ป้ายตลาดอันเดิมที่ใช้อักษรตัว “ส.เสือ” เปิดชื่อ “สรีย่าน” เป็นสัญลักษณ์ที่ยืนยันได้ว่า “ตลาดศรีย่าน” มีมานาน ตั้งแต่สมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 หรือ “ยุคเสรีไทย” ผู้คนมากมายทั้งไทยและจีนเข้ามาตั้งชุมชนที่นี่ และสร้างจุดค้าขาย แลกเปลี่ยนสินค้า กลายเป็น ตลาดศรีย่าน ที่อยู่มานานกว่า 70 ปี จวบจนทุกวันนี้ที่กลายเป็นตลาดสุดคึกคัก มีเรื่องราวที่น่าสนใจ และมีอาหารเจ้าเด็ดเจ้าดังทั้งคาวหวาน

วันนี้เราเลยจะชวนไปเดินเล่นชิมของอร่อยที่ “ตลาดศรีย่าน” มองหาร้านเด็ด เจ้าเก่าแก่ทั้งอาหารมื้อหลัก และขนมหวานที่ได้กินแล้วจะติดใจ พร้อมย้อนวันวานผ่านเรื่องราวสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 กัน

A Story of Sriyan | ย้อนรอย “ศรีย่าน” ผ่านเรื่องเล่า

“เห็นป้าย “สรีย่าน” ที่เป็น “ส.เสือ” ไหม มันมีมาตั้งแต่สมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 เลยนะ”

ประโยคแรกจากคุณลุงวัย 60 ปีที่เริ่มบทสนทนากับเราใน “ตลาดศรีย่าน” ตลาดเก่าแก่ที่เปิดมานานเกือบ 70 ปี ตั้งอยู่บริเวณสี่แยกศรีย่าน ตรงจุดตัดของถนนสามเสนและถนนนครชัยศรี ในเขตดุสิต คุณลุงชวนเราคุยต่อถึงเรื่องราวของ ตลาดศรีย่าน อย่างสนุกสนานว่า

“เมื่อก่อนป้ายเขียนว่า “สรีย่าน” เพราะตลาดมันมีมาตั้งแต่ช่วงสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 หรือยุคเสรีไทย เขาเลยให้ใช้ ส. เสือตามภาษาไทยรูปแบบเก่า แล้วตรงนี้เป็นจุดที่ญี่ปุ่นมาทิ้งระเบิด มีหลุมหลบภัยอยู่ แล้วรู้หรือเปล่าว่า ศรีย่านเคยเป็นท่ารถรางด้วยนะ เป็นจุดสิ้นสุดของรถรางในประเทศไทย ตอนเด็กๆ ลุงยังเคยไปวิ่งเล่นแถวราง บดกระเบื้อง บดกระจกอยู่เลย”

คุณลุงยังเล่าภาพบรรยากาศบ้านเมืองสมัยวันวานต่อว่า เมื่อก่อนเป็นถนนคอนกรีตโบราณ ไม่ได้สูงเท่านี้ แล้วผู้คนส่วนมากที่มาตั้งรกรากที่นี่ จะเป็นคนจีน แต้จิ๋ว ซึ่งเป็นชาวเรือจากฝั่งวัดสระเกศราชวรมหาวิหาร ต่อมาภายในตลาด ก็ปรับปรุงใหม่ให้ดูสะอาดและเป็นระเบียบมากขึ้น พร้อมเปลี่ยนชื่อ “สรีย่าน” เป็น “ศรีย่าน” เพื่อให้ถูกต้องตามหลักภาษาไทยสมัยใหม่ แต่ตัวป้ายดั้งเดิม ก็ยังเก็บไว้ จนกลายเป็นจุดเช็คพอยท์ที่นักท่องเที่ยวมาถึงแล้วต้องแวะถ่ายรูปเสมอ

Foods That Make You Whole | อร่อยครบเครื่องเรื่องคาวหวาน

นอกจากเรื่องราวน่าสนใจตั้งแต่สมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 แล้ว ตลาดศรีย่าน ยังละลานตาไปด้วยอาหารคาวหวานหน้าตาน่ารับประทานมากมาย เรียกได้ว่า เป็นสวรรค์ของนักชิมเลยทีเดียว มีตั้งแต่อาหารโบราณรสชาติคุ้นลิ้นแบบดั้งเดิม ไปจนถึงอาหารที่อะแดปท์เมนู และตัวร้านให้เข้ากับยุคสมัย แต่ก็ยังคงเสน่ห์แบบเก่าไว้ได้อย่างคลาสสิก ซึ่งส่วนใหญ่แล้วเป็นร้านที่เปิดมาหลายสิบปี ส่งต่อความอร่อยจากรุ่นสู่รุ่นมาจนปัจจุบัน

