อิตาลีประกาศบูรณะโคลอสเซียม ด้วยการปรับปรุงพื้นให้เปิด-ปิดได้ เพื่อโชว์โครงสร้างใต้ดินของสนามแข่งในอดีต

อิตาลีประกาศแผนบูรณะโคลอสเซียม (Colosseum) สนามกีฬากลางแจ้งขนาดใหญ่ใจกลางกรุงโรม โบราณสถานที่แสดงถึงความรุ่งโรจน์ของอาณาจักรโรมัน การบูรณะในครั้งนี้มีเป้าหมายที่จะปรับปรุงพื้นของสนามกีฬาให้กลับมาใช้งานได้เหมือนเมื่อราว 2,000 ปีก่อนอีกครั้ง โดยพื้นสนามจะถูกออกแบบใหม่ให้เปิด-ปิดได้ เพื่อแสดงเส้นทางอุโมงค์ใต้ดินและห้องต่างๆ ที่เคยใช้เป็นสถานที่เก็บเสือ สิงโต ช้าง และสัตว์อื่นๆ รวมไปถึงเหล่านักรบที่รอขึ้นสังเวียน เมื่อบูรณะเสร็จสิ้น จะทำให้นักท่องเที่ยวสามารถชื่นชมความงามของโคลอสเซียมเหมือนยืนอยู่กลางเวทีเฉกเช่นเดียวกับเหล่านักรบในอดีต และยังใช้เป็นพื้นที่จัดกิจกรรมทางวัฒนธรรม คอนเสิร์ต หรือโรงละครได้อีกด้วย ซึ่งคาดว่าโปรเจกต์ดังกล่าวจะเสร็จสิ้นภายในปี 2023 หลังจากที่ประกาศออกมา ก็ได้เกิดข้อถกเถียงเรื่องความเหมาะสมในการบูรณะโบราณสถาน บ้างก็ไม่เห็นด้วยเพราะมองว่าการกระทำดังกล่าวเป็นเหมือนการดัดแปลงสิ่งมหัศจรรย์ของโลกเพียงเพื่อต้องการเงินจากนักท่องเที่ยว มากกว่าการคงไว้ซึ่งเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ที่ยาวนาน ส่วนอีกฝั่งของความเห็นก็ชวนเราตั้งคำถามว่า ณ เวลานี้อาคารหรือสถานที่เหล่านั้นมีบทบาทอย่างไรในสังคม และมันทำหน้าที่นั้นได้ดีที่สุดแล้วหรือยัง และการบูรณะปรับปรุงในครั้งนี้อาจจะดีเสียกว่าการปล่อยทิ้งร้างให้เสียหายตามกาลเวลา ความเห็นต่างเหล่านี้ถือเป็นประเด็นที่ทำให้เรากลับมามองว่า การบูรณะหรือดัดแปลงโบราณสถานนั้นถือเป็นการทำลายหรือไม่ และทุกคนมีความคิดเห็นอย่างไร Sources : BBC | https://bbc.in/39Sw4jfDesignboom | http://bit.ly/3qIdWiR

