“พี่น้องไม่ทะเลาะกัน เพราะพ่อแม่ไม่เคยเปรียบเทียบ” บทบาทลูกคนโตของ ‘เฟิด Slot Machine’

เฟิด– คาริญญ์ยวัฒ ดุรงค์จิรกานต์ คือนักร้องนำวงร็อกในตำนานที่สร้างเพลงดีๆ มากมายมาร่วม 16 ปี อย่าง Slot Machine หลายคนรวมถึงเรามีภาพจำกับเขาในฐานะ เฟิด Slot Machine เจ้าของเสียงร้องมีเสน่ห์ สัญลักษณ์มือสามเหลี่ยม ที่มาคู่กับการแสดงบนเวทีคอนเสิร์ตที่พาทุกคนกระโดดกันสุดตัว แน่นอนว่าเราเองก็กระโดดไปกับเพลงของ Slot Machine มานับไม่ถ้วน และมีเพลงโปรดติดเพลย์ลิสต์ที่เปิดฟังอยู่บ่อยๆ อย่างเพลงผ่าน’ ‘จันทร์เจ้า’ ‘คำสุดท้าย’ ‘ฝัน’ ‘รอ’ ‘เคลิ้มและเปลือก

แต่ครั้งนี้เราอยากชวนทุกคนมาสัมผัสตัวตนอีกด้านในมุมของ เฟิด-คาริญญ์ยวัฒ ด้วยบทบาทของลูกคนโตที่ฝันอยากสร้างครอบครัวให้มีความสุขมากขึ้นทุกวัน และทิศทางการก้าวเดินไปข้างหน้าในฐานะศิลปินผู้อยากเป็นตำนานที่ยังมีลมหายใจ

มุมรับแขกในบ้านของครอบครัวดุรงค์จิรกานต์คือสถานที่ในการสัมภาษณ์ครั้งนี้ พี่เฟิดเชิญเรานั่งคุยอย่างเป็นกันเอง ก่อนจะตามมาด้วย เฟิร์น-นิรินทร์ษฬา ดุรงค์จิรกานต์ น้องสาว และลูกคนเล็กของบ้านที่นั่งเคียงข้างพี่ชาย 

“เราเป็นลูกคนแรกที่เกิดและโตที่นครปฐม ตอนเด็กๆ หน้าบ้านเป็นปั๊มน้ำมัน เลยมีพื้นที่ให้เด็กวิ่งเล่นเยอะครับ ก็จะมีแก๊งเพื่อนที่มาหัดขี่จักรยานกันที่นี่ พอถึงวัยเข้าเรียนอนุบาล ก็เรียนที่โรงเรียนอนุบาลนครปฐม มัธยมสอบเข้าโรงเรียนสาธิตศิลปากร และมหาวิทยาลัยก็เลือกคณะมัณฑนศิลป์ ภาควิชาออกแบบนิเทศศิลป์ มหาวิทยาลัยศิลปากร ซึ่งเราเป็นรุ่นแรกที่ต้องมาเรียนที่วิทยาเขตพระราชวังสนามจันทร์ด้วย ทำให้ได้ใช้ชีวิตอยู่ในนครปฐมตลอด”

.

พี่เฟิดน้องเฟิร์น

เฟิดเป็นลูกคนแรกได้เพียงสามปี ก็กลายเป็นพี่ชายคนโตของน้องสาวที่เขาบอกกับเราว่า ตอนเด็กๆ เพื่อนที่สนิทที่สุดก็คือน้องและเมื่อถามว่าที่บอกว่าสนิทนั้น สนิทกันมากแค่ไหน รอยยิ้มและเสียงหัวเราะก็นำมาเป็นอย่างแรก ก่อนตามด้วยเรื่องราววัยเด็กของพี่ชายและน้องสาวชาว ฟ.

