
WHAT’S UP
SEA-CRET Evidence ร่องรอยปริศนา มัจฉาพิศวง ผู้ชนะรางวัล Book on board ปีที่ 4 ‘เปลี่ยนหนังสือ(ไทย)ที่ชอบ เป็นบอร์ดเกม(ไทย)ที่ใช่’
จัดขึ้นอย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 4 แล้ว สำหรับโครงการ Book on Board ที่จะเปลี่ยนเหล่าวรรณกรรมให้เป็นบอร์ดเกมแสนสนุกสำหรับทุกคน โดยในปีนี้เป็นธีม ‘เปลี่ยนหนังสือ(ไทย)ที่ชอบ เป็นบอร์ดเกม(ไทย)ที่ใช่’ ความพิเศษของปีนี้คือ การตั้งโจทย์ให้นักออกแบบนำผลงานของนักเขียนไทยที่เข้าร่วมโครงการมาเป็นแรงบันดาลใจในการสร้างสรรค์บอร์ดเกม ซึ่งไม่เพียงส่งเสริมศักยภาพของนักออกแบบบอร์ดเกมไทยเท่านั้น แต่ยังเป็นการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผลงานวรรณกรรม และสนับสนุนให้นักเขียนไทยเป็นที่รู้จักในวงกว้างยิ่งขึ้น ในปีนี้มีผลงานที่ส่งเข้าประกวดมากถึง 70 ทีม ก่อนการคัดเลือกรอบสุดท้าย โครงการได้มีการตระเวนประชาสัมพันธ์และจัด Mini Workshop พัฒนาทักษะการตั้งต้นไอเดียในรูปแบบ Roadshow ทั่ว 4 ภูมิภาค ทั้งเชียงใหม่ ขอนแก่น ภูเก็ต และกรุงเทพฯ จนได้ 12 ทีมสุดท้าย และผลงานที่ได้รับรางวัลชนะเลิศในปีนี้คือ ‘เกม SEA-CRET Evidence ร่องรอยปริศนา มัจฉาพิศวง’ โดยทีม Autocat Studio จากหนังสือ JOE the SEA-CRET Agent 01 / Plank ver. โดย สุทธิชาติ […]
ต้นปีหน้า สวนลุมพินีจะมี Hawker Center เข้าถึงง่าย สะอาด ปลอดภัย ช่วยเหลือผู้ค้าเดิม เปิดให้บริการตั้งแต่ตีห้าถึงเที่ยงคืน
ใครที่เคยไปสิงคโปร์อาจจะเคยเห็นหรือลิ้มรสความอร่อยของร้านรวงต่างๆ ใน Hawker Center มาแล้ว และชื่นชอบโมเดลการจัดการร้านอาหารแบบนี้จนอยากให้ที่ไทยทำบ้าง ตอนนี้ กทม.กำลังจะเปิด Hawker Center สวนลุมพินีเช่นกัน เพื่อยกระดับสตรีทฟู้ดให้ได้มาตรฐาน สะอาด และปลอดภัย พร้อมช่วยเหลือผู้ค้าเดิมให้มีพื้นที่ขายของที่มั่นคง โดย Hawker Center แห่งนี้สร้างขึ้นเพื่อจัดระเบียบร้านค้าหาบเร่แผงลอยตามฟุตพาทที่กีดขวางทางเดิน โดยจะส่งเสริมให้ย้ายเข้ามาขายในศูนย์อาหารแทน พร้อมยกระดับให้ได้มาตรฐานความปลอดภัยและสุขอนามัยของอาหารจาก กทม. นอกจากนั้นยังเป็นการช่วยเหลือผู้ค้าเดิมควบคู่ไปด้วย เพราะโครงการนี้จะให้สิทธิ์ผู้ค้าเดิมที่เคยได้รับผลกระทบจากการจัดระเบียบถนนสารสินเป็นกลุ่มแรก เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนและสร้างรายได้ที่ต่อเนื่อง ถึงแม้ว่าจะเข้ามาเป็นศูนย์อาหารแล้ว แต่ยังคงรักษาเอกลักษณ์ของสตรีทฟู้ดด้วยราคาที่เข้าถึงง่าย มีอาหารหลากหลาย โดยเปิดให้บริการตั้งแต่ตี 5 ถึงเที่ยงคืน เพื่อรองรับผู้ใช้งานทุกกลุ่ม ทั้งคนออกกำลังกายและนักท่องเที่ยวในระหว่างการก่อสร้าง กทม.