LIFESTYLE

NATIONAL PARKS สำรวจอุทยานแห่งชาติทั่วโลก ท่องแดนไกลผ่านกูเกิล เอิร์ธ

เหล่านักเดินทางต่างก็มีความฝันที่จะไปเที่ยวรอบโลก แต่ต้องมีตังค์เท่าไหร่ล่ะ ชาตินี้ถึงจะไปครบ? ไม่ต้องรีรออีกต่อไป ให้ Google Earth พาเราบินข้ามน้ำข้ามทวีป ปักหมุดแล้วเอาตัวไปหย่อนใน 7 อุทยานแห่งชาติทั่วโลก ที่หลายคนน่าจะพินไว้เป็น Bucket Lists สถานที่ที่ต้องไปเยือนสักครั้งก่อนตาย! เปิดเพลลิสต์เพลงโฟล์กยาวๆ แล้วบินไปด้วยกันเลย

ธรรมชาติสร้างสรรค์ผลงานอันมีค่า ไว้บนดาวเคราะห์สีฟ้าที่เรายืนอยู่ ท่ามกลางความยิ่งใหญ่ของมัน เราคงเป็นแค่จุดเล็กๆ ที่ยิ่งเข้าไปใกล้ก็ยิ่งรู้ว่าตัวเราเล็กและไร้พลังแค่ไหน แล้วเราจะทำอย่างไรได้บ้าง ที่จะเก็บสิ่งมหัศจรรย์เหล่านี้ให้รุ่นลูกรุ่นหลานได้มีโอกาสชื่นชม

‘อุทยานแห่งชาติ’ คือพื้นที่ที่รวมถึง ภูเขา ห้วยหนอง คลองบึง ลำน้ำ ทะเลสาบ เกาะ และชายทะเล ซึ่งถูกปกป้องเพื่ออนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ โดยเฉพาะป่าไม้และสัตว์ป่า และยังเป็นสถานที่ท่องเที่ยวศึกษาธรรมชาติ มีทัศนียภาพที่สวยงาม และมีเนื้อที่ไม่น้อยกว่า 10 ตารางกิโลเมตร

Guide to Google Earth : โลกทั้งใบอยู่ในมือคุณ

แผนที่เป็นอุปกรณ์คู่ใจของนักเดินทาง ยิ่งในยุคที่เทคโนโลยีย่อโลกทั้งใบไว้ในสมาร์ทโฟน และบอกเส้นทางได้อย่างแม่นยำ แต่นอกจากกูเกิลแมปที่เราใช้กันประจำ รู้หรือเปล่าว่ายังมีอีกแอปฯ เจ๋งๆ อย่าง Google Earth ที่จะพาเราไปสัมผัสประสบการณ์การเดินทาง และสวมบทนักสำรวจได้สมจริงกว่าเคย ในเวอร์ชั่นใหม่ที่มีลูกเล่นเพียบ

เพียงแค่จิ้มลงบนโลกสีน้ำเงินใบกลมโต ที่เรามองเข้ามาจากนอกโลก ก็เที่ยวชมสถานที่ต่างๆ บนโลกได้แบบเสมือนจริง โดยท่องโลกได้ฟรีบนเว็บไซต์ https://earth.google.com/web/ หรือผ่านแอปฯ Google Earth ที่จะพาเราบินเหนือเมืองต่างๆ แค่เซิร์ชสถานที่ที่อยากไป และเลือกโหมด 2D หรือ 3D ก็สามารถเสกโลกทั้งใบขึ้นมาราวกับสถานที่จริงอยู่ตรงหน้า

นอกจากนี้ยังมีโหมดอื่นๆ ที่น่าสนใจ ได้แก่
– Voyager ไอคอนพวงมาลัยเรือ ที่เป็นเหมือนสารคดีท่องโลกอินเทอร์แอคทีฟ แนะนำสถานที่ที่น่าสนใจ ร่วมกับหน่วยงานอย่าง BBC Earth
– I’m feeling lucky ไอคอนลูกเต๋า ที่สุ่มพาเราไปยังสถานที่ใดสถานที่หนึ่งบนโลก เหมือนลุ้นตั๋วเครื่องบินฟรี กระโดดข้ามไปยังแต่ละจุดบนแผนที่โลก
– Street View ไอคอนคนจิ๋ว ที่สามารถร่อนลงมาดูโลกในระดับสายตา แค่ลากไอคอนไปวางบริเวณจุดสีฟ้า ก็จะเห็นวิวแบบใกล้ชิด 360 องศา

