เวิลด์ทัวร์โฉมใหม่ของ Coldplay ตั้งเป้าลดการปล่อยคาร์บอน 50% และใช้พลังงานหมุนเวียนทั้งคอนเสิร์ต

หลังจาก Coldplay ประกาศหยุดทัวร์คอนเสิร์ตมาตั้งแต่ปี 2019 เพื่อหาทางจัดคอนเสิร์ตให้เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมและยั่งยืนมากที่สุด เพราะการออกทัวร์แต่ละครั้งเป็นหนึ่งในสาเหตุของ Climate Change จากการปล่อยคาร์บอนในกระบวนการต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการเดินทางโดยใช้เครื่องบิน การขนส่งวัสดุและอุปกรณ์สำหรับการแสดงบนเวที การใช้ไฟฟ้าต่อครั้งในปริมาณมาก หรือการผลิตสินค้าที่ระลึก  เนื่องจากสถานการณ์หลายๆ อย่างยังไม่เป็นใจ ทำให้ Coldplay ใช้เวลากว่า 2 ปี ทั้งศึกษาข้อมูล พูดคุยกับผู้เชี่ยวชาญด้านสิ่งแวดล้อม สำหรับการออกแบบคอนเสิร์ตให้ ‘ยั่งยืนที่สุด’ เท่าที่จะเป็นไปได้ และในที่สุดพ่อก็คัมแบ็กด้วยการประกาศเวิลด์ทัวร์ ‘Music of the Spheres’ ในปี 2022 พร้อมตั้งเป้าว่าจะลดการปล่อยคาร์บอนฟุตพรินต์ตลอดทัวร์ลง 50% หรือเป็นศูนย์ให้จงได้! โดยแผนของพี่ในครั้งนี้ คือ Coldplay จะใช้พลังงานหมุนเวียนด้วยการติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์ จักรยานไฟฟ้า และพื้นพลังงานจลน์เพื่อผลิตกระแสไฟฟ้าและเก็บไว้ในแบตเตอรี่ที่เคลื่อนย้ายได้ ซึ่งร่วมมือกับ BMW สำหรับใช้ในคอนเสิร์ต ถัดมาพวกเขายังสนับสนุนให้แฟนๆ เดินทางไป-กลับด้วยการใช้ขนส่งแบบคาร์บอนต่ำ ซึ่งจะคำนวณปริมาณการปล่อยคาร์บอนจากการเดินทางแต่ละครั้งผ่านแอปฯ ทัวร์  รวมถึง Coldplay จะหลีกเลี่ยงเที่ยวบินแบบเช่าเหมาลำ และจ่ายเงินเพิ่มเพื่อใช้เชื้อเพลิงการบินที่ยั่งยืน (SAF) ส่วนตัวเวทีจะสร้างจากวัสดุใช้ซ้ำและยั่งยืน เช่น […]

