Chanintr ชนินทร์ ของแต่งบ้าน - Urban Creature

โซฟาบ้านคุณแตกลายแล้วหรือยัง
โต๊ะกินข้าวที่บ้านเก่าจนผุแล้วใช่ไหม
สปริงเตียงนอนยังคงทำงานได้ดีหรือเปล่า
แล้วเก้าอี้ทำงานล่ะ มันทำร้ายคอ บ่า ไหล่ ของคุณบ้างไหม

โอเค ในตอนนี้คุณอาจจะไม่ได้มีปัญหาตามที่เราว่ามา แต่หากคุณเป็นคนที่สนใจการแต่งบ้าน แต่งห้อง แต่งออฟฟิศ นาทีนี้เราอยากพาคุณไปรู้จักกับ Chanintr – ชนินทร์ แบรนด์เฟอร์นิเจอร์ระดับ High-end ที่เต็มไปด้วยของดีไซน์สวยๆ งามๆ และพรั่งพร้อมด้วยฟังก์ชันที่ครบครัน

เดี๋ยวก่อน! เราไม่ได้กำลังจะป้ายยาหรือมาโฆษณาขายเฟอร์นิเจอร์ แต่เรากำลังจะพาคุณไปพบกับบทสัมภาษณ์ที่จะสะท้อนแนวคิด ตัวตน และจุดยืน ของแบรนด์เฟอร์นิเจอร์ที่ขึ้นชื่อว่า Luxury ที่สุดแบรนด์หนึ่ง และเป็นแบรนด์ที่มีเฟอร์นิเจอร์อยู่ในห้องนอน ห้องนั่งเล่น ห้องกินข้าว ห้องน้ำ และไลฟ์สไตล์ ของผู้คนมาเกือบ 30 ปี 

มากไปกว่าตัวบ้าน ความน่าสนใจที่พาเราไปพูดคุยกับพวกเขาในครั้งนี้ คือการที่ Chanintr ได้แตกแบรนด์ใหม่ออกมาในชื่อ Chanintr Work ที่กำลังบอกคนทุกคนว่า “การทำงานคือไลฟ์สไตล์อย่างหนึ่ง” ซึ่งไลฟ์สไตล์นี้สามารถเติมคุณภาพและประสิทธิภาพให้ดีขึ้นอีกมาก ผ่านข้าวของเครื่องใช้ที่เราเรียกกันว่า ‘เฟอร์นิเจอร์’ นี่แหละ

บางทีหลังจากที่อ่านบทสัมภาษณ์และชมภาพประกอบในบทความนี้จบ คุณอาจจะเริ่มปวดเมื่อยคอจากเก้าอี้ทำงาน โต๊ะกินข้าวอาจจะดูโทรมลง และจู่ๆ ก็มองเห็นรอยปริของโซฟาในห้องนั่งเล่นก็เป็นได้

Living Well!


ชีวิตที่ดีคืออะไร 
คำถามนี้อาจจะเป็นความสงสัยของผู้คนตั้งแต่หนุ่มสาวมัธยมไปจนถึงนักธุรกิจวัยเกษียณ แน่นอนว่าเราต่างมีนิยามชีวิตที่ดีในแบบของตัวเอง ทว่าจุดร่วมของชีวิตที่ดีคือการมี ‘คุณภาพชีวิต’ เป็นปัจจัยพื้นฐาน ซึ่งนี่เป็นโจทย์ที่ Chanintr ทำการบ้านมาตลอด 27 ปี เพื่อตอบคำถามของการสร้างคุณภาพชีวิตให้ผู้คน

“Living Well คือสโลแกนประจำแบรนด์ Chanintr เลย เพราะเราเชื่อในการสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีให้ลูกค้า เราต้องการตอบสนองความต้องการทั้งความชอบและรสนิยม ผ่านเฟอร์นิเจอร์ในแต่ละรูปแบบที่เราได้คัดสรรมา มันจึงจำเป็นต้องหลากหลายทั้งฟังก์ชัน ดีไซน์ และคุณภาพ เรามีเฟอร์นิเจอร์ให้ลูกค้าได้เลือกตั้งแต่แบบ Classic จนถึง Modern ทั้งยังมีสไตล์ที่แตกต่างกันออกไปในแต่ละแบรนด์ เพื่อให้สอดรับกับความต้องการที่หลากหลายของลูกค้า