Rijksmuseum อัปโหลดผลงานกว่า 700,000 ชิ้น ให้เข้าชมออนไลน์ฟรี ช่วง COVID-19

เรียกได้ว่าเป็นช่วงเวลาที่สาหัสสำหรับพิพิธภัณฑ์ทั่วทุกมุมโลก เพราะตั้งแต่ COVID-19 เริ่มแพร่ระบาด วงการพิพิธภัณฑ์ก็ซบเซาไปมาก เช่นเดียวกับพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติอัมสเตอร์ดัม ประเทศเนเธอร์แลนด์ ที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของ COVID-19 อย่างมากในปีที่ผ่านมา นอกจากนิทรรศการที่วางแผนไว้จะถูกเลื่อนไปแล้ว จำนวนผู้คนที่แวะเวียนมาชื่นชมศิลปะยังลดลงเหลือเพียงแค่ 1 ใน 4 ของปีก่อนหรือประมาณ 675,000 คน ซึ่งถือว่าเป็นจำนวนที่น้อยที่สุดตั้งแต่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาตินี้เปิดทำการมา แต่ด้วยแรงสนับสนุนจากรัฐบาลและภาคประชาชนที่โหยหาประสบการณ์การรับชมงานศิลปะนี้เอง ทำให้พิพิธภัณฑ์เยียวยาประชาชนและวงการศิลปะด้วยการอัปโหลดผลงานในครอบครองกว่า 700,000 ชิ้น ให้ประชาชนเข้าชมออนไลน์ฟรี แบบ HD ผ่านแคมเปญ #Rijksmuseumfromhome นอกจากนั้น ทางพิพิธภัณฑ์ยังให้บริการ Virtual Tour หรือระบบนำทัวร์พิพิธภัณฑ์เสมือนจริง ให้ทุกคนได้รับชมผลงานระดับโลกได้อย่างใกล้ชิดทั้งภาพและเสียงราวกับเดินอยู่แต่ละห้องของพิพิธภัณฑ์ด้วยตัวเอง เข้าไปเยี่ยมชมคลังผลงานศิลปะดีๆ ได้ที่ www.rijksmuseum.nl/en/

‘GROW’ งานศิลปะไฟในสวน ช่วยให้พืชเติบโตและแข็งแรง

งานศิลปะ Installation Art ของศิลปินสัญชาติเนเธอร์แลนด์ ‘Daan Roosegaarde’ ที่ออกแบบการเคลื่อนไหวของไฟสีต่างๆ โดยติดตั้งในพื้นที่เกษตรกรรมขนาด 20,000 ตารางเมตร หรือประมาณ 13 ไร่ บนเมืองร็อตเตอร์ดัม เพื่อโชว์ความสวยงามของแปลงพืชสีเขียว รวมทั้งไฟสีเหล่านี้ยังช่วยกระตุ้นพืชให้เจริญเติบโตและแข็งแรง

Rightbaan เว็บไซต์ช่วยหาบ้านที่ใช่ให้สัตว์จรจัด ไอเดียสุดเจ๋งจากนิสิตสัตวแพทย์ จุฬาฯ

รู้หรือไม่ ปัจจุบันกรุงเทพฯ มีสุนัขจรจัดกว่า 150,000 ตัว สวนทางกับสถานพักพิงที่มีพื้นที่จำกัด ทำให้มีสุนัขและแมวจำนวนมากไม่ได้รับการดูแลอย่างเหมาะสม ดังนั้น จะดีกว่าไหมถ้ามีสื่อกลางที่ช่วยหาบ้านให้กับเจ้าสี่ขาได้โดยตรง นิสิตคณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กลุ่มหนึ่งได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของปัญหาสัตว์จรจัดและการส่งต่อข่าวสารการอุปการะที่กระจัดกระจายอยู่หลายช่องทาง จึงรวมตัวกันสร้าง rightbaan.com ขึ้นมาเพื่อช่วยให้การอุปการะสัตว์ไร้บ้านเป็นไปได้ง่ายขึ้น ด้วยรูปแบบ ‘เว็บไซต์’ ทำให้ผู้ใช้เปิดเบราว์เซอร์ได้โดยที่ไม่ต้องดาวน์โหลดหรือติดตั้งแอปพลิเคชันให้ยุ่งยาก แถมหน้าเว็บยังออกแบบให้ใช้งานง่าย จัดหมวดหมู่เจ้าสี่ขา ทั้งสุนัขพันธุ์เล็ก พันธุ์ใหญ่ หรือแม้กระทั่งสัตว์ที่ต้องการความช่วยเหลือพิเศษไว้อย่างละเอียด การออกแบบที่สะดวกต่อการใช้งานนี้ก็เพื่อเป็นการเพิ่มโอกาสให้สัตว์ไร้บ้านเหล่านี้จะได้มีบ้านและเจ้าของที่ใช่ สำหรับใครที่สนใจอยากจะช่วยหาบ้านก็สามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมที่ www.RightBaan.com 