บราวนี่อึแมวจากสิงคโปร์ ไอเดียแกล้งกันวันฮาโลวีน

คุณก็รู้ว่าเดือนตุลาคมของทุกปีคือเดือนปล่อยผี ซึ่งนอกจากทั่วโลกจะเต็มไปด้วยบรรยากาศของธีมสยองขวัญแบบฉบับเทศกาลฮาโลวีน แต่อีกด้านหนึ่งยังมีความหอมหวานของขนมต่างๆ ที่ผู้คนหยิบยื่นให้แก่กัน ตามธรรมเนียมแล้วจะมีเด็กๆ หลายคนตั้งตารอการได้รับขนมหวานเต็มถัง และในฐานะผู้ใหญ่ หลายๆ คนต้องเป็นคนแจกขนมต่างๆ ให้เหล่าเด็กๆ แต่โจทย์ของ Nasty Cookie จะทำให้การมอบขนมให้แก่กันสนุกและขบขันขึ้นยิ่งกว่าเดิม เพราะ Nasty Cookie ร้านคุกกี้ที่มีอยู่หลายสาขาในประเทศสิงคโปร์ได้เปิดตัวบราวนี่ตัวล่าสุดที่ชื่อ Cat Poop Brownies ซึ่งเป็นขนมที่มีรูปลักษณ์เหมือนขี้แมว ใช่ เหมือนมากๆ จนเราก็ตกใจ ซึ่งความหัวใสนี้มาจากความตั้งใจดีไซน์ให้การมอบของหวานในฮาโลวีนปีนี้แปลกใหม่ สนุกล้ำขนาดที่มีคำเชิญชวนจากทางร้านว่า “ฮาโลวีนนี้ขอเชิญคุณมากินอึ” ตรงกับที่ Mothership สำนักข่าวในสิงคโปร์รายงานว่าร้านคุกกี้แห่งนี้ได้ส่งข่าวประชาสัมพันธ์การเปิดตัวสินค้าดังกล่าวมาทางอีเมลด้วยข้อความเดียวกัน สำหรับลูกค้าที่สนใจจะซื้อบราวนี่ Cat Poop ต้องจ่ายเงินจำนวน 5 ดอลลาร์สิงคโปร์ (คิดเป็นเงินไทยจำนวน 120 กว่าบาท) โดยคุณจะได้รับกล่องขนมบรรจุบราวนี่อึน้องแมวที่เสิร์ฟมาบน ‘ทรายแมว’ ซึ่งทำจากเศษผง สตรูเซล อันประกอบไปด้วยส่วนผสมของแป้ง เนย และน้ำตาล เรียกได้ว่าดีเทลหน้าตาของมันเต็มไปด้วยความใส่ใจในรายละเอียดจนมีความสมจริงอย่างไร้ที่ติ ชนิดที่ว่าถ้าคนที่ได้รับเป็นของขวัญไม่ขำหรือร้องหยีก็ให้มันรู้ไป ถ้าอยากจะลิ้มลองขนมอึชนิดนี้ เจ้าบราวนี่ขี้แมวของ Nasty Cookie จะวางจำหน่ายผ่านช่องทางออนไลน์และในร้านค้าตั้งแต่วันที่ 16 […]

ญี่ปุ่นใช้ AR สอนเด็กประถม เรียนรู้วิธีเอาตัวรอดเมื่อเกิดน้ำท่วมเฉียบพลัน

ถ้าอยากให้เด็กโตขึ้นไปเป็นผู้ใหญ่แบบไหน ก็ต้องปลูกฝังกันตั้งแต่เนิ่นๆ ในประเทศญี่ปุ่นจึงมีหลายโรงเรียนที่นำเรื่อง ‘ภัยพิบัติ’ เข้าไปอยู่ในหลักสูตรการเรียนการสอนอย่างจริงจัง เพื่อให้เด็กๆ เติบโตไปเป็นผู้ใหญ่ที่มีทักษะการเอาตัวรอดจากภัยพิบัติที่อาจเกิดขึ้นในชีวิตประจำวัน สำนักงานเพื่อการลดความเสี่ยงจากภัยพิบัติแห่งสหประชาชาติ หรือ United Nations Office for Disaster Risk Reduction (UNDRR) ได้เผยแพร่ภาพโรงเรียนประถมในญี่ปุ่นกำลังทำเวิร์กช็อปกับนักเรียน ในการเรียนรู้เรื่องน้ำท่วมฉับพลัน ซึ่งเป็นหนึ่งในภัยพิบัติที่เกิดขึ้นได้บ่อยในญี่ปุ่นหลังจากเกิดแผ่นดินไหว  โดยจะใช้แท็บเล็ตที่มีเทคโนโลยี AR (Augmented Reality) จำลองภาพน้ำท่วมเพื่อให้เด็กๆ ได้เห็นภาพเสมือนจริง ไม่ต่างจากการเล่นเกม Pokémon Go และประเมินความเสี่ยงได้ว่าหากเกิดน้ำท่วมเฉียบพลันขึ้นจริงๆ ระดับน้ำจะท่วมสูงมากแค่ไหน และพวกเขาควรทำอย่างไรบ้างเมื่อเจอสถานการณ์นี้ ทำให้เด็กได้อยู่ในสถานการณ์จำลอง เรียนรู้การวางแผนเอาตัวรอด และที่สำคัญคือช่วยลดความตระหนกเมื่อต้องเจอสถานการณ์จริงในอนาคต ซึ่งเด็กนักเรียนอายุ 6 ปีที่ได้เข้าร่วมเวิร์กช็อปนี้ยังบอกว่าเป็นประสบการณ์ที่ดีมาก เพราะทำให้เขาเข้าใจเรื่องน้ำท่วมได้มากกว่าวิธีแบบอื่นๆ ผลงานการออกแบบ AR ชุดนี้เป็นของโทโมกิ อิตามิยะ (Tomoki Itamiya) ศาสตราจารย์ด้านการพัฒนาหลักสูตรประจำคณะทันตแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยทันตกรรมคานางาวะ เมืองโยโกสุกะ ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งเป็นผู้พัฒนา AR ในการเรียนรู้เรื่องภัยพิบัติมาแล้วหลายชิ้น เช่น น้ำท่วม สึนามิ […]