“Chanintr เองนอกจากเฟอร์นิเจอร์ ที่ใช้ในห้องนั่งเล่นกับห้องนอนแล้วเราก็ยังมีครอบคลุมไปถึงเฟอร์นิเจอร์ที่ใช้ในครัว ตู้เสื้อผ้าต่างๆ รวมถึงห้องน้ำด้วย เราก็ค่อยๆ ขยับขยายมาเรื่อยๆ เพราะด้วยปณิธานของเราที่อยากจะยกระดับคุณภาพชีวิตของลูกค้า ไม่ใช่แค่เฟอร์นิเจอร์ทั่วไป แต่เราอยากจะเข้าไปอยู่ในทุกๆ พื้นที่ที่เขาสัมผัส ไม่ว่าจะเป็นห้องน้ำ ห้องครัว หรือออฟฟิศ” ทีมของ Chanintr เล่าให้เราฟังถึงคุณภาพชีวิตในปรัชญาของพวกเขา

จากปรัชญาแนวคิดสู่การลงมือทำจริงย่อมต้องอาศัยวิธีคิดและประสบการณ์ที่ละเมียด ถึงจะทำให้สินค้าของ Chanintr ตอบความต้องการและยกระดับคุณภาพชีวิตของลูกค้าได้จริงมาเป็นเวลานานขนาดนี้ ซึ่งทีม Chanintr ได้บอกหัวใจของการ ‘คัดสรร’ ผลิตภัณฑ์เข้ามาขายภายใต้แบรนด์ Chanintr ไว้ว่า

“ที่นี่เราใช้ลูกค้าเป็นศูนย์กลาง เราเชื่อใน Customer Centric เรามีทีมเซลส์ที่ใกล้ชิดกับลูกค้า และพูดคุยกับลูกค้าตลอดเวลาว่าเขาต้องการอะไร สิ่งไหนที่จะช่วยเติมเต็มชีวิตเขา เพราะฉะนั้น เรามีการเปลี่ยนแปลงปรับตัวอยู่ตลอดเวลาตั้งแต่วันแรกที่เปิดบริษัทจนถึงปัจจุบัน

“เพราะทุกวันนี้ลูกค้าก็มีความต้องการที่หลากหลายมากขึ้น เราจึงพยายามคัดสรรเฟอร์นิเจอร์เพื่อให้ตอบโจทย์ของลูกค้าแต่ละกลุ่ม อย่างไรก็ตาม เราก็จะมีหลักในการเลือกเฟอร์นิเจอร์เดียวกัน คือมีประวัติความเป็นมา ดีไซน์สวยงามที่มาพร้อมคุณภาพ และมีวิธีการผลิตสินค้าอย่างประณีตพิถีพิถัน นอกจากนี้ เรายังให้ความสำคัญกับการเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมด้วย”

โจทย์ที่ท้าทายของ Curated Store


การเป็นแบรนด์ที่วางตัวเป็น ‘ผู้คัดสรร’ ไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะนอกเหนือจากโจทย์ที่ต้องคัดสรรผลิตภัณฑ์ให้ตรงกับความต้องการของลูกค้าแล้ว การมีตัวตนในฐานะผู้คัดสรรก็เป็นความท้าทายอย่างหนึ่ง เพราะการที่แบรนด์อย่าง Chanintr วางขายแบรนด์ระดับโลกมากมายในร้าน แต่ยังสร้างภาพลักษณ์ที่น่าจดจำตัวเองเอาไว้ได้ถือเป็นความสำเร็จที่น่าสนใจ

มองผ่านจากวันนี้ หลายคนรู้จัก ‘Chanintr’ ในฐานะแบรนด์ที่คัดสรรเฟอร์นิเจอร์คุณภาพสูง ซึ่งมีความหลากหลายและสามารถตอบความต้องการของชีวิตในบ้านได้ทุกมิติ ตั้งแต่ห้องนั่งเล่น ห้องนอน ห้องครัว ห้องกินข้าว ห้องน้ำ และอีกมากมาย แต่น้อยคนจะรู้ว่าชื่อ ‘Chanintr’ เป็นชื่อใหม่ที่เกิดขึ้นภายหลังการปรับภาพลักษณ์แบรนด์ครั้งใหญ่เมื่อปี 2017 จากเดิมในชื่อ ‘Chanintr Living’ 

