ชวนสำรวจประเพณี ‘การสักยันต์’ แบบไทย ที่นิทรรศการ TRANCE / FIGURATION ใน 3 จังหวัด 21 เม.ย. – 21 ส.ค. 65

การสักลายไม่ใช่เพียงสัญลักษณ์ที่สะท้อนตัวตนหรือศิลปะบนเรือนร่างของมนุษย์เท่านั้น แต่สำหรับคนบางกลุ่ม ลายเส้นเหล่านี้ยังเปรียบเสมือนเวทมนตร์ที่ให้การคุ้มครอง ความสามารถพิเศษ และโชคลาภแก่เจ้าของรอยสักด้วย ใครอยากสัมผัสหรือทำความเข้าใจการสักลายตามความเชื่อของไทย เราอยากชวนทุกคนไปงาน ‘TRANCE / FIGURATION สักยันต์ Tattoos from Birth to Death’ นิทรรศการจัดแสดงผลงานอันน่าทึ่งเกี่ยวกับประเพณี ‘การสักยันต์’ ของไทย ผ่านการผสมผสานสื่อหลายประเภท ทั้งภาพยนตร์ เสียง และการจัดวาง ที่จะช่วยให้คุณเข้าใจถึงแก่นของการสักยันต์อย่างหลากมิติยิ่งขึ้น นิทรรศการนี้มีแรงบันดาลใจมาจากประเพณีการสักยันต์แบบไทยโบราณ ที่เชื่อว่าร่างกายมนุษย์เป็นดั่งผืนผ้าใบ ทุกอณูบนผิวหนังจึงถูกแต่งแต้มไปด้วยอักขระศักดิ์สิทธิ์และรูปสัตว์จากเรื่องราวในตำนาน ซึ่งในประเทศไทย กัมพูชา เมียนมา และลาว ช่างสักเปรียบเสมือนหมอผีที่สร้างเวทมนตร์ที่ช่วยให้เจ้าของรอยสักมีโชคลาภ แคล้วคลาดจากภัยอันตราย และอยู่ยงคงกระพัน ที่สำคัญ ผู้รับการสักยันต์ยังต้องเข้าสู่ ‘พิธีไหว้ครู’ พิธีกรรมอันศักดิ์สิทธิ์ที่ทำให้จิตของผู้ที่ศรัทธาเข้าสู่ภวังค์หรือที่เรียกว่าอาการของขึ้น เนื่องจากถูกครอบงำโดยจิตวิญญาณแห่งรอยสัก นอกจากจัดแสดงภาพถ่ายและประวัติศาสตร์ร่วมสมัยแล้ว ในนิทรรศการยังมีการร่วมพูดคุยกับนักชาติพันธุ์วิทยาและนักสังคมวิทยาเกี่ยวกับบทบาททางสังคมของรอยสักในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และพื้นที่อื่นๆ ของโลก  TRANCE / FIGURATION สักยันต์ Tattoos from Birth to Death จะเกิดขึ้นจากการเดินทางผ่าน 3 จังหวัด ตลอดระยะเวลา […]

เกาะชิมาอุระในญี่ปุ่น มีร้านอาหารมาเปิดครั้งแรกในรอบ 15 ปี ก่อนหน้านี้ต้องทำกินเอง หรือไปกินนอกเกาะ