เยอรมนีเปิดตัวระบบเดินรถไฟใต้ดินแบบใหม่ เปลี่ยนรถไฟเก่าเป็นรถไฟอัตโนมัติ ใช้รางเดิมได้ ช่วยประหยัดเวลาและพลังงาน

เยอรมนีเปิดตัวระบบที่เปลี่ยนรถไฟใต้ดินไฟฟ้าธรรมดาให้กลายเป็นรถไฟที่ทำงานด้วยระบบอัตโนมัติ โดยเริ่มที่รถไฟใต้ดินสาย S-Bahn ในเมืองฮัมบูร์ก ชูจุดเด่นด้วยการมีประสิทธิภาพมากกว่า ใช้พลังงานน้อยกว่าทั้งในด้านการเร่งความเร็วและการเบรก ระบบนี้ยังช่วยให้รถไฟตรงต่อเวลามากขึ้น และสามารถทำให้รถไฟวิ่งในรางเดียวกันด้วยความปลอดภัยกว่าเดิม  “เทคโนโลยีนี้ทำให้เราสามารถขนส่งผู้คนได้มากถึงสามสิบเปอร์เซ็นต์ ประหยัดพลังงานได้มากกว่าสามสิบเปอร์เซ็นต์ และมีผลอย่างมากต่อการเดินรถให้ตรงตามตารางเวลา” Roland Busch ในฐานะ CEO ของ Siemens AG กลุ่มบริษัทพลังงานที่ร่วมพัฒนาระบบกล่าวถึงความสำเร็จในครั้งนี้  มีการคาดเดาว่าเมืองจะแออัดมากขึ้นในอนาคต ซึ่งระบบขนส่งสาธารณะที่ใช้พลังงานไฟฟ้าและเป็นระบบอัตโนมัติ จะช่วยลดทั้งความแออัดในการเดินทาง และช่วยทุเลาภาวะโลกร้อน ทว่าก่อนหน้านี้รถไฟอัตโนมัติยังตอบโจทย์การใช้งานจริงได้ไม่ดีพอ เพราะต้องวิ่งบนรางที่ถูกออกแบบมาโดยเฉพาะเท่านั้น ซึ่งจำเป็นต้องอาศัยการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานจำนวนมากตามไปด้วย  ซึ่งอาจเป็นเหตุผลหนึ่งที่ทำให้การเก็บสถิติในปี 2018 พบว่ารถไฟใต้ดินระบบอัตโนมัติทั่วโลกมีให้บริการเพียง 64 สายเท่านั้น นับจากเปิดตัวขึ้นเป็นครั้งแรกที่ประเทศญี่ปุ่นในปี 1981 แต่ตัวเลขเหล่านี้อาจจะเพิ่มขึ้น และประเทศไทยเองก็มีสิทธิ์เหมือนกันเพราะเทคโนโลยีที่ Siemens พัฒนาร่วมกับ Deutsche Bahn สามารถติดตั้งได้ที่รางดั้งเดิมของรถไฟฟ้าเพื่อให้กลายเป็นระบบอัตโนมัติได้ทันที และสามารถใช้งานควบคู่กับรถไฟแบบเดิมได้ด้วย  พวกเขาได้สาธิตเทคโนโลยีใหม่นี้ที่ฮัมบูร์กในงาน Intelligent Transport Systems World congress ที่จัดขึ้นเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ก่อนจะเปิดให้ใช้งานจริงบางส่วนในเดือนธันวาคม และฮัมบูร์กคาดว่าจะทำให้รถไฟสาย S-Bahn ที่เปิดให้บริการมาตั้งแต่ปี 1907 กลายเป็นระบบอัตโนมัติทั้งหมดภายในปี 2030

