NEIGHBORHOOD

‘Words Studio’ ร้านขายการ์ดที่เหลือเพียงแห่งเดียวในไต้หวัน

สิ่งสำคัญของการ์ดคือ ‘คำที่อยู่ในการ์ด’ ซึ่งมีความหมายมากๆ การ์ดหนึ่งใบไม่ได้ดูคุณค่าจากราคาหรือลวดลาย แต่คำที่อยู่ในการ์ดต่างหากที่บอกคุณค่าของ และคือจิตวิญญาณของการ์ด

Michale Lin – เจ้าของร้าน Words Studio

เชื่อว่าหากใครได้ไปเที่ยวประเทศไต้หวัน คงไม่พลาดแวะไป Fujin Street ถนนที่ขึ้นชื่อว่าฮิปที่สุด และสวยที่สุดในเมืองไทเปเลยก็ว่าได้ ท่ามกลางความร่มรื่นของต้นไม้น้อยใหญ่ ละลานตาไปด้วยร้านรวงมากมายที่รอให้เราไปเยี่ยมเยียน หนึ่งในนั้นคือร้านขายการ์ดที่เหลือเพียงแห่งเดียวในไต้หวัน ซุกซ่อนอยู่ในชื่อ Words Studio สตูดิโอที่ตั้งใจและภูมิใจให้เหล่าตัวอักษรกับการ์ดหนึ่งใบ ถ่ายทอดความรู้สึก เป็นตัวแทนความคิดถึง และเป็นผู้สร้างหน่วยความทรงจำระหว่างผู้ส่งกับผู้รับ

ตึกแถวหนึ่งริมถนนที่ด้านล่างเป็นคาเฟ่ มีป้ายบอกทางข้างๆ สะดุดสายตาเขียนว่า ‘ทางไป Words Studio ขึ้นบันไดข้างตึกชั้น 2’ เราเลยลองเดินตามขั้นบันไดขึ้นไป จนเจอกับประตูไม้บานสีขาว การ์ดหลายใบติดที่ผนัง และตัวอักษรภาษาอังกฤษเรียงกันว่า Words Studio

มุมกลางร้านที่มีผู้คนรายล้อมคือจุดเรียกความสนใจ เมื่อเข้าไปดูใกล้ๆ ก็รู้ว่า มีนักรักตัวหนังสือกำลังสนุกสนานกับการขีดเขียนตัวหนังสือด้วยปากกาคอแร้ง (Dip Pen) พร้อมกับเจ้าของร้านคุณ Michale Lin เข้ามาทักทายต้อนรับ เขาชี้ชวนให้เราดูการ์ดใบต่างๆ และชวนพูดคุยอย่างสนุกสนานเกี่ยวกับบ้านแสนอบอุ่นของเหล่าการ์ดอวยพรหลังนี้

คุณ Michale Lin เจ้าของร้านชาวไต้หวัน และนักสะสมการ์ดตัวยงเล่าให้ฟังว่า ก่อนหน้านี้เขาทำงานเกี่ยวกับโทรคมนาคมมานานกว่า 9 ปี แต่ก็จัดสินใจทิ้งเทคโนโลยีมาหาสิ่งคลาสสิกอย่าง การ์ด เพื่อนคู่ใจยามเรียนอนยู่ที่ซานฟรานซิสโก รัฐแคลิฟอร์เนีย ประเทศสหรัฐอเมริกา ที่ซึ่งมีธรรมเนียมการส่งการ์ดให้กัน และซาบซึ้งกับตัวอักษรที่ร้อยเรียง นั่นทำให้เมื่อเขาเติบโตและกลับมาใช้ชีวิตที่บ้านเกิดอย่างไต้หวัน ก็อยากจะรักษาเสน่ห์ของการ์ดให้คงอยู่ด้วยร้าน Words Studio ที่เปิดมาร่วม 3 ปี