เกาะชิมาอุระในประเทศญี่ปุ่นที่มีขนาดประมาณเซ็นทรัลปาร์ก และขึ้นชื่อด้านอาหารทะเลที่อุดมสมบูรณ์ แต่หากประชากร 850 คนบนเกาะอยากฉลองมื้อเย็นด้วยซาซิมิสักชุดหนึ่ง พวกเขามีเพียงสองทางเลือกคือลงมือทำด้วยตัวเอง หรือเดินทางออกไปกินที่นอกเกาะเลย เพราะเกาะแห่งนี้ไม่มีร้านอาหารมาเปิดนานถึง 15 ปีแล้ว จากปัญหาเดียวกันของทั้งแดนปลาดิบคือจำนวนประชากรสูงอายุที่เพิ่มขึ้น สวนทางกับอัตราการเกิดที่ลดลง จนไม่สามารถดึงดูดธุรกิจให้เข้ามาทำตลาดได้ ตอนนี้ถือเป็นครั้งแรกในรอบสิบกว่าปีที่พวกเขาได้กลับมาทานอาหารนอกบ้านอีกครั้งที่ร้าน Mangetsu Shokudo ที่ให้เปิดขายแกงกะหรี่ อาหารทอด และเครื่องเคียงต่างๆ ซึ่งได้รับการคัดเลือกมาเป็นอย่างดีสำหรับครอบครัวที่ต้องทำอาหารกินเองที่บ้านมาตลอดหลายปี Taishi Iwata ผู้จัดการร้านอาหารบอกว่า โดยปกติแล้วผู้คนบนเกาะจะมีปลาเป็นวัตถุดิบหลักในการทำอาหาร แต่เป็นเรื่องยากที่จะซื้อไก่มาปรุงแล้วนำไปทอดในพื้นที่ที่ห่างไกลแบบนี้ ซึ่งการเปิดร้านอาหารครั้งนี้ถือว่าเป็นชัยชนะเล็กๆ สำหรับเกาะชิมาอุระ หนึ่งในหมู่เกาะของญี่ปุ่นที่กำลังประสบปัญหาการขาดแคลนประชากรอย่างรุนแรง จากข้อมูลล่าสุดของรัฐบาลญี่ปุ่น ประชากรที่อาศัยอยู่ในหมู่เกาะที่ห่างไกลลดลงมากกว่า 9 เปอร์เซ็นต์ ระหว่างปี 2010 – 2015 เทียบกับอัตราส่วนทั่วประเทศลดลงเพียง 0.8 เปอร์เซ็นต์ในช่วงเวลาเดียวกัน นอกจากนั้น อัตราประชากรชาวเกาะที่มีอายุมากกว่า 65 ปี ยังมากถึง 39 เปอร์เซ็นต์ เทียบกับระดับประเทศซึ่งมีอัตราอยู่ที่ 26.6 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น Keitaro Kai เจ้าของร้านอาหาร Mangetsu Shokudo บอกว่า […]

‘กาเบรียล การ์เซีย มาร์เกซ’ สภาเมืองบาร์เซโลนาเปิดห้องสมุดใหม่ ตั้งชื่อเป็นเกียรตินักเขียนรางวัลโนเบล

หากคุณคุ้นเคยกับนวนิยายชื่อดังอย่าง ‘หนึ่งร้อยปีแห่งความโดดเดี่ยว (One Hundred Years of Solitude)’ ‘รักเมื่อคราวห่าลง (Love in the Time of Cholera)’ หรือ ‘ว่าด้วยความรักและบรรดาปีศาจ (Of Love and Other Demons)’ นี่คือผลงานของ ‘กาเบรียล การ์เซีย มาร์เกซ’ นักเขียนชาวโคลอมเบียน ตลอดชีวิตนักเขียนผู้นี้ เขาเคยอาศัยที่เมืองบาร์เซโลนา ประเทศสเปน ถึง 8 ปี ตั้งแต่ปี 1967 – 1975 นี่จึงเป็นที่มาของห้องสมุดเมืองบาร์เซโลนาแห่งใหม่ได้ตั้งเป็นชื่อของเขาเพื่อเป็นเกียรติให้กับนักเขียนรางวัลโนเบลผู้นี้ ห้องสมุด ‘กาเบรียล การ์เซีย มาร์เกซ’ แห่งนี้อยู่ในเขต Sant Martí de Provençals (ซาน มาร์ตี เดอ โปรเวนซาล) และตัวอาคารจะใช้ไม้กว่า 4,000 ตารางเมตร เป็นโครงหลัก (Timber-framed) […]

Old Enough รายการญี่ปุ่นใน Netflix ที่มอบภารกิจให้เด็กอนุบาล ออกไปเรียนรู้และเอาตัวรอดนอกบ้าน