ได้ย้ายต้นไม้ใหญ่ไปปลูกในสวนลุมพินีชั่วคราว และจะนำกลับมาปลูกใหม่ในพื้นที่ศูนย์อาหาร มากไปกว่านั้นยังออกแบบอาคารให้มีระบบระบายอากาศตามธรรมชาติโดยไม่ต้องใช้เครื่องปรับอากาศ รวมถึงเลือกใช้หลังคาสีหม่นเพื่อไม่ก่อให้เกิดแสงรบกวนไปยังโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย Hawker Center จะอยู่บริเวณถนนราชดำริ ติดกับสวนลุมพินี สามารถรองรับผู้ค้าได้สูงสุด 88 รายต่อรอบ แบ่งเป็นรอบเช้า (05.00 – 16.00 น.) และรอบเย็น (16.00 – 24.00 น.) […]
Marshall Livehouse แห่งแรกของโลก คอมมูนิตี้ทางดนตรีครบวงจรรูปแบบใหม่ที่ซอยเจริญกรุง 36 ใจกลางกรุงเทพฯ
จากความร่วมมือระหว่าง ‘Marshall’ แบรนด์เครื่องเสียงในตำนานสัญชาติอังกฤษผู้อยู่เคียงข้างศิลปินมาเป็นเวลากว่า 60 ปี และ ‘ASH Asia’ พาร์ตเนอร์ด้านการจัดจำหน่าย ทำให้ ‘Marshall Livehouse’ ถือกำเนิดขึ้นเป็นครั้งแรกของโลกบนถนนเจริญกรุง โปรเจกต์นี้จะเปลี่ยนย่านที่อุดมไปด้วยวัฒนธรรมและความหลากหลายทางศิลปะของกรุงเทพฯ ให้กลายเป็นพื้นที่ทางวัฒนธรรมและดนตรีแห่งใหม่สำหรับสร้างเสริมประสบการณ์ร่วมกับแบรนด์ในรูปแบบครบวงจร Marshall Livehouse จึงไม่ใช่แค่สถานที่จัดแสดงดนตรี แต่เป็นพื้นที่ 4 ชั้นที่ออกแบบด้วยแนวคิด ‘Community First’ เพื่อเป็นศูนย์รวมของคอมมูนิตี้และคนที่รักในเสียงดนตรี มาพร้อมกิจกรรมทางดนตรีที่คัดสรรอย่างพิถีพิถัน สตูดิโอซ้อมดนตรีที่เข้าถึงง่าย และโปรแกรมทางวัฒนธรรมที่ผสมผสานความเป็นท้องถิ่นเข้ากับวิสัยทัศน์ระดับโลก แต่ละชั้นแบ่งออกตามการใช้งานได้ดังนี้ – ชั้น 1 : The Stage and Bar พื้นที่แสดงดนตรีสดขนาดย่อมที่เปิดให้ศิลปินหน้าใหม่ก้าวสู่เวทีการแสดงสดครั้งแรกในบรรยากาศเป็นกันเอง พร้อมบริการกาแฟในช่วงกลางวัน และบาร์เครื่องดื่มในช่วงค่ำคืน โดย City Boy Coffee Stand– ชั้น 2 : Vinyl Listening Bar and Gear Hub ศูนย์บริการลูกค้าอย่างเป็นทางการและครบวงจรของ Marshall สำหรับสินค้าที่ซื้อในประเทศไทย […]
ชวนดู ‘Wall to Wall ฝันร้าย 84 ตร.ม.’ ภาพยนตร์ว่าด้วยความดิ้นรนของคนอยากมีบ้าน ถ่ายทอดผ่านพนักงานออฟฟิศในกรุงโซล กับบ้านราคาสูงที่กลายเป็นปัญหานานาชาติ