ปรับปรุง ‘ถ.ไกรสีห์’ โปรเจกต์ฟื้นฟูแหล่งท่องเที่ยว ย่านข้าวสาร-บางลำพู

‘ข้าวสารและบางลำพู’ ถือเป็นย่านที่ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวมากที่สุดแห่งหนึ่งของกรุงเทพฯ ด้วยเหตุนี้ กทม. จึงจัดทำโครงการปรับโฉมถนนในย่านนี้ให้สวยงามพร้อมใช้เป็นพื้นที่จัดกิจกรรมต่างๆ ในอนาคตต่อไป กทม. เริ่มทำเฟสแรกที่ถนนข้าวสาร ต่อด้วยเฟส 2 บริเวณ ‘ถนนไกรสีห์’ ซึ่งเป็นถนนคู่ขนานกับถนนข้าวสารและเป็นหนึ่งใน 4 เส้นทางท่องเที่ยวสำคัญในย่านข้าวสารและบางลำพู ซึ่งขณะนี้ดำเนินการปรับปรุงเสร็จเรียบร้อยแล้ว  สำหรับรายละเอียดการฟื้นฟูถนนไกรสีห์ กทม. ได้ปรับปรุงถนนและทางเท้าความยาว 200 เมตร ให้อยู่ในระดับเดียวกันตลอดสาย ปูพื้นด้วยวัสดุคงทนต่อการจราจร เสริมด้วยรางระบายน้ำ ตะแกรงระบายน้ำ พร้อมเสาสเตนเลสกั้นรถชนิดเก็บลงพื้น เพื่อกั้นช่องทางเดินรถกับทางเท้าออกจากกัน  หลังจากนี้ กทม. จะเดินหน้าปรับปรุงถนนอีก 2 สาย คือ ถนนรามบุตรีและถนนตานีให้ครบทั้ง 4  เพื่อความเป็นระเบียบเรียบร้อย สวยงาม และส่งเสริมการท่องเที่ยวของกรุงเทพฯ ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต เอาเป็นว่าโควิด-19 เบาลงเมื่อไหร่ ลองชวนเพื่อน พี่ น้อง ออกไปเดินสัมผัสบรรยากาศของย่านต่างๆ ให้หายคิดถึงกัน Source : Facebook | https://bit.ly/3oMCyXo

New Item! ต้อนรับปีใหม่ กับ Peppermint Field Mask Drop ที่จะทำใส่การใส่แมสก์ไม่อึดอัดอีกต่อไป

เนื่องด้วยการระบาดของโควิด-19 ทำให้เกิดการใช้ชีวิตวิถีใหม่ที่เราเรียกว่า New Normal ผู้คนเริ่มหันมาให้ความสำคัญกับการรักษาความสะอาด นอกจากการล้างมือเป็นประจำแล้ว สิ่งของจำพวกหน้ากากอนามัยก็กลายเป็นไอเทมสำคัญที่ใครๆ ก็ต้องมีไว้ติดกระเป๋า แต่รู้ไหมว่าหลายคนยังคงเลือกที่จะไม่ใส่แมสก์หรือใส่แบบไม่ปิดจมูก เพราะรู้สึกอึดอัด หายใจไม่สะดวก ปัญหานี้แก้ไขได้ด้วยนวัตกรรมสุดคูล! ที่เรียกว่า ‘Peppermint Field Mask Drop’ น้ำยาใส่แมสก์โดยเฉพาะที่จะเปลี่ยนทุกประสบการณ์ความอึดอัดจากการใส่แมสก์ ให้มีแต่ความหอม เย็น สดชื่น แต่ไม่แสบตา ทั้งยังช่วยดับกลิ่นลมหายใจ และยังใช้ได้กับแมสก์ทุกประเภท  ความสดชื่นนี้มีให้เลือกถึง 2 กลิ่นด้วยกัน คือ Mask Drop : Fresh Mint Scent แมสก์ดรอป กลิ่นเฟรชมินต์ หลอดสีขาว หอมละมุน สดชื่น และ Mask Drop : Black Mint Scent แมสก์ดรอป กลิ่นแบล็กมินต์ หลอดสีดำ หอมเข้ม ด้วยกลิ่นของยูคาลิปตัส  รู้แบบนี้แล้วก็อย่ารอช้า หาซื้อได้ง่ายๆ แค่เข้าไปที่ Shopee […]