จำได้ไหมว่าคุณออกนอกบ้านคนเดียวครั้งแรกตอนอายุเท่าไหร่? ตอนเด็กๆ หลายคนต้องเคยได้รับมอบหมายภารกิจให้ไปซื้อน้ำปลา เอาของไปให้ญาติบ้านใกล้เรือนเคียง หรือฝากไปทำธุระเล็กๆ ละแวกบ้าน คุณจำครั้งแรกได้ไหมว่าตอนนั้นรู้สึกอย่างไร และอายุเท่าไหร่กันบ้าง? ‘Old Enough ผจญภัยวัยอนุบาล’ คือรายการเรียลลิตีครอบครัวจาก NTV ประเทศญี่ปุ่น ที่มอบภารกิจให้เด็กวัย 2 – 3 ขวบไปทำธุระใกล้ๆ บ้านให้พ่อแม่ เพื่อให้ได้เรียนรู้วิธีเอาตัวรอดนอกบ้าน เรียนรู้ที่จะเติบโตเป็นผู้ใหญ่ ช่วยเหลือตัวเองและช่วยงานพ่อแม่ได้มากขึ้น ถ้าคุณเคยเป็นแฟนรายการขำกลิ้งลิงกับหมา เราเชื่อว่าจะหลงรักรายการนี้ได้ไม่ยาก เพราะตลอดทั้งรายการจะได้เอาใจช่วยเด็กๆ ให้ทำภารกิจให้สำเร็จลุล่วงไปได้ บางตอนทั้งขำทั้งซึ้งจนน้ำตาลไหลในความน่ารักใสซื่อของเด็กๆ ภารกิจที่เด็กๆ ได้รับมอบหมายไม่ใช่แค่ซื้อน้ำปลาแล้วกลับบ้านแน่นอน เพราะธุระที่พ่อแม่มอบหมายให้มีหลายจุด ทั้งไปซื้อของ เอาปลาไปแล่ที่ร้าน ไปรับเสื้อที่ร้านซักรีด แวะซื้อของให้แม่ จ่ายตลาด ส่งของให้ญาติ ฯลฯ มีธุระให้ทำทั้งขาไปขากลับ บางธุระมีน้ำหนักหลายกิโล แถมระหว่างทางยังมีอุปสรรคมากมาย บางคนต้องเดินระยะทางที่ไกล เดินขึ้นเขาบนทางชัน หรือเดินขึ้นบันไดศาลเจ้าหลายร้อยขั้นเพื่อไปทำภารกิจให้สำเร็จ ลองนึกดูสิว่าถ้าคุณเป็นเด็กวัย 2 – 3 ขวบจะทำภารกิจเหล่านี้ให้ลุล่วงได้โดยที่ไม่ร้องไห้ ไม่ว่อกแว่ก และไม่หลงทางได้อย่างไร แถมพ่อแม่ยังต้องใจแข็งมากๆ ด้วยที่ยอมปล่อยลูกวัยนี้ออกไปผจญภัยนอกบ้านด้วยตัวเอง รายการนี้จะทำให้เราได้ลุ้นและเอาใจช่วยเด็กๆ เรายังได้เห็นความสัมพันธ์ของครอบครัว […]

โปรเจกต์ใหม่ในโลก NFT ของ ปั๋น Riety นำงานศิลปะไปเป็นตัวละครในเกม Hotel de Mentía เปิดขายวันที่ 23 เม.ย.

จากกระแสความนิยมในวงการ NFT ที่เพิ่มสูงขึ้น ทำให้ ‘ปั๋น ดริสา’ หรือที่รู้จักกันในนาม Riety ยูทูบเบอร์สายอาร์ตที่มีผู้ติดตามในออนไลน์รวมกว่า 1.8 ล้านคน ได้ปล่อยวิดีโอ How to sell your art as NFT | วิธีลงขายงาน NFT ให้ความรู้และทำให้ผู้ติดตามได้เข้าใจโลกของ NFT มากขึ้น และล่าสุดเตรียมปล่อย โปรเจกต์สุดพิเศษ Hotel de Mentía หรือ โรงแรมแห่งการหลงลืม โปรเจกต์นี้เกิดจากความตั้งใจของ ปั๋น และทีม Riety Studio ที่จะสร้างงานศิลปะ เกมและคอมมูนิตี้ ขึ้นมา โดยปั๋นเผยความรู้สึกว่า “เวลาคนเราเจ็บปวดมาก ๆ บางทีเราอยากจะลืมความเจ็บปวด และอยากให้ความเจ็บปวดหายไป ดังนั้นจึงเกิดเป็น Collection นี้ขึ้นมา เป็นโรงแรมที่โผล่ขึ้นมาในเวลาที่คนคนหนึ่งรู้สึกเจ็บปวดใจจากอดีต จนมองไม่เห็นทางในอนาคต ทางโรงแรมจะปรากฏขึ้นเพื่อเสนอ ชีวิตใหม่ให้จากการเป็นแขกในโรงแรม ผ่านการซื้อ NFT ที่แต่ละตัวจะมีเรื่องราวที่แตกต่างกันออกไป” […]

