เราได้ยินชื่อ “ดับลิน” เมืองหลวงของสาธารณรัฐไอร์แลนด์ครั้งแรกเมื่อ 4 ปีก่อน ตอนพี่ที่สนิทกันเล่าเรื่อง ‘เบียร์ดำ’ เครื่องดื่มแอลกอฮอล์รสขมๆ มันๆ ในตำนานของชาวไอริช รวมถึงบรรยากาศบ้านเมืองที่เหมือนใส่ฟีลเตอร์อุ่นๆ ให้ฟัง และเริ่มคุ้นเคยกับเมืองนี้อีกครั้ง ผ่านเรื่องราว และภาพถ่ายจากเพื่อนในกลุ่มที่ไปเรียนต่อด้านภาษาที่เมืองดับลิน

ตึกรามบ้านช่องสไตล์ยุโรปตัดกับธรรมชาติเขียวขจี มิวเซียมเล็กใหญ่ สวนร่มรื่น คาเฟ่แสนน่ารัก ไปจนถึงวิถีไนท์ไลฟ์ คือสิ่งที่ได้สัมผัสจากหน้าฟีตเฟสบุ้กของเธอ อะไรเหล่านั้นเติมเต็มกล่องความสนใจในดับลินให้มากขึ้น จนเราอยากรู้รายละเอียดยิบย่อยที่ซุกซ่อนอยู่ผ่านมุมมองของคนพื้นที่ เลยทักไปคุยกับเพื่อนผ่านไลน์ พอได้รู้เรื่องราว และเห็นภาพมุมต่างๆ ในดับลิน ก็อดเก็บความตื่นเต้นไว้คนเดียวไม่ได้ จึงหยิบสถานที่เหล่านั้นมาเล่าสู่กันฟัง รับรองว่า ถ้าอ่านจบจะต้องจด “ดับลิน” เข้าลิทส์เมืองที่ต้องไปให้ได้สักครั้งในชีวิตเหมือนกับเรา

River Liffey | แม่น้ำสายหลักของชาวดับลิน

หากได้มาเที่ยว ดับลิน “แม่น้ำลิฟฟี่ (Liffey)” ที่ตัดผ่านแบ่งดับลินให้เป็นฝั่งเหนือ และใต้คือสิ่งที่ไม่ควรพลาดมาให้เห็นกับตา ถนนที่ขนาบข้างละลานไปด้วยร้านรวงต่างๆ เมืองเก่าแก่ ปราสาทหลังสวย แซมด้วยต้นไม้น้อยใหญ่คอยให้ความร่มรื่น เป็นจุดที่น่าเดินเที่ยว ซึมซับวิถีดับลินเนอร์ และเก็บภาพบรรยากาศทั้งกลางวัน และกลางคืนเลยทีเดียว

The National Museum of Ireland – Natural History | มิวเซียมสัตว์สองล้านชนิดใจกลางไอร์แลนด์

เดินเล่นรอบแม่น้ำลิฟฟี่แล้ว ขยับต่อมาเข้ามิวเซียมกันบ้าง “พิพิธภัณฑ์ธรรมชาติ (The National Museum of Ireland – Natural History)” คือสิ่งที่เพื่อนเราแนะนำ ซึ่งที่นี่เป็นส่วนหนึ่งของ พิพิธภัณฑ์แห่งชาติไอร์แลนด์ สร้างขึ้นเมื่อปี 1857 โดย ‘Dr. David Livingstone’ นักสำรวจชาวสก็อตแลนด์

ข้างในชวนตื่นตาตื่นใจด้วยเหล่าสัตว์สองล้านชนิดที่พบในประเทศไอร์แลนด์ และจากประเทศอื่น ทั้งยังถูกตั้งฉายาให้เป็น ‘The Dead Zoo’ มีสัตว์สตัฟฟ์ตั้งโชว์เรียงรายเต็มตู้กระจก คอยให้เราเข้าไปเดินสำรวจดูลักษณะท่าทางของพวกมัน

Phoenix Park and Tea Rooms | ส่องเจ้ากวางและนั่งจิบชา

ดูสัตว์สตัฟฟ์ในมิวเซียมไปแล้ว ต่อด้วยส่องสัตว์ตัวเป็นๆ กันที่ “Phoenix Park” สวนสาธารณะที่ใหญ่ที่สุดในทวีปยุโรป ทุ่งหญ้าเขียวขจีกินพื้นที่ถึง 3 ไมล์ มีทะเลสาบ และต้นไม้ใหญ่แสนร่มรื่น ถ้าอยากรู้ที่มาที่ไปของสวน ก็สามารถเดินไปอ่านได้ใน Visitor Centre และ Ashtown Castle อาคารยุคกลางที่สร้างมาตั้งแต่ศตวรรษที่ 17 หรือจะเดินเล่นที่โซน Farmleigh House ฟาร์มขนาด 78 เอเคอร์ และ Victorian Walled Kitchen Garden ก็ดีไม่น้อย

ไฮไลท์ที่ไม่ว่าใครมาก็ต้องบุกไปหาคือ “Dublin Zoo” หรือ “สวนสัตว์ดับลิน” ส่อง “ฝูงเจ้ากวางน้อย” ที่ออกมาเดินเล่น เล็มหญ้ากันอย่างเป็นธรรมชาติ และรอให้เรามาแชะภาพแบบใกล้ชิด

เดินเล่นในสวนกันจนเหนื่อย มาแวะพักให้หายเมื่อย จิบชาเบาๆ ที่ “Tea Rooms” ห้องชากลิ่นอายวินเทจภายในสวน Phoenix เปิดให้เราสั่งขนมรสอร่อยมาทานคู่กับชาหอมๆ ท่ามกลางบรรยากาศสุดแสนร่มรื่น