ไปซูเปอร์มาร์เก็ตก็แก้เหงาได้ เนเธอร์แลนด์เปิดบริการพูดคุยที่แคชเชียร์ เยียวยาใจผู้สูงอายุที่รู้สึกโดดเดี่ยว

ซูเปอร์มาร์เก็ต ‘Jumbo’ ของเนเธอร์แลนด์ผุดไอเดียเปิดแคชเชียร์ที่ลูกค้าสามารถพูดคุยกับพนักงานระหว่างชำระเงินได้ เพื่อช่วยคลายเหงาให้ลูกค้า และทำให้พวกเขารู้สึกโดดเดี่ยวน้อยลง บริการนี้มีชื่อภาษาดัตช์ว่า ‘Kletskassa’ หรือแปลเป็นภาษาอังกฤษว่า ‘Chat Checkout’ จริงๆ แล้วซูเปอร์มาร์เก็ต Jumbo เริ่มเปิดให้บริการ Chat Checkout มาตั้งแต่ปี 2019 และกลายเป็นบริการที่ได้รับเสียงตอบรับจากลูกค้าเป็นอย่างดี จนตอนนี้มีซูเปอร์มาร์เก็ต Jumbo ราว 200 สาขาทั่วเนเธอร์แลนด์ที่มีบริการนี้ ด้านบริษัท Jumbo เปิดเผยว่า ในฐานะที่ซูเปอร์มาร์เก็ตเป็นสถานที่นัดพบของผู้คน ทางบริษัทจึงอยากมีบทบาทสำคัญในสังคม เพื่อช่วยเหลือผู้คนต่อสู้กับความเหงาและความโดดเดี่ยว โดยเฉพาะผู้สูงอายุ นอกจากนั้น บริการพูดคุยที่จุดชำระเงินยังเป็นส่วนหนึ่งของโครงการของกระทรวงสาธารณสุขเนเธอร์แลนด์ ที่มุ่งแก้ปัญหาเรื่องความโดดเดี่ยวในผู้สูงอายุด้วย เพราะตอนนี้เนเธอร์แลนด์มีผู้สูงอายุ 75 ปีขึ้นไปอยู่ราว 1,300,000 คน โดยจากจำนวนนี้ มีผู้สูงอายุมากกว่าครึ่งที่ยอมรับว่าพวกเขามักรู้สึกโดดเดี่ยว และจำนวนผู้สูงอายุที่รู้สึกอ้างว้างยังมีแนวโน้มที่จะเพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ ในช่วงที่โควิด-19 ระบาด เพราะผู้คนต้องใช้เวลาส่วนใหญ่กักตัวอยู่ที่บ้านและทำกิจกรรมทางสังคมน้อยลง ความสำเร็จของบริการ Chat Checkout ทำให้บริษัท Jumbo มีแผนที่จะเปิดบริการนี้ให้กับซูเปอร์มาร์เก็ตอีก 200 สาขาภายในสิ้นปีหน้า และยังมีแผนที่จะเปิดให้บริการ ‘Chat […]

เลนส์แว่นตากู้หน้าสดจาก JINS ด้วย Cheek Color Lens เลนส์แว่นแก้มแดงแค่ใส่ก็เหมือนแต่งหน้าและผิวดูสุขภาพดี

แก้มแดงอมชมพูเหมือนเลือดสูบฉีด ดูสุขภาพดีจากภายในสู่ภายนอก แถมยังดูสดใสอย่างเป็นธรรมชาติด้วย ‘Cheek Color Lens’ เลนส์แว่นตาชนิดใหม่จากแบรนด์ JINS ที่สร้างเอฟเฟกต์สีบริเวณแก้มทั้งสองข้าง เพียงแค่สวมแว่นตาก็ดูเหมือนแต่งหน้าแล้ว!