24 เม.ย. นี้ นำชุดโปรดตัวเก่ามาแลกกัน ในงาน Clothes Swap ที่โรงแรม ASAI กับ Fashion Revolution Thailand

ใครมีเสื้อผ้าล้นตู้เชิญทางนี้ โดยเฉพาะเสื้อผ้าดีๆ ที่ไม่มีโอกาสได้ใส่ ใส่ไม่ได้ ไม่ชอบ ไม่ Spark Joy อีกต่อไปแล้ว เรามาต่อชีวิตให้เสื้อผ้าเหล่านี้กันเถอะ! สัปดาห์นี้เราอยากชวนคุณมารื้อตู้เสื้อผ้าด้วยกัน แล้วนำชุดเก่าตัวโปรดมาแลกชุดใหม่ที่งาน ‘Fashion Revolution Week 2022 Clothes Swap : Dress to Express’ งานแลกเปลี่ยนเสื้อผ้าที่จะชวนคุณมาร่วมแสดงออกสไตล์และตัวตนที่ไม่เหมือนใคร ผ่านการแต่งตัวที่สนุกเหมือนเดิม เพิ่มเติมคือไม่ต้องซื้อใหม่ และลดการสร้างขยะและมลพิษให้โลกได้อีกด้วย Clothes Swap ไปทำไม?เสื้อผ้าส่วนใหญ่ที่ถูกผลิตออกมาขายในปัจจุบัน 100,000 ล้านชิ้น/ปี ถูกใส่ไม่กี่ครั้งก็ทิ้งไป เกิดเป็นขยะเสื้อผ้าที่กองอยู่ทั้งในตู้เสื้อผ้าของเราและ Landfill ของโลก และยังขับเคลื่อนโมเดลธุรกิจแบบฟาสต์แฟชั่นและวัฒนธรรมบริโภคนิยม (Throw-away Culture) อันเป็นสาเหตุหลักของปัญหานี้ Fashion Revolution Thailand ไม่ได้อยากชวนให้ผู้คนเลิกซื้อ หรือหยุดสนุกกับการแต่งตัว เพราะเชื่อว่า ‘เสรีภาพในการแสดงออก’ เป็นได้มากกว่าแค่การพูด การแต่งตัวและการได้ทดลองสไตล์ใหม่ๆ เป็นอีกหนึ่งวิธีที่ทรงพลังในการประกาศตัวตนและจุดยืน จึงอยากนำเสนอวิธีการใหม่ในการช้อปปิง ที่สามารถช่วยลดภาระให้สิ่งแวดล้อมได้ คือการแลกเสื้อผ้าเก่าสภาพดีแทนการซื้อใหม่ ซึ่งช่วยทั้งลดคาร์บอนฟุตพรินต์จากการเผาขยะเสื้อผ้าหรือการผลิตเสื้อผ้าที่ผลิตใหม่ได้อีกด้วย วิธี Clothes […]

Scientist Rebellion กลุ่มนักวิทยาศาสตร์ ประท้วงให้โลกหยุดปล่อยก๊าซเรือนกระจก ก่อนที่มนุษย์จะเจอกับหายนะโลกร้อน