Time for Cafe’ Hoppers | คาเฟ่น่านั่งในดับลิน

| 3fe Coffee

เอาใจสายคาเฟ่ พามาเซย์ไฮกับร้านกาแฟในดับลิน ร้านแรกที่อยากแนะนำคือร้าน “3fe Coffee” ที่ถ้าหากมาเที่ยวดับลินแล้วไม่มาที่นี่ จะเหมือนกับว่ามาไม่ถึง ซึ่งเจ้าของอย่างคุณ ‘Colin Harmon’ แชมป์บาริสตาแห่งไอริชตั้งใจทำร้านขึ้นมาด้วยแพชชั่นที่มีต่อรสชาติ และความหอมกรุ่นจากเมล็ดกาแฟ จนถึงขั้นปลูก และคั่วเมล็ดกาแฟเอง พร้อมส่งต่อเมล็ดกาแฟ และเครื่องชงกาแฟหลากสไตล์ให้คนที่หลงใหลเจ้าเครื่องดื่มติดขมนี้นำกลับไปทดลองทำเองที่บ้าน

ขึ้นชื่อว่าร้านกาแฟ แน่นอนว่า เมนูเด็ดต้องเป็นกาแฟแก้วหอมกรุ่น ท็อปด้วยฟองนมนุ่มละมุ่น ทานคู่กับขนมที่ทางร้านใส่ใจและพิถีพิถันในทุกขั้นตอน

| Pog Cafe’

อีกหนึ่งคาเฟ่ที่จะพาไป hopping คือ “Pog Cafe'” ร้านสุดแสนเฮลท์ตี้ เน้นวัตถุดิบออร์แกนิกจากธรรมชาติ ลดไขมัน ลดกลูเตน ลดน้ำตาล แถมยังเน้นของดีมีวิตามินเพื่อเสริมความแข็งแรงให้ร่างกาย ภายในร้านคุมสีเอิร์ธโทนอย่างน้ำตาล เขียวอ่อน และชมพู ตัดกับแสงธรรมชาติแล้วสวยจนน่าหยิบกล้องมาแชะภาพเป็นที่สุด

ลองสั่ง “Protine Pancake” มาลองลิ้มความเฮลท์ตี้ เด็กเรียนต่อดับลินอย่างเพื่อนเราที่เป็นคอขนมหวานบอกว่า  ‘อร่อยฟิน ไม่ต่างจากขนมหวานทั่วไปเลย’

Guinness Storehouse | เรื่องราวของ ‘เบียร์ดำ’ สองร้อยปีในตำนาน

มาถึงถิ่นเบียร์ดำก็ต้องมาเหยียบ “Guinness Storehouse” โรงงานผลิตเบียร์ดำชั้นนำของโลกที่สร้างในปี 1759 โดยเดิมทีโสตร์แห่งนี้เคยเป็นโรงหมักมาก่อน เพื่อบ่มเบียร์ดำให้เข้าถึงแก่นรสชาติ ก่อนจะเปลี่ยนสู่สถานที่ท่องเที่ยวในปี 2000 เปิดเป็นเหมือนพิพิธภัณฑ์ ให้เราเรียนรู้ที่มาที่ไป วัตถุดิบที่ใช้ และวิธีการหมัก ซึ่งเบียร์ดำของ Guinness เป็นเบียร์สูตรพิเศษ ผลิตเฉพาะที่ไอร์แลนด์เท่านั้น และมีมานานถึง 200 กว่าปีแล้ว

หลักจากเดินอ่านประวัติ และวิธีการต่างๆ จนสมองอิ่ม ก็ถึงเวลาที่ทุกคนรอคอย นั่นคือการลิ้มเบียร์ดำรสออริจินัลบนชั้น 7 ซึ่งบัตรที่เราซื้อเข้าชม สามารถแลกเบียร์ดำ หรือเครื่องดื่มอื่นๆ ได้ 1 แก้ว หยิบเบียร์ดำมาจิบ ดื่มดำรสชาติที่ปนเปไปด้วย ‘น้ำ บาร์เลย์ ฮอป และยีสต์’ ให้นุ่มคอเคล้ากับวิวเมืองดับลิน

Temple Bar | ย่านแห่งความอาร์ตและปาร์ตี้บาร์

ปิดท้ายทริปเที่ยวฉบับเด็กเรียนต่อดับลินด้วยย่านฮิปๆ ที่ “Temple Bar” ถนนเส้นนี้ตอนกลางวันเป็นย่านอาร์ตๆ เต็มไปด้วยแกลเลอรีสุดฮิป การแสดง และ Art Performance ที่สายติสท์มาแล้วรับรองว่าถูกใจ แต่ยามพระอาทิตย์ตกดิน ย่านนี้จะกลายเป็นแหล่งกิน ดื่ม เที่ยว สังสรรค์ให้สนุกสุดเหวี่ยงคล้ายกับถนนข้าวสารที่ไทย เพื่อนเราเล่าให้ฟังว่า ‘ช่วงเดือนธันวาที่ใกล้เข้าสัปดาห์แห่งเทศกาลคริสต์มาสจะคึกคักมากๆ ร้านรวงเต็มไปด้วยต้นคริสต์มาส เสียงระฆัง สายรุ้งสีเขียวแดงทอง เพลงทำนองสนุกสนาน พร้อมความเฮฮา และรอยยิ้มของชาวเมือง’ เรียกได้ว่า เป็นย่านที่ต้องไปสัมผัสให้ได้เลยล่ะ


Photo by : Vipavee Yasri

 

 

Facebook Comments