สมัยเป็นวัยรุ่นมัธยมฯ ผู้เขียนเชื่อว่า หลายคนคงเคยมีความทรงจำปั๊ปปี้เลิฟ เขียนจดหมายรักหารุ่นพี่หรือรุ่นน้องที่แอบชอบกันมาบ้าง กระทั่งบางคนอาจมีประสบการณ์เขียนจดหมายหารายการวิทยุหรือโทรทัศน์ หวังจะได้คุยกับศิลปินที่ชื่นชอบ
คิดถึงตอนนั้นแล้วก็ภูมิใจในความใจใหญ่ของตัวเอง แน่นอนแหละ มันคงไม่ถึงกับคำว่า ‘รักอย่างไม่มีเงื่อนไข’ เพราะเราก็คงแอบหวังให้คนที่ชอบเขาชอบเรากลับ หรือศิลปินคนโปรดได้รับรู้ถึงความปลาบปลื้มที่เรามีให้มานานบ้างไม่มากก็น้อย
แต่คำว่า ‘ใจใหญ่’ ที่เราหมายถึงคือ การกล้าได้มากกว่าเสีย การที่ความสุขอัดแน่นจนหัวใจขยาย แล้วเรื่องน่ากลัวต่างๆ เช่น กลัวเสียฟอร์ม กลัวเขาไม่สนใจ กลัวเขาเห็นว่าเราเด๋อ ฯลฯ หดลดลง
จะเป็นอย่างไรถ้าความรักที่เคยส่งต่อให้ใคร จะส่งกลับมาที่เราบ้าง
‘เอลิซาเบธ กิลเบิร์ต’ (Elizabeth Gilbert) นักเขียนชื่อดัง เจ้าของงานเขียน Eat, Pray, Love ที่ถูกนำมาสร้างเป็นภาพยนตร์ เธอออกมาเล่าถึงกิจกรรมปลอบประโลมหัวใจตัวเองที่ทำมานานหลายปีแล้ว นั่นคือ การเขียนจดหมายจากความรักถึงตัวเอง
สิ่งนี้ช่วยพยุงเธอขึ้นจากจิตใจที่อ่อนล้ามาหลายครั้ง โดยเฉพาะในช่วงที่เธออยู่ในภาวะซึมเศร้าอย่างหนัก เธอเล่าว่า มีคนมากมายเคยทั้งเขียนจดหมายและเข้ามาคุยมาชมเธอ แต่มันก็ยังไม่ใช่ถ้อยคำที่เธอต้องการ เอลิซาเบธจึงเริ่มเขียน ‘จดหมายรัก’ ผ่านถ้อยคำจากความรักที่เธอเคยหวังว่าอยากให้มีใครสักคนมาพูดแบบนี้กับเธอ
‘คนอื่นเขาไม่สามารถอยู่กับเราตลอดเวลาได้ ถ้าเราไม่อยู่กับตัวเองในช่วงที่มืดหม่นที่สุดในชีวิต แล้วใครจะไปอยู่ตรงนั้นเพื่อเรา’
ความรักของเราหน้าตาเป็นแบบไหน ก่อนจะมีใครมาบอกว่าต้องทำยังไงถึงคู่ควรกับการได้รับความรัก
“การเกลียดชังตัวเองเป็นเหมือนไวรัส” เอลิซาเบธพูดไว้ และบอกให้ผู้ฟังลองถามตัวเองว่า มันเฮลตี้กับหัวใจหรือเปล่าสำหรับการใช้ชีวิตอยู่ในห้วงความคิดที่มีแต่การต่อว่า ก่นด่า ตัดสิน และดูถูกตัวเอง
สำหรับผู้เขียนเอง เราเชื่อเสมอว่าทุกคนเกิดมาพร้อมความรัก แต่ระหว่างทางของการใช้ชีวิต มีหลายคำพูด หลายการกระทำ หรือบรรทัดฐานทางสังคม รวมถึงอิทธิพลของโลกโดยเฉพาะโลกออนไลน์ ที่ค่อยๆ เข้ามาเซาะ กัดกินความรักตัวเองของเราให้ผุกร่อน จนเสียงจากข้างนอกดังกว่าเสียงในใจของเราไปโดยปริยาย
คล้ายๆ กับว่า ถึงแม้เราจะอยากรักตัวเองขนาดไหน ก็ต้องมีอะไรบางอย่างคอยมาต้านเราไว้