มื้อนี้ไม่ง้อแมสก์ ประสบการณ์มื้ออาหารใต้โคมโบราณป้องกันโควิด-19

เรียวกังชื่อ Hoshinoya ในเมืองโตเกียวหัวใส จัดมื้ออาหารในโรงแรมที่เรียกว่า Tokyo Lantern Dinner ซึ่งมีการจัดเตรียมโคมใสที่สร้างสรรค์จากไวนิลให้บรรดาแขกที่มากินข้าว ได้ร่วมมื้ออาหารโดยไม่ต้องสวมแมสก์ให้รำคาญใจกันอีกต่อไป ซึ่งนี่คือหนึ่งในผลผลิตของงานดีไซน์ ที่ทำให้เราเห็นว่าอุตสาหกรรมการออกแบบทั่วโลกต่างก็รับมือกับสถานการณ์การระบาดของโรคโควิด-19 ตั้งแต่แผงกั้นระหว่างโต๊ะกินข้าว หรือรถส่งอาหารแบบไร้การสัมผัส แสดงให้เห็นว่าดีไซเนอร์พยายามจะทำให้การกินข้าวนอกบ้านเป็นเรื่องเป็นไปได้ในช่วงสามปีที่ผ่านมา แม้แต่ในปี 2021 นี้ ผลกระทบของโควิดที่มีต่อการกินข้าวนอกบ้านก็ยังคงมีอยู่เสมอ ส่งผลให้ยังเกิด New Normal เวอร์ชันใหม่ๆ ขึ้นมาเรื่อยๆ เช่นเดียวกับที่โรงแรม Hoshinoya ในย่าน Otemachi ของกรุงโตเกียว ที่ได้ออกแบบประสบการณ์การกินอาหารในยุคนี้ให้สะดวกสบายมากขึ้น โดยสร้างโคมแทนแผงกั้นใสให้แขกของโรงแรมได้ใช้งาน เพื่อป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อโควิดระหว่างมื้ออาหาร สิ่งนี้ออกแบบมาเพื่อให้ลูกค้าได้รู้สึกถึงความเป็นอิสระ โดยที่ไม่จำเป็นต้องสวมหน้ากากอนามัยระหว่างมื้ออาหาร แผงกั้นจากโคมนี้ถูกคิดค้นขึ้นโดยโรงแรมเอง ซึ่งบันดาลใจมาจากความคุ้นเคยในวัฒนธรรมการใช้โคมของญี่ปุ่น  โดยที่ส่วนยอดของโคมแต่ละอัน จะให้แสงอุ่นนุ่มนวลส่องลงมาจากบริเวณเหนือหัว ทำให้ใบหน้าของผู้ใช้บริการดูสว่างสดใส มองแล้วดูสบายตา เช่นเดียวกับแสงที่ตกกระทบจานอาหาร เจ้าโคมตัวนี้ผลิตโดยร้านโคมเจ้าเก่าแก่ชื่อ Kojima Shoten ซึ่งตั้งอยู่ในเมืองเกียวโต โดยที่โคมแต่ละชิ้นจะมีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 75 เซนติเมตร และสูงถึง 102 เซนติเมตร ทำให้มีพื้นที่เหลือเฟือในการเพลิดเพลินกับมื้ออาหาร โดยไม่ต้องกังวลหรือกลัวว่าการทานอาหารจะหกเลอะเทอะตัวโคมที่มีความหนา 0.15 เซนติเมตร  ดีไซเนอร์ผู้อยู่เบื้องหลังมื้ออาหารที่มีโคมรูปแบบนี้ […]