ใครเป็นคอหนังคงรู้จักหรือเคยดู Don’t Look Up ภาพยนตร์เกี่ยวกับนักดาราศาสตร์สองคนที่ออกมาเตือนมนุษยชาติเกี่ยวกับดาวหางที่ใกล้จะทำลายโลก แต่สิ่งที่เกิดขึ้นก็คือ นักการเมือง นักข่าว และผู้คนจำนวนมากกลับไม่สนใจ อีกทั้งยังทำให้คำเตือนถึงหายนะครั้งใหญ่นี้กลายเป็นเรื่องตลกอีกด้วย ซึ่งสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในหนังไม่ได้ไกลตัวแต่อย่างใด เพราะตอนนี้เหตุการณ์ลักษณะเดียวกันกำลังเกิดขึ้นจริงในโลกของเรา 6 เมษายน 2565 ปีเตอร์ คาลมุส (Peter Kalmus) นักวิทยาศาสตร์ด้านภูมิอากาศจากนาซา (NASA) ร่วมกับนักวิทยาศาสตร์จำนวนหนึ่ง ได้รวมตัวประท้วงอยู่ที่หน้าสำนักงานของบริษัทเจพีมอร์แกนเชส (JPMorgan Chase) ในนครลอสแอนเจลิส สหรัฐอเมริกา พวกเขามัดข้อมือของตัวเองไว้กับประตูของบริษัท และยังมีผู้ประท้วงรายอื่นๆ ยืนปักหลักอยู่บริเวณหน้าสำนักงานด้วย นักวิทยาศาสตร์และผู้ประท้วงเลือกมารวมตัวที่หน้าสถาบันทางการเงินและการลงทุนยักษ์ใหญ่ของสหรัฐฯ เนื่องจากระหว่างปี 2559 – 2564 ในบรรดาธนาคารเพื่อการลงทุนทั้งหมดของโลก เจพีมอร์แกนเชสคือบริษัทที่ระดมทุนสนับสนุนโครงการเชื้อเพลิงฟอสซิลมากที่สุด หรือกว่า 382 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 12,900 ล้านบาท)  นักวิทยาศาสตร์เรียกร้องให้เจพีมอร์แกนเชส รวมถึงบริษัทอื่นๆ หยุดสนับสนุนเงินทุนให้แก่โครงการเชื้อเพลิงฟอสซิล เพราะผลผลิตสุดท้ายของการเผาเชื้อเพลิงฟอสซิลคือการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์และก๊าซเรือนกระจกให้ค้างอยู่ในชั้นบรรยากาศโลก โครงการเหล่านี้จึงเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่จะทำให้โลกเผชิญกับหายนะจากภาวะโลกร้อน  คาลมุสกล่าวพร้อมน้ำเสียงสั่นเครือว่า “ผมมาประท้วงที่หน้าบริษัทแห่งนี้ เพราะไม่มีใครฟังเสียงของนักวิทยาศาสตร์เลย ผมพร้อมเสี่ยงชีวิตและอาชีพเพื่อโลกที่สวยงามใบนี้ นักวิทยาศาสตร์พยายามเตือนพวกคุณมาหลายสิบปีแล้วว่าโลกกำลังมุ่งหน้าสู่หายนะที่เลวร้ายและใหญ่หลวง” แม้ว่าการประท้วงเป็นไปอย่างสงบ แต่ทางการได้ส่งเจ้าหน้าที่ในชุดปราบจลาจลกว่า […]

Oreology ศาสต์แห่งโอรีโอ วิศวะ MIT ศึกษาวิธี บิดโอรีโอให้มีครีมเท่ากันทั้งสองฝั่ง

