ไม่ว่าช้าหรือเร็ว การจากลาย่อมมาเยือนทุกสรรพสิ่งบนโลกใบนี้ ทำให้คนที่ยังมีลมหายใจอยู่ ต้องเป็นผู้ทำหน้าที่ส่งร่างที่ไร้ชีวิตจิตใจ ซึ่งอาจเป็นคนในครอบครัว หรือเป็นคนที่คุณรักให้ไปสู่ภพภูมิที่ดี อันเป็นสิ่งสุดท้ายก่อนจากกันไปตลอดกาล เช่นเดียวกับ ‘สัตว์เลี้ยง’ ที่เจ้าของปรารถนาจะทำหน้าที่ส่งดวงใจเหล่านั้นเพื่อเป็นความทรงจำในวาระสุดท้ายเช่นกัน

เมื่อมีเกิดก็ต้องมีดับ ‘การจัดงานศพ’ จึงฟังดูเป็นเรื่องธรรมดาของมนุษย์เรา แต่ถ้าพูดถึง ‘การจัดงานศพให้กับสัตว์เลี้ยง’ นั้นอาจดูเป็นเรื่องแปลกใหม่ และเชื่อเลยว่าหลายคนที่เลี้ยงสัตว์ อาจยังไม่มองถึงวันที่พวกมันต้องจากเราไป เคยลองคิดบ้างไหมว่า วันหนึ่งที่เราจะไม่มีโอกาสได้ชิดใกล้ความจริงใจจากพวกมัน เราควรจัดการหรือรับผิดชอบต่อร่างไร้วิญญาณนั้นอย่างไร

ณ วัดน้อยนอก จังหวัดนนทบุรี สถานที่ที่มีมุมเล็ก ๆ สำหรับจัดงานศพสัตว์เลี้ยงที่ขยับขยายมาจากวัดกระทุ่มเสือปลา ในซอยอ่อนนุช 67 เพื่อให้เพียงพอต่อศพของสัตว์เลี้ยงที่จ่อคิวกว่าสี่ร้อยชีวิต ทั้งหมดดำเนินการด้วยความทุ่มเทของ ‘ธีรวัฒน์ แซ่ห่าน’ ผู้ก่อตั้ง ‘Pet Funeral Thailand’ ซึ่งเป็นโครงการรับจัดงานศพสัตว์เลี้ยงที่ดำเนินงานมากว่า 7 ปี

แรกเริ่มเดิมทีเขาทำงานบริษัทมาจนถึงจุดอิ่มตัว และด้วยความที่เป็นคนรักสัตว์ จึงลาออกมาเปิดร้านเพ็ทช้อป จนวันหนึ่งได้มีลูกค้ามาชวนไปงานศพสัตว์เลี้ยง ภาพที่เขาคาดคิดไว้ว่าจะได้เห็นพิธีกรรมที่เป็นลำดับขั้นตอนกลับต้องพังทลายลง เพราะสิ่งที่เกิดขึ้นคือการเผาทำลายซากทั่วไป ไม่ใช่งานศพแบบที่ควรจะเป็น เหล่านี้นำมาสู่การลองผิดลองถูก ก่อนจะออกมาเป็นรูปเป็นร่างแบบทุกวันนี้

“วันที่ลูกค้าที่สนิทกันมาเชิญผมไปงานศพสัตว์เลี้ยงของเขา พอผมได้ยินก็รู้สึกแปลกดี เลยลองไปงานดู แต่พอไปถึง สิ่งที่เห็นนั้นไม่ใช่งานศพ แต่มันเป็นการเผาทำลายซาก ความคิดที่อยากจะจัดงานศพให้สัตว์เลี้ยงให้สมบูรณ์แบบจึงเกิดขึ้น”

ธีรวัฒน์เล่าว่า สิ่งที่ยากที่สุดคือเริ่มต้น เพราะการติดต่อกับวัดนั้น ไม่ใช่ว่าจะได้มาอย่างง่ายดาย ตัววัดเองก็ต้องคำนึงถึงปัจจัยต่าง ๆ รวมถึงภาพลักษณ์เป็นสำคัญ แต่เขาก็ตอกย้ำถึงความต้องการที่จะให้โครงการนี้เป็นตัวเลือกที่เจ้าของจะได้แสดงความรับผิดชอบต่อสัตว์เลี้ยงของตัวเอง และความตั้งใจสำคัญ อย่างการได้ใช้เวลาร่วมกับสัตว์เลี้ยงเป็นครั้งสุดท้าย รวมถึงทีมงานที่จะเข้ามาทำหน้าที่ตรงนี้ ต้องมาด้วยใจจริง ๆ เพราะเป็นอันรู้กันว่า การอยู่กับซากศพ เถ้ากระดูก และควันไฟ อาจเป็นสิ่งที่หลายคนไม่อยากจะคลุกคลีมากนัก

เรื่องที่ธีรวัฒน์ถูกตั้งคำถามมากที่สุด คงเป็นเรื่องพิธีการว่ามีความแตกต่างจากงานศพมนุษย์อย่างไร ซึ่งเขาก็ทำให้เจ้าของได้เห็นว่า ร่างไร้วิญญาณทุกศพจะได้รับการปฏิบัติ และจัดพิธีกรรมต่าง ๆ คล้ายกับคนทุกขั้นตอน แต่ต่างกันเล็กน้อยตรงบทสวดที่เน้นการขอขมากรรมและการอุทิศส่วนบุญส่วนกุศล โดยการจัดงานศพสัตว์เลี้ยงนั้น จะเปิดให้เจ้าของได้เลือกจัดพิธีฌาปณกิจตามกำลังทรัพย์ และความสะดวกของตน

