pick

Pyra ศิลปินที่ใช้เพลง ‘yellow fever’ บอกชายตะวันตกว่าหยุดหื่นใส่สาวเอเชียค่ะ ขอบคุณ!

ทรวดทรงองเอวของสาวเอเชีย ทำผู้ชายตะวันตกจำนวนไม่น้อยสำเร็จความใคร่ โดยเฉพาะคลิปโป๊ที่เอาสารพัดสิ่งของที่ไม่ควรยัดใส่ช่องคลอด เป็นประเภทที่ติดท็อปชาร์ต จนสร้างภาพจำต่อรสนิยมเซ็กซ์ว่าผู้หญิงชอบให้เอาของทุกอย่างใส่อวัยวะเพศ

หรือแม้กระทั่งการแปะป้ายว่า ‘เอเชีย = ซ่อง’ เพราะคลิปนวดกระปู๋ที่ทำให้อารมณ์ทางเพศของชายตะวันตกขนลุกซู่จนฉุดไม่อยู่ ซึ่งรสนิยม Fetish (คลั่งไคล้ทางเพศ) ไม่ใช่เรื่องผิดถ้าไม่ได้ละเมิดสิทธิใคร แต่มันผิดที่ฝรั่งส่วนใหญ่เหมารวมว่า ‘ผู้หญิงเอเชียทุกคนมีรสนิยมแบบนั้น’ และ ‘ผู้หญิงเอเชียทุกคนขายบริการ’

การเหมารวมข้างต้น ทำให้ Pyra ศิลปินไทย ผู้ใช้ ‘บทเพลง’ สะท้อนปัญหาสังคมอย่าง plastic world เพื่อเสียดสีสังคมบริโภคนิยม หรือ bangkok เพื่อส่งเสียงเรื่องการเมืองไทยออกไป กลับมาคราวนี้ Pyra จึงอยากใช้เพลง yellow fever เพื่อส่งสารให้ชายตะวันตกว่า ‘อย่าเห็นผู้หญิงเป็นแค่วัตถุทางเพศ’ 

ก่อนเข้าสู่เสียงดนตรี Pyra ปล่อยฉากเปิดมิวสิกวิดีโอ yellow fever ด้วยการยืนในลิฟต์ท่ามกลาง ‘ชายตะวันตก’ ที่ดีอกดีใจหลังจากตีก้นของเธอโดยไม่ยินยอม ซึ่ง Pyra แอบกระซิบว่าฉากนี้ มีแรงบันดาลใจจากประสบการณ์จริงที่เธอเคยโดนจากคนรู้จัก แต่ทำได้แค่หัวเราะแห้งๆ กลบเกลื่อนไป ไม่ต่างจากในมิวสิกวิดีโอ ที่เธอไม่ได้ตอบโต้อะไรกลับไปทันที เพราะนาทีนั้นทำอะไรไม่ถูก

เมื่อตั้งสติได้ Pyra ที่สวมบทบาทเป็นไกด์ พาเหล่านักท่องเที่ยวชายต่างถิ่นไปเปิดโคมแดงที่เต็มไปด้วย ‘Fetish’ (ความคลั่งไคล้ทางเพศ) แต่สวิตซ์บทบาทผู้ให้บริการเป็น ‘ผู้ชาย’ ดูบ้าง ตั้งแต่โชว์ปิงปองด้วยอวัยวะเพศ ไปจนถึงซูชิเปลือยกาย ล้วนเป็นสัญญะที่สะท้อนถึงภาพจำว่าผู้หญิงเอเชียต้องคอยบำเรออารมณ์ทางเพศ และเป็นการ ‘เอาคืน’ ผู้ชายตะวันตกที่เห็นผู้หญิงเป็นแค่วัตถุทางเพศ

Tell me one more time how you love us
Ask me ’bout the price, tell you how much
Don’t have to tell your favourite color
bet you think we’re all made in china

หลังจบอินโทร Pyra จัดหนักจัดเต็มตั้งแต่ Verse แรก สื่อความหมายที่ฝั่งตะวันตกโคตรเหมารวมเอเชียว่าคนผิวขาว ตาชั้นเดียว และผมสีเข้ม = คนจีน ซึ่ง Pyra ได้คำว่า ‘made in china’ มาจากประสบการณ์ของคนรอบตัว ทั้งการไปเที่ยวต่างประเทศแล้วโดนพูดใส่ว่า ‘ชิงชิงอะริง’ หรือแสร้งพูดล้อเลียนให้เหมือนภาษาจีน โดยเฉพาะเพื่อนหลายๆ คนในสหรัฐอเมริกายังโดนเหยียดเชื้อชาติ และหาว่าเป็น ‘Chinese Dog’ คำสแลงที่แปลว่า ‘คนเอเชียไม่ต่างจากหมา’

