Build your own City : เกมสร้างเมือง

เมื่อเมืองที่อยู่ตอนนี้ไม่เป็นอย่างที่คิด ไม่ว่าจะประสบปัญหาการจราจรที่ติดขัด ระบบขนส่งสาธารณะที่ไม่เป็นใจ สวัสดิการรองรับที่ไม่เป็นธรรม หรือมีผู้นำแสนเฮง (ซวย) เราจึงอยากชวนทุกคนมาปล่อยความอัดอั้นตันใจ สร้างเมืองใหม่ในแบบฉบับของตัวเองผ่าน ‘8 เกมสร้างเมืองสุดสนุก’ ลองมาดูกันสิว่า หากวันหนึ่งเราได้เป็นคนบริหารบ้านเมืองเอง จะทำอย่างไรให้ประชาชนมีชีวิตดีๆ ที่ลงตัว

01 | Cities: Skylines 

ในยุคนี้ คงไม่มีเกมสร้างเมืองเกมไหนที่สมจริงได้เท่ากับ ‘Cities: Skylines’ เกมสร้างเมืองจากบริษัท Colossal Order Ltd. ที่แซงหน้ารุ่นพี่อย่าง ‘Sim City’ ไปไกลด้วยระบบการเล่นที่สมจริง เข้าถึงง่าย และมีมิติในแบบฉบับเกมแนวบริหาร และวางผังเมืองไว้อย่างครบครัน

ภายในเกมจะถูกกำหนดโซนสำหรับสร้างเมืองคล้ายกับการวางผังเมืองจริงๆ โดย ‘สีเขียว’ = โซนที่อยู่อาศัย ‘สีน้ำเงิน’ = โซนการค้า และ ‘สีเหลือง’ = โซนอุตสาหกรรม ซึ่งนอกจากผู้เล่นจะต้องบริหารสิ่งก่อสร้างให้ตรงกับโซนที่กำหนดแล้ว เรายังต้องวางแผนระบบคมนาคมให้ครอบคลุมและทั่วถึง เพื่อรองรับปริมาณการใช้รถยนต์ของประชาชนในเมือง นอกจากนี้ ยังต้องจัดการระบบไฟฟ้าที่เราสามารถเลือกโรงงานผลิตได้หลายแบบ วางระบบไฟด้วยการตั้งเสาไฟให้ครอบคลุมพื้นที่ห่างไกล วางระบบน้ำประปาและระบบท่อน้ำทิ้งใต้ดิน รวมถึงการจัดการงบประมาณในด้านต่างๆ เพื่อประสิทธิภาพที่สูงสุดของระบบสาธารณูปโภคในเมือง แถมยังสามารถกำหนดนโยบายของแต่ละเขตพื้นที่ได้เองอีกด้วย 

เพื่อความสมจริง เกมยังให้ผู้เล่นสามารถจัดการเรื่องสิ่งแวดล้อมต่างๆ โดยเฉพาะมลพิษทางน้ำที่เป็นปัญหาหลักที่มักพบเจอในเมืองจริงๆ โดยเราต้องวางแผนการสร้างสถานีสูบน้ำและท่อระบายน้ำด้วยการคำนึงถึงต้นน้ำและปลายน้ำ ซึ่งถ้าวางผิดอาจทำให้คนในเมืองล้มป่วยและเสียชีวิตจากการติดเชื้อได้

เพื่อเพิ่มความสนุกและสมจริง ผู้สร้าง Cities: Skylines ยังปล่อย 24 DLC หรือภาคเสริมของเกมออกมาแบบเต็มแม็กซ์ ไม่ว่าจะเป็น เรื่องการศึกษา การวางโครงสร้างและวางเส้นทางระบบขนส่งสาธารณะ การบริหารเมืองในเชิงอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม หรือจะเพิ่มความท้าทายด้วย Natural Disasters ที่ยกเอาภัยพิบัติ ทั้งพายุทอร์นาโด สึนามิ ไฟป่า แผ่นดินไหว และภัยพิบัติต่างๆ ให้เราได้ลองบริหารเมืองของเราแบบครบทุกสไตล์ ทั้งยังสามารถดาวน์โหลดอาคาร สถาปัตยกรรม ไปจนถึงสะพานลอยล้ำๆ เพื่อเพิ่มสีสันและความสมจริงให้กับเมืองของเราได้อีกด้วย

