เจ Penguin Villa คนคิดเพลงโฆษณาที่หลายคนคุ้นหู - Urban Creature

‘เจ Penguin Villa’ หรือ ‘เจ – เจตมนต์ มละโยธา’ ชื่อที่คออินดี้ และสายฟุ้งกับดนตรีอัลเทอร์เนทีฟต้องเคยได้ยิน เพราะเขาคลุกคลีกับวงการเพลงมากว่า 25 ปี ฝากผลงานไว้ตั้งแต่เพลงเธอคือความฝัน, Acrophobia, กลับไปที่โลก หรือ Good Morning ซึ่งเริ่มไทม์ไลน์สายดนตรีด้วยบทบาทมือกีตาร์ ‘วงพราว’ – สร้างค่ายเพลง Smallroom – ทำเพลงโฆษณา ที่ถ้านึกไม่ออก ขอแอบบอกเพลงคุ้นหูอย่าง DTAC Feel Good “ทุกครั้งก็ยังสงสัย … เมื่อทำอะไรที่ดูไม่มีความหมาย” – Penguin Villa และบทบาทคุณพ่อลูกสาม 

เพราะเขาคือหัวหน้าแห่งหมู่บ้าน Penguin Villa และกำลังค้นหา ‘ความลับในฝูงปลา’ ผ่านเพลงล่าสุด เราเลยชวนพี่เจและครอบครัวมา ‘SEA LIFE Bangkok Ocean World’ เดินชมสัตว์โลกใต้ท้องทะเลตัวเล็กตัวน้อย พลางพูดคุยเรื่องเส้นทางดนตรี เพลงโฆษณา และเป้าหมายชีวิต

ดนตรีบรรเลง | ย้อนวันวานเด็กชายเจตมนต์

พี่เจ : เราฟังเพลงตั้งแต่เด็ก อาจเป็นเพราะพี่ชายชอบฟังเพลง และเล่นกีตาร์ ก็เลยเริ่มฟังตาม มีวง Grand Ex’, The Innocent, คาราบาว ฟังวนทั้งวันทั้งคืน พอม.ปลาย มันจะเป็นยุคที่เล่นกีตาร์แล้วเท่ เห็นเพื่อนเดินไปเดินมาสะพายกระเป๋าอ้วนๆ เลยคิดว่าเราชอบฟังเพลงอยู่แล้วนะ ลองแกะเพลงดูไหม แล้วมันก็เห้ย มาว่ะ (หัวเราะ) ทำไมเราเข้าใจได้รวดเร็ว เลยลองทำเล่นสนุกๆ ยังไม่ถึงกับเอาดีด้านนี้ แต่มันอินอะครับ ตอนนั้นเลยไปสุมอยู่บ้านเพื่อนที่มีเทปเยอะแยะตลอดปิดเทอม ซึ่งพี่ชายเขาฟังเพลงเยอะ พวกเพลงสากล

วันที่หาทางดนตรีเจอ | พบว่า ‘เธอคือความฝันและความจริง’ 

พี่เจ : เริ่มเล่นดนตรีจริงจัง คงเป็นช่วงที่เรียนมหาวิทยาลัย ปลายปี 1 ที่คณะสถาปัตย์ ลาดกระบัง มันเกิดจากการที่เราปฏิเสธวง ‘ครับ’ ก่อน คือรุ่นพี่ที่จบไปมาหามือเบส เพื่อจะทำวงดนตรี แต่ตอนนั้นเราเล่นกีตาร์ก็เลยปฏิเสธไป ปรากฎว่า วงครับเป็นวงที่เด็กปี 1ในคณะคลั่งไคล้มาก เสียดายโอกาสนั้นเหมือนกันนะ (หัวเราะ) ทีนี้พอ ‘พี่พิซซ่า วงพราว’ มาชวนไปตีกลอง เราเลยเอาวะ ! ไปลองก่อน เพราะเราเล่นดนตรีได้หลายอย่าง แต่พอไปถึงบ้านพี่พิซซ่า ส่วนใหญ่จะไปยุ่งไลน์กีตาร์ ก็เลยได้เล่นกีตาร์จนได้

