถึงจะทำจบแล้วแต่ก็ต้องดูแลต่อ ถ้าไม่ดูแลก็จะเสีย เวลาเราขายให้ลูกค้าก็จะบอกวิธีการดูแล ถ้าลูกค้าซื้อหลายต้นก็มีบริการดูแลต่อ เปลี่ยนดิน ดูแลให้เขาหมด หรือถ้าลูกค้าอยากขายคืนเราก็รับซื้อ”

swap & go ‘ตลาดต้นไม้ ตลาดนัดจตุจักร’ ศูนย์รวมต้นไม้จากทั่วไทยมาไว้ใจกลางกรุง

“บอนไซยากกว่าศิลปะ ตรงที่ว่าเราวางกิ่งหนึ่ง สอง สาม เราต้องเดาให้ถูกด้วยว่ายอดนี้จะออก ไม่เหมือนวาดเขียนนะ ถ้าเกิดไม่ออก เราก็ต้องแพลนเผื่อกิ่งอื่นด้วย” เซียนบอนไซอธิบายอย่างตั้งใจ “เราต้องดูแล้วว่าไปต่อได้ ไปต่อนี่ไม่ใช่ว่าขายได้หรือไม่ได้ แต่ไปต่อของเราหมายถึงทำต่อได้ไหม ทำให้มันสวยต่อได้ไหม สมมติว่าเราได้โคนต้นไม้มา เราต้องดูว่าไปถึงจุดที่ส่งประกวดได้ไหม นี่คือจุดหมายของการเล่นบอนไซ”

คนนอกวงการบอนไซอาจมองว่าต้นไม้ชนิดนี้ราคาแพงจนเกินเอื้อม แต่จริงๆ แล้ว ราคาสำหรับต้นเล็กๆ เริ่มต้นเพียงหลักร้อยเท่านั้น และเมื่อเทียบกับการเลี้ยงดูที่ต้องเอาใจใส่และใช้เวลา จนสามารถขายได้ในราคาหลักแสน ก็ถือว่าคุณค่าของบอนไซแต่ละต้นนั้นสมราคา

ส่วนใครที่สนใจอยากลองก้าวเข้าสู่วงการบอนไซ แต่ไม่รู้จะเริ่มต้นอย่างไร ร้านบอนไซรุ่นใหม่ยินดีมอบความรู้ โดยแวะมาพูดคุยขอคำแนะนำกันที่ร้านได้เลย

“บอนไซมีเรื่องราวอีกเยอะ ถ้าชอบจริงๆ ต้องเริ่มต้น เพียงวันเดียวรับรู้ไม่ทันหรอก” พี่นิพูดด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม 

swap & go ‘ตลาดต้นไม้ ตลาดนัดจตุจักร’ ศูนย์รวมต้นไม้จากทั่วไทยมาไว้ใจกลางกรุง

เมื่อได้ดูต้นไม้พอประมาณแล้ว เราลองมองหาอุปกรณ์ตกแต่งสวนเพิ่มเติม เผื่อใครที่มีต้นไม้อยู่แล้ว หรือจัดมุมสีเขียวไว้ที่บ้าน จะอยากได้ตุ๊กตุ่นตุ๊กตาไปตกแต่งหรือหากระถางใบใหม่ไปใส่ให้ต้นไม้แสนรัก โดยขณะที่แผงต่างๆ ของร้านรวงกำลังทยอยเก็บร้านกัน เราสังเกตเห็นร้านขายอุปกรณ์ตกแต่งสวนแห่งหนึ่งที่ยังคงเปิดร้านอยู่ จึงเข้าไปเดินดู และเจอกับพี่โก้ เจ้าของร้านที่ยืนรอต้อนรับลูกค้าอยู่ด้านใน

เมื่อได้ฟังจากปากพี่โก้ทำให้รู้ว่า ร้านแห่งนี้ไม่ได้ขายเพียงแค่อุปกรณ์แต่งสวนเท่านั้น แต่ปัจจุบันร้านได้เพิ่มเติมพวกต้นไม้เข้ามาเสริมด้วย โดยเน้นไปที่ไม้ขนาดเล็กเหมาะสำหรับไลฟ์สไตล์คนเมืองยุคนี้