________________________________________________________________________

02 | Tropico

หากสนใจเกมสร้างเมืองที่เน้นการบริหารและการเมืองการปกครองอยู่ล่ะก็ บอกเลยว่าไม่มีเกมไหนตอบโจทย์ได้เท่ากับ ‘Tropico’ อีกแล้ว

Tropico เป็นเกมแฟนไชน์ที่ออกมาแล้วถึง 6 ภาค ซึ่งตัวเกมและระบบจะมีความแตกต่างจากเกมสร้างเมืองอื่นๆ อยู่พอสมควร เพราะใน Tropico เราจะได้รับบทเป็น ‘El Presidente’ ที่ทำหน้าที่บริหารจัดการเมืองของเราให้เจริญก้าวหน้า ทำฟาร์ม, พัฒนาเทคโนโลยี, สร้างสถานบันเทิง เพื่อเอนเตอร์เทนคนในเมือง, ส่งออกและค้าขายกับประเทศอื่นๆ รวมถึงบริหารเงินและการคลัง เพื่อเพิ่มความสุขให้คนในเมือง

ความท้าทายของการเล่นเกมนี้ คือการบริหารทรัพยากรและการเงินให้มีประสิทธิภาพที่สุด ซึ่งมองเผินๆ อาจจะรู้สึกว่าไม่ต่างอะไรกับเกมสร้างเมืองอื่นๆ แต่ใน Tropico ผู้เล่นสามารถกำหนดนโยบายการเมือง คอรัปชันเอาเงินเข้ากระเป๋าตัวเอง  หรือจะโกงการเลือกตั้ง มากกว่านั้น ยังสามารถแก้รัฐธรรมนูญเพื่อเอื้อผลประโยนช์ให้ตัวเอง เลือกอุ้มชูระบบทหาร หรือจะเลียขาทุนนิยมก็ยังทำได้ ซึ่งประชาชนก็สามารถลุกฮือต่อต้านเรา หรือเราเองก็อาจถูกทำรัฐประหารได้เช่นกัน (คุ้นๆ นะว่าไหม ?

________________________________________________________________________

03 | Frostpunk

จะเป็นอย่างไร ถ้ามนุษยชาติต้องอยู่กับความหนาวเหน็บแบบไม่มีที่สิ้นสุด ‘Frostpunk’ คือเกมสร้างเมืองที่เน้นการปรับตัว เพื่อเอาชีวิตรอดในฤดูหนาว และด้วยทรัพยากรที่มีอยู่อย่างจำกัด ในการสร้างเมืองจึงต้องพบเจอกับปัญหาต่างๆ มากมาย ซึ่งกลายเป็นความท้าทายที่ดึงให้เหล่าเกมเมอร์ทั้งหลายหลงเข้ามา

เมื่อเข้าไปในเกม สิ่งแรกที่ผู้เล่นต้องทำ คือการออกตามหาทรัพยากรและกลุ่มคนผู้รอดชีวิต และเนื่องด้วยทรัพยากรที่มีอย่างจำกัด เราจึงต้องจัดลำดับก่อนหลังในการสร้างเมือง ซึ่ง ‘ถ่านหิน’ นั่นเป็นเชื้อเพลิงหลักในการขับเคลื่อนเตากำเนิดความร้อน ซึ่งเป็นเครื่องที่ช่วยเพิ่มความอบอุ่นให้ประชาชนในเมืองท่ามกลางสภาพอากาศหนาวเย็น และหากช่วงไหนอากาศหนาวมากเกินไป และถ่านหินมีไม่เพียงก็จะทำให้ประชาชนในเมืองหนาวตายได้

นอกจากนี้ ยังมีเรื่องกฏหมายที่เกี่ยวกับศาสนา การปรับตัว เรื่องอาหาร การทำงาน การจัดการเด็ก ฯลฯ ใครที่อยากลองเล่นเกมสร้างเมืองที่มีกลิ่นอายการเอาตัวรอดหน่อยๆ แนะนำว่าไม่ควรพลาดด้วยประการทั้งปวง

________________________________________________________________________

04 | Anno 

ใครที่เป็นคอเกมสร้างเมืองแนวล้ำๆ เราขอแนะนำ ‘Anno’ เกมสร้างเมืองที่มีทั้งย้อนอดีต และเจาะเวลาหาอนาคต ซึ่งตอนนี้มีออกมาถึง 10 ภาค โดยภาคแรกเปิดตัวเมื่อปี พ.ศ. 2541 คือ Anno 1602 เป็นอีกหนึ่งซีรีย์เกมสร้างเมืองที่เน้นไปในด้านการจัดการเศรษฐกิจ ทรัพยากร และเพิ่มสีสันด้วยการรบทางทะเล 