พี่เจเล่าภาพสมัยเริ่มเล่นดนตรีจริงจังให้ฟังขณะที่เดินดูฝูงปลากับ ‘น้องจัง’ ลูกสาวคนเล็กในตระกูล จ. แวะชี้ให้น้องจังดูเหล่าเพนกวิน แล้วเล่าต่อให้เราฟังว่า

พี่เจ : วงพราวเป็นช่วงเวลาสำคัญช่วงหนึ่ง เพราะว่ามันค่อนข้างประสบความสำเร็จ ทำให้ที่บ้านเริ่มยอมรับ ว่าการทำเพลงเป็นอาชีพได้ เพราะที่บ้านเป็นข้าราชการหมดเลย พอเรียนจบประมาณปี 40 ตอนแรกไม่คิดว่าจะทำดนตรีต่อ เพราะเพลงอัลเทอร์เนทีฟมันซบเซา แต่ด้วยสภาวะฟองสบู่แตกตอนนั้น เราเลยไม่ได้ทำงานสถาปัตย์ที่คิดไว้ พี่พิซซ่าเลยมาชวนทำดนตรีอีกครั้งหนึ่ง ก็เลยทำเพลงไปก่อนแล้วกัน ให้มีอะไรยึดเหนี่ยว เลยได้มาทำ ‘Smallroom’

ขอบันไดหน่อย | ไว้คอยกระชับฝันและเส้นทางที่เลือก

พี่เจ : ตอนแรกยังไม่ใช้ชื่อ ‘Smallroom’ เป็นแค่ music production รับจ้างทำเพลง มีเพลงโฆษณา เพลงของค่ายต่างๆ ใครอยากจ้างให้ทำเพลงอะไรก็ได้ แต่หลักๆ มันจะเป็นเพลงโฆษณา พอเริ่มทำจนคล่องแคล่ว เลยเปลี่ยนสู่ Smallroom ตอนนั้นมีความคิดอยากจะทำอัลบั้มกัน เลยไปชวนเพื่อนๆ ที่ล่มสลาย (หัวเราะ) ในยุคอัลเทอร์เนทีฟมาทำเพลงกันคนละเพลง เลือกแนวเพลงป็อป มันจะได้เปิดตัวด้วยความฟังง่ายหน่อย แต่ก็ยังมีความแนวของแต่ละคน เกิดเป็นอัลบั้ม  “Smallroom 001 : What Happens in This Smallroom?”

PCT และ DTAC | เพลงโฆษณาติดหูที่หลายคนยังไม่รู้ว่าพี่เจร้อง

ตลอด 25 ปีที่ผ่านมา พี่เจและทีมผลิตเพลงโฆษณามาหลายชิ้น แต่ในจำนวนมากมายเหล่านั้น มีเพลงที่เป็นทั้งความทรงจำ และเพลงที่หลายคนเคยร้องตาม

“กรุงเทพฯ เดี๋ยวนี้เป็นอะไรกัน พูดกันทั้งคืนทั้งวัน” – PCT

พี่เจ : เอาเพลงโฆษณา PCT เมื่อเกือบ 20 ปีที่แล้วก่อนเลย เพลงนี้เป็นเพลงที่ทำให้เราเริ่มมีพอร์ตการทำงาน จำได้ว่า โห ตอนนั้นแร็ปเลยครับ ! เป็นโฆษณาที่แร็ปช่วงแรกๆ

“ทุกครั้งก็ยังสงสัย … เมื่อทำอะไรที่ดูไม่มีความหมาย อยากจะยืน อยากจะนอน อยากจะหลงทางบ้าง อยากจะเชย อยากจะลองรองเท้าคนละข้าง” – เพลง feel good / DTAC

