PEOPLE

วันที่เข้าใจตัวเอง และชีวิตเป็นสุขที่หาได้ฟรีของ ‘ฟ้า ษริกา’

ยามบ่ายที่ฝนเตรียมตัวโปรยปราย สายลมพัดเอื่อย คลอด้วยเสียงนกร้อง ด้านหลังบานประตูปิดทึบคือบ้านสีขาวแซมน้ำตาลหลังใหญ่ ซึ่งโอบล้อมไปด้วยต้นไม้นานาชนิด ตามมาด้วยรอยยิ้มสดใสของ ‘ฟ้า-ษริกา สารทศิลป์ศุภา’ ยูทูบเบอร์สาวที่มียอดติดตามกว่าเจ็ดแสนคน ผู้เปิดประตูบ้านต้อนรับเราด้วยเสียงหัวเราะสดใสและประโยคที่ว่า ฟ้ากำลังกวาดบ้านเตรียมพร้อมอยู่เลย

FahSarika
ฟ้า ษริกา

ย้อนกลับไปสมัยที่คำว่าเน็ต ไอดอลกำลังบูมใหม่ๆ ‘ฟ้า บดินทร 2’ คือชื่อที่ใครต่างก็พูดถึงในโลกเว็บบอร์ด ก่อนเปลี่ยนสู่ ‘ฟ้า Demo Project’ นักร้องวัยใสเสียงหวานแห่งค่าย Kamikaze จากนั้นเธอโลดแล่นอยู่ในวงการบันเทิงหลากหลายรูปแบบ ทั้งนักแสดง นางแบบ และบทบาทยูทูบเบอร์ Fah Sarika จนทำให้เรานึกสงสัยว่า การเข้าวงการบันเทิงตั้งแต่เด็ก ทำให้ฟ้า บดินทร 2 กับ ฟ้า ษริกาในตอนนี้เปลี่ยนไปแค่ไหน

ฟ้า: ฟ้าว่าทุกคนเปลี่ยนไปในทุกวัน ทุกปี บางทีเมื่อเช้าอารมณ์ดี ตอนเย็นเจอเรื่องไม่ดีมา ก็ถือว่าเราเปลี่ยนแล้ว ฟ้าเชื่อว่าทุกคนเติบโตขึ้นตลอด จะโตมาก โตน้อย หรือถอยหลังก็แล้วแต่สถานการณ์ เหมือนตัวฟ้าที่ก็เปลี่ยนไปเยอะเหมือนกัน

FahSarika

เมื่อถามถึงจุดเปลี่ยนสำคัญของชีวิต ฟ้าตอบเราว่าคงเป็นตอนที่ตัดสินใจลาออกจากมหาวิทยาลัยทั้งที่ยังเรียนไม่จบ ซึ่งเป็นช่วงที่ทำให้เธอได้คิดไตร่ตรองกับตัวเอง ถามตัวเองว่า มั่นใจแล้วใช่ไหมว่าจะรับผิดชอบสิ่งที่จะเกิดขึ้นในอนาคตได้ ตามมาด้วยการค้นพบตัวเองครั้งสำคัญที่ฟ้ารู้สึกว่า คิดดีแล้วกับการตัดสินใจครั้งใหญ่ที่ผ่านมา

ฟ้า: ถ้าให้พูดว่าตัวตนของฟ้าตอนนี้เป็นแบบไหน ก็คงตอบได้ยาก เพราะรู้สึกว่า มันคือสิ่งที่เรายังต้องค้นหาไปเรื่อยๆ ณ ปัจจุบันฟ้าก็เป็นแบบที่ทุกคนเห็น ตามสิ่งที่เราอยากจะสื่อสาร อย่างในวิดีโอที่ฟ้าทำ นั่นก็คือตัวตนของฟ้า ซึ่งมันดูเหมือนจะมินิมอล เพราะสำหรับเรามินิมอลคือการค้นพบสิ่งสำคัญในชีวิต และตัดสิ่งไม่สำคัญออกไป และตอนนี้ฟ้าค้นพบความสุขของตัวเองแล้ว ก็เลยกลายเป็นผู้หญิงคนหนึ่งที่ชอบในสิ่งที่ตัวเองทำ และมีความสุขกับชีวิตของตัวเอง