หรือท่อนร้องของ Ramengvrl ที่บอกว่า “Yes, my eyes are low, but no, I don’t speak arigatou” (ใช่ ฉันตาตี่ แต่ฉันไม่ได้พูดอะริกาโตะ) เพื่อบอกว่าตาตี่ไม่ได้แปลว่าต้องมาจากจีน หรือพูดญี่ปุ่น

“ดูจากบริบท ใครเคยไปเที่ยวต่างประเทศจะชอบโดนทักว่าหนีห่าว มันเป็นการเหมารวมว่าเอเชียทุกคนคือคนจีน ซึ่งมันไม่ใช่ สิ่งนี้เป็นเรื่องที่เราอยากสื่อออกไปให้โลกตะวันตกรู้ว่า มึงจะมาเรียกกูแบบนั้นไม่ได้นะ เพราะว่าทวีปเอเชียไม่ได้มีแค่จีน มันหลากหลายมากกว่านั้น”

Bet you think the yellow screams louder
And all Bangkok babies are designer
Bet you wondering if I got a vagina

การเหมารวมใน yellow fever ไม่ได้หยุดแค่นั้น เพราะ Pyra ระเบิดความอัดอั้นที่มีทั้งหมด ใส่ลงไปใน Verse ที่สอง โดยเฉพาะชายตะวันตกชอบคิดว่า ‘ผู้หญิงเอเชียต้องครางเสียงดัง’ เพราะมีภาพจำมาจาก ‘คลิปโป๊’ 

เท่านั้นยังไม่พอ ท่อนถัดมาเป็นการเหมารวมผู้หญิงไทยบ้านเรา ว่าเป็น ‘กะเทย’ จนมีโจ๊กขำๆ ในกลุ่มตะวันตกว่าประเทศไทยกะเทยเยอะมากและสวยมาก ดูเนียนจนแยกไม่ออกว่าของแท้หรือของเทียม ซึ่ง Pyra เคยมีประสบการณ์โดนฝรั่งถามว่า “เธอมีจิ๋มหรือเปล่า” เธอจึงหยิบเอาคำว่า ‘Designer’ เป็นสแลงที่ต่างประเทศใช้เรียกกลุ่มทรานส์เจนเดอร์มาใช้แต่งเพลง แถมในมิวสิกวิดีโอ Pyra ยังใส่สัญญะ ‘ส้มตำ’ ที่ฝรั่งเล่ากันปากต่อปากว่า ‘หาบเร่ส้มตำไม่ได้ขายของกินนะ แต่ขายบริการ’

“เพื่อนชาวตะวันตกเขาไม่เคยเที่ยวประเทศไทยมาก่อน สิ่งแรกที่เขานึกถึงเหมือนหลายๆ คน เขาคิดว่าเราเป็นซ่องของเอเชีย เขาถามติดตลกว่าสรุป you เป็นผู้หญิงหรือเปล่า หรือ you เป็น Ladyboy ตอนนั้นเรารู้สึก Offended มาก รู้สึกว่าทำไมมึงไม่ให้เกียรติกูเลยวะ ถึงแม้กูจะเป็น แต่ You need to have some respect everybody ไม่ว่าเราจะเป็นกะเทยหรือไม่ก็ตาม

“อีกมุมหนึ่งคนชอบคิดว่าประเทศเราผู้หญิงทำมาหากินด้วยการขายบริการ ซึ่งเราควร Educate ทั้งโลกนี้กันใหม่ ใครก็ตามที่เขาเลือกเป็น Sex Workers เขาคือคนทำงานอาชีพหนึ่งเหมือนกัน เพราะฉะนั้น เขาสมควรได้รับการให้เกียรติเท่าเทียมกับซีอีโอในบริษัท เพราะมันคืออาชีพที่เขาเลือกแล้วเขาพอใจ คุณไม่ควรไปลดคุณค่าในตัวของเขา ถ้าไม่รู้ว่าชีวิตเขาผ่านอะไรมาบ้าง”

yellow fever, Everybody wanna be her
yellow fever, Get in line follow the leader
yellow fever, She’ll make you a believer
yellow fever, Get in line follow the leader