พี่เจ : เพลงนี้แตกต่างจากเพลงแรก ไม่ได้ยัดเยียดกิมมิกสินค้าให้ผู้บริโภคมากเกินไป เพราะเพลงโฆษณามันเริ่มปรับตัวนะ เริ่มเป็นเพลงป็อปดีๆ เพลงหนึ่ง เหมือนกิมมิกสินค้าทำให้คนฟังต่อต้าน มันเริ่มเป็นความรบกวนแล้ว เพราะฉะนั้นเพลงที่มันมีกิมมิกจ๋ามากๆ ก็จะไม่ค่อยมี จะเริ่มกลับไปเป็นเพลงในยุคสัก 30 ปีที่แล้ว ไพเราะงดงาม แค่แอบไทน์อินสินค้านิดหน่อย

ตอนเราทำเพลงโฆษณา DTAC มันเลยเป็นเพลงโฆษณาที่ไม่เลี่ยน เพราะเกิดจากไอเดียที่ค่อนข้างแข็งแรงอยู่แล้ว ซึ่งลูกค้าไม่ได้อยากขายของมาก อยากให้เพลงมันดูสบายใจ สุขใจมากกว่า มีความชิลล์ feel good เราเลยเอากังหันมาแล้วแทนด้วยเสียงผิวปาก

จอมยุทธ์แห่งวงการ | ลองคิดเพลงโฆษณาให้ตัวเอง

พี่เจ : โห อันนี้ต้องเดินไปเรื่อยๆ ก่อน (หัวเราะ) เพราะเวลาแต่งจะเดินแต่งครับ คือเราเป็นคนหาแรงบันดาลใจหลายแบบ มีทั้งเพลงที่ฟัง ไม่ว่าจะเป็นเพลงไทย หรือเพลงสากล รวมไปถึงหนังสือ หรือหนัง สิ่งเหล่านี้มันหล่อหลอมอยู่ในตัวอยู่แล้ว แต่เวลาแต่งมันจะชอบมาตอนเดิน สมมติว่าถูก taxi ปฏิเสธก็ทำให้ได้เพลงนะครับ

ขอพักชมสิ่งที่น่าสนใจสักครู่ ให้เวลาพี่เจได้คิดโจทย์เพลงโฆษณาตัวเองที่แปะโป้งไว้ ด้วยการลงไปให้อาหารสิ่งมีชีวิตน้อยใหญ่ใต้ทะเล ค้นหาความลับในฝูงปลาที่เคยสงสัย

“พ่อเจกำลังจะลงน้ำแล้ว”

เจอ, เจน, จัง เจ้าตัวเล็กตระกูล จ. พูดขึ้นอย่างตื่นเต้น เมื่อพี่เจกำลังทิ้งตัวลงน้ำ และเมื่อพี่เจลงไปใต้น้ำเรียบร้อย สามเจ้าตัวน้อย และคุณแม่ก็วิ่งตามคอยให้กำลังใจ

พี่เจกลับมาเดินคุยกับเราอีกครั้งหลังจากลงไปสัมผัสฝูงปลาเสร็จ เดินตรงไปที่ตู้เพนกวิน เพื่อย้อนไปที่โลกของ ‘หัวหน้าหมู่บ้าน Penguin Villa’