Google Earth เวอร์ชันนี้ สามารถใช้งานได้ฟรี ทั้งบนเว็บและแอปพลิเคชันมือถือ รองรับระบบ Android และ iOS ทำให้การท่องโลกง่ายเพียงปลายนิ้ว

Vatnajökull National Park, Iceland

เริ่มต้นกันที่ประเทศไอซ์แลนด์ ดินแดนที่มีภูมิศาสตร์น่าอัศจรรย์ใจ ราวกับอยู่บนดาวอีกดวง ‘อุทยานแห่งชาติวัทนาโจกุล’ มีขนาดใหญ่ที่สุดในยุโรป ถูกยกเป็นอุทยานแห่งชาติเมื่อปี 2008 ครอบคลุมพื้นที่ 14% ของประเทศไอซ์แลนด์ รวมความสวยงามทางธรรมชาติหลายอย่างไว้ด้วยกัน ทั้งน้ำตกที่รายล้อมไปด้วยแท่งหินลาวา ชายหาดสีดำที่เต็มไปด้วยก้อนน้ำแข็งชิ้นเล็กชิ้นน้อยราวประติมากรรม และธารน้ำแข็งที่ซ่อนภูเขาไฟที่ตื่นอยู่ไว้ข้างใต้

ความน่าตื่นตาตื่นใจของไอซ์แลนด์มักมาคู่กับอันตราย อย่างถ้ำน้ำแข็งสีฟ้าที่ถือเป็นไฮไลท์ ก่อตัวเหมือนเป็นเกลียวคลื่นแช่แข็ง โดยมีการขยับและเคลื่อนไหวทีละน้อยอยู่ตลอดเวลา ถ้ำน้ำแข็งเกิดจากธารน้ำแข็งที่ละลาย กัดเซาะจนเป็นโพรงถ้ำขนาดใหญ่ ซึ่งการไปเที่ยวจะต้องมีไกด์ท้องถิ่น เพราะถ้ำน้ำแข็งเหล่านี้พร้อมจะถล่มได้ทุกเมื่อ

3D Google Earth : https://goo.gl/vHSQWS
Street View : https://goo.gl/t21Bhj

Arches National Park, USA

หลงใหลไปในสถาปัตยกรรมอันยิ่งใหญ่ที่ธรรมชาติสร้างขึ้น ‘อุทยานแห่งชาติอาร์เชส’ สัญลักษณ์ของรัฐยูทาห์ สหรัฐอเมริกา ประกาศเป็นอุทยานแห่งชาติในปี 1971 ตระการตาไปด้วยซุ้มหินโค้งรูปร่างต่างๆ กว่า 2,000 แห่ง ยืนท้าทายกฎแรงโน้มถ่วงมานับล้านๆ ปี เกิดจากชั้นเกลือที่สะสมอยู่ด้านล่าง ซึ่งทับถมด้วยหินทราย ผุกร่อนไปตามกาลเวลาเร็วกว่าชั้นหินด้านบน จึงกลายเป็นช่องโหว่

นักท่องเที่ยวจะต้องเดินเท้าประมาณ 2 กิโลเมตร เข้าไปชมความงามของหมู่สะพานหิน แม้ระยะทางจะไม่ไกลและเส้นทางไม่ลำบากนัก แต่ก็ต้องฝ่าไอแดดที่ร้อนแห้ง ดังนั้นจึงต้องเช็คสภาพอากาศ และเตรียมอุปกรณ์มาให้พร้อม ไฮไลต์สำคัญของอุทยาน ก็คือ สะพานหินโค้งเดลิเคต (Delicate Arch) ซึ่งโดดเด่นเหนือแอ่งหินขนาดใหญ่ และสูงเท่าตึก 7 ชั้น