เมื่อการมีบ้านกลายเป็นปัญหาร่วมระดับนานาชาติที่หลากหลายประเทศต้องเผชิญ ทั้งไทยที่ราคาบ้านพุ่งสูงขึ้นสวนทางกับรายได้ของคนทั่วไป หรือแม้กระทั่งเกาหลีใต้ที่ความฝันการเป็น ‘เจ้าของบ้าน’ นั้นยากเย็นแสนเข็ญเหลือเกิน Urban Creature อยากชวนทุกคนดู Wall to Wall ฝันร้าย 84 ตร.ม. ภาพยนตร์แนวระทึกขวัญ-จิตวิทยาจากเกาหลีใต้ ที่ว่าด้วยเรื่องราวของ โน อูซอง (รับบทโดย คัง ฮานึล) พนักงานออฟฟิศธรรมดาๆ คนหนึ่งที่ใช้เงินเก็บทั้งหมดมาผ่อนอะพาร์ตเมนต์ราคา 1,100 ล้านวอน หรือราว 25 ล้านบาท ในกรุงโซล ซึ่งเป็นความฝันสูงสุดในชีวิตของเขา แต่เมื่อเวลาล่วงเลยไปเพียง 3 ปี ชีวิตที่เคยวาดฝันไว้กลับไม่เป็นอย่างที่คิด ด้วยรายได้ของพนักงานออฟฟิศคนหนึ่งที่ไม่เพียงพอต่อการผ่อนบ้านหลังนี้ ทำให้เขาต้องไปรับอาชีพเสริมเป็นไรเดอร์ส่งของ กลับบ้านมาก็ไม่ได้พักผ่อนอีก เพราะต้องเผชิญกับเสียงรบกวนปริศนาที่ดังลอดมาจากผนังอะพาร์ตเมนต์อย่างต่อเนื่อง ทำให้เขาอดหลับอดนอนและเกิดความเครียดสะสม มากไปกว่านั้น เพื่อนบ้านคนอื่นๆ เริ่มสงสัยและโทษว่าเขาเป็นต้นเหตุของเสียงนั้น แต่พอเขาอยากจะขายบ้านหลังนี้ ราคาก็กลับตกเหลือประมาณ 800 ล้านวอน หรือ 18 ล้านบาท มีแต่ความฝันลมๆ แล้งๆ รอให้มีการพัฒนาพื้นที่ในเขตอะพาร์ตเมนต์และสร้างรถไฟความเร็วสูงที่อาจทำให้อสังหาริมทรัพย์ในย่านนี้ราคาสูงขึ้นมาได้ แต่ความจริงไม่ได้เป็นเช่นนั้น เขายังคงต้องอดทนกล้ำกลืนอยู่ในพื้นที่ 84 […]
เตรียมพบ Marina Bay Sands ที่ยิ่งใหญ่กว่าเดิม กับโรงแรมหรู อารีนา และพื้นที่ประชุมนานาชาติ ดันสิงคโปร์เป็นจุดหมายปลายทางระดับโลกในปี 2029
เชื่อว่าใครที่เคยไปสิงคโปร์คงมีโอกาสแวะไปถ่ายภาพกับแลนด์มาร์กสำคัญอย่าง ‘Marina Bay Sands’ มาแล้วแน่นอน โดยตึกนี้เปิดให้บริการตั้งแต่ปี 2010 และมีผู้เข้าชมกว่า 470 ล้านคน ทำให้ที่นี่เป็นมากกว่าโรงแรมธรรมดา แต่ยังเป็นจุดหมายปลายทางทั้งในเชิงการท่องเที่ยวและธุรกิจ ตอนนี้ Marina Bay Sands กำลังขยายโครงการเพิ่มเติมเพื่อให้แลนด์มาร์กนี้ยิ่งใหญ่กว่าเดิม ด้วยโรงแรมใหม่สูง 55 ชั้น ที่มีห้องสวีตกว่า 570 ห้อง กับการออกแบบที่เน้นการไหลเวียนของลม และฟาซาดที่ออกแบบมาเพื่อลดการรับพลังงานแสงอาทิตย์ อีกทั้งยังมีการเพิ่มพื้นที่สีเขียวแนวตั้งอีกด้วย จุดเด่นที่สุดของโครงการคือ ‘Skyloop’ บนชั้นดาดฟ้าขนาด 76,000 ตารางฟุต ที่มีเสาวงรีซ้อนทับกันเป็นเกลียว มอบทั้งความสวยงามทางสถาปัตยกรรมและประสบการณ์ใหม่ในการรับประทานอาหาร พักผ่อน และชมวิวที่แตกต่างจากเดิม โดย Skyloop จะตั้งอยู่สูงกว่า Sands SkyPark ที่อยู่ติดกัน เพื่อสร้างเลเยอร์ให้ผู้เข้าชมได้สัมผัสมุมมองของเมืองสิงคโปร์ในระดับและองศาที่แตกต่างกัน นอกจากตัวโรงแรม ที่นี่ยังมีอารีนาความจุ 15,000 ที่นั่งเพื่อเตรียมให้สิงคโปร์ได้เป็นเจ้าภาพการแสดง กีฬา และกิจกรรมระดับนานาชาติขนาดใหญ่ รวมถึงพื้นที่ MICE (การประชุม สัมมนา การจัดแสดง และกิจกรรมต่างๆ) เพิ่มมากขึ้นอีก […]
