การแข่งขัน Adventure Racing World Series เป็นการแข่งขันระดับโลกที่หลายๆ คนอาจจะไม่เคยรู้มาก่อนว่ามีอยู่ในโลกนี้ มันคือการแข่งขันแบบผจญภัยที่ได้ชื่อว่าหินที่สุดในโลก ว่าด้วยการปล่อยทีมต่างๆ ไปบุกป่า ฝ่าดง ลงน้ำ ในสภาพภูมิศาสตร์ป่าเขาลำเนาไพรสุดโหดลัดเลาะตามประเทศต่างๆ โดยเป้าหมายคือการไปให้ถึงเส้นชัยพร้อมกันทั้งทีม การแข่งขันนี้มีทั้งปีนเขา ลุยป่า ว่ายน้ำ โรยตัว ปั่นจักรยาน พายเรือ และอื่นๆ อีกมากที่เป็นเหมือนสกิลการนำร่องสำรวจและเอาตัวรอดในธรรมชาติ โดยที่ทั้งทีมจะต้องดูแลและช่วยเหลือเพื่อนร่วมทีมฟันฝ่าอุปสรรคในสภาพสุดสะบักสะบอมเพื่อพาทั้งทีมเข้าเส้นชัย แม้กระทั่งอาหารที่ต้องเตรียมให้พร้อมและเพียงพอสำหรับทั้งเส้นทางที่จะต้องแบกไปเองระหว่างการแข่งขัน ซึ่งในแต่ละปีทางรายการก็จะหาสนามแข่งตามภูมิประเทศต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นแนวเทือกเขาลำธารในฝรั่งเศส ลุยป่าและแม่น้ำในแอฟริกา หรือไปลุยสภาพอากาศอันหนาวเหน็บตามภูเขาสูง ซึ่งการแข่งขันแบบ World Series นี้จะกินเวลาหลายวันเลยทีเดียว

เรื่องราวอันน่าประทับใจนี้เกิดขึ้นกับการแข่งขันอันหฤโหดในปีนึง เมื่อทีม Peak Performance 4 คนจากสวีเดนเดินทางมาเพื่อแข่งขัน Ecuador World Championships ปี 2014 ในระหว่างการแข่งขันก่อนจะเริ่มเข้าช่วงบุกตะลุยป่าอเมซอนระยะทาง 20 ไมล์นั้น ทีมได้นั่งพักทานอาหารอยู่บนท้องถนนในประเทศ Ecuador ในขณะที่หนึ่งในสมาชิกของทีม Mikael Lindnord ได้เหลือบไปเห็นเจ้าตูบจรจัดสุดกรังตัวหนึ่งที่นอนอยู่ไม่ไกลกำลังจ้องมาที่เค้าตอนที่เค้ากำลังเปิดกระป๋องมีทบอลอยู่ ด้วยความรู้สึกสงสารและอยากแบ่งปัน Mikael เลยแบ่งอาหารในส่วนของตนให้กับเจ้าหมาจรจัดตัวนั้น

เมื่อการแข่งขันก็ดำเนินต่อ ทีมทั้ง 4 คนก็ได้เริ่มเดินลุยเข้าป่าอเมซอน แต่ทว่าเจ้าหมาจรจัดตัวนั้นได้เดินตามพวกเค้ามาด้วย พวกเค้าคิดว่าอีกสักพักมันก็คงจะเดินกลับไป แต่ว่าเจ้าหมาตัวนี้กลับตามพวกเค้าไปทุกที่ไม่ว่าพวกเค้าจะลุยโคลน ขึ้นเขา ลงห้วย ฝ่าป่าทึบระยะทางไกลและสมบุกสมบัน มันก็ลุยไปเคียงข้างพวกเค้าตลอดระยะทางป่า 20 ไมล์