3D Google Earth : https://goo.gl/gBtjBz
Street View : https://goo.gl/Tp5PxY

Banff National Park, Canada

สัมผัสอัญมณีแห่งเทือกเขาร็อกกี้ใน ‘อุทยานแห่งชาติแบมฟ์’ ที่เก่าแก่ที่สุดของแคนาดา ประกาศเป็นอุทยานแห่งชาติเมื่อปี 1885 มีทิวทัศน์ที่งดงามติดอันดับต้นๆ ของโลก ทั้งเทือกเขาหิมะ ทะเลสาบสีเขียวมรกต ธารน้ำแข็งที่ใหญ่ที่สุดในทวีปอเมริกาเหนือ น้ำพุร้อนท่ามกลางอากาศติดลบ และป่าไม้ที่สมบูรณ์ รวมถึงเหล่าสิงสาราสัตว์ เช่น นกอินทรีสีทอง หมีกริซลี่ หมีดำ กวางมูส และแพะภูเขา

หากมาในหน้าหนาวจะพบหุบเขาหิมะเหมาะแก่การเล่นสกี ส่วนในหน้าร้อน ทุ่งหิมะสีขาวจะกลายเป็นทะเลสาบ เหมาะกับกิจกรรมกลางแจ้ง มีเส้นทางให้สำรวจลำธาร หรือเดินไปตามเส้นทางปีนเขาผ่านทุ่งดอกไม้ และไฮไลท์ที่ห้ามพลาด ก็คือพายเรือคายักชมทะเลสาบเลคหลุยส์ (Lake Louise) ที่สะท้อนเงาเทือกเขาได้สวยราวกับกระจก

3D Google Earth : https://goo.gl/Ljv6dy
Street View : https://goo.gl/cofnso

Los Glaciares National Park, Argentina

ท่องโลกยุคน้ำแข็งไปกับ ‘อุทยานแห่งชาติลอสกลาเซียเรส’ ที่ใหญ่เป็นอันดับสองของประเทศอาร์เจนตินา ประกาศให้เป็นอุทยานแห่งชาติตั้งแต่ปี 1937 ปกคลุมด้วยน้ำแข็งกว่า 30% และแม่น้ำสายใหญ่ที่กลายเป็นธารน้ำแข็งสีขาวโพลน ที่เมื่อกระทบกับแสงแดดจะเป็นสีน้ำเงินสวยและยิ่งใหญ่อลังการ ซึ่งเป็นก้อนนำ้แข็งที่ละลายและไหลลงมาจากเทือกเขาแอนดีส

กิจกรรมยอดฮิตเมื่อมาเที่ยวอุทยานแห่งนี้ ได้แก่ การล่องเรือครูซชมธารน้ำแข็ง และ Glacier Hike หรือการเดินบนธารน้ำแข็ง ที่เหมาะกับสายแอดเวนเจอร์ขาลุย เพราะต้องเผชิญกับความหนาวและปีนป่ายไปบนน้ำแข็งที่เปราะบาง แต่วิวที่จะได้เห็นนั้นพีคสุดๆ ไฮไลท์ที่ห้ามพลาดเลยก็คือ ธารน้ำแข็งยักษ์เปอริโต้ โมริโน (Perito Morino Glacier) ที่ใหญ่เป็นอันดับ 3 ของโลก และใหญ่ที่สุดในซีกโลกใต้

3D Google Earth : https://goo.gl/RjJF25
Street View : https://goo.gl/iEtRXe

Lençóis Maranhenses National Park, Brasil

ภูมิประเทศอันแปลกประหลาด ดึงดูดให้เราซูมอินมายัง ‘อุทยานแห่งชาติแลงคอยส์ มารานฮานส์’ ประเทศบราซิล เนินทรายสีขาวที่กว้างใหญ่ไพศาล แผ่ขยายไปตามแนวชายฝั่งของทะเลทรายริมมหาสมุทรแอตแลนติกกว่า 1,500 ตารางกิโลเมตร คั่นด้วยทะเลสาบนับพันระหว่างเนินทรายรูปพระจันทร์เสี้ยว ซึ่งเป็นภาพที่หาชมไม่ได้จากที่ไหนในโลก