แล้วฟ้าหาความสุขอย่างไร ? เราถามกลับไปเมื่อคำตอบก่อนหน้านี้ของฟ้าสะกิดใจคนฟังอยู่ไม่น้อย 

ฟ้า: ความสุขสำหรับฟ้ามันเป็นของฟรีนะ เป็นสิ่งที่สามารถเกิดขึ้นจากตัวเองได้ แล้วเรายังแจกจ่ายไปสู่คนอื่นได้อีก ไม่ต้องไปหา ไม่ต้องไปยึดติดกับอะไร ถ้ามองว่าความสุขเกิดขึ้นจากข้างใน มันจะง่ายมากๆ ในการหาความสุขให้ตัวเอง เพราะบางคนอาจมองว่า ความสุขมาจากสิ่งของ ก็ใช่อยู่ คือมันมาได้จากหลายอย่าง แต่ถ้าง่ายๆ เริ่มต้นเลย…

ความสุขเกิดจากข้างในจิตใจที่สงบและเราเกิดความสุขความตื้นตันจากข้างใน อันนั้นคือที่สุดแล้ว ไม่ต้องไปอิงกับอะไร จะมีมาก มีน้อยหรืออยู่ที่ไหนเราก็มีความสุขได้”

ฟ้า Sarioka

อีกหนึ่งบทบาทที่ใครเป็นคอเกมคงเห็นฟ้าโผล่ไปทักทายในแอปพลิเคชัน Twitch ซึ่งเธอก้าวสู่วงการสตรีมเมอร์ด้วยชื่อ Sarioka

FahSarika

ฟ้า: จริงๆ ฟ้าชอบเล่นเกมอยู่แล้วตั้งแต่เด็กๆ ตอนแรกไม่รู้ตัวว่าชอบมากขนาดไหน แต่ก็เล่นมาตลอดนะ (หัวเราะ) อย่างฟ้าจะเป็นสายเกมออนไลน์ พอเริ่มมี PS4 มี Nintendo ก็เล่น แต่ไม่ได้จริงจังว่าต้องเก็บแรงก์ สะสมของ แต่พอมาช่วงโควิด-19 เราติดหนักกว่าเดิม ยิ่งเกม Animal Crossing คือติดหนักมาก ติดแบบฟ้าเล่นไปแล้วประมาณ 400 ชั่วโมง ติดเล่มเกมเกินจนลืมถ่ายคลิป (หัวเราะ) ฟ้าเลยต้องไปสารภาพกับทุกคนใน youtube ว่าฟ้าติดเกมนะ แล้วก็ไลฟ์คุยกัน ทุกคนเลยแนะนำว่า ทำไมฟ้าไม่ลองสตรีมเกม ซึ่งฟ้าก็รู้สึกว่าเป็นสิ่งที่น่าสนใจ 

พอได้ลองก็รู้สึกว่าวงการสตรีมเมอร์ที่จริงมันกว้างมาก คล้ายๆ กับ youtube เราเลยสามารถที่จะทำ และอยู่ในโลกนั้นได้ แล้วมันพาเราไปเจอสังคมใหม่ ทำให้รู้ว่า คนเล่นเกมเขามีวิธีคิดแบบนี้ เขามีความรู้จริงๆ บางทีฟ้าเล่น ฟ้าเหมือนสตรีมให้คนในห้องแชทสอนเราเล่น (หัวเราะ) อย่างบางครั้งฟ้าบอกทุกคนว่าเล่นไม่เป็น ต้องไปทางไหนต่อ หรือตรงนี้ต้องกดยังไง เขาก็มาช่วยกันตอบ เรารู้สึกว่ามันน่ารักมาก ที่ทุกคนคอยสอนกัน ใส่ใจ และถามตลอดว่าจะมาเมื่อไหร่ ว่างไหม ถ้าเหนื่อยก็พัก บางทีก็อยู่เป็นเพื่อนกัน เพราะบางคนสตรีมสี่ถึงห้าชั่วโมง ยันเช้าก็มี และพวกเขาพร้อมสนับสนุนวงการสตรีมเมอร์จริงๆ ซึ่งนี่คือเรื่องที่ดีและสวยงาม

.

