Hidden Gem of Leh Ladakh: ชมวิวหลักล้านที่ทะเลสาบโมริริ

หลังจากที่เราพาทุกคนไปทัวร์อังกฤษมาพักใหญ่ คราวนี้ขอพาทุกคนวกกลับมาเที่ยวในเอเชียกันบ้าง ซึ่งที่ที่เราจะพาไปก็ไม่ใกล้ไม่ไกล และน่าจะเป็นหนึ่งใน Bucket List ของใครหลายๆ คน เพราะเมื่อหลายปีก่อนที่นี่ฮิตมากกกก แบบมากๆ จนถึงทุกวันนี้ก็ยังฮิตอยู่ และที่นี่ก็คือเลห์ ลาดักนั่นเอง แต่เดี๋ยวก่อน! เพราะที่ที่เราจะพามาเนี่ย บอกเลยว่าหลายๆ คนที่ไปเลห์มาแล้วอาจมองข้ามไป แต่จริงๆ แล้วมันสวยมาก แบบที่เราขอยกให้เป็นอันดับหนึ่งของทริปเลห์ ลาดักเลย และที่นั่นก็คือ Tso Moriri หรือทะเลสาบโมริรินั่นเอง


สำหรับใครที่ไปเลห์ ลาดักมาแล้ว ไฮไลท์ของทริปคงหนีไม่พ้น Pangong Lake ที่เราคุ้นหน้าคุ้นตาเป็นอย่างดีกับรูปทะเลสาบสีฟ้า น้ำใส ตัดกับภูเขาสีส้มที่เป็นแบ็กกราวน์อยู่ด้านหลัง เรียกได้ว่าเป็นแลนด์มาร์กที่พลาดไม่ได้เป็นอันขาด แล้วทะเลสาบโมริริหล่ะ? หลานคนเลือกที่จะตัดที่นี่ออก เพราะอยู่ไกล แถมยังอยู่บนภูเขาสูง ใช้เวลาเดินทางเกือบทั้งวัน และอาจเป็นเพราะเราไม่ค่อยได้เห็นรูปสวยๆ ของที่นี่กันรึเปล่า? วันนี้เราเลยจะมาขอแชร์ภาพความประทับใจ เผื่อใครจะมาเลห์ ก็จะได้แวะมาที่นี่กันนะ

เรากับเพื่อนมาเที่ยวเลห์ ลาดักกันเมื่อ 2 ปีที่แล้ว โดยเราเลือกมาช่วงเดือนสิงหาคมซึ่งถือว่าเป็นหน้าร้อนของที่นั่น ทำให้ไม่มีโอกาสได้เห็นภูเขาที่ปกคลุมไปด้วยน้ำแข็งเลย แต่จะเห็นวิวต้นไม้เขียวๆ และไม่ต้องทนหนาวมาก ตอนนั้นเราจำไม่ได้เหมือนกันว่าทำไมเรากับเพื่อนถึงยืนยันจะไปทะเลสาบโมริริให้ได้ และยอมตัดโปรแกรม Lama Yuru และ Magnetic Hill เพื่อนั่งรถทั้งวันมาที่นี่แทน

ทะเลสาบโมริริ หรือ Tso Moriri เป็นทะเลสาบที่ในที่สูง (High altitude lake) ที่ใหญ่ที่สุดในอินเดีย ตั้งอยู่ที่ระดับความสูง 4,522 เมตรเหนือระดับน้ำทะเลและล้อมรอบไปด้วยภูเขา ซึ่งทะเลสาบที่นี่จะกลายเป็นน้ำแข็งในฤดูหนาว เราออกเดินทางกันจากตัวเมืองเลห์ตั้งแต่เช้า กว่าจะถึงมาถึงทะเลสาบโมริริก็ประมาณ 4 โมงกว่าแล้ว โชคไม่ดีที่วันนั้นฝนตกทั้งวัน ฟ้าไม่เปิด เราจึงมาถึงแบบเฟลๆ เพราะทะเลสาบที่ควรเป็นสีฟ้ากลับแลดูเหมือนแหล่งนำ้ขนาดใหญ่ทั่วไป ไม่ได้สะท้อนสีท้องฟ้าอย่างที่เราหวัง เราเลยเข้าที่พักกันเลย ซึ่งเราก็พักในหมู่บ้าน Karzok ที่ตั้งอยู่ข้างทะเลสาบ ถือเป็นหนึ่งในหมู่บ้านที่อยู่สูงที่สุดในโลก