เมื่อเข้าหน้าฝนนักท่องเที่ยวจะได้ตื่นตาไปกับความงดงามของทะเลสาบสีฟ้า ซึ่งเกิดจากน้ำฝนขังอยู่ระหว่างเนินทราย เดินทอดน่องข้ามสันทรายสีขาวเนื้อละเอียด ที่มองออกไปไกลสุดสายตา เรียงตัวเป็นริ้วๆ สลับกับแอ่งน้ำสีฟ้าใสคล้ายกับลากูน หรือจะลงเล่นน้ำนอนอาบแดดก็ให้ความรู้สึกไม่ต่างไปจากทะเล

3D Google Earth : https://goo.gl/UpE5rC
Street View : https://goo.gl/DFKiaA 

Zhangye National Park, China

เยือนหุบเขาสีรุ้ง มหัศจรรย์แห่งธรรมชาติแดนมังกร ‘อุทยานธรณีวิทยาแห่งชาติเมืองจางเย่’ ตั้งเป็นอุทยานธรณีวิทยาแห่งชาติ เมื่อปี 2011 แนวเขาที่มีลวดลายเป็นริ้วสีธรรมชาติ เกิดจากการเคลื่อนตัวของเปลือกโลกเมื่อ 24 ล้านปีก่อน จึงมีแร่ธาตุต่างๆ มาทับถมกันนานนับพันๆ ปี และหินทรายที่ถูกชะล้างด้วยน้ำฝนและลม จนกลายเป็นภูเขาที่มีสีสันสวยแปลกตา

เทือกเขาแห่งนี้ มีชื่อว่า “ตันเซี๋ย” (Danxia Landform) เราสามารถเดินขึ้นบันไดที่ทางอุทยานฯ สร้างไว้ให้นักท่องเที่ยว เดินเท้าเข้าไปสัมผัสทิวทัศน์อย่างใกล้ชิด โทนสีที่เด่นชัดที่สุด ก็คือโทนสีแดง ไล่เฉดเหลืองอ่อนไปจนถึง ส้ม เขียว บนภูเขารูปทรงสะดุดตา สลับกันเป็นสีรุ้งทั้งหุบเขา เรียกว่าเป็นสิ่งมหัศจรรย์ที่ธรรมชาติเนรมิตไว้

3D Google Earth : https://goo.gl/rxP6GW
Street View : https://goo.gl/jXNNjw

Yosemite National Park, USA

ปิดท้ายด้วยโร้ดทริปยอดฮิตกันที่ ‘อุทยานแห่งชาติโยเซมิตี’ ในรัฐแคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา ได้รับการประกาศให้เป็นอุทยานแห่งชาติในปี 1890 ห้อมล้อมไปด้วยหุบเขาน้อยใหญ่ และมีลำธารตัดผ่านเป็นช่วง มีน้ำตกขนาดใหญ่หลายแห่ง แลนด์มาร์กที่ถือเป็นสัญลักษณ์ของอุทยานฯ ก็คือ เอล แคปปิตอล (El Capital) ภูเขาที่มีหน้าผาหินแกรนิตขนาดมหึมาตั้งฉากและสูงลิบท้าทายบรรดานักปีนเขาให้มาพิชิต

มาเที่ยวอุทยานฯ แห่งนี้แล้ว จะไม่ถ่ายรูปกับน้ำตกโยเซมิตี (Yosemite Falls) ก็คงถือว่ามาไม่ถึง เพราะเป็นน้ำตกที่ใหญ่ที่สุดในอุทยานฯ ตั้งตระหง่านอยู่บนหน้าผาหินแกรนิต น้ำตกโยเซมิตีเกิดปรากฎการณ์ทางธรรมชาติที่สวยงามหลายครั้ง ไม่ว่าจะเป็นแสงของพระอาทิตย์ที่ย้อมสีน้ำตก กลายเป็นสีเหลืองทองไหลลงราวกับหางม้า และน้ำตกสีรุ้งที่เกิดจากปรากฏการณ์รุ้งกินน้ำทอดตัวอยู่บนน้ำตก

3D Google Earth : https://goo.gl/qsVRET
Street View : https://goo.gl/PVxbS6

Contributor

อังคณา นาคเกิด

Writer

สนใจสไตล์จากตัวตนมากกว่าแฟชั่นตามกระแส อินสไปเรชั่นส่วนใหญ่ได้จากหนัง เพลง และงานศิลปะ ชอบชีวิตในเมืองพอๆ กับเที่ยวธรรมชาติ