“เฟิร์นห่างจากพี่เฟิดสามปี ตอนเด็กๆ เขาก็เล่นมากับเราตลอด เป็นเด็กผู้หญิงคนเดียวในแก๊ง แต่ก็ยอมเล่นแบบเด็กผู้ชาย (หัวเราะ) ทั้งมวยปล้ำ ต่อสู้ เฟิร์นจะถึกมาก เขาแข็งแรง ตัวโต ไอ้เราเป็นเด็กขี้โรคครับ ผอมๆ เป็นหอบ เป็นภูมิแพ้ แต่เฟิร์นเขาไม่เป็นอะไรเลย ก็เลยเล่นด้วยกันมาได้ตลอด”

เอาจริงๆ เฟิร์นติดพี่เฟิดมาก เวลาไปไหนก็จะไปกับพี่ ตามใจพี่ เหมือนพี่ชอบมวยปล้ำ เราก็จะเป็นคู่ชก (หัวเราะ) ให้พี่ซ้อมท่า ยอมให้เขาจับทุ่มอย่างนี้ แล้วเราก็ไม่เจ็บด้วยนะ ก็งงเหมือนกันค่ะ” น้องสาวเสริมพี่ชายถึงวันวานสมัยยังเล็ก

“มีวีรกรรมที่เคยทำด้วยกันตอนเด็ก แล้วคิดว่าสุดๆ ไหม”

“เล่าได้เหรอ” เฟิร์นถามเรากลับมาพร้อมปล่อยเสียงหัวเราะดังลั่น ดูท่าแล้วน่าจะแสบซนไม่เบาเลยทีเดียวสองพี่น้อง 

“พี่เฟิดจำได้แต่อะไรติ๊งต๊อง (หัวเราะ) นกตายก็เอามาขุดหลุมฝัง แล้วก็ตั้งชื่อให้ พร้อมบอกลาว่า ชาติหน้าเจอกันอีกนะอัลเฟรด อันนั้นเด็กมากๆ” 

“นี่ไงพี่เฟิด มีครั้งหนึ่งที่เราแอบเข้าไปในสระว่ายน้ำ”

“อ๋อ (หัวเราะ) ตอนนั้นกำลังเฮี้ยวๆ เลย คือบ้านเราใกล้โรงเรียนใช่ไหม พอตกกลางคืนแล้วว่าง เลยหาอะไรทำกัน พี่เฟิด เฟิร์น แล้วก็เพื่อนๆ ก็เอาเลย ปีนข้ามรั้วไปสระมหาวิทยาลัยศิลปากร แล้วก็แก้ผ้าโดดน้ำ แล้วที่นี้ห้องน้ำล็อกหมด แต่เราดันปวดหนัก ก็จัดเลย ข้างสระ (หัวเราะ) เรื่องนี้ยังไม่มีใครรู้เลยนะจนทุกวันนี้”

ผ่านเรื่องแสบกันมาแล้ว ทำให้เราอยากรู้ว่าจริงๆ แล้วพี่เฟิดดุไหม เพราะภาพจำที่เห็นเฟิดบนเวที ค่อนข้างดุดันมากทีเดียว เขาเกริ่นพร้อมยิ้มน้อยๆ ว่า ให้ถามน้องสาวเลย ว่าชื่อเสียงอันดับหนึ่งของเขาคืออะไร

“เรื่องดุค่ะ อย่างเพื่อนเฟิร์นจะมาพูดเลยว่า กลัวพี่เฟิดมาก (ลากเสียง) อย่างเวลาจะชวนมาบ้านแล้วเขารู้ว่าพี่เฟิดอยู่ด้วย ก็จะไม่กล้ามา เพราะกลัวเจอพี่เฟิด (หัวเราะ)”

“เขาคงเห็นเราตอนโหดๆ แต่อันนั้นเราก็ไม่ได้ตั้งใจนะ เป็นบทบาทช่วงพี่ว๊ากมากกว่า หรือบางทีเดินผ่านก็ได้ยิน หรือแอบมีเห็นบ้าง แต่ถ้าพูดกันตามจริง เราค่อนข้างนิ่ง จะเป็นน้ำ แต่น้ำมันก็เดือดได้ ร้อนได้ มันซัดได้ มันดับไฟได้ แปลว่ามันยิ่งกว่าไฟอีกนะ คือเราไม่ได้ไปชกต่อย มีเรื่องกับใคร แต่จะนิ่ง พูดน้อย แล้วกดเสียงต่ำ ประมาณว่า จะเอาไง (หัวเราะ) แต่พื้นฐานเราจริงๆ เป็นคนชอบแกล้ง ชอบอำ เป็นคนกวนคนหนึ่งเลย ถ้าในแก๊งเพื่อนเราจะเป็นหัวโจก ชอบคิด ชอบวางแผน แล้วก็กวนตีนใช้ได้

.