“เมื่อก่อนคนจะรู้จักเราในชื่อของ Chanintr Living แต่ด้วยความที่เราขยายกลุ่มของเฟอร์นิเจอร์ให้หลากหลายมากขึ้น คำว่า Chanintr Living อาจจะไม่ครอบคลุมผลิตภัณฑ์ทั้งหมด เลยปรับให้เหลือแค่คำว่า Chanintr เพียงอย่างเดียว” ทีม Chanintr เล่าย้อนให้ฟังถึงวันที่บริษัทได้ปรับตัวเพื่อก้าวต่อ

“การเป็นบริษัทนำเข้าเฟอร์นิเจอร์ แน่นอนว่าแบรนด์ที่เรานำเข้ามาก็จะมีคาแรกเตอร์ของตัวเองชัดเจน ซึ่งเราจำเป็นต้องรักษาคาแรกเตอร์เหล่านั้นไว้ แต่ขณะเดียวกันคาแรกเตอร์ของ Chanintr เองก็ต้องถูกรักษาไว้ด้วยเช่นกัน ฉะนั้น มันจะเป็นการบาลานซ์ทั้งสองส่วน

“แต่สุดท้ายเราก็หนีความหลากหลายไปไม่ได้ เพราะถึงแม้ว่าเราจะคัดเลือกแบรนด์ที่มีคาแรกเตอร์ใกล้กันกับเรา บางครั้งแต่ละแบรนด์ก็มีคาแรกเตอร์ที่แตกต่างกันอยู่ดี นี่เป็นเหตุผลหนึ่งที่เราแบ่งแบรนด์ลูกออกมาเพิ่มเติม ไม่ว่าจะเป็น Chanintr Craft, Chanintr Outlet, Baker by CHANINTR, Pergo และ Chanintr Work เพื่อให้การสื่อสาร Branding ของแต่ละแบรนด์เป็นไปในทิศทางเดียวกันและมีคาแรกเตอร์เฉพาะของตัวเอง แต่ทั้งหมดทั้งมวลก็ยังอยู่ในปรัชญาของความเป็นชนินทร์ คือเน้นความต้องการของลูกค้าเป็นสำคัญ ใส่ใจเรื่องดีไซน์ คุณภาพสินค้า คุณภาพการผลิต รวมถึงเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

Chanintr Work เมื่อออฟฟิศยุคใหม่กลายเป็นไลฟ์สไตล์


Chanintr Work คือแบรนด์น้องใหม่ล่าสุดจาก Chanintr เพราะปัจจุบันไลฟ์สไตล์ของคนไม่ได้ถูกจำกัดความอยู่แค่ในช่วงเวลา ‘นอกงาน’ แล้ว แต่รวมไปถึงชีวิตในช่วงเวลาทำงานด้วย Chanintr จึงได้ก้าวเข้ามามีบทบาทในโลกของออฟฟิศยุคใหม่หรือที่พวกเขาเรียกว่า Modern Office

“โมเดิร์นในที่นี้คือโมเดิร์นด้วยแนวคิด โมเดิร์นด้วยดีไซน์ โมเดิร์นด้วยการปรับตัวไปพร้อมกับโลก เพราะฉะนั้น ตัวสินค้าหรือตัวแบรนด์เฟอร์นิเจอร์เองจึงต้องสะท้อนคาแรกเตอร์ของความกระฉับกระเฉงและความรวดเร็วในการเปลี่ยนแปลงด้วย” นี่คือมุมมองของผู้สร้างออฟฟิศยุคใหม่

“ความท้าทายของเฟอร์นิเจอร์ในที่ทำงานคือความแตกต่างของผู้คนในออฟฟิศ เพราะไม่ว่าจะเป็นเจ้าของ ผู้ถือหุ้น รวมไปถึงพนักงานของบริษัทเอง ก็มีความคาดหวังถึงคุณภาพชีวิตในแบบที่แตกต่างกันไป การสร้างออฟฟิศยุคใหม่จึงไม่ใช่ความชอบหรือรสนิยมของคนที่จ่ายเงินเท่านั้น แต่ต้องมองไปถึงผู้คนที่อยู่ในออฟฟิศด้วย เพื่อสร้างบรรยากาศในการทำงานที่ดีให้องค์กร”