‘WABU’ แพลตฟอร์มที่อยากชวนคนลงเดินเท้าสำรวจเส้นทาง ออกไปพบเจอกับเรื่องราวน่าสนใจในสถานที่ต่างๆ
ว่ากันว่า ‘การเดิน’ จะพาเราไปพบกับเรื่องราวน่าสนใจในพื้นที่แปลกใหม่ที่อาจนึกไม่ถึงมาก่อน เพราะสองเท้าคือเครื่องมือที่พาเราลัดเลาะเข้าไปยังพื้นที่เล็กๆ ที่รถยนต์เข้าไปไม่ถึง แต่เราจะรู้ได้อย่างไรว่าเส้นทางการเดินในพื้นที่ที่เราไม่เคยไปนั้นจะต้องเดินท่องเที่ยวแบบไหนถึงจะได้ไปเจอความน่าสนใจที่ว่า เราเลยอยากพาทุกคนไปรู้จักกับ ‘WABU’ ที่ย่อมาจาก ‘WAlking BUddy’ แพลตฟอร์มที่อาสาทำหน้าที่เป็นเพื่อนผู้สำรวจเส้นทางก่อนจะพาทุกคนออกไปเดินสำรวจชุมชนหรือย่านต่างๆ ที่อาจยังไม่เป็นที่รู้จักในแง่ของการท่องเที่ยวมากเท่าไหร่นัก เพื่อสัมผัสกับวิถีชีวิต ประสบการณ์ใหม่ๆ และเป็นส่วนหนึ่งในการกระตุ้นเศรษฐกิจการท่องเที่ยวอีกทางหนึ่งด้วย จุดเริ่มต้นของการเป็นเพื่อนเดิน WABU นั้นเกิดขึ้นจากความชอบเดินของ ‘พี่อ๋อย-พิมพิมล คงเกรียงไกร’ และ ‘พี่เต้-ศตพร นวลละออง’ สองผู้ก่อตั้งแพลตฟอร์ม ที่พี่อ๋อยเล่าให้เราฟังว่า เมื่อประมาณ 20 ปีก่อนได้มีโอกาสไปท่องเที่ยวที่เมือง Arles ประเทศฝรั่งเศส ที่ภายในเมืองมีการแบ่งรูตเดินตามความสนใจในการเที่ยว โดยที่นักท่องเที่ยวสามารถเลือกเดินตามเส้นทางที่กำหนดไว้บนพื้นว่าอยากจะไปเที่ยวในเส้นทางไหน ทำให้การเดินเที่ยวในครั้งที่ GPS ยังไม่เป็นที่นิยมไม่ใช่เรื่องยากอย่างที่คิด แถมยังสร้างความประทับใจให้กับพี่อ๋อย และเกิดความสงสัยว่าทำไมถึงไม่มีรูตท่องเที่ยวลักษณะนี้ในบ้านเราบ้าง จนได้มีโอกาสจัดงานแสงสีสิงห์ที่จังหวัดสิงห์บุรี เมื่อปี 2566 โดยเป็นงานที่นำเอาศิลปะและดีไซน์เข้ามานำเสนอร่วมกับการท่องเที่ยว เพื่อดึงดูดและเชิญชวนให้ผู้คนเข้ามาสัมผัสกับจังหวัดเมืองรองด้วยงานศิลปะที่จัดวางไว้ตามจุดต่างๆ ของเมือง แต่ด้วยความที่พี่อ๋อยกลัวว่านักท่องเที่ยวที่ไม่รู้จักทางจะสับสนเส้นทางการเดินและหาชิ้นงานไม่เจอ จึงได้สร้างเว็บไซต์ WABU เพื่อให้ผู้คนที่เข้าร่วมงานเปิดดูและเดินตามรูตที่วางเอาไว้สำหรับการตามหาชิ้นงานต่างๆ ได้ง่ายขึ้น แม้ว่าเว็บไซต์จะเป็นเพียงโปรเจกต์ทดลอง แต่พี่อ๋อยกลับพบว่ามีการเข้าใช้งานเพื่อเดินตามเส้นทางที่งานแนะนำเอาไว้เป็นจำนวนมาก ทำให้ในปี 2568 นี้ WABU […]
BMTA BUS แอปพลิเคชันรถเมล์ ขสมก. ดูข้อมูลเส้นทางรถเมล์เรียลไทม์ผ่าน GPS แอปฯ เดียวครบทุกเรื่องเกี่ยวกับ ขสมก.