แม้การส่งการ์ดจะเป็นวิธีโบราณ แต่มันคือสิ่งที่กักเก็บความทรงจำได้เนิ่นนาน

“แน่นอนว่าสมัยนี้คอมพิวเตอร์ ที่เราได้เห็นคำ ได้อ่าน แต่ก็ต้องยอมรับกันว่า มันไม่สามารถสัมผัสได้ และถ้าวันหนึ่งคอมฯ พัง ข้อมูลก็หาย แต่สำหรับการ์ด เราสามารถสัมผัส สามารถรู้สึก และสามารถเก็บตัวอักษรเหล่านั้นไว้กับตัวได้นานเลยนะครับ

“และสำหรับผม การเขียนการ์ดเพื่อส่งต่อให้กันและกัน คือความสุขที่หาอะไรมาทดแทนไม่ได้ ผมชอบช่วงเวลาที่ลุ้นว่า การ์ดที่ส่งมาหาจะมีลวดลายแบบไหน หรือจะมีคำเขียนอวยพรในการ์ดว่าอย่างไร มันน่าประทับใจมากๆ เลย” เขาเล่าพร้อมรอยยิ้มเล็กๆ ที่มุมปาก และสายตาที่เป็นประกายอย่างปิดไม่มิด ทำให้คนฟังอย่างเรารู้เลยว่า ความสุขที่เขาพูดถึง คงมากล้นใจเลยทีเดียว

หลังจากพูดคุยเสร็จ คุณ Michale Lin พาเราเดินชมโซนต่างๆ ในร้านแห่งนี้ ที่มีตั้งแต่มุมการ์ดหลายพันใบจากสมัยเก่าก่อนถึงปัจจุบัน ตู้เก็บกบเหลาดินสอโบราณ มุมเครื่องเขียน ไปจนถึงมุมน่ารักๆ อย่างแก๊งเจ้า Snoopy ที่เขาซื้อจาก Hallmark แบรนด์ผู้ผลิตการ์ดอวยพรชื่อดัง ร้านขายการ์ด ไปจนถึงแลกเปลี่ยนกับนักสะสมทั่วโลก

มุมนั่งเล่นสำหรับชื่นชมการ์ด ซึ่งคุณ Michale เก็บรักษาอย่างดีในแฟ้มสะสม

ในแฟ้มสะสมการ์ดจะเน้นการ์ดยุคโบราณ กลิ่นอายวินเทจ ที่มาพร้อมตัวหนังสือ ให้เราซึมซับกับถ้อยคำซึ่งสื่อถึงความรู้สึกของผู้เขียน ณ ขณะนั้น

นอกจากการ์ดวินเทจแล้ว Words Studio ยังมีการ์ดสมัยใหม่ที่เล่นสีสัน และรูปทรงต่างๆ พร้อมรูปแบบตามหลายเทศกาล ไม่ว่าจะวันเกิด คริสมาสต์ ปีใหม่ หรือเป็นการ์ดแสดงความยินดีทั่วไป ก็มีให้เลือกซื้อทั้งแบบออริจินัล ใส่ลูกเล่นป็อปอัพ หรือการ์ดบางใบยังผสมผสานศิลปะการตัดกระดาษลงไปด้วย

ไม่เพียงเท่านั้น ขึ้นชื่อว่าเป็นร้านการ์ดที่เหลือเพียงแห่งเดียวในไต้หวัน ที่นี่จึงมีลิ้นชักเก็บการ์ดประเภทต่างๆ ให้เราเปิดดู ไม่ว่าจะเป็น การ์ดลายไต้หวัน การ์ดลายน้องหมา การ์ดลายธรรมชาติ การ์ดลายงานศิลปะ และลวดลายอื่นๆ อีกมากมาย