จุดเด่นของ Anno ก็คือผู้เล่นต้องบริหารทรัพยากรควบคู่ไปกับการจัดการเศรษฐกิจเพื่อเพิ่มรายได้และขยายอิทธิพลไปสู่เมืองอื่นๆ ซึ่งเราสามารถทำการค้าขาย รบทางทะเลโดยเรือกับเมืองข้างเคียงได้  ระบบสิ่งก่อสร้างของเกมนี้จะเป็นแบบอัพเกรดไปเรื่อยๆ เราสามารถอัพเกรดบ้านและสิ่งก่อสร้างต่างๆ ได้ ซึ่งการวางสิ่งก่อสร้างก็มีข้อจำกัด เช่น ถ้าเราวางโรงไฟฟ้าพลังงานลมไว้ใกล้กัน ก็จะทำให้ผลิตไฟฟ้าได้ไม่เต็มร้อย หรือถ้าเราวางบ้านไว้ใกล้กับตลาด ประชาชนก็สามารถออกไปซื้ออาหารได้สะดวกขึ้น นอกจากนี้เรายังต้องบริหารถนนหนทางให้สามารถส่งวัตถุดิบได้ง่าย ลื่นไหล เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการขาดแคลนวัตถุดิบ

ผู้เล่นยังสามารถอัพเกรดประชากรในเมืองให้มีความต้องการเพิ่มมากขึ้นได้ด้วยการสะสมไอเทมต่างๆ จากเดิมที่ต้องการแค่อาหาร ก็เพิ่มเป็นความต้องการยารักษาโรค เพราะฉะนั้นเราก็จะมีโปรเจกต์สร้างฟาร์มสมุนไพร เพื่อนำผลผลิตมาแปรรูปให้เป็นยา และเมื่อเล่นไปเรื่อยๆ ความต้องการก็จะเพิ่มขึ้นและการผลิตก็จะซับซ้อนขึ้นไปอีก เรียกได้ว่าภาคใหม่ๆ ระบบเหล่านี้จะยิ่งมีรายละเอียดลึกขึ้นไปอีก 

Anno ในแต่ละภาคจะมีธีมหลักตามยุคสมัยของ ค.ศ. ที่ต่อท้ายชื่อ อย่างใน Anno 2205 นอกจากสร้างเมืองบนโลกได้แล้ว เรายังสามารถขึ้นไปบุกเบิกและสร้างอาณานิคมบนอวกาศ โดยในปีนี้ผู้สร้างได้ออก Anno 1800 ภาคล่าสุดที่พาเราย้อนกลับไปสร้างเมือง และบริหารเศรษฐกิจในยุคปฏิวัติอุตสาหกรรม ยุคที่มีการเปลี่ยนแปลงจากการผลิตสินค้าด้วยมือมาใช้เครื่องจักรเป็นครั้งแรก ซึ่งนอกจากจะได้ฝึกฝีมือในด้านการบริหารแล้ว ยังได้เรียนรู้ประวัติศาสตร์อีกด้วย

________________________________________________________________________

05 | Surviving Mars

อีกหนึ่งเกมสร้างเมืองที่มีกลิ่นอายการเอาตัวรอดนิดๆ กับ ‘Surviving Mars’ เกมใหม่แกะกล่อง เหมาะกับเกมเมอร์สายบริหารจัดการ ที่ชื่นชอบอวกาศและความท้าทาย