เรื่องนี้เกิดเมื่อหลายปีมาแล้ว ผู้เขียนจำรุ่นน้องคนหนึ่งได้ เธอคือสาวอวบที่มีความสุขกับชีวิต ทุกครั้งที่เจอเธอจะสัมผัสถึงออร่าความสดใสเหมือนพระอาทิตย์ในตอนเช้า เธอไม่เคยรู้สึกว่าหุ่นของตัวเองคืออุปสรรคหรือข้อด้อยอันใด แต่แล้วสังคมก็เริ่มโจมตีเธอทีละน้อยๆ ผ่านคนที่ไม่รู้จักมาพูดมาแซวเจ็บๆ และคอมเมนต์จากโลกโซเชียล เธอเล่าว่า ครั้งหนึ่งเคยไปออกงานแล้วกำลังจะนั่งเก้าอี้ ก็มีใครไม่รู้ตะโกนขึ้นมาว่า ระวังเก้าอี้จะหักนะ แล้วก็ขำ
วันหนึ่งเธอก็มาประกาศบนเฟซบุ๊กถามถึงคอร์สลดน้ำหนักและคอร์สศัลยกรรมความงาม เพราะมันดูจะใช้ชีวิตง่ายกว่าจริงๆ หากเลือกไหลไปตามกระแสของสังคมว่าสิ่งใด ‘สวย’ หรือ ‘มีค่า’ เพื่อหลีกเลี่ยงการกระทำที่เต็มไปด้วยความไม่เคารพจากผู้อื่น
การโดนกีดกันให้ไม่รักตัวเองที่หลายคนประสบ ทำให้ดูเหมือนง่ายกว่าถ้าจะเปลี่ยนตัวเองให้เป็นไปอย่างที่คนอื่นต้องการ ให้รู้สึก ‘เป็นส่วนหนึ่ง’ กับพวกเขา ถึงแม้จะรู้สึกแปลกแยกกับตัวเองบ้างก็ไม่เป็นไร
ผู้เขียนไม่โทษคนที่พยายามเปลี่ยนตัวเองเลยนะ เพราะการใช้ชีวิตให้สัมผัสถึงความสุขในโลกใบนี้ได้บ้าง มันก็ทำได้ยากขึ้นจริงๆ ในปัจจุบัน
คงถูกที่เคยมีคนพูดเอาไว้ว่า การจะรักตัวเองให้ดีได้ มันก็เหมือนกับปลาว่ายทวนกระแสน้ำ รู้สึกยากลำบากหน่อย แล้วก็ยังไม่แน่ใจว่าเส้นชัยจะมีหน้าตาเป็นอย่างไร
ลองเริ่มต้นเขียนจดหมายจากความรักให้ตัวเอง
ที่ผ่านมาหลายคนอาจเจอเหตุการณ์ที่ทำให้ความรักตัวเองพังโครม และถึงแม้มันจะเกิดจากความไม่ตั้งใจของอีกฝ่าย ก็อดไม่ได้ที่จะบั่นทอนกำลังใจของตัวเองอยู่ดี เช่น คุณตาเล่าเรื่องคนเก่งๆ ให้เราฟังเพราะอยากให้มีแรงบันดาลใจ แต่เรากลับรู้สึกว่าเราดีไม่พอสำหรับคนในครอบครัวสักที หรือเพื่อนในกลุ่มทำศัลยกรรมแล้วหลังจากนั้นก็มีแฟนกันหมด เราโสดคนเดียวในกลุ่ม ทันใดนั้นความไม่ชอบตัวเองก็พุ่งเข้ามาโดยไม่รู้ตัว
ผู้เขียนอยากแนะนำวิธีการง่ายๆ ในการกลับมารักตัวเองก่อน นั่นคือ ข้อแรก ถ้าคำว่า ‘รัก’ มันฟังดูใหญ่เกินไป ฟังดูจั๊กจี้ จริงๆ แล้วคำนี้อาจไม่ใช่คีย์เวิร์ดของชีวิตเราก็ได้ ลองเปลี่ยนคีย์เวิร์ดไปเรื่อยๆ แล้วลองดูว่าคำไหนใช่ เช่น ‘สนุก’ กับตัวเอง, ‘ซื่อสัตย์’ กับตัวเอง, ‘ใจดี’ กับตัวเอง, ‘เซ็กซี่’ กับตัวเอง เป็นต้น
ข้อสอง หากคุณกำลังจริงจังกับการหาทางรักตัวเองอย่างถูกวิธี เมื่อนั้นกระบวนการของการรักตัวเองได้เริ่มขึ้นแล้ว
ทุกครั้งที่มีเสียงจากข้างนอกมาทำให้หัวใจของเราสั่นคลอน ค่อยๆ ไล่ถามตัวเองไปเรื่อยๆ ว่า จริงๆ แล้วเรารู้สึกอย่างไรกับตัวเองก่อนเสียงจากข้างนอกจะเข้ามา เราต้านทานคำว่ากล่าวจากข้างนอกบ้างไหม มีส่วนไหนที่รู้สึกว่าเขาไม่ได้รู้จักเราเหมือนที่เรารู้จักตัวเองซะหน่อย