ไฮไลท์ของ Words Studio คือการ์ดแฮนด์เมดไซส์จัมโบ้ สำหรับเทศกาลคริสมาสต์ยุค 50-60 ซึ่งคุณ Michale Lin บอกกับเราว่า การ์ดลักษณะนี้จะหายาก เพราะจะใช้ตกแต่งช้อปปิ้งวินโดว์ในห้างสรรพสินค้าเท่านั้น ไม่มีขายตามร้านทั่วไป ซึ่งเมื่อเปิดออกมาจะเป็นการ์ดป็อปอัพ สูง 48 เซนติเมตร มีฟังก์ชันเปิดได้รอบด้าน ดีเทลสวย งานละเอียด น่ารักมากทีเดียวเลย

กบเหลาดินสอโบราณคืออีกหนึ่งสิ่งของสะสมของคุณ Michale Lin ซึ่งเขาคัดมาหลายสิบชิ้นตั้งแต่อันใหญ่เท่าจักรเย็บผ้าสมัยนี้ ไปจนถึงอันเล็กจิ๋วให้คนรักเครื่องเขียนได้เห็นถึงความเปลี่ยนแปลง รวมทั้งมีดินสอ ปากกาสมัยก่อน คล้ายกับเป็นมิวเซียมเครื่องเขียนเลยก็ว่าได้

อมยิ้มกันต่อกับความน่ารักของแก๊ง Snoopy ตัวการ์ตูนที่เป็นขวัญใจของใครหลายๆ คน รวมถึงเจ้าของร้านด้วยเช่นกัน ที่แพ้ให้กับความน่ารักขี้อ้อนของเจ้าหมาสีขาว หูยาวจนต้องเก็บสะสม

ตามที่เจ้าของร้านบอกว่า “ตัวอักษร และคำคือจิตวิญญาณของการ์ด” ที่ Words Studio จึงมีปากกาคอแร้ง (Dip Pen) พร้อมหัวปากกา (Nib) และด้ามจับ (Nib Holder) ให้เลือกหลากหลายรูปแบบ แถมด้วยน้ำหมึกที่ขายคู่เซ็ทให้เราเลือกไปเขียนข้อความลงการ์ด ทั้งยังมีมุมเครื่องเขียนให้เราได้เลือกซื้อติดไม้ติดมือกลับบ้าน

นอกจากนี้ ยังมีเวิร์กชอป Calligraphy หรือ เขียนตัวอักษร ให้คนที่สนใจได้ทดลอง ซึ่งเพื่อนที่ไปกับเราก็ไม่พลาดลงมือขีดเขียน ได้มาทั้งตัวหนังสือ ภาพวาด และเส้นยึกยือเลยล่ะ

คุณ Michale Lin ยังหยิบรูปวาดที่คนไทยเคยมาเวิร์กช็อปให้เราดู งานอาร์ต และะลายเส้นมีเอกลักษณ์ทุกรูปเลย

การได้พูดคุยอย่างเพลิดเพลินกับคุณ Michale Lin ที่ Words Studio ครั้งนี้ กระตุ้นต่อมความคิดถึงวันวานของเราที่เคยทำการ์ด และเขียนข้อความลงไปอยู่ไม่น้อย ก่อนกลับจึงไม่พลาดที่จะเก็บความทรงจำที่ได้มาร้านขายการ์ดที่เหลือเพียงแห่งเดียวในไต้หวัน ผ่านการเขียนข้อความลงการ์ด และส่งกลับมาที่ไทย เพื่อให้การ์ดใบนี้เป็นของขวัญจากไต้หวันที่สร้างรอยยิ้มำด้ทุกครั้งเมื่อหยิบการ์ดขึ้นมาอ่าน


Words Studio
Where : 2F, No. 376, Fujin St., Taipei Taiwan
Maps : https://goo.gl/maps/Qmurx6HCQdK2

Contributor

สิริลักษณ์ สุขสวัสดิ์

Writer

การคุยกับผู้คนคือประสบการณ์ชีวิต เชื่อในความเท่าเทียม ยามว่างชอบเที่ยวสำรวจเมืองแต่ก็ขาดธรรมชาติได้ ทำงานพาร์ทไทม์เป็นนักดูคอนเสิร์ต