ใครเป็นสายนั่งรถเมล์ โหลดแอปพลิเคชันนี้เก็บไว้ได้เลยกับ ‘BMTA BUS’ แอปฯ รถเมล์โดยองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) เป้าหมายของแอปฯ นี้คือ ขสมก.ต้องการให้บริการการเดินทางแก่ประชาชนและนักท่องเที่ยวให้ครอบคลุมขึ้น ด้วยการเพิ่มความสะดวกในการเดินทาง โดยประชาชนสามารถตรวจสอบรถเมล์แบบเรียลไทม์ และค้นหาเส้นทางได้ง่ายๆ ผ่านระบบ GPS นอกจากจะค้นหาเส้นทางและดูตำแหน่งรถเมล์ได้แล้ว ภายในแอปฯ ยังมีการอัปเดตเกี่ยวกับการให้บริการและการเปลี่ยนแปลงเส้นทาง รวมไปถึงผู้โดยสารสามารถให้คะแนนความพึงพอใจบริการของพนักงาน ความสะอาดของรถ ความปลอดภัยในการขับขี่ และระยะเวลารอรถ เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยปรับปรุงและเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการรถโดยสารของ ขสมก.ในอีกทางหนึ่ง ใครที่ขึ้นรถเมล์ของ ขสมก.บ่อยๆ ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน BMTA BUS ได้ง่ายๆ เพียงค้นหาคำว่า BMTA BUS ในระบบ iOS และ Android Source : Facebook : ข่าวนวัตกรรมขนส่งเดลินิวส์-Dailynews | t.ly/i1ZkA
สะพานคนเดินและจักรยาน เส้นทางสัญจรจากกลางเมืองไปชานเมือง ลดปัญหาการจราจร รักษามรดกจากอดีต และเป็นพื้นที่สาธารณะของเมือง
เมือง Albi ตอนใต้ของประเทศฝรั่งเศส ตั้งอยู่เหนือแม่น้ำ Tarn เป็นเมืองเก่าแก่ที่โด่งดังเรื่องมหาวิหารอิฐแดงสีสันสวยงาม รวมถึงย่านเมืองเก่าของยุคกลางก็ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกจาก UNESCO ตั้งแต่ปี 2553 อีกด้วย ประวัติศาสตร์การเชื่อมต่อของเมืองนี้น่าสนใจมาก ในศตวรรษที่ 13 มี Pont Vieux เป็นสะพานเพียงแห่งเดียวที่ข้ามแม่น้ำได้ จนกระทั่งปี 2407 ที่มีการตัดทางรถไฟด้วยสะพานรถไฟอิฐแดงที่สูงถึง 30 เมตรเหนือผิวน้ำ ต่อมาในปี 2410 จึงมีการสร้าง Pont Neuf หรือสะพานสำหรับรถยนต์เพิ่มเติม แต่เมื่อการจราจรบน Pont Neuf แออัดมากขึ้น ทำให้การเชื่อมต่อระหว่างย่านชานเมืองกับใจกลางเมืองไม่สะดวกเท่าไรนัก ปี 2556 เมืองจึงตัดสินใจจัดประกวดแบบสำหรับสะพานคนเดินและจักรยานแห่งใหม่ที่จะแขวนจากสะพานรถไฟเก่า ท้ายที่สุด Ney & Partners บริษัทสถาปนิกและวิศวกรจากบรัสเซลส์ ได้รับชัยชนะจากแนวคิดที่จะแขวนสะพานใหม่ไว้ด้านล่างของสะพานรถไฟ ด้วยเหตุผลหลากหลายข้อ อย่างแรกคือ ช่วยลดผลกระทบต่อทัศนียภาพของเมืองเก่า ใช้ประโยชน์จากพื้นที่ทางเข้าออกที่กว้างของฝั่งชานเมือง รวมถึงช่วยให้มองเห็นทิวทัศน์เมืองเก่าผ่านซุ้มโค้งของสะพาน และประการสุดท้ายคือ ช่วยฟื้นฟู Place du Calvaire พื้นที่สาธารณะที่เคยรกร้างว่างเปล่า ทีมออกแบบสร้างทางเชื่อมใหม่เป็นสะพานคนเดินยาว […]
‘The Monrakmaeklong Grocer’ ร้านชำที่พาวัตถุดิบจากทรัพยากรแม่กลองมาไว้ที่กรุงเทพฯ ได้ของคุณภาพดีแล้ว ยังได้สนับสนุนผู้ผลิตในท้องถิ่นไปในตัว