พ่อแม่ที่เข้าใจ

ด้วยความเป็นพี่ชายและน้องสาว บางบ้านอาจไม่สนิทกัน บางครอบครัวอาจห่างเหินแทบไม่พูดคุยกันด้วยซ้ำ แต่จากการได้นั่งคุยเพียงไม่นาน เราก็สัมผัสได้ถึงความกลมเกลียวของพี่น้องคู่นี้แล้ว โดยพี่เฟิดบอกกับเราว่า ที่รักกันได้ขนาดนี้ ต้องยกความเก่งให้คุณพ่อและคุณแม่ ที่สอนและเลี้ยงลูกทั้งสองคนมาอย่างไม่เคยทะเลาะกันรุนแรงเลยสักครั้ง

“เราคุยกัน รับฟังกันมากกว่า จนแทบไม่เคยทะเลาะกัน เราเคยไปถามเพื่อนที่มีพี่ที่ทะเลาะกันจนไม่พูดกันเลยนะว่าเป็นเพราะอะไร ทั้งๆ ที่เป็นพี่น้องกัน กินข้าวหม้อเดียวกัน แต่ทำไมไม่คุยกัน เรื่องแฟนเคยปรึกษากันบ้างไหม เขาก็จะตอบว่าไม่เลย มีอะไรจะคุยกับเพื่อนมากกว่า ซึ่งต่างจากเราที่จะคุยกับพี่เฟิดตลอด พี่เฟิดเป็นคนที่เมื่อเราเริ่มบอกอะไร เขาจะฟัง และไม่เคยตัดสินความคิดเรา ว่าแบบนี้พี่ไม่ชอบนะ เขาจะเปิดรับเราเต็มที่” คนน้องว่า

ตามด้วยคนพี่เสริมต่อว่า คุณพ่อกับคุณแม่เลี้ยงมาอย่างไม่ค่อยทะเลาะกัน แม้ตอนเด็กๆ จะมีบ้างที่แกล้งกันสุดฤทธิ์ตามวัย แต่ก็ไม่เคยมีสักครั้งที่ถูกเลี้ยงดูอย่างเปรียบเทียบ

“พ่อแม่ไม่เคยเปรียบเทียบเราสองคนเลย ไม่เคยเอาความคิดใส่หัวว่า ผู้หญิงต้องทำอย่างนั้น ผู้ชายต้องทำอย่างนี้ แต่เขาเลี้ยงให้อยู่ร่วมกัน ดูการ์ตูนจอเดียวกัน พี่เฟิดดูเซลามูนกับน้อง เฟิร์นก็ดูดราก้อนบอล เขาจะสอนให้เราแบ่งปัน ไม่ต้องคอยแย่งกัน หรือมีใครสักคนต้องคอยยอมให้อีกคน

“เราชอบการสอนเรื่องหนึ่งที่พ่อแม่สอนตอนเด็ก คือเขาจะไม่ค่อยซื้อของเล่นให้ แต่จะเอาเราไปปล่อยที่ชั้นของเล่น สิ่งที่เราได้กลับมาคือการคิดทบทวนให้ดี สมมติเราอยากได้ของเล่นชิ้นหนึ่ง เราวนมาดูสามสี่รอบแล้วพบว่าอยากได้น้อยลง นั่นคือสิ่งที่เราได้คิดต่อ ลองคิดว่าถ้าซื้อมาไว้ที่บ้าน เราจะเล่นกี่รอบ แล้วพอไปบ่อยๆ เราก็จะอยากได้ของชิ้นใหม่ แล้วก็รู้ว่า อืม ถ้าซื้อทุกอย่างที่อยากได้คงเจ๊ง เราสองคนเลยไม่ได้ยึดติดกับของมากนัก แล้วก็หาอย่างอื่นที่ได้เล่นด้วยกันทำ เช่น ไปวาดรูป ไปปั้นดินน้ำมันแล้วตั้งไว้บนหลังแอร์ให้มันแข็ง วันรุ่งขึ้นก็เอามาเล่นด้วยกัน ก็สนุกไปอีกแบบ”

.