Crystal Owens นักศึกษาปริญญาเอกสาขาวิศวะเครื่องกลที่ MIT กำลังไล่ตามความฝันวัยเด็กที่อยากแบ่งเนื้อครีมให้ได้ปริมาณเท่ากัน ซึ่งการทดลองได้เผยให้เห็นว่า ถึงจะอยู่ในห้องปฏิบัติการก็แทบจะเป็นไปไม่ได้เลย.ครีมที่อยู่ในโอรีโอมีสภาพที่ค่อนข้างเหลวและอ่อนจึงเป็นเรื่องยากมากที่จะบิดให้ออกมาเท่ากัน Owens บอกว่า เธอเคยคิดว่าหากอาศัยการบิดที่สมบูรณ์แบบ ก็อาจจะเป็นไปได้ที่จะแยกครีมออกมาให้เท่ากัน แต่สิ่งที่เกิดขึ้นจริงคือครีมมักจะติดไปกับด้านใดด้านหนึ่งเสมอ.กลุ่มผู้ทดลองได้สร้างอุปกรณ์ที่เรียกว่า Oreometer ซึ่งเป็นการเล่นคำจากเครื่องรีโอมิเตอร์ ผ่านการใช้รีโอมิเตอร์ เครื่องมือสำหรับวัดความหนืดของสารต่างๆ โดยสร้างขึ้นจากเครื่องพิมพ์สามมิติที่ทำงานด้วยการประกบโอรีโอเข้าด้วยกันผ่านแถบยาง ที่ปลายสองด้านจะมีท่อสำหรับใส่เหรียญเพื่อให้ได้น้ำหนักที่สมบูรณ์แบบสำหรับการบิดโอริโอออกจากกัน (วิดีโอประกอบ https://shorturl.asia/YNFxG) ซึ่งไม่ประสบผลสำเร็จ เพราะจะมีปริมาณครีมที่มากกว่าในคุกกี้ฝั่งหนึ่งเสมอ.“ฉันชอบรสชาติของคุกกี้ที่มีครีมทาไว้ ถ้ากินแต่คุกกี้อย่างเดียวมันจะแห้งเกินไป และถ้าจุ่มนมคุกกี้ก็จะแตกตัวเร็วเกินไปอีก เมื่อได้เข้ามาเรียนที่ MIT ก็ได้เรียนรู้วิธีการใช้รีโอมิเตอร์ในห้องปฏิบัติการซึ่งเดิมทีใช้เพื่อทดสอบหมึกคาร์บอนนาโนทิวบ์ ซึ่งเครื่องพิมพ์สามมิติสร้างความยืดหยุ่นให้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งอาจแก้ปัญหาเรื่องโอรีโอที่มีครีมไม่เท่ากันได้”.พวกเขายังทดลองอีกหลายปัจจัยเพื่อให้ครีมออกมาเท่ากันให้ได้ เช่นลองจุ่มนม หรือลองปรับความเร็วในการบิดให้มากขึ้น แต่คำตอบก็ยังเหมือนเดิมคือครีมมักจะไปติดอยู่ที่คุกกี้ชิ้นใดชิ้นหนึ่งมากกว่า ซึ่งนักวิจัยกลุ่มนี้ก็ได้ตัดสินใจยุติการทดลองไว้ก่อนเพื่อเดินหน้าไปไขคำตอบเรื่องอื่น การบิดโอรีโอให้ได้ครีมเท่ากันจึงยังเป็นความลับของจักรวาลอยู่เหมือนเดิม แต่ก็ยินดีให้คนอื่นรับปัญหานี้ไปแก้ต่อด้วยวิธีการของตัวเอง.Sources : CNET VICE

สปสช. ให้ผู้หญิง 10 – 59 ปี รับสิทธิ์ฟรี! ฉีด-ฝัง ยาคุมกำเนิด ตรวจแปปสเมียร์ ฯลฯ รับสิทธิ์ผ่านแอปฯ ‘เป๋าตัง’ วันนี้ – 30 ก.ย. 65

สำหรับผู้หญิงที่สนใจอยากหาวิธีคุมกำเนิดเพื่อป้องกันการตั้งครรภ์ วันนี้สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ได้เปิดสิทธิ์คุมกำเนิดให้ผู้หญิงอายุ 10 – 59 ปีฟรีแล้ว  สิทธิ์ในการคุมกำเนิดที่ได้รับจะมี 3 วิธีการ ได้แก่ 1. การใส่ห่วงอนามัยคุมกำเนิด 2. การฝังยาคุมกำเนิด (3 ปี)3. การฉีดยาคุมกำเนิด  นอกจากนี้ยังมีการตรวจคัดกรองมะเร็งสตรีอีก 3 วิธีการ ได้แก่1. การตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกด้วยวิธี HPV DNA2. ตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกด้วยวิธีแปปสเมียร์ (Pap Smear)3. ตรวจคัดกรองมะเร็งเต้านมโดยการคลำ วิธีการลงรับสิทธิ์1. ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน ‘เป๋าตัง’ 2. เข้าไปที่ ‘เมนูกระเป๋าสุขภาพ’3. เข้าไปที่ ‘บริการสร้างเสริมสุขภาพ’ เพื่อขอรับสิทธิ์ได้4. ผู้รับบริการสามารถเลือกสิทธิ์ได้ตามความต้องการ และเลือกโรงพยาบาลใกล้บ้านได้ในแอปฯ (บางโรงพยาบาลรับจองทางโทรศัพท์เท่านั้น) *กดรับสิทธิ์ได้ตั้งแต่วันนี้ถึงวันที่ 30 กันยายน 2565 (ไม่จำกัดจำนวนผู้รับสิทธิ์) สำหรับคนที่ไม่สะดวกใช้สมาร์ตโฟน ทาง สปสช. แจ้งว่า ผู้เข้ารับบริการสามารถเข้าไปแจ้งความจำนงใช้สิทธิ์ได้ที่หน่วยบริการตามสิทธิบัตรทอง, ประกันสังคม หรือโรงพยาบาลรัฐใกล้บ้านก็ได้เช่นเดียวกัน  การเลือกวิธีการในการคุมกำเนิดมีผลข้างเคียงต่างกัน ขึ้นอยู่กับร่างกายของแต่ละบุคคล อย่าลืมศึกษาขั้นตอนและผลข้างเคียงโดยละเอียดก่อนกดรับสิทธิ์นะ  นอกจากนี้ […]