‘แม่กลอง’ เรียกได้ว่าเป็นแหล่งวัตถุดิบทำอาหารที่ครบเครื่อง บางอย่างก็หาซื้อไม่ได้จากที่ไหน แต่จะให้ไปแม่กลองทุกครั้งที่ของหมดหรือสั่งออนไลน์ก็ดูจะนานไปหน่อย Urban Creature เลยนำข่าวดีสำหรับคนรักวัตถุดิบแม่กลองมาฝากกับ ‘เดอะมนต์รักแม่กลอง’ ที่ขยับขยายมาเปิดหน้าร้านชื่อ ‘The Monrakmaeklong Grocer’ ในหมู่บ้านสัมมากร ย่านรามคำแหงแล้ว ร้านโชห่วยที่จำหน่ายสินค้าจากท้องถิ่นและธรรมชาติ หลายคนน่าจะเคยได้ยินและไปเยี่ยมเยียนเดอะมนต์รักแม่กลอง สาขาแม่กลอง ที่ชื่อ ‘หนูโจอาร์ตแอนด์ฟาร์ม’ มาแล้ว โดยเดอะมนต์รักแม่กลองคือร้านโชห่วยชุมชนที่จำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็นในชีวิตประจำวัน โดยผลิตภัณฑ์ทุกชิ้นนั้นผ่านกรรมวิธีการผลิตแบบภูมิปัญญาดั้งเดิม พร้อมทั้งใช้วัตถุดิบที่เป็นทรัพยากรจากธรรมชาติของท้องถิ่นแม่กลอง จังหวัดสมุทรสงคราม ไม่ว่าจะเป็นน้ำผึ้งดอกลิ้นจี่จากสวนลิ้นจี่บางสะแก, คาราเมลทอฟฟีผลิตที่แพรกหนามแดง, น้ำตาลมะพร้าวและผลิตภัณฑ์จากน้ำตาลมะพร้าวจากสวนมะพร้าวเตาตาล เขตพื้นที่น้ำกร่อย, น้ำมันมะพร้าวจากสวนมะพร้าวบ้านคลองวัว, หอยดองผลิตที่บางจะเกร็ง, เกลือจากบางแก้ว หรือหัวน้ำปลาจากบ้านบางบ่อล่าง เป็นต้น ส่งต่อภูมิปัญญาชาวบ้านและเรื่องราวของผลิตภัณฑ์ให้คนนอกรับรู้ จุดเริ่มต้นของการเป็นร้านโชห่วยเดอะมนต์รักแม่กลองนั้นเกิดขึ้นจากการที่ ‘หนู-ภัทรพร อภิชิต’ และ ‘โจ-วีรวุฒิ กังวานนวกุล’ ได้สัมผัสความเป็นอยู่ และหลงรักในพื้นที่นี้ ก่อนจะได้รับน้ำปลาหมักเองจากคนในพื้นที่ที่เมื่อลองชิมแล้วตาเป็นประกาย ติดใจในรสชาติ ทั้งคู่จึงอยากส่งต่อคุณค่าของแม่กลองในรูปแบบผลิตภัณฑ์ไปให้คนอื่นๆ รู้จักด้วย นอกจากน้ำปลาแล้ว แม่กลองยังเป็นพื้นที่เล็กๆ ที่แค่ข้ามตำบล ทรัพยากรที่มีก็แตกต่างกันไป ทำให้มีความหลากหลายของรสชาติเป็นอย่างมาก เดอะมนต์รักแม่กลองอยากเล่าเรื่องราวของแม่กลองผ่านประสาทสัมผัสด้านการกิน จึงทำหน้าที่เป็นตัวกลางในการรับผลิตภัณฑ์จากภูมิปัญญาชาวบ้านมาส่งต่อให้กับคนที่ต้องการวัตถุดิบจากแหล่งธรรมชาติของแม่กลอง ไม่ต้องไปถึงแม่กลองก็ลิ้มรสชาติของท้องถิ่นแท้ๆ ได้ที่กรุงเทพฯ […]
เตรียมกลับมาเปิดอีกครั้งปลายปีนี้ ‘ลุมพินีสถาน’ สถานที่ในความทรงจำ อาคารที่มีเวทีหมุนในสวนลุมฯ ย่านสีลม ที่จะกลายเป็นพื้นที่สาธารณะแห่งใหม่ของเมือง
‘ลุมพินีสถาน’ คืออาคารประวัติศาสตร์ที่ตั้งอยู่ในสวนลุมพินี เดิมทีเป็นที่รู้จักในฐานะ ‘โรงเต้นลีลาศ’ และขึ้นชื่อว่าเคยรุ่งเรืองจนถูกยกให้เป็นพื้นที่แห่งวัฒนธรรมบันเทิงรื่นรมย์ในยุค 50 – 60 ของกรุงเทพฯ นอกจากลุมพินีสถานจะเป็นสถานที่บันทึกเรื่องราวความบันเทิงแห่งยุคเอาไว้แล้ว ตัวอาคารเก่าแก่ก็มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์และสถาปัตยกรรมไม่แพ้กัน ด้วยสถาปัตยกรรมแบบโมเดิร์นที่โดดเด่น และมีเอกลักษณ์เป็นเวทีที่สามารถหมุนได้ด้วยระบบไฮดรอลิก หลังจากที่กรุงเทพมหานครตัดสินใจปิดปรับปรุงลุมพินีสถานมาตั้งแต่ปี 2567 เพื่อความปลอดภัย ในที่สุดแลนด์มาร์กแห่งใหม่แห่งนี้ก็จะพร้อมเปิดใช้งานอีกครั้งในช่วงปลายปี 2568 ถึงจะบอกว่าเป็นโครงการปรับปรุง แต่ กทม.