เพียงรักนิรันดร์

รักและผูกพันกันตั้งแต่เล็ก และแม้เติบโตเข้าช่วงวัยนักศึกษา เฟิดและเฟิร์นก็ยังเลือกที่จะอยู่หอพักด้วยกัน แต่เพราะตอนนั้น หอรวมค่อนข้างหายาก รวมทั้งที่บ้านก็ไม่อยากให้พี่น้องแยกกันอยู่ เพราะน้องสาวยังเด็กเกินกว่าจะอยู่คนเดียว แต่ท้ายที่สุดก็หาหอพักที่อยู่ด้วยกันได้ ซึ่งเรื่องราวในวันวานกลายเป็นจุดเริ่มต้นของ นิรันดร์อพาร์ตเมนต์ หอพักนักศึกษาใกล้กับมหาวิทยาลัยศิลปากร วิทยาเขตพระราชวังสนามจันทร์ ในเมืองนครปฐม

“เริ่มต้นมาจากว่า อยากทำอะไรสักอย่างบริเวณหน้าบ้าน เพราะสัก 5 ปีก่อน คุณพ่อ คุณแม่เกษียณมาอยู่บ้าน พื้นที่ตรงนั้นก็ว่าง เลยรู้สึกว่า คงถึงเวลาแล้วที่เราจะทำอะไรสักอย่างที่เป็นของครอบครัว อีกอย่างน้องก็โตจนถึงวัยที่ควรมีอะไรเป็นของตัวเองด้วย อีกอย่างพี่เฟิดมีความฝันว่าอยากจะสร้างครอบครัวให้เจริญยิ่งขึ้นไป อย่างน้อยให้เป็นต้นทุนของรุ่นต่อไปก็ยังดี”

เขายังบอกต่ออีกว่า การเลือกทำ นิรันดร์ อพาร์ตเมนต์ก็เพื่อสนองความต้องการตัวเอง ในด้านการทำงานเกี่ยวกับศิลปะ ซึ่งการออกแบบหอพักนั้นเป็นงานศิลปะรูปแบบหนึ่ง เลยนำสถาปัตยกรรมมาบวกกับหนึ่งในปัจจัย 4 อย่างที่อยู่อาศัย เพราะมองว่า การทำหอพักไม่ใช่ทำแล้วได้เงินอย่างเดียว แต่ยังได้แบ่งปันความสบายใจให้กับผู้อยู่อาศัย นั่นจึงเป็นเหตุผลที่พยายามออกแบบหอพักให้เป็นเหมือนห้องนอนในบ้านที่อยู่แล้วใจสงบ

“วันทั้งวันชีวิตแต่ละคนเจออะไรตั้งมากมาย ห้องนอนก็ควรจะเป็นที่ที่สบายใจ สงบใจ จึงเป็นที่มาของชื่อ นิรันดร์ ที่หมายถึงขอให้มีความสุข ความสงบอย่างนิจนิรันดร์ เพราะถ้าเปรียบเทียบเราอยากสร้างให้ที่นี่เป็นแท่นชาร์ตแบต เพื่อให้เขามีพลังไปใช้ชีวิตต่อ ไมว่าจะเรียน หลงรักผู้หญิงสักคน อกหัก หรือเครียดมากก็ตาม แต่นิรันดร์จะเป็นพลังบวกให้เขาได้เสมอ” เฟิดว่า

“เคยคุยกันตั้งแต่เด็กๆ ว่า อยากทำอะไรสักอย่างที่เราพี่น้องได้ทำด้วยกัน พอได้ทำนิรันดร์ก็เป็นเหมือนฝัน พี่เฟิดจะดูแลงานหน้าบ้าน รับสื่อ บทสัมภาษณ์ การดีไซน์ ส่วนเฟิร์นจะดูเรื่องการบริหาร เรื่องธุรกิจ”

“พี่เฟิดบอกน้องตลอดว่า ถ้าจะสร้างให้ นิรันดร์ อพาร์ตเมนต์ สมบูรณ์แบบ ต้องมีสองคนนะ เพราะว่าพี่เฟิดมี Slot Machine แล้ว เราก็อยากจะสร้างเขาขึ้นมาด้วย อีกอย่างการทำนิรันดร์ เหมือนเป็นการบังคับว่าต้องกลับบ้าน มาดูแลคุณพ่อคุณแม่ เพราะก่อนหน้านี้เราทำงานต่อเนื่อง มีเวลากลับบ้านน้อยมาก ครั้งนี้จึงเป็นโอกาสดีที่ให้เราได้กลับบ้าน กลับมาเป็นครอบครัวกันอีกครั้ง”

.

