เดินเที่ยวโคเปนเฮเกนตามรอย The Danish Girl

ถ้าให้เรานึกถึงหนังภาพสวยที่เป็นแรงบัลดาลใจให้เราออกเที่ยวตามแล้ว นอกจากหนังของ Wes Anderson, La La Land และ The Secret Life of Walter Mitty แล้ว The Danish Girl เป็นอีกหนึ่งในหนังภาพสวยที่ทำให้เราอยากเก็บกระเป๋าออกเดินทางไปเดนมาร์กเดี๋ยวนั้นเลย ด้วยโทนสีที่สบายตาแฝงความอบอุ่นนิดๆ กับแสงที่แลดูเป็นธรรมชาติ และการจัดองค์ประกอบภาพที่สมบูรณ์แบบจนเหมือนภาพวาดจนเราละสายตาจากภาพในหนังไม่ได้เลย แถมได้โลเคชั่นสวยๆ ที่เห็นแล้วเหมือนโดนสะกดให้เราบอกกับตัวเองว่าจะต้องไปโคเปนเฮเกนเพื่อไปตามรอยโลเคชั่นสวยๆ จากเรื่องนี้ให้ได้

การเดินทางไปโคเปนเฮเกนครั้งนี้ถือเป็นการเดินทางท่องเที่ยวคนเดียวครั้งแรกแบบจริงๆ จังๆ ของเราตั้งแต่มาเรียนที่อังกฤษ หลังจากได้ Shengen Visa เรียบร้อยแล้ว เราก็บินตรงออกจากลอนดอน มาเหยียบโคเปนเฮเกนเป็นที่แรกเลย

สิ่งแรกที่เรารู้สึกนอกจากความหนาวเย็นของเมืองนี้คือความเรียบร้อยเป็นระเบียบ ทุกอย่างในเมืองดูเป็นระบบไปซะหมด การเดินทางไปแต่ละที่ก็สะดวกสบาย แต่คนที่นี่ส่วนใหญ่จะปั่นจักรยานกันมากกว่า บ้านเมืองของที่นี่แต่งแต้มด้วยสีสันสดใสและหลังคาสีส้มอิฐ มองจากมุมสูงแล้วเหมือนบ้านของเล่นซะมากกว่า

กลับมาพูดถึงโลเคชั่นจากหนังเรื่องนี้กันมั่ง หนึ่งในโลเคชั่นที่เราจะเห็นกันบ่อยๆ ในเรื่องนี้คือคลองและท่าเรือที่มีเรือลำใหญ่จอดอยู่เต็มไปหมด บนฝั่งมีตลาดปลาที่ผู้คนเดินกันอย่างขวักไขว่ ที่นี่คือท่าเรือ Nyhavn ท่าเรือเก่าแก่ที่มีมาตั้งแต่ศตวรรษที่ 17 ปัจจุบันก็กลายเป็นแลนด์มาร์กอันดับหนึ่งของเมืองนี้ไปแล้ว เรียกว่าใครที่มาที่นี่ก็ต้องมาถ่ายรูปกันเพราะมีบ้านเรือนสีสันสดใสและเรือลำใหญ่จอดอยู่เต็มไปหมด สองฝั่งเต็มไปด้วยร้านอาหาร และบาร์ต่างๆ ใครที่หวังว่าการมาที่นี่จะได้ฟีลแบบในหนังอาจจะผิดหวังเล็กน้อย เพราะมีนั่งท่องเที่ยวเต็มไปหมด ถือเป็นย่านที่พลุกพล่านที่สุดเลยก็ว่าได้ ใครที่ไม่ชอบความวุ่นวายเราแนะนำให้เดินตามคลองถัดไปอีกหน่อยก็ได้วิวบ้านสวยๆ และเรือใบเหมือนกัน

อีกหนึ่งภาพที่เราเห็นได้จากหนังเรื่องนี้คือตรอกที่มีบ้านเรือนเก่าแก่และถนนพื้นหินก้อนใหญ่ๆ ที่นี่คือเขตเมืองเก่าของโคเปนเฮเกน ซึ่งจะมีตรอกสวยๆ ที่ชื่อว่า Magstræde และ Snaregade บ้านเรือนแถวนี้จะเป็นบ้านเก่าตั้งแต่สมัยศตวรรษที่ 17-18 มีทั้งบ้านอิฐและบ้านสีสดสวยๆ เต็มไปหมด แถมแถวนี้ไม่ค่อยพลุกพล่านมาก แนะนำมาเดินถ่ายรูปกันแล้วนั่งจิบกาแฟที่คาเฟ่แถวนี้กันได้เลย