การเล่นเกม Surviving Mars นั้น เราต้องเอาชีวิตรอดบนดาวอังคาร ซึ่งนอกจากจะต้องจัดการทรัพยากรที่มีอย่างจำกัดในการสร้างเมืองแล้ว เรายังต้องคำนึกถึงเรื่องอากาศที่จะต้องใช้หายใจด้วย โดยในช่วงแรกๆ ต้องส่งคนขึ้นไปสำรวจพื้นที่บนดาวอังคาร เพื่อหาแหล่งทรัพยากรจำพวก น้ำ อาหาร และอากาศ ก่อนที่จะเริ่มสร้างอาณานิคม สร้างและวางสิ่งก่อสร้างต่างๆ วางระบบน้ำและท่อใต้ดิน ควบคู่ไปกับการทำวิจัยเพื่อหาเทคโนโลยีและทรัพยากรใหม่ๆ สิ่งที่เกมนี้แตกต่างจากเกมสร้างเมืองอื่นๆ คือการสร้าง ‘โดม’ ซึ่งเป็นโซนที่อยู่อาศัยของมนุษย์ เราจะต้องคอยบริหารโดมให้มีระดับออกซิเจน น้ำ และพลังงานอย่างเพียงพอ ซึ่งถ้าระบบภายในเกิดเสียหาย อาจทำให้ประชาชนของเราเสียชีวิตได้

นอกจากบริหารการสร้างแล้ว เราต้องบริหารทรัพยากรมนุษย์ควบคู่ไปด้วย เพราะมนุษย์ในเกมแต่ละคนถูกตั้งค่าให้มีนิสัย ภูมิหลัง ความถนัด และความต้องการที่ต่างกันไป จึงทำให้เราต้องจัดการและโยกย้ายคนให้เหมาะสมกับตำแหน่งงาน และตอบสนองความต้องการของพวกเขา เช่น การเพิ่มความสะดวกสะบายด้วยการสร้างแหล่งช้อปปิ้ง สถานที่บันเทิง เป็นต้น

________________________________________________________________________

06| Banished

‘Banished’ เกมสร้างและบริหารจัดการเมืองที่อาจมีสเกลเล็กกว่าเกมอื่นๆ แต่บอกได้เลยว่าลายละเอียดและความสมจริงของเกมนี้สเกลใหญ่เกินตัว 

ใน Banished เราจะต้องรับหน้าที่บริหารหมู่บ้าน วางกลยุทธ์ เพื่อดูแลกลุ่มนักเดินทางที่ตัดสินใจตั้งถิ่นฐานในดินแดนใหม่ ชาวบ้านคือทรัพยากรหลักที่เราจะต้องจัดสรรหาอาชีพให้ทุกคนได้ทำงาน ซึ่งมีทั้งการทำไร่ ทำสวน ทำฟาร์ม จับปลา ล่าสัตว์ เก็บของป่า ตัดไม้ ช่าง บาทหลวง หรือแม้กระทั่งอาชีพหมอ สร้างบ้านเพื่อเป็นที่พักให้พวกเขา ซึ่งการเจริญเติบโตของหมู่บ้านล้วนขึ้นอยู่กับการจัดการของเราทั้งสิ้น เราต้องสร้างบ้านให้เพียงพอเพื่อเพิ่มอัตราการเกิด แต่ถ้าหากสร้างมากเกินไปบ้านก็อาจถูกทิ้งร้าง กลับกันถ้าสร้างน้อยเกินไปชาวบ้านก็จะอยู่กันอย่างแออัด ทำให้อัตราการเกิดลดลง 

นอกจากนี้ เรายังสามารถสร้างสถานที่สาธารณะ โบสถ์ หลุมฝังศพ เพื่อเป็นศูนย์รวมจิตใจของประชาชน สร้างโรงเรียนเพื่อเพิ่มการศึกษา ซึ่งทำให้ชาวบ้านทำงานได้ดีขึ้น ที่สำคัญ Banished มีระบบฤดูกาลและภัยธรรมชาติ โดยเฉพาะช่วงฤดูหนาวที่เราไม่สามารถทำฟาร์มหรือออกหาอาหารได้ ถ้าเราเตรียมเสบียงอาหารและฟืนไว้ไม่เพียงพอ ชาวบ้านก็จะหนาวและอดตายในที่สุด เรียกได้ว่าความอยู่รอดของคนทั้งหมู่บ้าน ขึ้นอยู่กับการบริหาร การสร้างสมดุล และการจัดการทรัพยากรของเราทั้งสิ้น

________________________________________________________________________

07 | Block’hood

เกมสร้างเมืองส่วนใหญ่ มักจะเป็นแนวราบ แต่ ‘Block’hood’ กับแตกต่างออกไป เพราะเป็นการสร้างเมืองแบบแนวดิ่ง หรือพูดให้เห็นภาพคือการสร้างแบบคอนโดฯ นั่นเอง เกสร้างเมืองนี้ จึงเป็นรักษ์โลกแบบอินดี้ที่เมืองจะไม่อยู่บนถนนอีกต่อไป