เกมที่แม่สอนในวัยเยาว์ | หัวใจสำคัญของชื่อ Penguin Villa

พี่เจ : ตอนจะตั้งชื่อวง ซึ่งก็มีเราอยู่คนเดียวนี่แหละ (หัวเราะ) เราคิดถึงชื่อสัตว์ อยากให้มันน่ารัก เพราะเพลงแรกมันก็ป็อปๆ เลยนึกถึงเกมที่เล่นตอนเด็ก แม่ให้พูดชื่อนก 12 ชนิด เด็กๆ เราก็จะรู้ไม่กี่ชนิด มีนกเอี้ยง นกขุนทอง นกกาเหว่า นกพิราบ พอท้ายๆ เราจะเริ่มตันครับ ตัวสุดท้ายก็จะพูดว่า ‘นกเพนกวิน’ แล้วแม่ก็จะเฉลยว่า นกตัวสุดท้ายนี่แหละคือตัวเรา เพราะนกตัวแรกที่เลือกจะเป็นนกทั่วไป แต่นกตัวสุดท้ายมันอยู่ใกล้ตัว แล้วก็บังเอิญคุยกับแฟน ปรากฏว่าเคยเล่นเหมือนกัน แล้วตัวสุดท้ายที่เขาตอบคือเพนกวิน เราเลยรู้สึกอิน อีกอย่างคือ นึกถึง Penguin Village ในการ์ตูนอาราเล่ เราก็เลยเป็น Penguin Villa แล้วกัน

สถาปนิก | คือสิ่งที่คิดทำถ้าไม่ได้เป็น ‘เจ Penguin Villa’

พี่เจ : ถ้าตอนนี้ไม่ได้ทำ Penguin Villa หรอ ? อืมม…เราคงเป็นสถาปนิก เพราะยังคงอินมากกับงานสถาปัตย์ มันยังมีแพชชั่นอยู่ ยังกดไลก์ กดฟลอโล่วเพจเกี่ยวกับการออกแบบอ หรือไม่ก็คงทำเพลงอยู่เบื้องหลัง

ตลอด 25 ปีที่ผ่านมา | ความลับ J อาจอยู่ในฝูงปลา

หลังจากห่างหายกับการปล่อยเพลงไปนานกว่า 14 ปี พี่เจกลับมาอีกครั้งด้วยอัลบั้ม ‘J’ ส่งเพลง ‘ความลับในฝูงปลา’ เพลงสดใส กลิ่นอายบอสซ่า ทว่าความหมายที่ซ่อนอยู่กลับแอบเศร้า พร้อมเตรียม ‘Why Fly? Concert’ คอนเสิร์ตใหญ่ครั้งแรกของ Penguin Villa ในวันที่ 29 มิถุนายนที่ใครหลายคนรอคอยมานานหลายสิบปี เราเลยถามถึงหัวใจสำคัญของคนทำเพลงในสายตาพี่เจ และสิ่งที่ยังทำให้ Penguin Villa ยังมีอยู่จนทุกวันนี้

พี่เจ : เรามองว่าคนทำงานเพลงไม่ต้องมีอาวุธลับอะไรขนาดนั้น แต่สิ่งสำคัญน่าจะเป็นการปรับตัวมากกว่า เราเห็นวงที่ประสบความสำเร็จ ณ ตอนนี้ ส่วนใหญ่จะมีความเข้าใจคนฟัง ว่าช่วงนี้คนฟังเป็นอย่างไร นอกจากนี้ ก็จะเป็นการรักษาแฟนเพลง เพราะการที่มีแฟนเพลงขึ้นมา มันคือความสำเร็จของการทำเพลง ถึงแม้จะเป็นแฟนเพลงกลุ่มเล็กๆ ก็ตาม ไม่ว่าจะเราจะทำเพลงที่ฟังยาก แต่ถ้าเรามีแฟนเพลง ก็ถือว่าเราสำเร็จแล้ว 14 ปีท่ผ่านมา ผมจะเห็นความสำคัญของการรักษาแฟนเพลง เพราะสุดท้ายแล้วแฟนเพลงที่เรารักษาไว้ เขาจะนำพากลุ่มที่กว้างขึ้นมาให้ด้วย

เบื้องหลังคนทำเพลง บทบาทหัวหน้าครอบครัว | กับจุดหมายชีวิตที่เปลี่ยนไป

พี่เจ : ในด้านการทำงาน จุดหมายมันเปลี่ยนไปเรื่อยเลยครับ แม้กระทั่งช่วงที่ทำ Smallroom แรกๆ ที่รู้สึกว่ามันเข้าที่เข้าทางแล้ว แต่ก็แอบรู้สึกว่ามันหนักหน่วงเกินที่จะแบกรับไปเหมือนกัน เคยมีความคิดที่จะล้มเลิกด้วยนะ แบบบ๊ายบายแล้วพี่ (หัวเราะ) ขอไปอยู่ต่างจังหวัด นั่นคือจุดหมายช่วงนั้น 