เสียงที่ดังขึ้นมาด้วยความสงบ ด้วยความเบิกบานใจ ด้วยความไม่เป็นศัตรูกับตัวเอง ให้จดจำไว้ว่าเสียงนั้นคงเป็นเสียงจากความรักที่ตัวเองต้องการจะรับฟังจริงๆ
รับมือปัญหากับความไม่รักด้วย ‘ความรักและความปรารถนาดี’
การเขียนจดหมายจากความรักถึงตัวเองคือต้องเริ่มเขียนเลย ไม่มีผิดหรือถูก ให้ใจพาไป ไม่ว่าจะขรุขระเพราะรู้สึกท่วมท้นไปกับอารมณ์ หรือหาถ้อยคำมาบรรยายสภาพจิตใจตัวเองไม่ถูก ก็ค่อยๆ เขียนไปเรื่อยๆ เดินทางกลับมาหาความรักข้างในตัวเองให้เจอ
อย่าลืมว่าความรักนั้นไม่ใช่ความสมบูรณ์แบบ อาจเป็นสิ่งที่ตรงกันข้ามเลยด้วยซ้ำ
ความรักอย่างไม่มีเงื่อนไข (Unconditional Love) คือการโอบรับหัวใจของเราไว้อย่างอ่อนโยนทั้งส่วนที่ชอบและไม่ชอบ หากเจอเรื่องที่กระตุ้นความเจ็บปวดบางอย่างของเรา แล้วสิ่งนั้นบีบให้เราระเบิดออกมา จนต้องรีบหาทางป้องกันตัวเองจากความเปราะบางนี้
สิ่งที่ผู้เขียนชอบทำกับตัวเองคือ หยุดนิ่งกับตัวเองสักพัก เมื่อใจเย็นลงก็เตือนตัวเองให้ค่อยๆ เปิดใจให้กว้าง ถึงแม้ ณ วินาทีนั้นจะอยากปิดใจล็อกและหนีไปให้ไกลแค่ไหนก็ตาม พร้อมกับถามตัวเองว่า เจ้าความรัก (Love) และเจ้าความปรารถนาดี (Compassion) จะรับมือกับสถานการณ์ตรงหน้าอย่างไรนะ
เพราะหลายครั้งที่เราระเบิดอะไรออกไปด้วยความเร็ว มักมาจากกลไกการป้องกันตัวเอง เช่น ใช้คำพูดรุนแรงเพราะโกรธ โวยวายเพราะรู้สึกโดนเมินเฉย คอยคิดถึงเรื่องลบๆ เพราะอยากทำโทษตัวเองที่ไม่ประสบความสำเร็จอย่างที่ตั้งไว้
หากเรารับรู้ได้ว่า ในช่วงเวลานี้กับกระดาษตรงหน้าที่เราจะจรดปากกาเขียนจดหมายรักนี้ คือพื้นที่ปลอดภัยของเรา ความรักและความปรารถนาดีก็จะถ่ายทอดออกมาเป็นภาษาเขียนให้เราถ่ายทอดได้ลื่นไหลขึ้น
เขียนทุกวันแล้วลองดูปรากฏการณ์หัวใจของตัวเองที่เปลี่ยนไป
หากคุณเป็นคนที่คุ้นเคยกับการละเลยหัวใจตัวเองมานาน การเปลี่ยนแพตเทิร์นชีวิตให้ค่อยๆ กลับมารักตัวเอง ฟังเสียงตัวเองก่อนเป็นอันดับแรกนั้นยากแน่นอน เพราะจำเป็นต้องใช้เวลา วินัย และความอดทน เฝ้ามองการเปลี่ยนแปลงของตัวเองให้อยู่ในเวอร์ชันที่เราไม่เคยคิดว่ามันจะเกิดขึ้นจริงได้
เชื่อใจในตัวเองนะ เชื่อทั้งๆ ที่ยังไม่เห็นเจ้าความรักตัวเองนี้มันเป็นรูปเป็นร่าง สะสมความเชื่อใจในตัวเอง ให้เหมือนเราเก็บแต้มคะแนนสู่การเป็นสมาชิกที่ยิ่งใหญ่ของคลับอะไรสักอย่าง การหมั่นเชื่อใจในตัวเองว่าเราจะรักตัวเองได้ ก็เหมือนการสะสมแต้มไปเรื่อยๆ ให้ยังอยู่ในสถานะสมาชิกของคลับสำคัญแห่งนี้
คลับที่มีชื่อว่า การรักตัวเอง