ยังคงรักษารูปแบบสถาปัตยกรรมดั้งเดิมและเอกลักษณ์สำคัญอย่างเวทีหมุนไว้ โดยจะเสริมความทันสมัยและปรับปรุงโครงสร้างให้แข็งแรงทนทาน ด้วยเป้าหมายที่จะฟื้นฟูอาคารประวัติศาสตร์แห่งนี้ให้กลับมาสง่างามและใช้งานได้อีกครั้ง ลุมพินีสถานโฉมใหม่จะเปิดให้ใช้งานเป็นสถานที่จัดกิจกรรมต่างๆ ของกรุงเทพมหานครที่มีความสอดคล้องไปกับการใช้งานเดิม ไม่ว่าจะเป็นงานดนตรี นิทรรศการศิลปะ และการแสดงต่างๆ เพื่อให้ประชาชนกลับเข้ามาใช้ประโยชน์และชื่นชมความงดงามของสถาปัตยกรรมอันเป็นมรดกของเมือง และหวนรำลึกถึงช่วงเวลาในลุมพินีสถานเมื่อครั้งวัยเยาว์อีกครั้ง Source : Facebook : สำนักงานบริหารจัดการพื้นที่สีเขียว | www.facebook.com/share/p/16tHpEy6je/
ชวนเที่ยวสถานที่ลับๆ ใน กทม. กับไกด์บุ๊คเที่ยวที่ลับกรุงเทพฯ (ฉบับแก๊ก) ธีสิสโปรเจกต์จบของนิสิต มศว
เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาเรามีโอกาสแวะไป BACC และเจองานน่ารักน่าสนใจอย่าง ‘ไกด์บุ๊คเที่ยวที่ลับกรุงเทพฯ (ฉบับแก๊ก)’ ไกด์บุ๊กรวบรวมสถานที่ลับจาก 6 กลุ่มเขตของกรุงเทพฯ เลยอยากชวนทุกคนมารู้จักโปรเจกต์นี้ให้มากขึ้นกัน ไกด์บุ๊กเล่มนี้เป็นโปรเจกต์จบของ ‘แทมมี่-นภสร มณีพลอยเพ็ชร’ นิสิตชั้นปีที่ 4 สาขาการออกแบบสื่อสาร คณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ โดยเป็นไกด์บุ๊กที่รวบรวมสถานที่ลับๆ ใน 6 กลุ่มเขตกรุงเทพฯ จากความเห็นของคนรอบตัว แล้วนำเสนอแง่มุมใหม่ผ่านตัวละครแก๊กน่ารักๆ แทมมี่รู้สึกว่าไกด์บุ๊กในไทยหลายๆ เล่มค่อนข้างย่อยยากและยังไม่ค่อยหลากหลาย ถ้าไม่ใช่การเที่ยวตามประวัติศาสตร์ก็จะเป็นที่เที่ยวแบบจริงจังที่มีชื่อเสียงอยู่แล้ว นานๆ ทีถึงจะเห็นไกด์บุ๊กแบบเที่ยวตามสายรถเมล์ ตะลุยร้านในย่านชุมชน หรือนำเที่ยวตึกเก่ากรุงเทพฯ เธอเลยอยากเล่าในลักษณะนั้นมากกว่า ซึ่งนั่นนำไปสู่การรวบรวมสถานที่ที่คนเล่าแบบปากต่อปาก แทรกด้วยมุกตลกหรือเกร็ดเล็กเกร็ดน้อยของคนในพื้นที่มาเขียนและวาดตัวละครเพิ่ม เพื่อดึงจุดเด่นและเสน่ห์ของที่นั้นๆ ออกมา ในไกด์บุ๊กเล่มนี้จะมีการแทรกแก๊กกวนๆ คล้ายเวลาอ่านมังงะแล้วเปิดปกในมาเจอ Easter Egg เธอจึงสร้างตัวละครสีขาวดำตาหวานให้เป็นตัวช่วยดึงความพิเศษของสถานที่ออกมา เพราะทั้งตัวเธอเองและคนไทยโดยเฉลี่ยมักชอบเรื่องตลก ตัวการ์ตูนเหล่านี้จะทำหน้าที่ดึงดูดความสนใจ พอมารวมกับการท่องเที่ยวในสถานที่ต่างๆ เลยยิ่งทำให้เนื้อหาย่อยง่ายและพรีเซนต์ได้หลากหลายรูปแบบ ไกด์บุ๊กเล่มนี้นำเสนอทั้งร้านอาหาร คาเฟ่มุมสวยๆ สวนสาธารณะแปลกๆ หรือแม้แต่พื้นที่ชุมชนที่สอนกิจกรรมต่างๆ ให้น่าติดตามมากขึ้น โดยไม่ต้องอิงความเฉพาะทางในการท่องเที่ยวหรือความสนใจของคนเฉพาะกลุ่มเพียงอย่างเดียว โดยหลังจากรวบรวมข้อมูลสถานที่จากคนรอบตัวมาแล้ว แทมมี่พบว่าแต่ละสถานที่ห่างไกลกันมาก ทำให้เธอจัดกลุ่มพื้นที่เข้าด้วยกันผ่านการแยกเป็น 6 กลุ่มเขตกรุงเทพฯ […]