แผนที่ร้านชำทั่วกรุงเทพฯ จากร้านชำใกล้ฉัน พร้อมดาวน์โหลดแล้ว

หลังจากเก็บข้อมูลมาแล้วทั่วกรุง ตอนนี้แผนที่ฉบับทดลองจากร้านชำใกล้ฉันพร้อมให้ดาวน์โหลดแล้ว!  ถึงแม้ช่วงนี้จะคลายล็อกดาวน์แล้ว แต่ร้านชำใกล้บ้านยังต้องการลูกค้าอยู่เหมือนเดิมนะ ถ้าอยากอุดหนุนร้านเล็กๆ ใกล้บ้าน อยากรู้จักร้านชำใหม่ๆ ทั่วกรุง ลองโหลดแผนที่ร้านชำของ ‘ร้านชำใกล้ฉัน’ ไปติดตั้งได้เลย  ในช่วงการทดลองใช้ ในระบบจะมีร้านชำกว่า 200 ร้านทั่วกรุงเทพมหานคร โดยทุกคนสามารถใช้งานได้ง่าย ผ่านแอปพลิเคชัน Google Maps (รองรับทั้ง iOS, Android) มี 4 ขั้นตอนง่ายๆ ดังนี้  1. กดเข้าไปที่ลิงก์ “แผนที่ร้านชำใกล้ฉัน” : https://bit.ly/3FCcBme 2. ค้นหาโดยพิมพ์ “โซน” หรือพิมพ์ “เขต” ที่ตนเองอยู่ จะมีหมุดร้านชำแสดงในแต่ละพื้นที่โดยแบ่งเป็นสีดังนี้ โซนสีเขียว-ฝั่งธน โซนสีเหลืองส้ม-ฝั่งพระนคร โซนสีแดง-ฝั่งกรุงเทพฯ ตอนเหนือ (โซนปทุมธานี) โซนสีน้ำเงิน-ฝั่งกรุงเทพฯ ตอนใต้ (โซนสมุทรปราการ) 3. เมื่อทุกคนกดไปที่หมุดแล้ว จะแสดง “ชื่อร้าน” และข้อมูลเบื้องต้น ประกอบด้วย วันเวลาเปิด-ปิด เบอร์โทรติดต่อ การชำระเงิน […]

รถไฟใต้ดินลอนดอนทำแผนที่พิเศษ เปลี่ยนชื่อสถานีเป็นชื่อคนผิวดำ ฉลอง Black History Month

เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมารถไฟใต้ดินลอนดอนได้ร่วมเฉลิมฉลอง Black History Month ด้วยการร่วมมือกับ Black Cultural Archives หอจดหมายเหตุที่รวบรวมประวัติศาสตร์ของคนผิวดำ จัดทำแผนที่เวอร์ชันพิเศษของรถไฟใต้ดินที่เปลี่ยนชื่อสถานีเป็นชื่อของคนผิวดำผู้ทรงคุณค่าในประวัติศาสตร์หลายร้อยปีของอังกฤษ แผนที่ชั่วคราวนี้จะบอกเล่าเรื่องราวของผู้คนกว่า 270 ชีวิต จากหลากหลายสาขาอาชีพที่ฝากคุณค่าไว้ในสังคม ไม่ว่าจะเป็น Joe Clough โชเฟอร์รถบัสผิวดำคนแรกของลอนดอน Claudia Jones ผู้ร่วมก่อตั้งเทศกาล Notting Hill Carnival งานเฉลิมฉลองวัฒนธรรมและประเพณีของชาวอะโฟรแคริบเบียนที่เต็มไปด้วยสีสัน หรือ Una Maud Victoria Marson หญิงนักเขียนและนักเคลื่อนไหวผิวดำคนแรกที่ได้เข้าทำงานกับ BBC และยังมีอีกหลายชื่อเสียงเรียงนามที่ควรค่าแก่การจดจำทั้งนักกีฬา ศิลปิน ผู้อุทิศตนเพื่อชุมชน หรือผู้ลุกขึ้นมาเรียกร้องเรื่องความหลากหลายทางเพศ  นอกจากชื่อสถานีแล้วในแผนที่ฉบับพิเศษ รถไฟใต้ดินแต่ละสายก็จะมีธีมเป็นของตัวเองเช่น Northern Line เป็นตัวแทนของนักรณรงค์ Central Line หมายถึงผู้ที่อยู่ในแวดวงศิลปะ Bakerloo Line เป็นตัวแทนของนักกีฬา และ Jubilee Line สื่อถึงกลุ่ม LGBTQ+ “ประวัติศาสตร์ของคนผิวดำคือประวัติศาสตร์ของลอนดอน” Sadiq Khan […]

เมื่อ Prada บุกตลาดสดในเซี่ยงไฮ้ ห่อผักผลไม้ให้ Feels like Prada สร้างความคึกคักในวันชาติจีน

