ร้านสะดวกซื้อ ‘7-ELEVEN’ แทบจะเป็นที่พึ่งยามหิว 24 ชั่วโมง ครั้นจะกินแต่อาหารเวฟอย่างเดียวคงมีเบื่อกันบ้าง ถ้าอย่างนั้นลองหยิบของกินในเซเว่น มาเพิ่มความครีเอท และดัดแปลงหน้าตาให้กลายเป็น ‘เบนโตะ’ หรือข้าวกล่องสุดคิ้วท์กันดีกว่า แต่วันนี้เราไม่ได้มานั่งทำเฉยๆ เพราะเราพา เต็ม – ​เต็มสิริโพธิพัฒนานนท์ หรือพี่เต็ม นักออกแบบอาหารที่ไม่ว่าจะทำอาหารคาวหรือหวาน ก็สามารถใช้สกิลที่มีดีไซน์อาหารให้ติดกลิ่นอายญี่ปุ่นได้ในแบบฉบับของเธอ

เพราะฉะนั้นอย่ารอช้า … เดินเข้าร้านสะดวกซื้อ
แล้วหาวัตถุดิบมาทำเบนโตะกันเถอะ !

สรรหาวัตถุดิบได้ง่ายๆจาก 7-ELEVEN

เป็นที่รู้กันดีว่า เดี๋ยวนี้ร้านสะดวกซื้อเริ่มมีอาหารหลากหลายมากขึ้น ไม่ได้มีแค่ของขบเคี้ยว กับของใช้ แต่พวกอาหารสำเร็จรูป โดยเฉพาะของสดก็มีหลากหลายมากขึ้นเช่นกัน มาดูดีกว่าว่าวัตถุดิบที่นำมาใช้จะมีอะไรบ้าง

1. ข้าวสวยหอมมะลิ : 15 บาท
2. ชุดรวมของนึ่ง : 29 บาท
3. ถั่วแระญี่ปุ่น : 20 บาท
4. ปลาเส้นรสซีอิ๊ว : 10 บาท
5. หมูยอเล็ก : 20 บาท
6. มันหวานญี่ปุ่น : 25 บาท
7. แหนมแท่ง : 19 บาท
8. สาหร่ายอบ : 39 บาท
9. ไข่ต้มสุก : 16 บาท
10. น้ำพริกปลาสลิดฟูผัดขี้เมา : 27 บาท

ข้าวปั้นเผ็ดรสน้ำพริกปลาสลิดฟู

เริ่มต้นการทำเบนโตะจาก ‘ข้าวปั้น’ ก่อนเป็นอันดับแรก พี่เต็มหยิบ ‘ถั่วแระญี่ปุ่น’ มาบีบออก พักใส่ถ้วยเอาไว้ และซับน้ำจากถั่วออกให้มาดๆ เพราะถ้าถั่วแระเปียกเกินไป จะทำให้ข้าวไม่จับตัวกันเป็นก้อน ขั้นตอนถัดมาก็ง่ายแสนง่ายเพียงนำ ‘ข้าวสวยหอมมะลิ’ อุ่นร้อน 1 ถ้วย เทลงชามใสขนาดใหญ่ พร้อมใส่ ‘น้ำพริกปลาสลิดฟูผัดขี้เมา’ ลงไปปริมาณ 2/4 ของถ้วย จากนั้นคลุกเคล้าส่วนผสมทั้งสามอย่างเข้าด้วยกัน

แต่ ‘ข้าวปั้นรสน้ำพริก’ นานๆ เราถึงจะเห็นสักที ด้วยความสงสัยจึงเอ่ยปากไปว่า ‘อยากรู้รสชาติของข้าวปั้นจะออกมาเป็นยังไง’ พี่เต็มพูดติดตลกทันทีว่า ‘พี่ก็อยากรู้เหมือนกัน’ ก่อนจะหันกลับไปลงมือทำอย่างขะมักเขม้นต่อ

ถัดมาเป็นขั้นตอนสำคัญของการปั้นข้าวก็ว่าได้ นำข้าวที่ผสมเอาไว้เมื่อสักครู่ตักลงบนพลาสติกห่ออาหาร ก่อนจะจัดเรียงถั่วแระไม่ให้กระจุกตัวกัน ไม่อย่างนั้นตอนปั้นอาจทำให้ข้าวแตกได้ หลังจากนั้นให้ดึงมุมพลาสติกด้านทะแยงเข้าหากัน แล้วบีบพลาสติกให้ข้าวจับตัวกลมเป็นก้อน ขั้นตอนนี้อาจใช้เวลาสักนิด เพราะข้าวไทยมีความเหนียวน้อยกว่าของญี่ปุ่น จึงต้องอาศัยแรงมากเป็นพิเศษ แต่ระวังบีบมากเกินไป พลาสติกอาจแตกออกมาได้ ขณะนั่งดูก็แอบรู้สึกเหมือนลุ้นหวยไปกับพี่เต็มด้วยเหมือนกัน