ในตลาดจะมีโซนของสด เรียงรายด้วยแผงหมู เห็ด เป็ด ไก่ ผัก ปลาให้เลือกซื้อไปทำกับข้าวกันที่บ้าน พร้อมด้วยอาหารสำเร็จรูปครบต้ม ผัด แกง ทอด นึ่ง ย่าง ให้ซื้อเดินกินรองท้อง หรือติดไม้ติดมือกลับไปโซ้ยความอร่อยต่อที่บ้านเช่นกัน โดยร้านจะตั้งกันตั้งแต่ไก่ขันประมาณตี 4 บางร้านมีปิดพักระหว่างวัน แล้วเปิดอีกครั้งตอนเย็น หรือบางร้านก็เปิดยาวตั้งแต่เช้ายันค่ำกันเลย

นอกจากนี้ ตลาดศรีย่านยังมีร้านอาหารหลายร้าน ที่อร่อยจนต้องบอกต่อแบบปากต่อปาก และคอยดึงดูดให้ผู้คนแวะเวียนกลับมาลิ้มรสกันอย่างไม่ขาดสาย ซึ่งวันที่เราไปตลาด นอกจากจะไปพูดคุยกับคนท้องถิ่นแล้ว ก็ไม่พลาดตามเก็บร้านเจ้าดังต่างๆ ที่เขาว่ากันว่า “เด็ดจริง !” มาฝากกันด้วย จะมีร้านไหนบ้าง ตามเรามาเดินเล่นชิมของอร่อยที่ “ตลาดศรีย่าน” กันได้เลย

Sriyan Meatballs Noodles | ร้านลูกชิ้นศรีย่าน

ถ้าพูดถึงตลาดศรีย่าน ร้านแรกที่ต้องไปทานคงไม่พ้น “ลูกชิ้นศรีย่าน” ก๋วยเตี๋ยวเนื้อเจ้าเก่าดั้งเดิม เปิดขายมาแล้วกว่า 50 ปี ที่หลายคนติดใจในรสชาติอร่อยไม่เหมือนใคร ซึ่งถึงแม้เวลาจะผ่านไปหลายสิบปี แต่สูตรที่ส่งต่อกันผ่านรุ่นสู่รุ่นยังคงรสมือเดิม พร้อมเติมความใส่ใจลงไปในทุกขั้นตอน ทำให้ได้ก๋วยเตี๋ยวเนื้อคุณภาพดี ฝีมือไม่มีตกไปเลยสักนิด

ของขึ้นชื่อที่ร้านลูกชิ้นศรีย่าน ต้องยกให้ ‘ลูกชิ้น’ เพราะทางร้านใช้เนื้อวัวแท้ส่วนขาหลัง นำมาบดปรุงรสด้วยสูตรลับ และปั้นทีละลูกด้วยมือจนได้ลูกชิ้นนุ่ม เด้ง ส่วนลูกชิ้นเอ็น จะผสมส่วนเอ็นและหมึกแห้งลงไปเพิ่มความกรึบ เครื่องส่วนอื่นๆ ก็เด็ดไม่แพ้กัน ทั้งเนื้อสดส่วนสะโพกหมักข้ามคืน เนื้อเปื่อยที่ใช้เนื้อสามชั้นและเนื้อน่องลายที่ตุ๋นนาน 8-9 ชั่วโมง และตับวัวลวกแบบมีเดียมแรร์สไลด์มาพอดีคำ ให้เราคีบกิน พร้อมซดน้ำซุปใสสีทองรสเลิศ แอบกระซิบอีกนิดว่า น้ำส้มพริกดองของที่นี่ก็ไม่ธรรมดา ทำสดใหม่ทุกวัน ไม่มีปล่อยค้างคืน นำเนื้อมาจิ้มทาน รับรองฟินสุดๆ

ร้านเปิดทุกวัน เวลา 07:00-17:00 น. (หยุดทุกวันพุธที่ 3 ของเดือน)

Sa Ha Hiang | ซาฮะเฮียง ราชาหมูแผ่น

ต่อมาเป็นร้าน “ซาฮะเฮียง” ราชาหมูแผ่นเจ้าเด็ดเชลล์ชวนชิมที่เปิดมาถึง 50 ปี มีทั้งหมูแผ่น หมูหยอง หมูหวาน กุนเชียง และหมูตั้ง ทางร้านคัดวัตถุดิบคุณภาพ มาผสมกับเครื่องยาจีน ปรุงรสด้วยสูตรโบราณลับเฉพาะของครอบครัว