แม้แต่แฟชั่นและตลาดสดก็ไปด้วยกันได้ เมื่อ Prada ผุดแคมเปญพลิกโฉมตลาดสดธรรมดาๆ อย่าง Wuzhong Market ที่ตั้งอยู่ใจกลางมหานครเซี่ยงไฮ้ ประเทศจีน ให้เป็นตลาดสด High Fashion สุดหรู ที่ใครเห็นก็ต้องแวะถ่ายรูป Prada ตกแต่งภายนอกตลาดด้วยโลโก้และลายพิมพ์สุดยูนีกของแบรนด์ ส่วนภายในของตลาด 2 ชั้น ขนาด 2,000 ตารางเมตรแห่งนี้ ก็ถูกตกแต่งด้วยดีไซน์เดียวกัน นอกจากนั้น ทางแบรนด์ยังตกแต่งโลโก้และลวดลายให้กับแผงขายของกว่า 30 ร้านด้วย เรียกได้ว่าเป็นการแปลงโฉมให้ตลาด Wuzhong Market ใหม่ทั้งหมด สำหรับแคมเปญนี้ Prada ไม่ได้วางจำหน่ายสินค้าของแบรนด์เหมือนทุกๆ ครั้ง แต่ผู้ซื้อสามารถเลือกสรรของสดธรรมดาๆ อย่างเช่น ผัก ผลไม้ เนื้อสัตว์ และดอกไม้ ที่ถูกห่อและบรรจุในแพ็กเกจจิ้งหลากสีของ Prada ซึ่งแพ็กเกจจิ้งแบบนี้หาไม่ได้จากตลาดสดธรรมดาๆ แน่นอน แคมเปญการตลาดของ Prada ครั้งนี้ได้ดึงดูดผู้บริโภคที่เป็นกลุ่มคนรุ่นใหม่ในเซี่ยงไฮ้ โดยเฉพาะ Generation Z (ผู้ที่เกิดระหว่างปี 1997 – 2012) […]

ญี่ปุ่นใช้โดรนขนส่งในพื้นที่ห่างไกล แก้ปัญหาขาดแคลนคนขับรถบรรทุกส่งของและคอยช่วยเหลือเวลาเกิดภัยพิบัติ

สำหรับพื้นที่ชนบทบางแห่ง การสั่งซื้อสินค้าทางอีคอมเมิร์ซต่างๆ นับว่าเป็นเรื่องที่ต้องใช้เวลาพอตัว ไหนจะต้องรอรอบขนส่ง ยิ่งถ้าเจอภัยพิบัติแล้วล่ะก็ กว่าจะถึงมือผู้รับก็คงไม่ทันใช้งาน ซึ่งญี่ปุ่นเองก็เจอปัญหานี้ในพื้นที่ห่างไกลหลายๆ แห่ง ประกอบกับขาดแคลนคนขับรถบรรทุกขนส่งสินค้าไปยังจังหวัดต่างๆ ยิ่งทวีคูณความล่าช้าเข้าไปอีกเท่าตัว Aeronext สตาร์ทอัปด้านเทคโนโลยีอากาศยานไร้คนขับ หรือเรียกแบบง่ายๆ ก็คือ ‘โดรน’ นั่นแหละ ซึ่งหลังจากพวกเขาประสบความสำเร็จกับการใช้โดรนเดลิเวอรีข้าวหน้าเนื้อไปเมื่อกลางปีที่ผ่านมา กลับมาคราวนี้พวกเขามองไปถึงระบบขนส่งสินค้าว่าญี่ปุ่นกำลังเผชิญปัญหาทั้งเรื่อง ‘จำนวนคน’ และ ‘เวลา’ ทำให้เขาแท็กทีมกับพันธมิตรอย่าง ‘Seino Holdings’ บริษัทด้านโลจิสติกส์ที่ครอบคลุมไปทั่วเอเชีย สร้าง ‘SkyHubTM’ ระบบขนส่งอัจฉริยะขึ้นมา โดยให้หมู่บ้านโคซุเกะ (Kosuge Village) ชุมชนขนาดเล็กที่ตั้งอยู่ท่ามกลางหุบเขาของจังหวัดยามานาชิเป็นสนามทดลองแห่งแรก เพราะเกือบครึ่งหนึ่งของประชากรในหมู่บ้านจาก 700 คน เป็นผู้สูงอายุ 65 ปีขึ้นไป อีกทั้งจำนวนประชากรที่มีน้อย ทำให้ร้านค้าน้อยลงไปด้วย ส่งผลให้ชาวบ้านซื้ออาหาร ยารักษาโรค และสิ่งของจำเป็นอื่นๆ ได้ยากขึ้น หรือกรณีที่ต้องเจอสถานการณ์ภัยพิบัติทางธรรมชาติ เช่น หิมะถล่มปิดกั้นเส้นทางเข้า-ออก หมู่บ้านขนาดเล็ก-กลางในพื้นที่ห่างไกลก็อาจถูกลืมให้ความช่วยเหลือได้ ส่วนวิธีการทำงานของ SkyHubTM ก็ไม่ซับซ้อนวุ่นวาย เพียงแค่ลูกค้ากดสั่งซื้อของ ร้านค้าจะรับออเดอร์และถูกรวบรวมไปยังโกดังสินค้า และจัดส่งโดยรถมายังคลังพัสดุโดรน จากนั้นจะส่งสินค้าไปยังฮับอื่นๆ […]