noble PLAY พื้นที่หาแรงบันดาลใจ เดินดูงานศิลปะ นั่งคาเฟ่ กินมื้อสาย ติด BTS เพลินจิต เปิดเสาร์ที่ 23 เม.ย. นี้

noble PLAY – Inspiration Playground แห่งใหม่ใจกลางเมือง อยู่ติดกับรถไฟฟ้าสถานีเพลินจิต สเปซที่จะสร้างแรงบันดาลใจใหม่ ๆ ให้คุณทุกครั้งที่ได้มา ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ที่หลากหลายของคนเมือง เสาร์ที่ 23 เม.ย. 65 นี้ noble PLAY พร้อมเปิดให้เข้าไปใช้บริการและเปิดให้เข้าไปเช็กอินแล้ว พบกับไฮไลต์กิจกรรม ดังนี้ Art Space : นิทรรศการ Evolution จาก Pichet Klunchun Dance Company ผลงานชุดใหม่ล่าสุดโดย พิเชษฐ กลั่นชื่น ร่วมกับ noble PLAY จัดแสดงผลงานศิลปะหลากหลายรูปแบบที่เกิดขึ้นจากประสบการณ์ และการร่วมมือกันของนักออกแบบท่าเต้น, นักโปรแกรมคอมพิวเตอร์, นักสร้างภาพยนตร์, ประติมากร ไปจนถึงวิศวกรเครื่องกล เพื่อแสดงให้เห็นถึงพัฒนาการของการค้นคว้าหลักปรัชญาของ ‘หมายเลข 60’ เพื่อแสวงหาเสรีภาพของร่างกายและจิตวิญญาณร่วมสมัย (การแสดงเริ่ม 19.00 น. ระยะเวลา 45 นาที มีเฉพาะวันนี้เท่านั้น) Eatery […]

Kinokuniya เปิดร้านหนังสือการ์ตูน สุดฉูดฉาดอลังการที่ CentralwOrld

ในยุคที่การ์ตูนญี่ปุ่นกลับมาฮิตในกระแสหลักกันอีกครั้ง ไม่ว่าเด็กหรือผู้ใหญ่ล้วนอ่านมังงะ แย่งชิงกันซื้อการ์ตูนในระดับที่ไม่ต่างจากการกดตั๋วบัตรคอนเสิร์ตศิลปินดัง หรือกระทั่งจับกลุ่มเป็นแฟนด้อมอานิเมะกันอย่างเหนียวแน่นไม่ต่างแฟนด้อมไอดอลเกาหลี จากปรากฏการณ์นี้ทำให้สำนักพิมพ์หนังสือการ์ตูนในไทยกลับมาเฉิดฉายได้อีกครั้ง พร้อมๆ กับร้านหนังสือการ์ตูนที่เริ่มมีลูกค้าหน้าใหม่เข้ามาอุดหนุน ทำให้ Kinokuniya (คิโนะคูนิยะ) ร้านหนังสือสัญชาติญี่ปุ่นที่มีสาขาในไทย เปิดโซนการ์ตูนอย่างฉูดฉาดอลังการที่ชั้น 6 ห้างสรรพสินค้า CentralwOrld ไปเมื่อวันที่ 12 เมษายนที่ผ่านมา ภายในร้านมีมังงะและอานิเมะลิขสิทธิ์แท้ให้คอการ์ตูนเลือกสรร โดยมีทั้งภาษาไทย อังกฤษ และญี่ปุ่น ยกตัวอย่างหนังสือยอดฮิต เช่น Spy x Family, Demon Slayer, Slam Dunk, Jujutsu Kaisen, Attack on Titan, Blue Period, Sailor Moon, One Piece, โคนัน ยอดนักสืบ, คอลเลกชันของ Junji Ito, ผลงานของ Ghibli Studio ไปจนถึงผลงานของ DC Comics และ Marvel […]