เดินเคียง

“เฟิร์นเชื่อใจพี่เฟิดมาเสมอ เพราะเราเห็นแล้วว่า เวลาทำอะไร เขาตั้งใจจนทำได้จริง” เฟิร์นบอกกับเรา ก่อนเล่าเสริมว่าแม้เฟิดจะเป็นคนไม่ค่อยพูด แต่เมื่อไหร่ก็ตามที่ต้องลงมือทำอะไรสักอย่าง เขาจะทำจริง แล้วทำได้ โดยเฉพาะเวลาทำงาน เขาจะมุ่งมั่นอย่างไม่สนใจรอบข้างด้วยซ้ำว่า ใครจะพูดอย่างไร หรือมีคอมเมนต์ไม่ดี เพราะพี่ชายคนเดียวของเฟิร์นจะทำอยู่อย่างนั้น ทำจนกว่าคนจะเห็น เช่นเดียวกันกับการทำวง Slot Machine ที่พิสูจน์ให้ทุกคนได้เห็นแล้ว

“ถ้าใครติดตาม จะรู้ว่าชุดแรกของ Slot Machine ไม่ประสบความสำเร็จ มีคนมาคิดให้ทุกอย่างว่า Slot Machine จะต้องเป็นยังไง ทั้งเพลง การแต่งตัว การแสดง แต่เราเป็นคนที่มีความเป็นตัวของตัวเองสูง เราทำงานศิลปะตั้งแต่เด็ก และมีความต้องการของเราที่ชัดเจนอยู่แล้วว่า ถ้าเราทำ เราอยากจะทำอย่างไร แต่กลับโดนห้าม 

“จนมาถึงอัลบั้ม Mutation (2006) ที่มีเพลงดังอย่าง ผ่าน เป็นช่วงที่เราเหมือนโยโย่กลับ เราสู้กลับ ดุดันขึ้น จริงจังมากจนใครที่จะเข้ามาคุยต้องคิดให้ดีนะ เพราะเราโดนบังคับมาหนักพอสมควร เลยจะไม่ยอม ฉันเป็นคนไทยที่แปลว่าอิสระ ฉันจะไม่ยอมเป็นทาสคุณอีกแล้ว (หัวเราะ) มันคือเข้มข้นระดับนั้น แต่พอโตขึ้น เวลาผ่านไป ความดุดัน ไม่ลงให้ใครของเราก็ค่อยๆ คลี่ ค่อยๆ คลายออก”

“แล้วพี่เฟิดใจเย็นลง จนเป็นพี่เฟิดอย่างทุกวันนี้ได้อย่างไร” เราถามกลับไป เพราะเฟิดที่เราได้สัมผัสขณะสัมภาษณ์ คือพี่ชายที่อบอุ่น และใจดี

“เรามาเปลี่ยนอีกครั้งคืออัลบั้ม Cell (2011) ที่ได้มีโอกาสทำงานกับ พี่เจ-มณฑล จิรา เป็นอัลบั้มที่ Slot Machine ประสบความสำเร็จมากๆ เพลงก็คนชอบเยอะ อย่าง จันทร์เจ้า คือเราในเมื่อก่อน ถ้าเปรียบเป็นวิทยายุทธ์ ก็จะเอาแต่ความแข็งแกร่ง หมัดเดียวตาย แต่พอได้ทำงานกับพี่เจ เขาให้อิสระ

