งาน ! งาน ! งาน ! คนเมืองเดี๋ยวนี้ให้ความสำคัญกับงานกันสุดๆ วนลูปอยู่ในชีวิตเร่งรีบ เช้าเข้างาน 8 โมง ออกงานเที่ยงคืน ติดประชุมแล้วเทเพื่อน จนทุกคนเบือนหน้าหนี แฟนมีก็เหมือนไม่มี ส่วนครอบครัวก็นานๆ ที ถึงจะมีแอควิทิตี้ร่วมกัน ใครรู้ตัวว่ากำลังตกอยู่ในสภาวะแบบนี้ เราขอเตือนว่า อย่าเผลอทำแต่งานจนชีวิตด้านอื่นๆ เฟลไปหมด ! ลองมาเปลี่ยนวิธีคิด บาลานซ์ชีวิตกับการทำงาน กระชับความสัมพันธ์กับคนรอบข้าง หมดเวลาหาข้ออ้างเรื่องงานแล้ว !

มาส่องทริคในการบอกลาการทำงานแบบบ้าคลั่ง แล้วมาสร้างสมดุลให้ชีวิต พร้อมออกไปทำสิ่งที่ใจอยากทำ ตามหาแพสชั่น และก้าวข้ามทุกข้อจำกัดที่มาปิดกั้นให้เราอยู่แต่ในกรอบกันได้เลย

1. เลิกเป็นคนพร้อมทำงานตลอด 24/7

ถึงเวลาที่สายบ้างาน พร้อมรับโทรศัพท์ ตอบอีเมล และพยักหน้ารับทุกคำสั่งของนาย เพราะคิดว่ามันคือเครื่องหมายของความขยันเวอร์ บอกเลยว่าต้องเบรกตัวเองลงบ้างแล้ว เพราะเรากำลังสูญเสียความเป็นตัวเองไป หรือบางคนอาจจะกลายเป็นคนขี้วิตกกังวล ต้องจับโทรศัพท์มาเช็คเมลตลอด ถึงเวลาแล้วที่เราต้องหาสมดุลให้กับชีวิต เริ่มจากการตั้งกฏขึ้นมา เช่น บอกกับตัวเองไว้เลยว่าจะไม่ตอบอีเมลหลังเวลาเลิกงาน ไม่หอบงานมาทำในวันหยุด รวมถึงไม่รับสายลูกค้าเด็ดขาด แล้วเราก็จะมีเวลาเหลือไปทำแอคทิวิตี้ที่ชอบ อยู่กับครอบครัว เพื่อน และก็จะมีชีวิตส่วนตัวที่ไม่ข้องเกี่ยวกับงานแม้แต่นิดเดียว

2. จดสิ่งที่อยากทำจริงๆ ลงปฏิทินบ้าง

แม้ว่าจะงานล้นจนทำไม่ทัน หรือบางทีลืมว่ามีอะไรต้องทำบ้าง เหลือบไปมองแพลนเนอร์ ทีไร ก็ดูแน่นจนไม่มีช่องว่างให้ทำอย่างอื่น การทำ To do list จะช่วยให้จัดการชีวิตได้ง่ายขึ้น แต่นอกจากงานที่ออฟฟิศหรือโปรเจ็คลูกค้าแล้ว อย่าลืมให้ความสำคัญกับสิ่งที่ “อยากทำ” ให้เท่ากับสิ่งที่ “ต้องทำ” จัดตารางเวลาส่วนตัวลงในปฏิทินงานบ้าง ไม่ว่าจะเป็นอีเวนท์ที่อยากไปช่วงวีคเอนท์นี้ หรือคอนเสิร์ตที่จะจัดในเดือนหน้า รวมไปถึงบุ๊ควันเวลาให้ Maybe list ที่มีมากมายในหัว และไม่มีโอกาสได้ลงมือทำซะที เหมือนการมีนัดกับตัวเอง แล้วโน๊ตไว้เลยว่า “ห้ามเบี้ยว !”