‘HATAI’ โครงการมิกซ์ยูสแห่งใหม่ในย่านสีลม ที่ได้แรงบันดาลใจจากโคมไฟแบบดั้งเดิม แลนด์มาร์กใหม่ของเมืองที่ใครๆ ก็อยากมาชม
ปัจจุบันมีโครงการอสังหาริมทรัพย์ใหม่ๆ เกิดขึ้นเป็นจำนวนมาก โดยส่วนใหญ่แล้วมักเป็นโครงการที่ต้องการพัฒนาเมือง ฟื้นฟูพื้นที่ และไม่ลืมคำนึงถึงคนในย่านที่จะเข้ามาใช้พื้นที่ได้ด้วย โครงการที่จะเป็นแลนด์มาร์กด้านการออกแบบให้เมือง ‘HATAI’ (หทัย) คือโครงการมิกซ์ยูสแห่งใหม่ที่ตั้งใจคืนชีวิตชีวาให้กับย่านสีลม โดยใช้การออกแบบสร้างความโดดเด่นและสะดุดตา จนยกให้เป็นว่าที่แลนด์มาร์กด้านการออกแบบแห่งใหม่ที่จะช่วยสร้างสีสันให้กรุงเทพฯ ได้ ความพิเศษของโครงการนี้คือ เป็นผลงานการออกแบบในประเทศไทยครั้งแรกของ ‘Heatherwick Studio’ สตูดิโอออกแบบจากลอนดอนที่มีชื่อเสียงด้านแนวคิดการออกแบบ วิธีการใช้วัสดุ และวิธีการก่อสร้างที่ล้ำสมัย โดยโปรเจกต์นี้ทางสตูดิโอได้แรงบันดาลใจจากความประณีตของโคมไฟไทยแบบดั้งเดิม อันเป็นสัญลักษณ์แห่งการเฉลิมฉลองในวัฒนธรรมไทย ผสมรวมเข้ากับละครโขน ทำให้การออกแบบมีลักษณะเป็นการนำโคมไฟเหล่านั้นวางซ้อนกันขึ้นคล้ายกับหัวโขน และโคมแต่ละลูกก็จะมีรูปแบบเฉพาะตัว ทำให้ภาพรวมของตึกไม่แข็งกระด้าง การออกแบบที่สะท้อนความเป็นไทยและย่านสีลม ด้วยลักษณะของโคมไฟไทยที่มีการเจาะหรือฉลุให้เป็นลวดลายสวยงามพร้อมกับเป็นการสร้างแสงและเงาให้กับตัวโคม ทางสตูดิโอก็ไม่ลืมที่จะนำรายละเอียดเหล่านี้มาใส่เอาไว้ในการดีไซน์ด้วยช่องกระจกบนตัวอาคาร เพื่อให้มุมมองในการมองวิวจากด้านใน รวมไปถึงการมองภาพรวมของโครงการจากด้านนอกนั้นมีความแตกต่างจากตึกอื่นๆ นอกจากความสวยงามของโคมไฟแล้ว Heatherwick Studio ตั้งใจที่จะนำเอาองค์ประกอบธรรมชาติอย่างสายน้ำ ผิวสัมผัส และพื้นที่สาธารณะ กลับคืนมาสู่พื้นที่ภายในโครงการ เพื่อให้ผู้คนที่เข้ามาใช้บริการได้สัมผัสเอกลักษณ์ความเป็นย่านสีลมด้วยตัวเอง พื้นที่พักผ่อนที่ส่งเสริมทั้งสิ่งแวดล้อมและสุขภาวะของผู้คน ภายในพื้นที่ของโครงการประกอบไปด้วยส่วนของโรงแรม Six Senses Bangkok และโรงแรมนารายณ์ แหล่งชอปปิง ความบันเทิง ร้านอาหาร พื้นที่สาธารณะ รวมไปถึงเทวสถาน ที่พร้อมต้อนรับผู้คนทั้งในย่านและนอกย่านให้เข้ามาใช้เวลาพักผ่อนกันที่โครงการ HATAI แห่งนี้ อีกจุดเด่นที่น่าสนใจคือ การออกแบบพื้นที่นี้ยึดแนวคิดการเชื่อมโยงผู้คนเข้ากับธรรมชาติ เพื่อส่งเสริมทั้งสุขภาพของผู้คนและความยั่งยืนของสิ่งแวดล้อม […]