ส่วนสถานที่ที่เราประทับใจและอยากมาตามหาที่สุดในหนังเรื่องนี้คือ Nyboder บ้านสีเหลืองส้มที่ทอดตัวยาวเป็นแถว ใช้เป็นสถานที่ถ่ายทำบ้านของ Henrik (ผู้ชายที่ Lili หรือ Eddie Redmayne ชอบ) ซึ่งจริงๆ แล้วบ้านเหล่านี้สร้างมาตั้งแต่ปี 1631 ปัจจุบันนี้ก็มีคนพักอาศัยอยู่ในนี้กันจริงๆ ทำให้มีรถยนต์จอดเต็มสองข้างทาง แนะนำให้เดินเล่นไปเรื่อยๆ หาบ้านฝั่งที่ไม่มีคนอยู่และไม่มีรถจอดจะได้ถ่ายรูปกันได้สวยๆ

ในหนังเรื่อง The Danish Girl ยังมีฉากที่ฝรั่งเศส ซึ่งจริงๆแล้วถ่ายทำกันที่ย่าน Frederiksstaden ย่านนี้เป็นย่านที่มีโบสถ์ Marmorkirken ซึ่งมีโดมสีเขียวอ่อนขนาดใหญ่มองเห็นได้แต่ไกล และยังมีพระราชวัง Amalienborg ซึ่งดูๆ ไปก็ให้ความรู้สึกคล้ายๆ Buckingham Palace ของอังกฤษเหมือนกัน มี Changing of the Guards ตอน 11.30 น. ด้วย ถ้าสนใจก็มาดูขบวนทหารเปลี่ยนเวรยามกันได้

อีกสถานที่ที่เราอยากจะแถมให้คือ Kastellet ถึงแม้ว่าจะไม่ได้อยู่ใน The Danish Girl แต่เราขอบอกว่าห้ามพลาด ใครที่ชอบสีสันของ Nyboder จะต้องชอบ Kastellet แน่นอน ที่นี่มีบ้านสีแดงสดเรียงกันเป็นแนวยาว และมีกังหันลมคล้ายๆ กับที่เนเธอร์แลนด์อยู่ด้วยหนึ่งหลัง เดิมเป็นป้อมปราการที่เรียงกันเป็นรูปดาวห้าแฉกซึ่งสามารถมองเห็นจาก Google Map ได้เลย ปัจจุบันที่นี่กลายเป็นสวนสาธารณะไปแล้ว ช่วงเย็นๆ จะมีคนมาวิ่งเล่นออกกำลังกายกันเต็มไปหมด แถมยังอยู่ไม่ไกลจาก Nyboder ด้วย ไปแล้วต้องเก็บให้ครบทั้งสองที่เลย

แล้วนี่ก็คือลิสต์โลเคชั่นใน The Danish Girl แบบคร่าวๆ ยังมีอีกหลายที่ที่เรายังไม่ได้ไปตามเก็บ แต่แค่นี้ก็อะเมซิ่งพอสมควรแล้วแหละ จริงๆ แล้วโคเปนเฮเกนยังมีมุมเก๋ๆ ฮิปๆ ที่ยังไม่ได้เห็นในนี้อีกเพียบ ไว้ครั้งหน้าเราจะเอามาอัพเดทให้ได้ติดตามกันนะ

Contributor

ณัชชา พัชรเวทิน

Writer

นักเขียนที่คิดถึงเรื่องไลฟ์สไตล์ทุกลมหายใจ ตั้งแต่เรื่อง อาหาร ศิลปะ แฟชั่น และยังมีแพชชั่นกับการเดินทางท่องเที่ยวไปสถานที่ใหม่ๆ เพื่อถ่ายภาพบันทึกวิถีชีวิตของผู้คนและสิ่งรอบตัว เพราะเชื่อว่าภาพถ่ายเป็นสื่อที่สามารถเก็บความประทับใจและความทรงจำได้ดีที่สุดวิธีหนึ่ง