นอกจากทำให้ที่ทำงานมีบรรยากาศที่ดีแล้ว ยังมีเหตุผลอีกไหมว่าทำไมองค์กรใหญ่หรือออฟฟิศขนาดเล็กถึงควรให้ลงทุนกับเฟอร์นิเจอร์ เราเอ่ยถามถึงบทบาทที่แท้จริงของเฟอร์นิเจอร์ที่มีต่อการทำงานกับทีม Chanintr

“เพราะเฟอร์นิเจอร์เป็นสิ่งที่ใกล้ชิดกับชีวิตคนคนหนึ่งมากที่สุด 

“แปดชั่วโมง คือเวลาที่คนส่วนใหญ่ใช้ชีวิตในที่ทำงาน เราต้องใช้ชีวิตอยู่กับเก้าอี้ตัวเดิม โต๊ะตัวเดิม และสิ่งแวดล้อมเดิม เพราะฉะนั้น สำหรับ Chanintr Work เรามีความเชื่อว่าเฟอร์นิเจอร์ต่างๆ ที่เราขายจะต้องมีประโยชน์ต่อการใช้งานจริง ขณะเดียวกันมันก็ควรจะต้องมีดีไซน์ที่สามารถสร้างความรื่นรมย์ได้ด้วย

นอกจากเรื่องของฟังก์ชันแล้วทีม Chanintr ยังเล่าว่าการเลือกใช้เฟอร์นิเจอร์ยังเป็นเรื่องของภาพลักษณ์องค์กรอีกด้วย เพราะมันสะท้อนแนวคิด รสนิยม และคุณค่า ที่องค์กรมีได้อย่างชัดเจน

“เฟอร์นิเจอร์ในออฟฟิศเป็นส่วนสำคัญที่สะท้อนให้เห็นว่าองค์กรให้ความสำคัญกับทรัพยากรบุคคลของเขามากน้อยเพียงใด การที่เขาเลือกเฟอร์นิเจอร์ที่เหมาะกับการใช้งานมันเป็นการแสดงออกว่าเขาให้ความสำคัญกับสุขภาพของพนักงาน”

ถ้าเปิดออฟฟิศใหม่ให้ลงทุนกับ ‘เก้าอี้’


“ถ้ามีผู้ประกอบการคนหนึ่งเพิ่งเปิดบริษัทใหม่ เขาคนนั้นควรลงทุนกับเฟอร์นิเจอร์ชิ้นไหนที่สุด”

หลังครุ่นคิดครู่หนึ่ง ทีม Chanintr ก็ตอบว่า เก้าอี้ 

“เพราะเราใช้เวลาบนเก้าอี้มากที่สุด มันเป็นเฟอร์นิเจอร์ที่สัมผัสตัวเราอยู่ตลอดเวลา ซึ่งส่งผลกระทบต่อสุขภาพโดยตรง แต่คนส่วนใหญ่มักจะลืมใส่ใจเรื่องนี้”

“ถ้าอย่างนั้นเก้าอี้ของ Chaintr รุ่นไหนที่ได้รับความนิยมในการใช้เพื่อดูแลสุขภาพมากที่สุด” เราถาม

“เรามีหลายแบรนด์มาก แต่เก้าอี้ที่เป็นแบรนด์หลักและขายดีที่สุดของเราก็คือ Herman Miller ซึ่งจะเป็นกลุ่มของเก้าอี้ Ergonomics ที่ออกแบบมาเพื่อสุขภาพโดยเฉพาะ โดย Herman Miller จะมีความโดดเด่นทั้งดีไซน์แล้วก็เรื่องการทำ Research and Development ที่พัฒนาเทคโนโลยีของเขาอยู่ตลอด”

พูดอย่างสรุปทึกทักเอาเอง เฟอร์นิเจอร์ที่ดีย่อมส่งผลให้คนทำงานมีสุขภาพที่ดี และคนที่สุขภาพดีย่อมมีประสิทธิภาพในการทำงานมากกว่าคนที่สุขภาพไม่สมบูรณ์ ผู้อ่านว่าจริงไหม

เมื่อพูดถึงเก้าอี้และความหลากหลายของเฟอร์นิเจอร์ในออฟฟิศของ Chanintr Work เราจึงได้พบว่าแบรนด์ลูกของ Chanintr คนนี้มีความแตกต่างจาก Chanintr คนแม่อยู่บ้าง นั่นคือเป็นแบรนด์ที่เข้าถึงง่ายขึ้น โดยเฉพาะในแง่ของ ‘ราคา’ 