ปารีสปรับปรุง ‘ฌ็องเซลิเซ่’ ถนนดังในตำนานให้เป็นพื้นที่สาธารณะ

นายกเทศมนตรีปารีสทุ่มงบประมาณกว่า 250 ล้านยูโร หรือราว 9.1 พันล้านบาท ประกาศปรับปรุง Champs-Élysées (ฌ็องเซลิเซ่) ถนนที่ได้ชื่อว่าสวยที่สุดในโลก ความยาวกว่า 1.9 กิโลเมตร ให้กลายเป็นพื้นที่สาธารณะสำหรับชาวปารีสและนักท่องเที่ยว ภายใต้คอนเซ็ปต์ ‘Extraordinary Garden’ ซึ่งคาดว่าจะเสร็จสมบูรณ์ภายใน ค.ศ. 2030 ที่ผ่านมา เราอาจรู้จักฌ็องเซลิเซ่ ในฐานะย่านการค้าที่เต็มไปด้วยความแออัดและมีมลภาวะตลอดสองข้างทาง แต่แผนพัฒนานี้จะเปลี่ยนพื้นที่ฌ็องเซลิเซ่ บริเวณ Arc de Triomphe de l’Étoile หรือที่รู้จักกันในชื่อประตูชัยฝรั่งเศส ให้กลายเป็นพื้นที่สีเขียวที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากขึ้น ด้วยการลดขนาดช่องถนน เพิ่มพื้นที่สำหรับคนเดินเท้า และสร้างอุโมงค์ต้นไม้ตลอดเส้นทางเพื่อให้มีคุณภาพอากาศที่ดีขึ้น หากปรับปรุงแล้วเสร็จ แผนพัฒนานี้จะช่วยฟื้นฟูฌ็องเซลิเซ่ให้กลับมาเป็นพื้นที่สาธารณะที่ชาวปารีสและนักท่องเที่ยวออกมาเดินเล่นและทำกิจกรรมได้อีกครั้ง ในอนาคตกรุงปารีสก็มีแผนจะปรับเปลี่ยน ‘หอไอเฟล’ ให้กลายเป็นสวนสีเขียวใจกลางเมืองด้วยเช่นกัน Source : Designboom

อ่าน E-book ฟรี! หอสมุดแห่งชาติ เปิดบริการหนังสือหาดูยากเกือบ 100 ปี ไปจนถึงหนังสือทั่วไปกว่า 2,300 เรื่อง

อ่าน E-book ฟรี! เวลาทองสำหรับเหล่าหนอนหนังสือ! เพื่อสนับสนุนคนไทยใช้เวลาว่างตอนกักตัวอยู่บ้านอ่านหนังสือในช่วงที่ COVID-19 กลับมาระบาดระลอกใหม่

เปลี่ยนโทรศัพท์ให้กลายเป็นเครื่องตรวจจับกล้องแอบถ่ายด้วย ‘กระดาษแก้วสีแดง’