ท่อนฮุกของ yellow fever ทำให้หลายคนต้องโยกหัวตาม และสร้างความฮึกเหิมขึ้นมาในใจ ถ้าคุณเป็นผู้หญิง เพราะ Pyra ต้องการใช้ประโยคนี้เพื่อ Empower ว่าผู้หญิงก็เป็นผู้นำได้ ซึ่งคำว่า ‘yellow fever’ ติดหูนักฟังไปเป็นที่เรียบร้อย ถ้าแปลอย่างตรงตัวคือ ‘ไข้เหลือง’ แต่สำหรับเพลงนี้ Pyra บอกว่า เป็นคำสแลงที่ใช้เรียกอาการคลั่งสาวเอเชียโดยเฉพาะ

“คำว่า yellow fever เป็นคำที่มีอยู่แล้ว แต่คนเอเชียอาจจะไม่รู้ ซึ่งฝั่งตะวันตกเขาใช้คำนี้เป็นสแลง Pyra รู้จักคำนี้จากผู้ชายหนึ่งคนที่เขาเป็นฝรั่ง เขาบอกเราว่าเขามี yellow fever อารมณ์แบบคลั่งไคล้สาวเอเชีย เราฟังไม่ได้รู้สึกว่าแรงนะ แต่รู้สึกว่าขยะแขยงมากกว่า ซึ่งคำนี้เราแปลว่ามันเป็น A nasty fetishization against toward woman คุณชอบคนเอเชียได้ คุณชอบคนผิวขาวได้ แต่คุณต้องไม่ล่วงล้ำสิทธิของคนอื่น”

I’m not your fetish, not your trophy, not your muse
Muay Thai on you bad guys, baby, I don’t do kung fu
What you say, ching-ching-a-ling, baby, I am so confused

ท่อนร้องของ Yayoi Daimon รวมความเหยียดของชาวเอเชียเอาไว้ด้วยกัน แค่เปิดขึ้นมาก็ประกาศกร้าวต่อชายตะวันตกแล้วว่า “ฉันไม่ใช่วัตถุทางเพศของพวกแก! และไม่ใช่รางวัลสนองตัณหา!” แม้กระทั่งการโดนเหมารวมว่าเป็นคนไทยก็ต้องต่อยมวยไทย เป็นคนจีนต้องเก่งกังฟูสิ หรือเป็นคนญี่ปุ่นต้องใส่กระโปรงเซเลอร์มูนเหมือนในเว็บโป๊หมวด Japanese Girl เพื่อให้พวกผู้ชายเอาไปชักว่าว 

Pyra ตอบกลับความคิดเหยียดสาวเอเชียด้วยการบอกว่า ‘หยุดหื่นใส่สาวเอเชียค่ะ กูไม่ใช่วัตถุทางเพศของมึง!’ (Please, stop fetishizing Asian bodies, thank you)

“พาร์ตของ Yayoi Daimon เราเป็นคนเขียนเนื้อร้องร่วมกับ Co-writer แล้วให้ Yayoi เป็นมุมสาวญี่ปุ่น คือถ้าคุณเข้า Pornhub จะเห็นว่าหมวดสุดฮอตคือ Japanese ซึ่งมันมาพร้อมกับ Hentai (อนิเมะโป๊) และ Tentacle (หนังโป๊แฟนตาซี เช่น ใช้หนวดหมึก ปลาไหล) หรือเดินไปแผนก 18+ คุณเห็นชุดเซเลอร์มูนแบบซีทรู นั่นคือ Fetish

“หนังโป๊ที่เป็น Fetish เราไม่รู้ว่ามันผิดหรือไม่ผิด แต่มันสร้างการเหมารวมสิ่งเหล่านี้ขึ้นมา ให้คนเข้าใจผิดว่า เฮ้ย คนญี่ปุ่นชอบเอาปลาไหลยัดจิ๋ม มันไม่ใช่อะ ลองเดินไปบนถนนแล้วถามผู้หญิงว่าคุณเคยไหม แน่นอนว่าเขาต้องตอบว่าไม่เคย ตรงนี้แหละ คือสิ่งที่เราพยายามทำลายมัน