บ้านฟ้า

มีโอกาสมาเยือนถึงบ้านฟ้า เราจึงไม่พลาดถามถึงการย้ายมาอยู่บ้านหลังใหญ่ในถิ่นนครปฐมแห่งนี้ เพราะเดิมทีฟ้าอยู่คอนโดฯ ซึ่งเธอบอกกับเราว่าตอนแรกคิดว่าคอนโดฯ ที่อยู่คือบ้านถาวรแล้ว แต่เพราะไวรัสโคโรนาระบาดจึงย้ายมาอยู่ที่นี่

ฟ้า: ตอนนี้ฟ้าอยู่ที่นครปฐมเป็นหลัก แต่ยังมีบ้างที่กลับไปคอนโดฯ เวลามีถ่ายงานที่กรุงเทพฯ ซึ่งเรามาอยู่ที่นี่แล้วสบายใจมาก มีสวนหลังบ้านที่เป็นธรรมชาติ ซึ่งฟ้าชอบของที่ใช้วัสดุธรรมชาติอยู่แล้ว จริงๆ ถ้ายกหิน หรือน้ำตกมาไว้ในบ้านได้คงทำไปแล้ว หรือยกบ้านไปติดกับภูเขาได้ก็คงดี (หัวเราะ) ค่าครองชีพก็ถูก อีกอย่างฟ้ากำลังจะเลี้ยงน้องหมา อยู่นี่เขาก็จะมีพื้นที่ เพราะคอนโดฯ เราห้ามเลี้ยง

FahSarika

หยิบของอะไรติดมือมาจากคอนโดฯ บ้าง ?

ฟ้า: ต้นไม้เลย ต้องเอามาด้วยแน่ๆ เพราะไม่งั้นน้องน่าจะไม่รอด ต้นไม้เป็นอีกหนึ่งสิ่งที่เราขาดไม่ได้ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน เพราะรู้สึกว่านี่คือสิ่งมีชีวิตที่สวยงามโดยธรรมชาติของเขา แค่เราได้นั่งมองใบ ได้รดน้ำก็รู้สึกผ่อนคลาย

อีกอย่างน่าจะเป็นงานเซรามิก งานปั้นที่เกี่ยวกับร่างกาย เพราะฟ้าค่อนข้างชอบสรีระของมนุษย์ รูปปั้นที่มีอยู่เป็นหุ่นทั้งผู้ชาย ผู้หญิง แล้วมันผ่าครึ่งหนึ่งให้เห็นภายใน ทั้งมัดกล้ามเนื้อ เส้นเลือดต่างๆ อีกฝั่งก็เป็นร่างกายเปลือย ซึ่งสวยงามดี เพราะความเปลือยเป็นสิ่งที่อยู่เหนือกาลเวลา คือสิ่งคลาสสิกที่ไม่แปรผัน ฟ้ารู้สึกว่าสิ่งนี่คือความสวยงามของร่างกาย มันคือธรรมชาติ

FahSarika

หลายคนคงได้ดูวิดีโอรีวิวปี 2019 ของฟ้า ด้วยอาชีพยูทูบเบอร์ที่ทำงานที่บ้าน จึงมีช่วงหนึ่งที่เธอรู้สึกว่าการทำงานกำลังกลืนกินพื้นที่ส่วนตัว ซึ่งเป็นสิ่งที่คนจำนวนไม่น้อยเคยคิดไม่ตกกับปัญหานี้