ราชาตัวจริงของร้านซาฮะเฮียงคือ “หมูตั้ง” เพราะเป็นอาหารโบราณที่หาทานได้ยากมาก ซึ่งทางร้านทำมาจากเอ็นหมู ผสมเนื้อหมูคัดพิเศษ และกุนเชียง ที่คัดเอาแต่เนื้อหมูคุณภาพ ไม่มีติดมัน ทำให้ได้รสชาติอร่อยล้ำ ที่ใครได้ลองกินสักคำก็จะติดใจ และอุดหนุนจนกลายเป็นลูกค้าประจำกันเลยทีเดียว หรือใครจะซื้อไปจัดกระเช้าเป็นของฝากก็ดูดี

ร้านเปิดทุกวัน เวลา 8:00 – 20:00 น.

JIW Noodles | จิว (เฮียบฮั้ว) ก๋วยเตี๋ยวลูกชิ้นปลาศรีย่าน

“ร้านจิว ก๋วยเตี๋ยวลูกชิ้นปลาเยาวราช” หรือ “ร้านเฮียบฮั้ว” ชื่อร้านก็บอกให้รู้อยู่แล้วว่าของอร่อยคือ “ก๋วยเตี๋ยวลูกชิ้นปลา” ที่สืบทอดความอร่อยนุ่ม เด้ง หนึบของลูกชิ้นมาจากเยาวราชได้อย่างสมบูรณ์แบบตลอด 15 ปี ซึ่งลูกชิ้นปลาของที่นี่ ใช้เนื้อปลาอินทรีสดใหม่ เน้นเนื้อล้วนๆ ไม่ผสมแป้ง สำหรับเมนูของทอดที่ใส่ในก๋วยเตี๋ยวก็กรอบ อร่อยไม่อมน้ำมัน โดยเฉพาะเผือกทอดต้องไม่พลาดมาสั่งนะบอกไว้ก่อน

ร้านจิวไม่ได้อร่อยแค่ก๋วยเตี๋ยวปลา แต่ยังมีข้าวน่ากินอีกหลายจาน ทั้งพระรามลงสรง ข้าวสตูว์หมูตุ๋น และข้าวหน้าไก่เห็ดหอม กินคู่กับน้ำจิ้ม โรยพริกเพิ่มแล้วอร่อยจนต้องสั่งเบิ้ล

ร้านเปิดทุกวัน เวลา 8:00 – 17:00 น.

Panettone Bakery & Restaurant | ปาเน็ตโทนเบเกอรี่ & เรสเตอรอง

เรียบร้อยจากของคาว เราพามาต่อของหวานที่ “ร้านปาเน็ตโทนเบเกอรี่ & เรสเตอรอง” ร้านเบเกอรี่ดั้งเดิมที่เปิดมานานถึง 21 ปี ตัวร้านรีโนเวทมาจากบ้านไม้หลังเก่า 2 ชั้น คงโครงสร้างเดิมไว้เกือบทั้งหมด ทาสีเพิ่ม แล้วนำของตกแต่งสุดเก๋าของเจ้าของร้าน และเฟอร์นิเจอร์ไม้สุดคลาสสิกมาจัดวาง เคล้ากับดนตรียุค 60 ทำให้ร้านนี้มีมนต์เสน่ห์น่าหลงใหลตามแบบฉบับเรโทร ที่นับว่าเป็นร้านแรกๆ ในกรุงเทพฯ ที่แต่งเป็นสไตล์เรโทรเลยก็ว่าได้ ซึ่งวันที่เราไป มีโอกาสได้พูดคุยกับ “พี่เสาวลักษณ์ โรจนาพันธุ์พัฒน์” เจ้าของร้าน ถึงที่มาของร้านเบเกอรี่บรรยากาศเรโทรแห่งนี้

“เดิมทีคุณโชคชัย สามีพี่เป็นอาจารย์สอนเบเกอรี่ ก็สอนเด็กไปหลายรุ่น แต่สมัยก่อนยังไม่มีร้านแบบนี้ เขาเลยอยากเปิดให้เป็นร้านต้นแบบกับนักเรียนเห็นว่า การเรียนเบเกอรี่มันต่อยอดเป็นอาชีพได้จริง ประกอบกับพอมีลูกก็เลยอยากเลี้ยงลูก แล้วก็ทำสิ่งที่รักด้วย ซึ่งที่ทำร้านนี้ เรามีความตั้งใจว่า อยากจะทำอาหารที่ดี อยากทำเบเกอรี่เหมือนเรากินเอง ขายในราคาที่ทุกคนกินได้ ใช้ของดี เลยเปิดร้านตามที่เราอยากได้ค่ะ”