3.กล้าทำตามใจฝัน สนองแพชชั่นตัวเอง

ออกจากชีวิตเดิมๆ แล้วตามหาแพชชั่นเพิ่มให้กับสิ่งที่เป็นอยู่ เพราะมันคงจะดีมากทีเดียว ถ้างานหรือสิ่งที่เราต้องทำอยู่ เกิดจากสิ่งที่ชอบจริงๆ เหมือนที่ “เจเน็ต แอตวูด” (Janet Attwood) ชาวอเมริกัน ที่โด่งดังในเรื่องการช่วยให้หลายคนค้นพบแพชชั่นของตัวเองบอกไว้ว่า การค้นหาแพชชั่นให้กับชีวิต ควรเริ่มจากการเติมคำในช่องว่างที่ว่า “ถ้าชีวิตฉันบรรลุถึงจุดที่ฉันอยากเป็นที่สุดแล้ว ฉันคือ ……” ลองหยุดความวุ่นวายรอบตัว แล้วมานั่งนิ่งๆ กับมัน เพื่อหาคำตอบให้ได้ว่าเราคืออะไร อยากทำอะไร และอะไรสำคัญที่สุด ถ้าเราตอบได้ เราก็จะกล้าทำในสิ่งที่คิดและฝัน ค้นพบแพชชั่นให้กับทุกเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นการทำงาน การใช้ชีวิต หรือแม้กระทั่งเรื่องการหาความสุขให้ตัวเองด้วยงานอดิเรกที่หลงใหล

 4.ลาเจ้านายไปพักร้อน แล้วตามเก็บ Bucket List ให้ครบ

เหนื่อยเราไม่เหนื่อย เมื่อยเราไม่เมื่อย เราทำไปเรื่อยๆ แต่ถ้าถึงวันที่น็อตหลุด หัวจะระเบิด เราก็คงต้องขอลาเจ้านายไปพักร้อนกันสักหน่อยแล้ว ซึ่งจะหยุดงานทั้งที บางคนอาจยังรู้ไม่ว่าจะทำอะไร หรือแค่ลาไปนอนเปื่อยอยู่ที่บ้านเฉยๆ เราแนะนำให้ลองเปิดประสบการณ์ใหม่ๆ ก้าวออกจากคอมฟอร์ทโซน แล้วไปตามเก็บ Bucket List ลุยเที่ยวประเทศสุดเจ๋งที่โคตรอยากไป แต่ยังไม่กล้าไปเหยียบให้ถึงถิ่น ! ถ้ายังไม่มีลิสท์ในฝัน ลองมาดูที่ที่เราจัดไว้ให้กันเลย

  • ตะลอนซาฟารี ส่องสัตว์ที่แอฟฟริกา
  • ไปล่องเรือแม่น้ำอเมซอน
  • บันจีจัมพ์ลง Victoria falls น้ำตกที่ใหญ่ที่สุดในโลก ประเทศแซมเบีย
  • ไปตามอุ๋งอุ๋ง ที่เกาะกาลาปากอส
  • นั่งรถไฟสายทรานส์-ไซบีเรียข้ามทวีป

5. ออกจากกรอบสุด strict แล้วไปท้าทายชีวิตกันให้มันส์

บางครั้งการที่เราจริงจังกับอะไรเกินไป หรือแบกรับมันไว้ทั้งหมดก็ทำให้เราเครียด พาลให้งานที่กองพะเนินพังลงมาทีเดียว ลองปรับแอดทิจูด หัดปล่อยวางและไว้ใจคนรอบข้างให้เข้ามาช่วยบ้าง เพราะเราไม่สามารถทำทุกอย่างให้ดีไปพร้อมๆ กัน นอกจากนี้ แม้ว่าการเป็นเพอร์เฟ็คชั่นนิสจะทำให้ชีวิตเป็นไปตามแพลนเป๊ะ แต่การทำตามรูทีนหรืออยู่ในกรอบเดิมๆ ก็อาจทำให้เราพลาดอะไรดีๆ ไป ลองออกไปค้นพบความแปลกใหม่ที่ตื่นเต้นท้าทาย ด้วยการฉีกกฏสุดเข้มงวดของตัวเอง ไม่แน่เราอาจได้เจองานอดิเรกใหม่ หรือเปลี่ยนไลฟ์สไตล์ไปเลยก็ได้นะ

นอกจากทริคดีๆ 5 ข้อที่เราบอกไปแล้ว การมีรถยนต์ดีๆ ขับก็จะช่วยเพิ่มความบาลานซ์ให้กับชีวิต พร้อมเป็นเพื่อนคู่ใจพาเราออกไปลุยไลฟ์สไตล์ได้หลากหลายแบบ ด้วย “New Honda HR-V (ฮอนด้า เอชอาร์-วี ใหม่)” รถ crossover อเนกประสงค์ที่จะลิงค์ทุกพาร์ทในชีวิต ทั้งอยู่กับคนที่รัก ออกไปทำงาน หรือลุยเที่ยวก็เก็บให้ครบทุกด้าน ปลุกให้ทุกคนก้าวข้าม(Crossover) ข้อจำกัด ออกมาทําในสิ่งที่อยากทำ