ฟ้า: ด้วยความที่งานยูทูบเบอร์ที่ฟ้าทำอยู่ค่อนข้างฟรีสไตล์มากๆ ถ่ายอะไรก็ได้ ถ่ายตอนอยู่บ้านก็ได้ เลยมีบางครั้งที่เราสนุกกับงานมากๆ ยิ่งเพลิน ตอนกินข้าวก็เอามาคุย หรือเวลาไปไหนแล้วเห็นว่าดี ก็คิดว่าถ่ายงานดีกว่า กลายเป็นว่าเราทำงานตลอดจนเหมือนไม่มีพื้นที่พักผ่อน ซึ่งมีช่วงที่ฟ้าเริ่มไม่สนุกกับงาน คิดงานไม่ออก เหมือนเสียความครีเอทีฟไป เราจะเริ่มเครียด แล้วกลัวว่าจะทำได้ไม่นาน กลัวว่าต่อไปนี้จะคิดคอนเทนต์ได้อีกไหม คนดูจะเบื่อไหม ตรงนี้ที่รู้สึกว่า toxic นิดนึง

FahSarika

ฟ้าเลยบาลานซ์ชีวิตด้วยการจำกัดชั่วโมงว่าวันนี้จะทำงานเท่าไหร่ เพราะฟ้าอยู่ที่เดิม ซึ่งก็คือบ้าน เลยไม่สามารถแบ่งพื้นที่ หรือว่าส่วนที่เราอยู่ได้ เลยจะแบ่งเป็นชั่วโมงว่าตั้งแต่กี่โมงถึงกี่โมง จากนั้นจะไม่พูดถึงเรื่องงานอีกเลย หาอย่างอื่นทำที่เราไม่ต้องไปโฟกัสเรื่องงาน อาจจะดูหนัง ฟังเพลง ออกกำลังกาย หรือนอนเปื่อยๆ เพื่อจะได้ใช้ชีวิตอยู่ในบ้านได้อย่างสนุก แล้วก็พยายามทำความเข้าใจธรรมชาติของทั้งสองสิ่ง เพราะฟ้าเชื่อว่าทุกคนต้องมีช่วงที่เหนื่อย เบื่อ ขี้เกียจ มันเป็นธรรมชาติของมนุษย์อยู่แล้วที่เราจะเข้าหาความทุกข์ ฉะนั้นแค่พยายามเข้าใจตัวเอง ปรับตัวตามสิ่งที่ตัวเองเป็น และรู้ตัวเสมอว่าเราอยู่ในสถานะไหน ชีวิตเราก็จะผ่อนคลายขึ้น

ฟังคำตอบแล้วนึกสงสัยต่อว่า ฟ้าเคยคิดถึงการทำงานที่ไม่เกี่ยวข้องกับโลกออนไลน์บ้างหรือเปล่า ?

ฟ้า: ถ้าเรายังสามารถคิดต่อไปได้เรื่อยๆ ไม่หยุดพัฒนา ก็คิดว่าตัวเองยังคงทำงานด้านนี้อยู่ แต่ถ้าถามถึงงานออฟไลน์ เราคงคิดถึงงานเชิงศิลปะ นักแสดง นักร้อง หรือไม่ก็เน้นงานศิลปะที่เราชอบอย่างเดียวเลย ไม่รู้จะได้เงินเท่าไหร่นะ แต่รู้ว่าเราต้องสนุกกับการสร้างสรรค์ผลงานแน่นอน

เมื่อบาลานซ์การทำงานและพื้นที่ส่วนตัวได้แล้ว การใช้ชีวิตอยู่ในบ้านเกือบตลอดเวลาของฟ้า จึงกลายเป็นมุมที่ทำให้เธอได้รู้จักตัวเองมากขึ้น

บ้านคือที่ที่เราอยู่แล้วเป็นตัวเองมากที่สุด มีคน มีของที่เป็นของเรา มีสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการใช้ชีวิต เป็นที่รวมหลายๆ อย่างของชีวิต เพราะสุดท้ายเมื่อเราไม่รู้จะเก็บของที่ไหน ก็ต้องเก็บที่บ้าน ฟ้าเลยมองว่าบ้านก็คือเรา เราก็คือบ้าน 

ฟ้า: การอยู่บ้านยังทำให้เห็นสิ่งที่เป็นของเรามากขึ้น ทั้งของใช้ ของกิน คนรอบตัว สิ่งแวดล้อมรอบตัว เราจะค้นพบของที่จำเป็น ของที่สำคัญ ของที่ใช้แล้วมีความสุขจริงๆ อย่างเวลาฟ้าโยกย้าย ฟ้าก็จะหยิบของที่มันจำเป็นจริงๆ เราก็จะเห็นสิ่งสำคัญได้ชัดขึ้น อีกอย่างตอนนี้ฟ้าเห็นบางคนอยู่บ้านก็เริ่มจัดบ้านมากขึ้น ของแต่งบ้านขายดี นั่นหมายถึงว่าทุกคนหันมาสนใจที่อยู่อาศัย บ้านพัก หรือว่าสิ่งที่เราเห็นแล้วมีความสุขมากขึ้น ซึ่งเป็นเรื่องที่ดี” 

.

