GREEN

 ‘Mat Archer’ ชุบชีวิตอวนจับปลาเก่า ให้เป็นแฟชั่นทำงาน

ใครจะไปคิดว่าขยะริมหาดอย่าง อวนจับปลาเก่า หรือ ยางรถบรรทุกเหลือทิ้ง จะสามารถหยิบมาทำเป็นกระเป๋าแฟชั่นที่ดีไซน์กลมกลืน แถมยังใช้ได้จริง เพราะไม่ว่าจะแต่งตัวลุค Smart Casual หรือเสื้อยืดกางเกงยีนส์ตัวเก่งก็แมตซ์ได้สบายๆ 

เราจึงชวน อาร์ค-มรรษพล สร้อยสังวาลย์ เจ้าของแบรนด์กระเป๋า Mat Archer ที่หยิบอวนประมงเก่า และยางรถบรรทุกมาเป็นส่วนหนึ่งของกระเป๋าทำงานในรุ่น RETRIEVE มาพูดคุยถึงการเลือกวัสดุ พร้อมเปิดมุมมองของการ Upcycling เพื่อสร้างมูลค่าให้กับขยะทะเล

อาร์ค-มรรษพล สร้อยสังวาลย์

นักเฟ้นหาวัสดุ

“Work and Journey are an answer to fit our lifestyle.”

เดินทางเข้าสู่ปีที่ 9 ของ Mat Archer กับความตั้งใจแรกที่อยากให้ชื่อแบรนด์บ่งบอกตัวตนถึงการเป็น ‘นักเฟ้นหาวัสดุ’ จากคำว่า Mat ที่มาจาก Materials และคำว่า Archer ที่พ้องเสียงมาจากชื่อเล่น และแปลอีกนัยหนึ่งได้ว่า ‘นักธนู’ เมื่ออาร์คทำแบรนด์ผ่านไปนานวันเข้า ก็ยิ่งรู้สึกว่ามันตอบโจทย์ชื่อที่ตั้งเอาไว้มาเรื่อยๆ เพราะความท้าทายล่าสุดที่เขาค้นพบ คือการหยิบจับอวนประมงมาผสมกับดีไซน์กระเป๋าของตัวเอง

RETRIEVE BELT BAG

ย้อนกลับไปตอนที่อาร์คเป็นบัณฑิตจบใหม่ คณะมัณฑนศิลป์ มหาวิทยาลัยศิลปากร ก็เริ่มมองหาสินค้ามาวางขายในตลาด เลยเลือกจากสิ่งที่อยู่ใกล้ตัวอย่าง ‘กระเป๋า’ มาเป็นโปรดักซ์ชิ้นหลักที่อยากทำ แต่ก่อนหน้านี้ก็ใช้หนังสัตว์ และสิ่งทอทั่วไป จนเมื่อปลายปี พ.ศ. 2561 ได้มีโอกาสไปแสดงงาน Maison&Objet ที่ประเทศฝรั่งเศส ทำให้ได้เปิดโลกอีกมุมหนึ่งของดีไซน์ จึงจุดประกายให้อาร์คหอบแรงบันดาลใจเหล่านั้นกลับมาที่ไทยด้วย

ตอนแรกพี่ไม่ได้ตั้งใจมองว่ามันเป็นวัสดุรักษ์โลกหรอก
แค่รู้สึกว่าอวนประมงเป็นวัสดุที่น่าสนใจและแปลกใหม่ดี

อาร์คสารภาพออกมาอย่างเขินๆ ซึ่งหลังกลับมาจากงานแสดงก็เหมือนได้อัดฉีดให้ไอเดียพุ่งพล่านมากขึ้น ทำให้เขาเริ่มมองหาวัสดุใหม่ๆ เพื่อเอามาดีไซน์โปรดักซ์เพิ่มเติม ประกอบกับความไม่ตั้งใจที่บังเอิญเห็นกองอวนชำรุดถูกทิ้งไว้ริมหาดใกล้บ้าน อาร์คเสริมว่าปกติแล้วเขาจะรวมแล้วเอาไปขายที่โรงหลอมพลาสติก บางทีก็ถูกซัดหายไปกับคลื่นทะเล จากวัยเด็กที่ไม่ได้สนใจข้างทางว่ามีอะไร แต่วันนั้นกลับทำให้เขาอยากหยิบขยะทะเลเหล่านี้มาศึกษาต่อ