ที่พักของเราไม่ค่อยสวยงามมากนัก ออกจะน่ากลัวหน่อยๆ จนไม่มีใครกล้าอาบน้ำ ความตั้งใจแรกของเราคือจะมาถ่ายรูปทางช้างเผือก เพราะที่นี่ตั้งอยู่สูงมาก แถมยังมืดมาก มีไฟใช้ถึงแค่ประมาณสามทุ่ม ถ้าเราจำไม่ผิด แต่เราก็ต้องผิดหวังอีกรอบเพราะฝนตกหนักมากๆ ทั้งคืนจนอดคิดไม่ได้ว่าถ้าพรุ่งนี้ฟ้าไม่เปิดพวกเราคงเฟลกันแน่ๆ แต่แล้วสวรรค์ก็เป็นใจ เราตื่นมาตอนเช้าเจอกับอากาศหนาวเหน็บ แต่ฝนไม่ตกแล้ว เลยขอชะโงกหน้าออกไปดูวิวนอกหน้าต่างหน่อย นาทีนั้นเราตกใจมาก เพราะภาพที่เห็นตรงหน้าคือวิวหลักล้าน คนละเรื่องกับเมื่อวานเหมือนอยู่กันคนละทวีปเลย

ฝนทีตกหนักเมื่อคืนได้กลายร่างเป็นหิมะปกคลุมภูเขาสีส้มที่เมื่อวานยังว่างเปล่า สนามหญ้าสีเขียวริมทะเลสาบดูสดชื่นขึ้นมาทันตา เราเลยรีบแต่งตัวแล้วออกมาเดินชมวิวซึ่งตอนนั้นฟ้ายังไม่เปิดมากนัก แต่ก็สวยจนเราลืมทุกสิ่งทุกอย่างไปเลย พอไปถึงริมทะเลสาบมองกลับมาที่หมู่บ้าน ภาพที่เห็นสำหรับเราคือมหัศจรรย์มาก สนามหญ้าเขียว ม้าสีขาว หมู่บ้านบนเขา หิมะบนยอดเขา และท้องฟ้าสีฟ้าสด นี่มันสวยยิ่งกว่าสิ่งที่พวกเราหวังไว้หลายเท่า เป็นภาพความประทับใจที่จะไม่มีวันลืมเลย

ก่อนกลับ พวกเรานั่งรถแวะไปดูวิวที่จุดชมวิวกัน ซึ่งขอบอกเลยว่าสวยไม่แพ้ที่อื่นๆ เลย เราจะได้เห็นน้ำสีน้ำเงินซึ่งอาจจะยังไม่สวยเท่าที่ Pangong Lake แต่ทะเลสาบที่นี่ใหญ่มากๆ เรียกได้ว่าชมวิวกันแบบสุดลูกหูลูกตา แถมยังมีหิมะขาวๆ ที่เพิ่งตกปกคลุมยอดเขาและเมฆที่ลอยต่ำ และแน่นอนว่าต้องมีธงมนต์ที่เป็นอีกหนึ่งเสน่ห์ของเลห์ ลาดัก เรียกได้ว่าเป็นช็อตซิกเนเจอร์ของที่นี่เลยก็ได้

สำหรับใครที่มีแพลนจะมาเที่ยวที่เลห์ ลาดัก เราขอเชียร์ทะเลสาบโมริริสุดใจเลย หลายคนอาจจะมองว่าเป็นมวยรอง ถูกกลบรัศมีโดย Pangong Lake ที่เป็นที่สุดของแลนด์มาร์ก แต่เราอยากจะบอกว่าที่ทะเลสาบโมริริก็มีดีไม่แพ้กันเลย วิวระหว่างทางที่นั่งรถ 8 ชั่วโมงก็สวยมากๆ ทั้งภูเขาสีหินม่วง ทะเลสาบเล็กน้อยต่างๆ ขากลับยังได้แวะทะเลสาบเกลือ Tso Kar ที่ตอนนั้นน้ำระเหยไปเกือบหมด เหลือเกลือขาวๆ ไหนจะวิวภูเขาหิมะกับหมู่บ้าน Karzok อีก สวยแบบลืมไม่ลง เราขอยกให้เป็นอันดับหนึ่งในใจเลย

 

 

Writer