ฟ้าถามฟ้า

อย่างที่ฟ้าเล่าให้ฟังก่อนหน้านี้ ว่าทางออกของความเหนื่อย หรือความเครียดในชีวิตคือ การเข้าใจตัวเอง ที่เธอบอกกับเราว่าทำได้ด้วยการหาเวลาคุยกับตัวเองให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้

FahSarika

ฟ้า: การเข้าใจตัวเอง คือการรู้ว่าเราชอบอะไร มีความสุขกับอะไรมากที่สุด ทำอะไรแล้วรู้สึกผ่อนคลาย หรือเครียดแค่นั่นเอง ซึ่งฟ้าเข้าใจได้เพราะคุยกับตัวเองเยอะ ตั้งคำถามกับตัวเองบ่อย คุยแบบคุยจริงๆ นะ อยากทำให้ดูตอนนี้แต่ก็คงจะเขินๆ (หัวเราะ) แต่เราคุยกับตัวเองเยอะมากเวลาอยู่คนเดียว หาอะไรทำที่ไม่ต้องสนใจว่าใครจะเห็น โฟกัสแค่ว่าเมื่อเราต้องอยู่กับตัวเอง เราจะอยู่อย่างไรให้มีความสุขนั่นคือเรื่องสำคัญ เพราะสุดท้ายแล้ว เราก็เกิดมาตัวคนเดียว ซึ่งถ้าเราอยู่กับตัวเองได้มีความสุข ก็จะสามารถเผื่อแผ่ไปให้คนรอบข้างได้ เพราะแค่อยู่กับตัวเองฉันก็มีความสุขได้ อยู่กับคนอื่นก็ยิ่งต้องมีความสุขแน่เลย 

สำหรับบางคนที่ไม่รู้ว่าจะเข้าใจตัวเองยังไง ฟ้าว่าแค่สังเกตความรู้สึกของตัวเองให้มากที่สุด อย่างง่ายๆ แค่ลองดูรูปในมือถือที่เซฟหรือถ่ายไว้ มันสามารถบอกความเป็นเราได้นะ

ช่วงนี้ถามอะไรกับตัวเองบ้าง ? 

ฟ้า: ชอบถามตัวเองว่า นอนไหม ? (หัวเราะ) ดูแลตัวเองบ้างหรือเปล่า เราติดเล่นเกม ทำนู่นนี่จนไม่ค่อยได้นอน เพราะเมื่อฟ้าได้ทำอะไรแล้วสนุก จะเข้าข้างตัวเองว่า มันสนุกก็ทำไปเลย จนลืมบังคับตัวเอง

FahSarika

อีกหนึ่งคำถามโลกแตกที่ชอบถามตัวเองคือ เราเกิดมาทำไม ? เราต้องเป็นคนที่มีประโยชน์หรือเปล่า ต้องสร้างคุณค่าไหม ต้องสร้างอะไรเพื่อสังคม ต้องมีตัวตนมากน้อยแค่ไหน หรือเราต้องทำอะไร

ฟ้ารู้สึกว่าคำถามที่ว่า เราเกิดมาทำไม เป็นสิ่งหนึ่งที่ช่วยให้เราอยากมีชีวิตต่อ เพื่อหาคำตอบว่า เราเกิดมาทำไมในตอนที่โตกว่านี้