เราไม่เคยทำงานในบรรยากาศที่ได้อัดเพลงในโฮม สตูดิโอ แต่พอทำกับพี่เจแล้วเขาไม่กดดันเราตอนอัดเสียงเลย บอกแค่ว่า เอ้า ร้องสัก 3 รอบก็พอ แล้วเดี๋ยวเรามาเลือกท่อนเอาทำงานศิลปะต้องให้มันมีความสุขสิ เอ๊ะ นี่ต้องทำเสียงพูดแบบพี่เจย์ด้วยนะ (หัวเราะ) พี่เจย์เลยกลายเป็นคีย์เวิร์ดในชีวิตที่ทำให้คิดได้ว่า สมมติจะทำงานอะไรสักอย่าง หากจะทำให้มีความสุข ก็ไม่ควรทำให้เป็นงาน แต่ทำให้เป็นชีวิต มองว่ามันคือการดำเนินชีวิตรูปแบบหนึ่ง เราเลยมีความโอนอ่อนมากขึ้น เป็นหยินเป็นหยาง กลายเป็นคนมีศิลปะ มีวาทะ และเข้าอกเข้าใจในสถานการณ์มากขึ้น ว่าเราต้องใช้ความอ่อนหรือความแข็งเข้าสู้ แล้วคุณแม่จะสอนตลอดว่า ถ้าไม่ชอบอะไร อย่าไปทำแบบนั้น เราเลยเลือกทำในสิ่งที่คิดว่าดี และรู้ตัวเสมอว่าทำอะไร เพราะฉะนั้นจึงพยายามยืนหยัดในความเป็น Slot Machine ให้เข้มแข็ง เพื่อเริ่มต้นความสุขที่เป็นเราอย่างไม่เบียดเบียนใคร” 

“พี่เฟิดเคยพูดกับเฟิร์นว่า พี่จะทำ Slot Machine อยู่อย่างนี้ ทำให้วันหนึ่งกลายเป็นตำนาน คือเขาชอบพูดว่า ตำนานทำไมต้องตายก่อน เขาไม่อยากเป็นแบบนั้น แต่อยากเป็นตำนานที่ยังมีลมหายใจอยู่ และเราก็เชื่อว่า เขาทำได้แน่ๆ และเราจะอยู่ร่วมยินดีไปกับเขา ว่าสิ่งที่เขาคิดมามันถูกต้องแล้ว มันดีแล้ว ทำต่อไปนะ”

เมื่อน้องสาวให้กำลังใจพี่ชายอย่างเต็มไปด้วยความรักแล้ว เราจึงอยากรู้บ้างว่าพี่ชายมีอะไรอยากจะบอกน้องสาวที่มองเขาเป็นแบบอย่างมาทั้งชีวิตบ้างหรือเปล่า 

“โห งั้นออกไปก่อนได้เปล่า เดี๋ยวร้องไห้ (หัวเราะ)” เฟิร์นว่าติดขำ ก่อนฟังพี่ชายของเธออย่างตั้งใจ

“คงไม่มีอะไรมาก เราคงให้กำลังใจและยินดีกับทุกความสำเร็จของเฟิร์น อย่างการทำนิรันดร์ในช่วงที่ไวรัสระบาด มันเป็นบทพิสูจน์ที่ดีมากๆ ว่าเขาและเราจะร่วมมือก้าวผ่านมันไปให้ได้ และก็ทำได้สำเร็จ แล้วเราก็อยากเห็นเขามีอิสระ มีความสุขมากขึ้น เหมือนเขาได้ค้นพบคำตอบของชีวิตแล้วว่า เขาเกิดมาเพื่อทำอะไร ชีวิตเขามีคุณค่าในตัวเองแล้วมีความสุข ได้อยู่กับครอบครัว ได้กลับมาใกล้ชิดกัน”


หลังจากพูดคุยจบ เฟิด-เฟิร์น พาเราไปชม นิรันดร์ อพาร์ตเมนต์ เราเดินเข้าไปพร้อมกับเรื่องราวความเป็นพี่เป็นน้องแสนน่ารักที่ได้ฟัง ยิ่งทำให้เข้าใจมากยิ่งขึ้นว่า ทำไมที่นี่จึงต้องชื่อ นิรันดร์

คงเพราะอยากให้รักในครอบครัวอยู่ยาวนานเป็นนิจนิรันด์ และเพื่อแบ่งปันความสุขให้คนอื่นได้สัมผัสอย่างเป็นนิรันดร์เช่นกัน

Writer