เมนูแนะนำที่ชึ้นชื่อของร้านคือ “กาโตว์เค้ก” เค้กไร้แป้งที่คนรักของหวานติดกันงอมแงม ใช้แค่ไข่ ถั่ว น้ำตาล และเนยสด เอาไข่ขาวไปตี ไข่แดงไปทำคัสตาร์ด แล้วอบให้กรอบ จากนั้นฟรีซเพื่อคงเท็กเจอร์ ก็ได้เค้กที่อร่อยแบบไม่ต้องง้อแป้งแล้ว ทานคู่กับชาจีนหอมๆ ยิ่งเพิ่มความกลมกล่อม ไม่เพียงเท่านั้น ร้านปาเน็ตโทน ยังมีอาหารคาวให้ลิ้มรสกันอีกด้วย ทั้งกระดูกหมูอ่อนต้มมะดัน น้ำพริกปลาทูน่า และไข่เจียวผัดขี้เมา

ร้านเปิดทุกวัน เวลา 10:30 – 21:00 น.

Kanom Ba-Bin | ร้านขนมบ้าบิ่นศรีย่าน

ต่อกันที่ร้านขนมไทยโบราณ ร้านรถเข็นเล็กๆ ตรงข้ามร้านชาไข่มุก Quickly & Quality ที่ความอร่อยไม่เล็กเลยทีเดียว กับร้าน “ขนมบ้าบิ่นมะพร้าวอ่อน” ฟังชื่อขนมแล้วคงคิดว่าหากินได้ทั่วไป แต่ถ้าได้เห็นขนมบ้าบิ่นของร้านนี้ จะต้องเปลี่ยนคำตอบ เพราะขนมบ้าบิ่นของที่นี่หนานุ่ม หอมกลิ่นมะพร้าวอ่อน กัดเข้าไปแค่คำเดียว ต้องร้อง อื้อหือ !

โดยทางร้านจะนำมะพร้าวขูดแผ่นใหญ่มาผสมกับแป้งที่เตรียมไว้ จากนั้นตักลงบนเตาเป็นแผ่นสี่เหลี่ยมขนาดใหญ่ ตามด้วยโรยหน้ามะพร้าวอีกรอบแบบจัดหนักจัดเต็มสุดๆ ยิ่งกินตอนร้อนๆ ยิ่งอร่อย

ร้านเปิดทุกวัน เวลา 06:00 – 18:00 น.

Niwamol Fresh Milk | ร้านศรีย่าน นมสด (นิวมล)

ปิดท้ายของหวาน และจบทริป ตลาดศรีย่าน กันที่ “ร้านศรีย่าน นมสด (นิวมล)” ที่อยู่ติดกับร้านลูกชิ้นศรีย่าน ร้านนี้เปิดมานานกว่า 20 ซึ่งสูตรการทำขนมปัง และสังขยาได้รับมรดกตกทอดมาจากรุ่นคุณแม่ ขึ้นชื่อว่าร้านนมสดแล้ว เครื่องดื่มทุกแก้วของที่ร้านต้องทำจากนมวัวแท้ 100% อย่างแน่นอน ซึ่งเครื่องดื่มแก้วฮิต คือ นมสดเย็น และชาซีลอนรสต้นตำรับ

มีเครื่องดื่มแล้ว ก็ต้องกินคู่กับขนมปัง ทางร้านจึงพร้อมเสิร์ฟขนมปังนึ่ง จิ้มสังขยาหลากรสชาติ ซึ่งถ้าให้เจ๋ง ต้องเป็นสังขยาไข่แดงเข้มข้น และขนมปังปิ้ง ทาเนยเน้นๆ ส่งกลิ่นหอมทั่วร้าน แถมขนมปังปิ้งยังมีหน้าต่างๆ แสนน่ากินให้เลือก เช่น เนยนม, เนยสังขยา, เนยช็อคโกแลต หรือเนยเผือก ที่สำคัญร้านนี้กวนสังขยาสดใหม่ทุกวัน แบบไม่พึ่งสารกันบูด เพราะฉะนั้นถ้าอยากกินขนมปังนึ่ง จิ้มสังขยาแบบสดอร่อย เราแนะนำให้มาที่ร้าน แต่ถ้าจะซื้อกลับบ้าน ต้องรีบกินภายในวันนั้นเลยนะ

ร้านเปิดทุกวัน เวลา 08.00 – 19.00 น.

Facebook Comments