Tentree x National Geographic คอลเลกชันของ 2 แบรนด์เพื่อสิ่งแวดล้อม ที่ปลูกต้นไม้ 10 ต้น ทุกการขายเสื้อผ้า 1 ชิ้น

Tentree แบรนด์เสื้อผ้าที่มีจุดเด่นด้านความยั่งยืนด้วยการปลูกต้นไม้ 10 ต้น ทุกการขายเสื้อผ้า 1 ชิ้น ได้คอลแลบกับ National Geographic ออกคอลเลกชันเสื้อผ้าที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมวางจำหน่ายในสัปดาห์ที่ผ่านมา ลิมิเต็ดคอลเลกชันจากสองแบรนด์ที่ขึ้นชื่อด้านสิ่งแวดล้อม เป็นเสื้อผ้าแฟชั่นสไตล์สตรีทแวร์ทั้งเสื้อยืดพิมพ์ลายกราฟิก กางเกงขายาว เสื้อสเวตเตอร์และอีกมากมายกับลวดลายที่เกี่ยวข้องกับการอนุรักษ์ เช่น ปลากะพงที่ว่ายน้ำในระบบนิเวศริมชายฝั่ง หรือกางเกงวอร์มขาสั้นลายต้นโกงกาง ซึ่งเสื้อผ้าทุกชิ้นผลิตขึ้นภายใต้สภาพการทำงานที่ปลอดภัยด้วยวัสดุที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมและยั่งยืน การคอลแลบครั้งนี้เป็นหนึ่งในความมุ่งมั่นด้านสิ่งแวดล้อมของ Tentree ซึ่งนับตั้งแต่ก่อตั้งขึ้นในปี 2011 แบรนด์นี้ปลูกต้นไม้ไปแล้ว 70 ล้านต้นทั่วโลก และวางแผนที่จะปลูก 1,000 ล้านต้นภายในปี 2030 “Earth-First คือความมุ่งมั่นของเราในการให้ความสำคัญกับโลกและผู้คนมาก่อนเป็นอันดับแรก เราปลูกต้นไม้เพราะเป็นหนึ่งในวิธีที่ดีที่สุดในการสร้างอนาคตที่ยั่งยืนมากขึ้น และเรากำลังค้นหาวิธีการใหม่ๆ ที่จะลดคาร์บอนฟุตพรินต์ให้น้อยที่สุดในการผลิตเสื้อผ้า และสร้างห่วงโซ่อุปทานแบบหมุนเวียนมากยิ่งขึ้น” Tentree กล่าวในเว็บไซต์อย่างเป็นทางการ ซึ่งหนึ่งในตัวอย่างที่เป็นรูปธรรมของความพยายามก็คือเสื้อสเวตเตอร์ของ Tentree ใช้น้ำในกระบวนการผลิตน้อยกว่าเสื้อสเวตเตอร์ทั่วไปมากถึง 75 เปอร์เซ็นต์ ดังนั้น นอกจากเสื้อผ้าชุดใหม่ คอลเลกชันนี้ยังหมายถึงการช่วยปลูกต้นไม้ให้กับโลก และสนับสนุนการทำงานของ National Geographic ซึ่งนำเสนอความงดงามของธรรมชาติและเผยแพร่ความตระหนักเกี่ยวกับปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและการอนุรักษ์ สำหรับเรานี่เป็นการแลกเปลี่ยนที่คุ้มค่ามากทีเดียว 

1 7 8 9 10 11 63

SEND YOUR STORY

REQUEST INTERVIEW

ติดตามอ่าน “Urban Creature”
นิตยสารออนไลน์ที่จะทำให้คุณรักเมืองที่คุณอยู่ รักตัวเองมากขึ้นด้วยการเปิดมุมมองและนำเสนอแนวทางการใช้ชีวิตอย่างสร้างสรรค์ และสร้างแรงบันดาลใจใหม่ๆ ในการใช้ชีวิต
Better Life. Better Living.
Max. file size: 64 MB.