“จริงๆ ผมขายพวกอุปกรณ์ตกแต่งสวน แล้วมีต้นไม้มาเสริม แต่พอช่วงที่ผ่านมาต้นไม้ค่อนข้างบูม ก็เลยสลับเอาต้นไม้มาเป็นหลัก

“ต้นไม้ของร้านก็จะเลือกให้เหมาะกับลูกค้าที่อยู่ในโซนเมือง ลูกค้าที่อยู่ในคอนโดฯ และทาวน์โฮมหลังเล็กๆ โดยต้นไม้ของร้านจะแบ่งเป็นสองประเภท คือไม้แดดและไม้ร่ม ชนิดแรกก็จะเป็นไม้สนาม สามารถจัดเป็นโซนสีเขียวเล็กๆ หน้าบ้าน และทางร้านยังมีกระถางให้ลูกค้าเลือกจัดได้ตามใจตัวเองด้วย

“ส่วนไม้ร่มก็เป็นพวกไม้มงคล ตามความเชื่อที่ว่าปลูกแล้วจะมีความเจริญรุ่งเรือง ยิ่งออกดอกหรือสีสวย ก็จะทำให้สิ่งดีๆ เข้ามาได้ และก็มีไม้ฟอกอากาศ อย่างที่ลูกค้าเขาฮิตๆ กัน ลิ้นมังกร ไผ่กวนอิม และไม้ตกแต่งภายในอย่างมอนสเตอร่า”

swap & go ‘ตลาดต้นไม้ ตลาดนัดจตุจักร’ ศูนย์รวมต้นไม้จากทั่วไทยมาไว้ใจกลางกรุง

แม้จะดูภายนอกร้านเหมือนอายุอานามน่าจะเปิดมาได้ไม่กี่ปี แต่จริงๆ แล้วคุณแม่ของพี่โก้ซึ่งมีแผงอยู่ติดกันขายอุปกรณ์ตกแต่งสวนอยู่ที่ตลาดนัดจตุจักรมาได้ 30 ปีแล้ว เรียกได้ว่าเป็นร้านรุ่นเก่าของตลาดเลย เราจึงขอให้เขาเล่าภาพจตุจักรในอดีตเท่าที่ทันเห็น

“อยู่มาตั้งแต่วันเสาร์-อาทิตย์รถยังเข้าได้ตลอด พ่อค้าแม่ค้ามาซื้อของตอนกลางคืนกัน จะเข้ามาซื้อช่วงตีสอง แต่ก่อนตลาดต้นไม้จะเปิดช่วงตีสาม เขาก็จะเข็นของมาขายกันแล้ว คนจะแน่นกว่านี้ 

“เมื่อก่อนช่วงที่อสังหาฯ บูม การจัดสวนก็บูมตามไปด้วย ช่วงนั้นคนเยอะมาก ก็จะมาซบเซาช่วงหลังๆ เพราะตลาดเปิดชานเมืองเยอะด้วย และลูกค้าต่างจังหวัดก็เข้ามาในเมืองยากขึ้น ไหนจะเรื่องจราจรด้วย” พี่โก้บอกเล่าความทรงจำ

swap & go ‘ตลาดต้นไม้ ตลาดนัดจตุจักร’ ศูนย์รวมต้นไม้จากทั่วไทยมาไว้ใจกลางกรุง

มาตลาดนัดต้นไม้ ตลาดนัดจตุจักรคราวนี้ทำให้เรารู้จักกับตลาดนัดแห่งนี้มากขึ้นทั้งในแง่ของความเป็นมาและความเป็นไป รวมทั้งความเปลี่ยนแปลงที่มีอยู่ตลอดในมุมมองของพ่อค้าแม่ค้า ถึงเราจะสังเกตเห็นว่าเงียบไปมากจากที่เคยรู้จัก คนเดินก็น้อย รถที่เคยแน่นขนัดติดขัดกันก็แทบไม่เห็น แถมร้านค้าต้นไม้ก็ดูบางตาไป อาจเป็นช่วงเวลาที่ไม่คุ้นเคยของใครหลายคนที่ชอบมาเดินหาดูซื้อต้นไม้แห่งนี้ 