เรื่องเล่าจากอวน

เราไม่รู้เรื่องอวนประมงมาก่อนทำให้ต้องมาเริ่มรีเสิร์ชตั้งแต่อวนมีกี่ชนิดวัสดุมันแตกต่างกันอย่างไร จนกระทั่งมารู้ว่าอวนจับปลามันสร้างปัญหาอะไรกับโลกบ้าง จากตอนแรกที่ไม่ได้คิดถึงสิ่งแวดล้อมกลายเป็นว่ายิ่งค้นหามากเท่าไหร่ก็ยิ่งอินกับมันมากขึ้น

‘Ghost Nets’ คือฉายาที่ใช้เรียกอวนประมงในต่างประเทศ คล้ายกับอวนมัจจุราชที่คร่าสัตว์ทะเลมากกว่า 100,000 ตัวต่อปี ซึ่งอาร์คมองเห็นถึงบาดแผลของท้องทะเล จึงตัดสินใจมุ่งหน้าทำกระเป๋ารุ่น RETRIEVE ที่อยากสื่อถึง การกู้ชีวิตสัตว์ให้กลับมาพร้อมทั้งฉีกดีไซน์ออกจากกรอบเดิมๆ แต่ยังคงเอกลักษณ์ของแบรนด์ Mat Archer เอาไว้อย่างดี

หลังจากที่อาร์คเริ่มศึกษาอวนประมงมาสักพัก ก็รู้ว่าควรเอาชนิดไหนมาใช้งาน นั่นคือ อวนดำ และ อวนเขียว ซึ่งเป็นอวนที่ใช้จับปลาทู อีกทั้งอวนชนิดนี้ประเทศไทยใช้เยอะเป็นพิเศษ รวมถึงมีคุณสมบัติยืดหยุ่นน้อย ทำให้ขึ้นรูปง่าย แต่ต้องเลือกมาใช้อีกที เพราะอวนบางชิ้นจะมีรอยแหว่ง รอยต่อ และรอยขูดจากหิน นอกจากนี้ยังมีเรื่องขนาดอวนที่ไม่เท่ากันในแต่ละครั้ง น้ำหนักที่เยอะมาก หรือกลิ่นที่เป็นอุปสรรคสำคัญ จนต้องเอามาซักและเข้าอบ เพื่อขจัดกลิ่นก่อน

ถึงแม้จะรู้ว่าใช้วัสดุอะไร แต่คงเอามาขึ้นรูปกับกระเป๋าทันทีไม่ได้ จึงทำให้อาร์คหยิบแบบสเก็ตซ์ที่เคยมี รวมถึงดีไซน์กระเป๋าจากรุ่นเดิมมาลองจับคู่กับอวนประมงว่าสามารถใช้ทดแทนตรงส่วนไหนได้บ้าง แต่ปรากฎว่าช่วงแรกดีไซน์ยังไม่กลมกลืน เพราะอวนมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่ให้อารมณ์ร็อค และดิบ ซึ่งผิดกับดีไซน์เดิมของแบรนด์ อาร์คจึงเริ่มดีไซน์ใหม่ทั้งหมด

เป้าหมายเรื่องดีไซน์คือไม่อยากให้เป็นงานดีไซน์ที่เห็นแล้วรักษ์โลกหรือมาจากขยะทันทีแต่งานดีไซน์ที่ดีมันต้องใช้ได้จริงด้วย

RETRIVE TOTE

อีกหนึ่งพาร์ทที่อาร์คมองว่ายาก คือ การเลือกเทคนิคมาใช้ เพราะปกติเราจะเริ่มจากการเย็บผ้าเต็มผืน แต่การเย็บอวนต้องคอยมานั่งวัดว่ากระเป๋าหนึ่งใบจะต้องมีกี่ตารางของตาอวน และตัดให้ตรงพอดี ไม่อย่างงั้นเย็บแล้วจะเอียงใช้ไม่ได้ ที่สำคัญคือต้องเย็บทับตุ่มแต่ละอัน ซึ่งกว่าจะได้ออกมาแต่ละใบ อาร์คใช้เวลาศึกษา ดีไซน์ และขึ้นรูป รวมแล้วเกือบหนึ่งปีเต็มกว่าจะวางขายได้ จนมีคำพูดติดตลกว่า กอดคอร้องไห้กับช่างอยู่เหมือนกัน”  

นอกเหนือจากอวนประมง อาร์คได้เอา ยางในรถบรรทุก มาใช้แทนสายหนังด้วย เพราะคุณสมบัติมีความคล้ายคลึงกันในแง่ของความยืดหยุ่น และความคงทน แต่ความพิเศษคือช่วยลดกระบวนการจากอุตสาหกรรมเครื่องหนังได้ ถึงแม้จะไม่ใช่ทั้งหมด แต่อาร์คมองว่าเป็นส่วนช่วยเล็กๆ ที่สำคัญ

RETRIEVE BUCKET

นอกกระเป๋า

พอได้มาลงลึกเรื่องสิ่งแวดล้อมมันส่งผลต่อชีวิตด้านอื่นๆของเราไหม ?