“เราคิดว่าธรรมชาติของเฟอร์นิเจอร์ที่ใช้ในสำนักงานคือความรวดเร็วกระฉับกระเฉง เราเลยพยายามแสดงภาพนั้นออกมาให้ชัดเจน เพราะฉะนั้น Chanintr Work เมื่อเทียบกับ Chanintr ก็จะมีภาพของความกระฉับกระเฉงและเข้าถึงได้ง่ายกว่า แต่จริงๆ เราก็ยังคงเป็นแบรนด์ที่ Luxury อยู่ เพียงแต่คำว่า Luxury ของเรามันอาจจะต่างจากที่คนอื่นมอง Luxury ของเรามันหมายถึงของชิ้นที่ไม่จำเป็นต้องมีราคาแพง แต่มีคุณค่าในตัวของมันเอง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องดีไซน์ คุณภาพ รวมถึงเรื่องราวต่างๆ ที่อยู่ในของชิ้นนั้น

“เวลาเราบอกว่าเราเป็นแบรนด์ Luxury เรามองว่าเราคือคนที่ขายของที่มีคุณค่าและคุณภาพ ซึ่งของที่มีคุณภาพส่วนใหญ่ก็เกิดจากต้นทุนการผลิตที่สูง เพราะฉะนั้น ราคาสินค้าของเรามันจึงแปรผันไปตามต้นทุน แต่มันไม่ใช่ว่าเราเลือกโต๊ะตัวนี้มาขายเพราะมันแพง แต่เราเลือกเพราะมันดี อย่างใน Chanintr Work เราก็มีโต๊ะทำงานที่ราคาตั้งแต่ 20,000 บาทไปจนถึง 3 ล้านบาท ซึ่งมันก็ขึ้นอยู่กับความต้องการของลูกค้า”

‘Living Office’ โชว์รูมมีชีวิตของ Chanintr Work


ปัจจุบัน Chanintr Work มีโชว์รูมตั้งอยู่ที่ซอยสุขุมวิท 26 ซึ่งเป็นโชว์รูมขายเฟอร์นิเจอร์ในคอนเซปต์ Living Office ที่แบ่งสัดส่วนของออฟฟิศพนักงาน Chanintr คาเฟ่ และพื้นที่ทดลองสินค้าได้อย่างกลมกลืนในพื้นที่เปิด โดยได้ทีมออกแบบจาก Interior Architect 49 (IA49) ซึ่งเป็นบริษัทสถาปนิกภายใต้เครือ 49Group มารังสรรค์พื้นที่ให้ตรงกับแนวคิดของแบรนด์

โชคดีที่เราได้มีโอกาสพบ คุณหน่อย-ธีรานุช กรรณสูต วงศ์ไวศยวรรณ ดีไซเนอร์จากทีม IA49 จึงได้พูดคุยถึงแนวคิดการสร้างพื้นที่มีชีวิตแห่งนี้ขึ้นมา ซึ่งเธอเล่าว่าโจทย์แรกที่ได้รับมาจาก Chanintr Work คือการสร้างพื้นที่ที่จะสามารถนำแบรนด์เฟอร์นิเจอร์กว่า 10 แบรนด์มาโชว์ร่วมกัน และจะต้องมีพื้นที่นั่งทำงานเป็นออฟฟิศให้พนักงานในบริษัทด้วย

“พอเราต้องดีไซน์ให้พื้นที่วางแบรนด์ได้หลากหลายและเป็นออฟฟิศได้ด้วย มันก็เลยต้องเป็นพื้นที่ที่มีความยืดหยุ่น เราเลือกทำเป็นโชว์รูมแบบเปิดโล่งเพื่อให้พนักงานของ Chanintr สามารถไปนั่งทำงานตรงไหนก็ได้ ในฝั่งของลูกค้าเราก็จะมีร้านกาแฟให้ ซึ่งคนที่เข้ามาซื้อกาแฟเขาก็จะไปลองนั่งใช้เฟอร์นิเจอร์ตรงไหนก็ได้เช่นกัน 

“เพราะฉะนั้น มันก็จะเป็นกึ่งๆ ไลฟ์สไตล์โชว์รูมที่เชิญชวนให้คนเข้ามานั่งหรือเข้ามาอยู่ นอกจากนี้ การที่มันต้องโชว์สินค้าด้วย มันก็ควรจะสว่างแล้วก็ดูโล่งโปร่งสบาย เราถึงได้วางกระจกไว้ที่ทางเข้าทั้งสองทาง รวมถึงใช้สีขาวเป็นสีหลักของพื้นที่”