“อีกอย่างคือ ผู้หญิงดูหนังโป๊ได้ แต่สิ่งที่ขาดคือหนังโป๊เพื่อผู้หญิง เพราะทุกอย่างที่ถูกผลิตขึ้นมันเป็นมุมที่ผู้ชายอยากดู ต้องบอกว่าสิ่งที่ผู้หญิงกับผู้ชายอยากดูมันไม่เหมือนกัน เราคงเปลี่ยนอะไรไม่ได้เพราะมันคือวิสัยทัศน์ของผู้กำกับ และคงมีตลาดที่อยากดูสิ่งนั้นด้วย แต่ที่แน่ๆ คุณไม่สามารถเอาหนังโป๊มาสรุป หรือตัดสินใครได้ โอเค มันอาจเป็นแฟนตาซีของคนๆ นั้นอยู่ลึกๆ แต่ชีวิตจริงอาจทำไม่ได้ ต้องแยกแยะ

“ส่วนเรื่องการเห็นผู้หญิงเป็นวัตถุทางเพศ ต้องบอกว่าคงมีคนคิดแบบนั้นเยอะ แต่โลกตอนนี้มันเปลี่ยนไปแล้ว ถึงได้มี Black Lives Matter หรือ Stop Asian Hate โลกพัฒนาไปจนถึงขั้นที่เราออกมาเรียกร้องความเท่าเทียมแล้ว ถ้าคุณยังคิดอะไรแบบนั้นอยู่มันตกยุคแล้ว อีกอย่างเราต้องการเขียนเพลงนี้ขึ้นมาเพื่อฝั่งตะวันตก ไม่ใช่เขียนเพื่อคนเอเชีย เราอยากสื่อความรู้สึกของผู้หญิงเอเชียทั้งทวีปว่า มึงน่าขยะแขยงว่ะ”

นอกจากอาการคลั่งสาวเอเชีย yellow fever ยังซ่อนประเด็น ‘ความเท่าเทียม’ ไว้ในเพลงด้วยเช่นกัน เพราะไม่ว่าจะเพศอะไร ชาติพันธุ์ หรือสีผิวไหน ก็ไม่มีใครอยู่เหนือกว่าใคร ‘มนุษย์’ ทุกคนเท่ากัน

เนื้อหาในเพลง yellow fever ยังทำให้เราตระหนักถึงกรณี #StopAsianHate แฮชแท็กต่อต้าน ‘Hate Crimes’ อาชญากรรมที่มีต้นเหตุมาจากความเกลียดชัง ซึ่งเป็นกระแสเพิ่มขึ้นจากกรณีชาวผิวขาว เข้ากราดยิงสปา ซึ่ง 6 ใน 8 ผู้เสียชีวิตเป็นชาวเอเชีย แต่เขากลับถูกตัดสินว่าเป็นอาชญากรรมทั่วไป และไม่ได้มีแรงจูงใจจากการ ‘เหยียดเชื้อชาติ’ 

เหตุการณ์นั้นสร้างความหวาดกลัวให้คนเอเชียว่า การทำร้ายร่างกายด้วยเหตุผลแค่ ‘คุณคือคนเอเชีย’ ทวีความรุนแรงมากกว่าการเหยียดด้วยคำพูด ‘หนีห่าว’ หรือล้อเลียนภาษาของคนเอเชียหลายสเต็ป

“Pyra อยากให้สื่อในเอเชียช่วยกันตะโกน #StopAsianHate เราช่วยเป็นกระบอกเสียงให้ #BlackLivesMatter มาแล้ว ถึงตาคนเอเชียที่จะช่วยพูดเรื่องของพวกเราให้ดังมากกว่านี้”


Source : https://youtu.be/3aQHDdE5HTs

Contributor

ตุลยา สวนสันต์

Writer

นักเขียนผู้หลงรักชาไทย ใส่ใจหมามากกว่าสุขภาพ และมีเรื่องตลกในชีวิตมากกว่าผลงานของรัฐบาล

อัญชิษฐา เอกชัย

Graphic Designer

กราฟิกดีไซเนอร์ที่ใช้ชีวิตกว่า 70% ในทวิตเตอร์ ชอบหนัง Romantic comedy และมีแพสชันกับของอร่อย

พูนสวัสดิ์ สุดตะมา

Photographer

"เกิดมาเป็นตลกอุปกรณ์ ตอนเด็กแบกบ้านไปเรียน ตอนโตแบกบ้านไปถ่า