จนกระทั่งถึงจุดที่ทีมมาถึงแม่น้ำและจะต้องลงเรือแคนู ซึ่งพวกเค้าไม่สามารถพามันไปด้วยได้ เนื่องจากพื้นที่บนเรือนั้นแคบ และง่ายต่อการคว่ำถ้าเจ้าหมาดิ้น และไหนจะอาหารที่เพียงพอแค่สำหรับมนุษย์ทั้ง 4 การนำพามันข้ามแม่น้ำไปด้วยคงเป็นเรื่องที่อันตรายมากโดยเฉพาะสำหรับเจ้าหมาเอง ทั้งทีมจึงจำใจต้องบอกลาเจ้าตูบตรงนั้น

พวกเค้าทั้ง 4 ได้ออกพายเรือแคนูออกไป ทิ้งให้เจ้าหมาตัวนั้นอยู่ที่ริมฝั่งโดยหวังว่ามันจะเอาตัวรอดได้ แต่ไม่นานนัก Mikael ก็ได้ยินเสียง “ตู้มม” เหมือนมีใครกระโดดลงน้ำมา ทันใดนั้นเองเค้าหันไปมองและเห็นเจ้าตูบตัวนั้นกำลังพยายามว่ายน้ำตามเรือของเค้ามา ณ ตอนนั้น Mikael หยุดพายเรือทันทีเพื่อรอให้เจ้าหมาว่ายมาถึงเรือ Mikael ตัดสินใจที่จะอุ้มมันขึ้นเรือแคนูของเค้าในสภาพเปียกปอน ขนพันกันรุงรัง และสกปรกสุดๆ ด้วยอากาศที่หนาวเย็น Mikael ได้เอาเสื้อแจ๊คเก็ตของเค้าห่อตัวเจ้าหมาตัวนี้ไว้ แล้วน่าประหลาดใจที่มันไม่ดิ้นหรือแสดงท่าทีลุกลี้ลุกลนในเรือแคบๆ อันโคลงเคลงเลยซักนิด

จากจุดนั้น เรื่องราวของเจ้าหมาตัวนี้กับทีม Peak performance กลายเป็นเรื่องที่ทีมงานถ่ายทำพูดถึงกันตลอดการแข่งขันที่ทุกคนคอยติดตามและเอาใจช่วย เจ้าหมาตัวนี้ในที่สุดแล้วได้ร่วมเดินทางกับทีมนี้ไปตลอดการแข่งขันจนถึงเส้นชัยรวมระยะทางทางทั้งหมด 430 ไมล์ ซึ่งทางทีมผู้จัดอนุญาตให้เป็นครั้งแรกที่มีทีมที่เข้าเส้นชัยรวมทั้งหมด 5 ชีวิต ซึ่งหนึ่งในนั้นก็คือเจ้าตูบ Arthur ที่ Mikael ตั้งชื่อให้นั่นเอง

การเดินทางครั้งนั้นของ Arthur ที่เริ่มต้นจากการหยิบยื่นช่วยเหลือด้วยน้ำใจเล็กๆ ของมนุษย์คนหนึ่ง กลายเป็นการเดินทางสู่บ้านใหม่ของมัน Mikael ได้พาเจ้า Arthur กลับไปยังบ้านของเค้าในประเทศสวีเดนด้วย ทุกวันนี้เจ้าตูบจรจัด Arthur ได้มีครอบครัวอันอบอุ่นและมีทบอลให้กินแบบไม่อั้นตลอดชีวิต นี่แหละคือสปิริตของทีมเวิร์คและน้ำใจที่เพื่อนร่วมโลกหยิบยื่นให้กัน แม้ทีมของ Mikael จะไม่ได้ชนะการแข่งขัน แต่รางวัลที่พวกเค้าได้กลับมานั้นคือเพื่อนแท้ตลอดชีวิตซี่ง Mikael รู้สึกว่ามันคุ้มค่ายิ่งกว่ารางวัลไหนๆ เลย

Photo Credit:
http://www.espn.com 

Facebook Comments