คำถามถูกส่งออกไป รอคอยคำตอบจากคนถูกถาม ซึ่งอาร์คตอบทันทีว่า ส่งผลนะ พร้อมขยายความว่า เมื่อก่อนเป็นเพียงแค่คนธรรมดา ไม่ได้นึกถึงสิ่งแวดล้อมทุกกระเบียดนิ้ว ใช้ถุงพลาสติกเรื่อยเปื่อยไม่ได้คิดอะไร แต่พอเข้ามาทำเยอะขึ้น เขาก็ตระหนักถึงสิ่งแวดล้อมมากขึ้น นอกเหนือจากชีวิตประจำวัน มันก็ส่งผลต่อการดีไซน์แพคเก็จจิ้งของ Mat Archer ยกตัวอย่างเช่น กล่องใส่กระเป๋าเปลี่ยนเป็นซิปล็อคแทน เพื่อให้คนเอาถุงซิปไปทำอย่างอื่นต่อได้ เชือกไนลอนเปลี่ยนเป็นคอตตอน หรือป้ายหนังหรือพลาสติกเปลี่ยนเป็นกระดาษรีไซเคิลแทน

เมื่อก่อนเราไม่เคยคิดเลยว่าแค่เศษพลาสติกชิ้นเล็กๆ
มันจะฆ่าสัตว์ได้หลายร้อยชีวิต มันเลยทำให้เราหันมามองงานของเรามากขึ้น คือบางครั้งการที่เราคิดเยอะกับแพคเก็จจิ้งลูกค้าอาจจะไม่ได้เข้ามาถาม หรือรู้ว่ามันเปลี่ยนไปอย่างไรแต่เราคนออกแบบมันรู้อยู่แก่ใจว่าทำไมเราถึงใช้หรือช่วยอะไรได้บ้าง

มากกว่าตัวเราคือการให้คนตระหนักสิ่งแวดล้อมด้วย

อาร์คมองว่า ‘แฟชั่น’ มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมแต่จะ มาก หรือ น้อย ขึ้นอยู่กับตัวเราว่าจะเลือกอะไรที่มันใช้ได้คงทน และระยะยาว แต่สิ่งสำคัญคือการ ‘อินสไปร์’ คนอื่นต่อๆ ไป เหมือนกระเป๋าของ Mat Archer ที่ตอนนี้อาร์ค บอกว่าไม่ได้รีไซเคิล หรือเอามาอัพไซคลิ่งทั้งหมด 100% แต่มองว่าเป็นการบอกต่อคนที่เข้ามาเห็นว่าเราสามารถพัฒนาของที่มีอยู่ หรือเหลือทิ้งมาสร้างมูลค่าได้อย่างไร 

Mat Archer รุ่น RETRIEVE
RETRIEVE BACKPACK

มอง Mat Archer แบบไหนต่อไป

แม้อวนทะเลเก่าอาจเป็นวัสดุชูโรง ณ ตอนนี้ แต่อาร์คยังอยากค้นหาวัสดุใหม่ๆ มาใช้กับงานดีไซน์ของเขาเพิ่มมากขึ้น โดยเน้นไปที่วัสดุรีไซเคิล ขยะเหลือทิ้ง หรืออาจเป็นเส้นใยรีไซเคิลก็ได้ ซึ่งระยะเวลากว่า 9 ปี การเติบโตในแง่ของคอนเซ็ปต์ และการดีไซน์ที่ลงลึกถึงวัสดุมากขึ้นกว่าเก่า เป็นสิ่งที่อาร์คทำด้วยความสนุก และตอบโจทย์ด้านจิตใจมากกว่า การที่ได้เห็นว่า Mat Archer มีคนสนใจมากขึ้นทำให้แพซชันของเขาอยากทำต่อไป 

เป้าหมายของพี่ไม่ได้ตั้งเป้าว่าอยากโด่งดังหรือให้คนใช้เยอะมากๆพี่แค่ทำในสิ่งที่เราชอบเป็นงานอดิเรกเราทำด้วยความสนุกไงใครจะไปรู้ว่าจากตอนแรกที่คิดเล่นๆทำอะไรเล่นๆวันดีคืนดีมันอาจจะกลายเป็นอาชีพหลักของเราก็ได้

Contributor

ตุลยา สวนสันต์

Writer

นักเขียนผู้หลงรักชาไทย ใส่ใจหมามากกว่าสุขภาพ และมีเรื่องตลกในชีวิตมากกว่าผลงานของรัฐบาล