ข้าวปั้นหวานรสฟักทองไข่แดง

ถ้าทำรสเดียวก็คงธรรมดาไป พี่เต็มอยากเพิ่มรสชาติให้กับข้าวปั้นแบบอื่นๆ อีก โดยไม่บอกเราว่าข้าวปั้นรสชาติต่อไปจะออกมาเป็นแบบไหน พี่เต็มเตรียมชามใสใส่ข้าวสวย พร้อมกับนำ ‘ข้าวโพดนึ่ง’ กับ ‘ฟักทอง’ จาก ‘ชุดรวมของนึ่ง’ มาหั่นทั้ง 4 ด้าน และคว้านไข่แดงจาก ‘ไข่ต้ม’ ออกมา 

จากนั้นคลุกเคล้าทั้งหมดให้เข้ากัน บรรจงปั้นข้าวเหมือนกันกับ ‘ข้าวปั้นรสน้ำพริก’ ก่อนจะหยิบ ‘สาหร่ายอบ’ ออกมา ตัดออกเป็นแผ่นกว้าง 2 เซนติเมตร ยาว 7-8 เซนติเมตร เพื่อนำมาคาด ก็จะได้ ‘ข้าวปั้นรสหวาน’ เป็นที่เรียบร้อย

ก่อนลงมือทำเราได้ถามไถ่ถึงที่มาที่ไปของข้าวปั้นแต่ละรสว่าจะทำออกมาเป็นแบบไหนบ้าง แล้วรสชาติจะออกมาเป็นอย่างไรกันแน่ เพราะส่วนผสมบางอย่างนั้นไม่น่าจะเข้ากันได้ กลับกลายเป็นว่าสุดท้าย รสชาติของข้าวปั้นทั้งสองแบบดันออกมา ‘อร่อย’ ซะอย่างนั้น

ปิดท้ายเบนโตะ

เมื่อเสร็จขั้นตอนการทำข้าวปั้นทั้งสอง พี่เต็มโยกย้ายไปทำเมนู ‘เนื้อ’ บ้าง แต่เนื้อที่ว่าไม่ใช่เนื้อวากิว หรือออสเตรเลียระดับหรูหรา เพราะเราเลือกใช้ ‘เนื้อสัตว์’ ที่หาได้ตามร้านสะดวกซื้อนั่นก็คือ ‘หมูยอ’ กับ ‘แหนมแท่ง’ (ถึงแม้หลายคนอาจเดาว่าเป็นอกไก่ต้มก็ตาม) นำหมูยอกับแหนมมาหั่นเป็นแท่งๆ และจัดเรียงเป็นกลุ่ม ประมาณ 5-6 ชิ้น จากนั้นใช้ ‘ปลาเส้นปรุงรส’ มัดรวมเข้าด้วยกัน

ค่อยๆ จัดเรียงส่วนผสมทีละอย่างลงกล่อง เริ่มจากข้าวปั้นรสหวาน วางสลับกันระหว่างข้าวปั้นรสน้ำพริก พร้อมทั้งวางแผ่นรองอาหารลงไปด้านข้าง เพื่อใส่หมูยอกับแหนมลงไป ขั้นตอนสุดท้ายแต่ไม่ท้ายสุดให้เอามันเทศ กับมันหวานหั่นชิ้นวางไว้ด้านข้าง ปิดท้ายตกแต่งหน้าตาข้าวปั้นให้น่ารักคาวาอิด้วยการวางหมูยอรูปดอกไม้ลงบนข้าวปั้นเป็นอันเสร็จ

เป็นอย่างไรกันบ้าง กับ ‘เบนโตะ 7-ELEVEN’ ง่ายๆ สไตล์พี่เต็มที่ทำออกมาได้น่ากิน และญี่ปุ่นสุดๆ ! ถ้าใครเบื่ออาหารสำเร็จรูปแต่ไม่อยากออกไปจ่ายตลาดให้วุ่นวาย ลองใช้วิธีนี้ ก็สามารถทำข้าวกล่องง่ายๆ ที่หาซื้อวัตถุดิบไม่ยาก แค่ลองครีเอท และตกแต่งตามใจชอบก็ได้ ‘เบนโตะสุดคิ้วท์’ เป็นที่เรียบร้อย ทั้งนี้ทั้งนั้นเราคงไม่ได้มาเจอ ‘พี่เต็ม’ เพียงบทความเดียวเท่านั้น คอยติดตามกันต่อไปว่า พี่เต็มจะหยิบยกเมนูไหนมาดีไซน์ในแบบฉบับพี่เต็มกันอีกบ้าง แล้วอย่าลืมเอาไปลองทำตามกันล่ะ หน้าตาเป็นแบบไหน ส่งมาให้เรากับพี่เต็มดูบ้างนะ 

Facebook Comments