ซึ่งข้อนี้ฟ้ามีคำตอบให้มันเรื่อยๆ หรือบางช่วงชีวิตก็ไม่มีเลย อย่างช่วงนี้ฟ้าได้คำตอบว่า เราเกิดมาเพื่อออกไปค้นหาโลก ไปมองหาความมหัศจรรย์ ออกไปสนุกกับผู้คน ประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม รวมถึงพัฒนาตัวเอง เรายังไม่แก่ สมองยังไม่ตาย ร่างกายยังแข็งแรง เรายังไปได้อีกเยอะ 

ฟ้าเชื่อว่าทุกคนเกิดคำถามนี้มาตลอด คือเรามองว่าดีนะ การตั้งคำถามเป็นเรื่องที่ดี มันคือประตูที่เปิดให้เราได้เจออะไรอีกเยอะ เพราะถ้าเราไม่ตั้งคำถาม เราก็จะอยู่กับความจริงที่เก่าแล้ว หรือความจริงที่เคยจริง และบางอย่างมันเปลี่ยนเสมอ ความจริงในวันนี้ก็อาจไม่จริงในวันหน้าได้ ดังนั้นอย่าหยุดที่จะตั้งคำถามทั้งกับตัวเองและโลก

.

จดหมายถึงฟ้าในวันข้างหน้า

การถามฟ้าที่บ้านฟ้าซึ่งอบอวลไปด้วยความอุ่นใจครั้งนี้เดินทางมาถึงช่วงสุดท้าย เราได้รู้จักตัวตน ได้ซึมซับความคิดแบบ ‘ฟ้า ษริกา’ ที่ล้วนแต่มีความสุข และการเข้าใจตัวเองเคียงข้างเสมอ จึงอยากลองทำความรู้จักฟ้าล่วงหน้า ว่าในอนาคตเธออยากจะเติบโตแบบไหน

FahSarika

ฟ้า: ฟ้าอยากอยู่กับธรรมชาติให้มากกว่านี้ เพราะเราไม่รู้ว่าธรรมชาติจะลดน้อยลงเมื่อไหร่ อาจจะอีก 50 ปีข้างหน้า หรือนานกว่านั้น หรือมันอาจจะถึงวันที่ธรรมชาติเหลือน้อยมากๆ จนเราคิดถึง เลยรู้สึกว่าช่วงเวลาที่เหลือของชีวิต คงอยากพาตัวเองไปอยู่กับธรรมชาติ ไปชื่นชมให้มากที่สุด เพราะเขาคือโลกของเรา คือทั้งหมดที่เราเกิดมา และยังมีอะไรให้เราค้นหาอีกเยอะ

ถ้าให้ฟ้าเขียนจดหมายถึงตัวเองในอีก 5 ปีข้างหน้า อยากจะเขียนถึงตัวเองว่าอย่างไร ? 

ฟ้า จงมีความสุขในทุกวันกับเรื่องเล็กน้อยอย่างที่เป็นอยู่ไปเรื่อยๆ รักษาผู้คนดีๆ และสิ่งที่ดีเอาไว้ให้ได้มากที่สุด แล้วก็อย่าลืมดูแลตัวเอง รักษาสุขภาพด้วยนะ


เราถามฟ้าเพื่อให้ทุกคนทำความรู้จัก ‘ฟ้า ษริกา สารทศิลป์ศุภา’ มากขึ้นแล้ว ต่อจากนี้คงถึงเวลาที่เราอยากให้ทุกคนลองถามตัวเองดูบ้างว่า ทุกวันนี้รู้จัก เข้าใจ และเติมความสุขในชีวิตตัวเองได้ดีพอหรือยัง ?

Contributor

สิริลักษณ์ สุขสวัสดิ์

Writer

In a relationship with เสียงเพลง ตัวหนังสือ แซลมอน มัทฉะลาเต้หวานน้อย และการคุยกับผู้คน ชอบเที่ยวสำรวจเมืองแต่ก็ขาดธรรมชาติไม่ได้ ทำงานพาร์ทไทม์เป็นนักดูคอนเสิร์ต

นิพนธ์ สุทธิวิลัย

Photographer

เป็น Video creator ที่ชอบภาพเคลื่อนไหวมากกว่าภาพนิ่ง ใจแลกใจ คติประจำที่ใครๆ ก็รักและเอ็นดู