“พอเราผ่านตรงนั้นไปได้ ล้มเลิกความคิดที่จะไม่ทำแล้ว ประสบการณ์ทำให้เรามีอาวุธรับมือกับมัน ผมเริ่มมองอะไรที่ไม่เกิน 10 ปี แค่คิดว่า เออ ก็ทำไปเรื่อยๆ”

พอ Smallroom เริ่มโอเค เราก็ประจำตำแหน่ง Music Director ในแผนกโฆษณาอย่างชัดเจน มีพี่รุ่ง (รุ่งโรจน์ อุปถัมภ์โพธิวัฒน์) ที่ดูค่ายไปเลย ก็จะเป็นช่วงที่มองเป้าหมายเป็นความสงบนิ่งมากกว่า เหมือนแค่อยากทำเพลงไปเรื่อยๆ เพราะพอเริ่มอินกับการแต่งเพลงมากขึ้น ก็จะรู้สึกว่า มันอยู่ไหนก็ได้ จะมองภาพที่ค่อนข้างผ่อนคลายกับชีวิต นึกไปถึงนั่งทำเพลงอยู่ในที่เงียบๆ หรือในป่า (หัวเราะ) มันจะเป็นฟีลนี้ แต่ปรากฏว่า เป้าหมายมันถูกเปลี่ยนแปลงไปอีก ด้วยความที่คิดถึง Smallroom ว่าอนาคตมันจะเป็นอย่างไร เพราะบุคลากรก็เพิ่มมากขึ้น ซึ่งเป็นเป้าหมายที่ผมยังไม่สามารถบอกได้ ทำได้แค่รักษาสิ่งที่มีอยู่ไว้

พี่เจ : สำหรับด้านครอบครัว เราอยากให้ลูกๆ ได้เจอในสิ่งที่ชอบและถนัด ซึ่งมุมหนึ่งก็รู้สึกว่า ถ้าเกิดเขาจะมาทางธุรกิจเพลงมันก็ดีนะ (หัวเราะ) เพราะมันมีสิ่งที่เรียกว่า Smallroom อยู่ บรรยากาศของบริษัทมันค่อนข้างเข้าที่เข้าทางแล้วทุกอย่าง การทำงานที่เคร่งเครียดก็น้อยลง แต่ไม่ได้ซีเรียสนะครับ เขาอยากจะทำอะไร เราก็พร้อมจะสนับสนุนเต็มที่

หลังจากเดินเล่น ดูฝูงปลาและเจ้าเพนกวินกันอย่างเพลินใจ ก่อนจากกันไป พี่เจหันมาหาแล้วยิ้ม พร้อมตอบคำถามที่ยังค้างคาเรื่องการคิดคำโฆษณาตัวเองไว้ว่า …

“เป็นคนที่พยายามทำทุกอย่าง เพื่อให้ได้มาซึ่งความฝัน แต่กลายเป็นว่า การยอมรับความจริงกลับทำให้พบสิ่งที่ไม่คาดฝันมากมายที่เป็นเรื่องดี”

Photographer : Napat P.
Graphic Designer : Sasisha H.

Writer

SEND YOUR STORY

REQUEST INTERVIEW

ติดตามอ่าน “Urban Creature”
นิตยสารออนไลน์ที่จะทำให้คุณรักเมืองที่คุณอยู่ รักตัวเองมากขึ้นด้วยการเปิดมุมมองและนำเสนอแนวทางการใช้ชีวิตอย่างสร้างสรรค์ และสร้างแรงบันดาลใจใหม่ๆ ในการใช้ชีวิต
Better Life. Better Living.
Max. file size: 64 MB.