นอกจากความน่าสนใจในเชิงคอนเซปต์การใช้พื้นที่แล้ว ตัวโครงสร้างการของอาคารก็เป็นหนึ่งในจุดเด่นของโชว์รูมแห่งนี้ด้วยเช่นกัน เพราะทีม IA49 ได้รีโนเวตอาคารจาก ‘โกดังเก่า’ ซึ่งคุณหน่อยก็เล่าให้ฟังว่า สาเหตุของการเลือกรีโนเวตแทนการสร้างใหม่เลยก็เพราะตัวโครงสร้างอาคารเดิมยังอยู่ในสภาพที่ดี ทำให้ทีมเลือกลงความเห็นว่าจะเก็บรักษาโครงสร้างเดิมเอาไว้ เพื่อลดการสร้าง ‘ขยะ’ ที่ไม่จำเป็นจากการก่อสร้าง

“ขยะจำนวนมากในโลกนี้เกิดมาจากการก่อสร้าง ดังนั้น จึงไม่ใช่ว่าเอะอะจะทุบทิ้งสร้างใหม่อย่างเดียว อาคารหลังนี้ถือว่าเป็นอาคารเก่าที่มีคุณค่า ซึ่งเราสามารถใช้ทักษะของเราปรับปรุงเพื่อมอบชีวิตใหม่ให้มันได้ เราก็พยายามทำดีที่สุดในฐานะที่เราเป็นประชากรโลก มันอาจจะไม่ใช่เพื่อตัวเราเอง แต่เป็นคนรุ่นต่อๆ ไป”

นอกจากเรื่องความใส่ใจสิ่งแวดล้อมและธรรมชาติแล้ว โชว์รูมแห่งนี้ยังใส่ธรรมชาติเข้ามาเป็นส่วนที่เด่นที่สุดของพื้นที่อีกด้วย เนื่องจากสิ่งแรกที่ทุกคนจะต้องสะดุดตาเมื่อเดินเข้ามาในพื้นที่ คือต้นไม้ต้นใหญ่ที่ตั้งอยู่กลางโชว์รูมแห่งนี้ ซึ่งคุณหน่อยก็ได้เล่าให้ฟังถึงเหตุผลที่น่าสนใจของการวางต้นไม้ไว้เป็นส่วนหนึ่งของอาคาร

“ส่วนตัวเรารู้สึกว่าต้นไม้มันเชื่อมโยงกับคนมากที่สุดแล้ว เพราะว่ามันเป็นสิ่งมีชีวิต กลับกันตัวอาคารเองต่างหากที่เป็นสิ่งไม่มีชีวิต แต่ว่าเราออกแบบเพื่อให้มนุษย์เข้ามาใช้ เราอยากให้มันมีชีวิตอยู่ในนี้ รู้สึกว่าสิ่งที่ให้ความอบอุ่นและให้ความรู้สึกเชื่อมโยงกับมนุษย์มากที่สุดก็คือสิ่งมีชีวิตด้วยกัน ซึ่งต้นไม้นี่แหละคือศูนย์กลางของสิ่งมีชีวิตมากมาย 

“อย่างต้นที่ตั้งอยู่ที่นี่ พอเวลาผ่านไปเราก็เห็นมีนกมาทำรัง มีตัวบุ้งมาอยู่อาศัย ก็เหมือนเราสร้างอีโคซิสเต็มขึ้นมาใหม่ ถ้าไม่มีสิ่งเหล่านี้มันก็คงจะเป็นเหมือนโชว์รูมสวยๆ แห้งๆ สักหนึ่งแห่งที่เอาไว้โชว์ของเฉยๆ แต่ไม่มีชีวิต”

Writer

SEND YOUR STORY

REQUEST INTERVIEW

ติดตามอ่าน “Urban Creature”
นิตยสารออนไลน์ที่จะทำให้คุณรักเมืองที่คุณอยู่ รักตัวเองมากขึ้นด้วยการเปิดมุมมองและนำเสนอแนวทางการใช้ชีวิตอย่างสร้างสรรค์ และสร้างแรงบันดาลใจใหม่ๆ ในการใช้ชีวิต
Better Life. Better Living.
Max. file size: 64 MB.