หมดยุคส้นสูงและชุดรัดรูปแล้วค่ะ! SkyUp Airlines ในยูเครนเปลี่ยนยูนิฟอร์มให้แอร์ฯ สวมผ้าใบ เสื้อยืด และสูทหลวมได้

ปิดตำนานเครื่องแบบกระโปรง ชุดเข้ารูป รองเท้าส้นสูง และรวบผมตึงตามแบบฉบับสาวแอร์โฮสเตส เพราะพวกเธอจาก SkyUp Airlines สายการบินในยูเครน จะถักเปียเดี่ยวแบบแคตนิส เอเวอร์ดีน ใส่สูทหลวมๆ สบายๆ และสวมรองเท้าผ้าใบต้อนรับผู้โดยสารบนเครื่องบินแทน! “ถ้าคนทั้งโลก และแฟชั่นนิสต้าทุกคนสวมรองเท้าผ้าใบกันหมด แล้วทำไมสายการบินไม่ทำบ้างล่ะ?” “รองเท้าส้นสูงมันสวยก็จริง ฉันไม่เถียง แต่พอบินเสร็จจะเจ็บ และเท้าบวม” “อย่าให้สิ่งนั้นเกิดขึ้นเลยนะ แต่ถ้าหากเครื่องบินตกน้ำ และเราต้องอพยพ ส้นสูงคงสร้างความเสียหายให้บันได และการว่ายน้ำด้วยกระโปรงคงไม่สบายนัก” แอร์โฮสเตสสายการบิน SkyUp Airlines เล่าให้สำนักข่าว Reuters ฟัง เช่นเดียวกับที่ทางสายการบินรวบรวมความคิดเห็นจากประสบการณ์ตรงของพนักงานต้อนรับเกี่ยวกับปัญหาต่างๆ จนตัดสินใจยุติการใส่รองเท้าส้นสูง และกระโปรงทรงดินสอ แล้วเปลี่ยนเป็นรองเท้าผ้าใบสีขาวจาก Nike ชุดสูทหลวมๆ สีส้มที่ด้านในเป็นเสื้อยืดสีขาว และตัดสินใจทิ้งความอนุรักษนิยมเรื่องทรงผมของแอร์โฮสเตสที่ต้องรวบผมทั้งหมด เป็นผมเปียสวยๆ แต่ยังคล่องตัวอยู่ ยูนิฟอร์มใหม่นี้จะประกาศใช้อย่างเป็นทางการวันที่ 22 ตุลาคม 2564 และบริษัทก็วางแผนจะเปิดตัวเครื่องแบบใหม่สำหรับสจ๊วต หรือลูกเรือชาย เป็นชุดสูทสีอ่อนแทนเสื้อกั๊ก เสื้อยืดแทนเสื้อเชิ้ต และรองเท้าผ้าใบ Nike สีดำด้วยนะ Source : Reuters […]

1 84 85 86 87 88 120

SEND YOUR STORY

REQUEST INTERVIEW

ติดตามอ่าน “Urban Creature”
นิตยสารออนไลน์ที่จะทำให้คุณรักเมืองที่คุณอยู่ รักตัวเองมากขึ้นด้วยการเปิดมุมมองและนำเสนอแนวทางการใช้ชีวิตอย่างสร้างสรรค์ และสร้างแรงบันดาลใจใหม่ๆ ในการใช้ชีวิต
Better Life. Better Living.

Max. file size: 256 MB.