ลุยไลฟ์สไตล์แบบ Crossover ให้สุดทุกด้านกับ NEW HONDA HR-V

เต็มที่ทุกจังหวะชีวิตด้วยตัวรถที่ผสานความสปอร์ตเร้าใจด้วยเครื่องยนต์ 1.8 ลิตร i-VTEC 141 แรงม้า กับรูปลักษณ์โฉบเฉี่ยว ห้องโดยสารพรีเมียมกว้างขวางเกินใคร พร้อมเทคโนโลยีความปลอดภัยล้ำสมัย และอุปกรณ์อำนวยความสะดวกครบครัน

SPORT EXTERIOR : ไฟหน้า LED ใหม่ พร้อมไฟส่องสว่างสำหรับการขับขี่ตอนกลางวัน Daytime Running Light (DRL) | ชายกันกระแทกด้านข้างสีดำแบบสปอร์ต

INTERIOR : พื้นที่ห้องโดยสารกว้างขวาง สไตล์พรีเมียม มีคอนโซลกลาง 2 ชั้น พร้อมแป้นเหยียบคันเร่งและเบรกแบบสปอร์ต

PANAROMIC SUNROOF : หลังคาซันรูฟไฟฟ้าพาโนรามา พร้อมระบบเปิดแบบ One-Touch

UTILITY : ตอบสนองอีกด้านของชีวิตด้วยรูปแบบการใช้งานที่ให้มากกว่าใคร พร้อมเบาะนั่งด้านหลังอเนกประสงค์พับได้ 3 แบบ คือ 1. Long Mode – พับเบาะทั้งด้านหน้า และด้านหลังขยายพื้นที่วางของในแนวยาว 2. Tall Mode – พับเบาะด้านหลังขึ้น เพิ่มพื้นที่เก็บของทรงสูง และ 3. Utility Mode – พับเบาะด้านหลังทั้ง 2 ด้าน เพิ่มพื้นที่เก็บของด้านหลังได้มากขึ้น

SAFETY : ระบบเตือนและช่วยเบรกที่ความเร็วต่ำ CTBA (City Break Active System) ช่วยลดอุบัติเหตุในช่วงความเร็ว 5-30 กม./ชม. โดยจะส่งเสียงเตือนถ้าใกล้เกิดอุบัติเหตุ แล้วเรายังไม่เหยียบเบรก ก็จะเบรกให้อัตโนมัติ

นอกจากนี้ ยังมีระบบ Honda LaneWatch ช่วยลดจุดบอดในการมองเห็น และ Walk Away Auto Lock ล็อครถให้อัตโนมัติเมื่อกุญแจรีโมทอยู่ห่างรถ เรียกได้ว่า เป็นรถยนต์ที่เข้ามาช่วยบาลานซ์ชีวิตครบทั้งทำงาน เที่ยว และพาไปทำสิ่งที่อยากทำ แบบสะท้อนชีวิตอินไซต์ของคนรุ่นใหม่ในยุคปัจจุบัน ที่ต้องการออกไปใช้ชีวิตตามที่หัวใจเรียกร้อง

“What’ s calling you :
ทุกเสียงเรียกจากข้างใน…ตามไปให้สุด”

ฮอนด้า เอชอาร์-วี ใหม่ มีทั้งหมด 3 รุ่น ได้แก่ รุ่น E ราคา 949,000 บาท, รุ่น EL ราคา 1,059,000 บาท และรุ่น RS ราคา 1,119,000 บาท มีให้เลือกทั้งหมด 5 สี โดยมีสีใหม่ คือ สีแดงแพสชั่น (มุก) มีจำหน่ายเฉพาะรุ่น RS และอีก 4 สี ได้แก่ สีขาวออร์คิด (มุก) สีดำคริสตัล (มุก) สีเงินลูนาร์ (เมทัลลิก) และสีเทารูสแบล็ค (เมทัลลิก)


ใครสนใจสามารถสัมผัสและจอง ฮอนด้า เอชอาร์- วี ใหม่ ได้ก่อนใคร ที่งาน ฟาสต์ ออโต้ โชว์ ไทยแลนด์ 2018 ระหว่างวันที่ 27 มิถุนายน – 1 กรกฎาคมนี้ บูธ A04 ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค ฮอลล์ 106 และที่งานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล ออโตซาลอน 2018 ระหว่างวันที่ 4-8 กรกฎาคม นี้ ณ อาคารชาเลนเจอร์ฮอลล์ 2 อิมแพ็ค เมืองทองธานี หรือที่โชว์รูมฮอนด้าทั่วประเทศ ตั้งแต่ 8 กรกฎาคมนี้ เป็นต้นไป

Facebook Comments