แต่ที่นี่ก็ยังถือว่าเป็นศูนย์รวมของต้นไม้นานาชนิดจากผู้ปลูกทั่วประเทศ มีกูรูระดับเทพในต้นไม้แต่ละชนิดที่พร้อมให้คำแนะนำในการปลูก และมีอุปกรณ์ต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการดูแลต้นไม้อย่างครบครัน หากใครเป็นคนรักต้นไม้แล้ว ตลาดแห่งนี้ถือเป็นตัวเลือกที่ดีในการมาหาซื้อแล้วไม่ผิดหวังกลับไปแน่นอน

ซึ่งเราก็หวังอยู่ลึกๆ ว่า ภาพเก่าๆ ที่เต็มไปด้วยผู้คนที่มาหาซื้อต้นไม้กลับไปปลูกที่บ้านจะกลับมาอีกครั้งในเร็ววัน

swap & go ‘ตลาดต้นไม้ ตลาดนัดจตุจักร’ ศูนย์รวมต้นไม้จากทั่วไทยมาไว้ใจกลางกรุง

แค่เดินเที่ยวในคราวอื่น ถึงจะไม่ครบทุกโครงการก็รู้สึกเหนื่อยแล้ว แต่ตลาดนัดต้นไม้กินบริเวณอยู่ทั่วทั้งตลาด ถ้าสาวเท้าเดินคงได้เหงื่อท่วม อาจพานให้ถอดใจดูได้ไม่ทั่ว แต่พอเรามีมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า Swap & Go ทำให้ขับขี่ได้สบายใจแบบครบถ้วนทุกร้านอย่างไม่เหนื่อย ไม่พลาดต้นไม้ที่ตั้งใจมาซื้อ และยังไม่ต้องกลัวแบตฯ หมดกลางทาง เพราะสวอพทีหนึ่งขับได้ 50 – 70 กิโลเมตรเลย แถมยังจอดแวะดูต้นไม้ได้ตลอด เพราะด้วยขนาดรถที่เล็กทำให้ไม่ต้องกลัวว่าจะไปรบกวนทางจราจรของรถใหญ่ในตลาดอีกด้วย

swap & go ‘ตลาดต้นไม้ ตลาดนัดจตุจักร’ ศูนย์รวมต้นไม้จากทั่วไทยมาไว้ใจกลางกรุง

และอยากบอกว่ามอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า Swap & Go เข้ากันดีกับการขี่ในตลาดต้นไม้ ตลาดนัดจตุจักรมาก เพราะนอกจากเสียงของเครื่องที่เงียบแล้ว ปริมาณแบตเตอรี่ที่ใช้ไปก็แทบไม่ลดเลย ถือว่าประหยัดพลังงานมากเลยทีเดียว และที่สำคัญ ด้วยความที่ใช้พลังงานไฟฟ้าจากแบตเตอรี่ ทำให้ตอบโจทย์กับกระแสรถไฟฟ้าที่กำลังมาในช่วงนี้ และยังเป็นพาหนะที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมด้วย ยิ่งไหนๆ ตั้งใจมาซื้อต้นไม้แล้ว ใช้รถไฟฟ้าที่รักษ์โลกด้วย ก็ช่วยย้ำความเป็นวิถีกรีนเข้าไปอีก และยังมีส่วนคืนอากาศสดชื่นให้กับเมืองหลวงของเราด้วย

Writer

SEND YOUR STORY

REQUEST INTERVIEW

ติดตามอ่าน “Urban Creature”
นิตยสารออนไลน์ที่จะทำให้คุณรักเมืองที่คุณอยู่ รักตัวเองมากขึ้นด้วยการเปิดมุมมองและนำเสนอแนวทางการใช้ชีวิตอย่างสร้างสรรค์ และสร้างแรงบันดาลใจใหม่ๆ ในการใช้ชีวิต
Better Life. Better Living.
Max. file size: 64 MB.