ธีรวัฒน์เล่าให้เราฟังถึงการจัดพิธีว่า การจ้างนั้นมีตั้งแต่หลักพันไปจนถึงระดับวีไอพี สัตว์ที่เคยจัดงานศพมา ไม่ได้มีเพียงแค่สุนัขหรือแมว แต่ยังมีสัตว์เลี้ยงอื่น ๆ อย่างเต่า ไก่ชน นก ปลา กระต่าย งู ฯลฯ ส่วนพิธีกรรมก็จะคล้ายกับคน คือเริ่มด้วยพิธีการขอขมากรรม จากนั้นก็อธิษฐานผ้าบังสุกุล ต่อด้วยการถวายสังฆทาน แล้วพระก็จะเริ่มสวดพระอภิธรรม ซึ่งหลังจากสวดเสร็จก็จะเป็นการวางดอกไม้จันทน์ และเริ่มการฌาปณกิจหรือการเผา เมื่อเสร็จในทุกขั้นตอนแล้ว ก็จะนำเถ้ากระดูกเพื่อเตรียมลอยอังคารต่อไป

หากส่องธุรกิจงานศพสำหรับสัตว์เลี้ยงในต่างประเทศอย่างญี่ปุ่นและสิงคโปร์ จะเห็นว่าธุรกิจหลังความตายเป็นอีกหนึ่งสิ่งที่ได้รับความนิยมและเติบโตขึ้นเรื่อย ๆ ตามข้อมูลของ AsiaOne เพราะที่นั่นให้คุณค่าต่อสัตว์เลี้ยงเท่าเทียมกับมนุษย์

ท่ามกลางธุรกิจหลังความตายที่เติบโตขึ้นเรื่อย ๆ หลายคนอาจมองว่าเป็นสิ่งที่สิ้นเปลืองและไม่ควรทำ เพราะดูเป็นการยกสถานะ ‘สัตว์’ ให้ทัดเทียมกับ ‘มนุษย์’ แต่สิ่งนี้ถือเป็นเรื่องปัจเจก และเป็นความเต็มใจของแต่ละคน หากเราเป็นเจ้าของสัตว์เลี้ยงที่มีความรับผิดชอบมากพอ สิ่งที่ควรทำคือการทุ่มเทดูแลชีวิตของพวกมันให้ดีที่สุด ตั้งแต่วินาทีแรกจนถึงลมหายใจสุดท้าย เพราะไม่ใช่แค่เพียงความรักที่เรามีให้สัตว์เลี้ยง แต่มันคือจิตสำนึกที่เราควรมีต่อส่วนรวม

ความเงียบและบรรยากาศอึมครึมระหว่างการวางดอกไม้จันทน์ เมรุเผาศพค่อย ๆ สลายร่างของเพื่อนรักสี่ขาที่เพิ่งจากลาไป เราได้พูดคุยกับเจ้าของสัตว์เลี้ยงถึงเหตุผลที่เขาเลือกมาจัดงานศพที่นี่ คำตอบที่เราได้ไม่ผิดแปลกไปจากสิ่งที่เราคาดคิด เพราะพวกเขามองเพียงแค่ว่า

“ต้องการทำสิ่งดี ๆ เพื่อเป็นสิ่งสุดท้ายให้กับสัตว์เลี้ยงที่เปรียบเสมือนคนในครอบครัว”

ด้วยพื้นที่จำกัดของเมืองเรา อาจทำให้เจ้าของไม่รู้วิธีการจัดการกับจุดนี้ เราเลยเห็นเจ้าของบางคนที่อาจยังมีจิตสำนึกไม่มากพอ จัดการร่างไร้วิญญาณเหล่านั้นด้วยการนำไปโยนทิ้งตามแม่น้ำลำคลอง หรือเอาไปวางทิ้งตามที่สาธารณะจนเกิดเป็นภาพที่ไม่น่าดูเท่าไรนัก ทำให้ต้องมีกฎหมายที่ออกมาควบคุมปัญหาเหล่านี้ เพราะซากสัตว์อาจสร้างความเดือดร้อน และความรำคาญแก่ผู้อื่น

จริงอยู่ที่การเลี้ยงสัตว์สักหนึ่งชีวิต มันคือการจ่ายเงินออกไปอย่างเดียว แต่สิ่งที่เจ้าของจะได้กลับมา คงไม่มีอะไรมาตอบแทนได้นอกจากความรัก ความผูกพัน และความซื่อสัตย์ของสัตว์เลี้ยง ‘การจัดงานศพ’ ก็เช่นกัน เพราะนี่อาจเป็นสิ่งที่ช่วยเยียวยาความเศร้าจากการจากลาได้ ไม่ว่าจะจัดพิธีแบบเรียบง่าย หรือจัดอย่างยิ่งใหญ่ก็ล้วนมีคุณค่าทางจิตใจ และเป็น ‘ความทรงจำ’ ในวาระสุดท้ายที่เราได้มอบให้แก่สิ่งมีชีวิตตัวนี้

Sources :
www.asiaone.com
www.voathai.com

Content Writer : Panaikorn W.
Photographer : Panaikorn W.
Graphic Designer : Vachara P.

Facebook Comments