ใน Block’hood เราจะต้องสร้างตึกเป็นแนวตั้งบนพื้นสี่เหลี่ยมจัตุรัส สามารถเพิ่มความสูงของอาคารด้วยบันไดและลิฟต์ และยังมีพาร์ทของการเชื่อมต่อพื้นที่สาธารณะกับที่อยู่อาศัย เราสามารถใช้ไอเดียออกแบบพื้นที่ได้ตามใจ แต่สิ่งที่สำคัญที่สุด คือเราต้องบริหารจัดการทรัพยากรและควบคุมความสมดุลระหว่างอาคารที่ต่างกัน จัดการสาธารณูปโภคในเมือง พร้อมๆ กับการรักษาสิ่งแวดล้อมไปด้วย

โดยแต่ละบล็อคจะใช้และสร้างทรัพยากรที่แตกต่างกัน นอกจากนี้ยังมีระบบให้เราสามารถรีไซเคิลของเสียให้หยิบมาใช้ซ้ำนำกลับมาใช้ใหม่ ซึ่งในเกมจะมีระบบนิเวศและสิ่งมีชีวิตที่เราต้องคอยดูแลความสมดุลควบคู่ไปกับดูแลสิ่งแวดล้อม ถ้าหากเราจัดการบล็อคผิดพลาด ตัวบล็อคจะค่อยๆ ถูกทิ้งร้างและสลายหายไป

________________________________________________________________________

08 | Cities in Motion  

‘Cities in Motion’ เป็นอีกหนึ่งเกมบริหารจัดการจากผู้พัฒนา Colossal Order Ltd. ค่ายเดียวกับ ‘Cities : Skylines’ ถึงแม้ว่าCities in Motion อาจไม่ใช่เกมสร้างเมืองจ๋าๆ แต่เกมนี้โดดเด่นมากในเรื่องการบริหารจัดการระบบขนส่งและคมนาคมในเมือง รวมถึงต้องดูแลและพัฒนาระบบเหล่านั้นไปพร้อมๆ กัน 

ใน Cities in Motion เราจะได้รับหน้าที่เป็นผู้วางระบบขนส่งภายในเมือง คอยสร้างถนน  อาคารบ้านเรือน และสิ่งก่อสร้างต่างๆ มีทั้งเมืองอัมสเตอร์ดัม, เบอร์ลิน, เฮลซิงกิ และเวียนนา หน้าที่ของเรา คือวางเส้นทางและสร้างระบบขนส่งสาธารณะ สร้างโครงข่ายเชื่อมต่อระบบขนส่ง บริหารค่าใช้จ่าย บริหารประเภทของพาหนะ กู้เงินมาลงทุน ซึ่งเราสามารถเลือกซื้อยานพาหนะ สร้างป้ายรถประจำทางหรือสถานี และกำหนดเส้นทางให้คนในเมืองสามารถเดินทางไปยังที่ต่างๆ ที่มีครบทั้งเรือ รถราง รถไฟฟ้า รถไฟฟ้าใต้ดิน รวมถึงเฮลิคอปเตอร์ ซึ่งเราสามารถเลือกซื้อยานพาหนะได้หลากหลายประเภทตามความเหมาะของเส้นทาง ความสวยงามที่ใจเราชอบ และจำนวนคนที่บรรจุได้ เช่น ถ้าเส้นทางไกลมากก็เลือกรถประเภทที่บรรทุกคนได้มาก

ตัวเกมยังมีความท้าทายให้เราบริหารจัดการ เช่น ปัญหาการจราจรที่เราต้องจำกัดหรือเพิ่มจำนวนรถเมล์ ปัญหารถเสีย วางป้ายหรือสถานีผิดที่ผิดทาง จะทำให้คนไม่ใช้งาน รวมถึงความต้องการของคนเมืองและคนชานเมืองที่แตกต่างกัน การบริหารงบประมานเพื่อซ่อมบำรุงยานพาหนะที่เสีย หรืออาจเลือกเปลี่ยนยานพาหนะคันใหม่เพื่อลดค่าบำรุงรักษาในระยะยาว ซึ่ง Cities in Motion มี 14 DLC ที่อัพเดตทั้งเมืองใหม่และขนส่งแบบใหม่ๆ ให้เราเลือกดาวน์โหลดกัน บอกเลยว่าเกมเมอร์สายบริหารห้ามพลาด 

Writer