เมื่ออาทิตย์ที่ผ่านมา #OurRainbowNancy ได้ขึ้นเทรนด์ทวิตเตอร์ของประเทศไทย เนื่องจากสตาฟในงานประกาศรางวัลแห่งหนึ่งนำภาพขณะเปลี่ยนชุดของนักร้องสาวสัญชาติเกาหลีใต้ Nancy วง Momoland มาเผยแพร่ในกรุ๊ปแชต เหตุการณ์ดังกล่าวทำให้แฟนคลับรวมถึงผู้คนบนโลกออนไลน์ไม่พอใจเป็นอย่างมาก และเรียกร้องให้บริษัทต้นสังกัดและผู้ที่เกี่ยวข้องดำเนินการกับผู้กระทำความผิดโดยเร็ว เพราะไม่ควรมีใครต้องเจอเรื่องแบบนี้ การแอบถ่ายเป็นปัญหาอาชญากรรมที่เกิดขึ้นในเกาหลีใต้มานานหลายปี โดยใน ค.ศ. 2017 สถานีตำรวจแห่งชาติเกาหลีใต้ได้รับแจ้งเหตุเกี่ยวกับการแอบถ่ายมากกว่า 6,000 เหตุการณ์ สร้างความหวาดระแวงในการใช้ชีวิตให้แก่คนจำนวนมาก เพราะไม่ว่าจะไปเข้าห้องน้ำสาธารณะ ห้องลองเสื้อ หรือตามโรงแรม ก็มีโอกาสที่จะถูกแอบถ่ายผ่านกล้องตัวจิ๋วได้เสมอ เจ้าหน้าที่ตำรวจเมืองโซลตระหนักถึงอันตรายนี้จึงได้สาธิตวิธีใช้ ‘กระดาษแก้วสีแดง’ ที่เปลี่ยนโทรศัพท์มือถือของเราให้กลายเป็นเครื่องตรวจจับกล้องแอบถ่ายได้ โดยมีหลักการทำงานเหมือนเครื่องตรวจจับอินฟราเรด เมื่อเรานำกระดาษแก้วสีแดงมาซ้อนไว้ที่หน้ากล้องของโทรศัพท์มือถือและเปิดแฟลชส่องไปยังที่ที่คาดว่าจะมีกล้องแอบถ่ายซ่อนอยู่ เราจะเห็นจุดสีขาวเล็กๆ ที่สะท้อนมาจากกล้องแอบถ่ายได้ ถึงแม้ว่ากระดาษแก้วจะไม่ใช่วัสดุราคาแพง แต่ก็มีประสิทธิภาพเพียงพอที่จะตรวจจับกล้องแอบถ่ายที่ขายอยู่ในตลาดตอนนี้ได้ ในขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่ของเกาหลีก็ได้เริ่มติดตั้งตัวช่วยตรวจจับกล้องแอบถ่ายนี้ตามมหาวิทยาลัยและสถานที่สาธารณะกว่า 150 แห่ง เพื่อคลายความกังวลใจให้กับประชาชนชาวเกาหลีใต้ Sources :abc news https://abcn.ws/3nDj7P6The Korea Bizwire https://bit.ly/3bAGV46

Burger King อังกฤษประกาศช่วยธุรกิจร้านอาหาร ด้วยการยก IG ตัวเองให้โฆษณาฟรีๆ

กว่า 1 ปีที่ COVID-19 ระบาดและสร้างความปั่นป่วนไปทั่วโลก ทำให้หลายประเทศรวมถึง ‘อังกฤษ’ ต่างได้รับผลกระทบอย่างหนัก ไม่ว่าจะเป็นจำนวนผู้ติดเชื้อที่มากถึง 2.65 ล้านคน รวมไปถึงธุรกิจรายย่อยอื่นๆ ที่ต้องเผชิญความท้าทายครั้งใหม่ซ้ำแล้วซ้ำเล่า  ทำให้กลางปีที่แล้ว ‘Burger King’ อังกฤษ ออกแคมเปญเชิญชวนให้ผู้บริโภคช่วยกันสั่งซื้ออาหารจาก McDonald’s และร้านอาหารฟาสต์ฟู้ดรายอื่นๆ เพื่อสนับสนุนธุรกิจร้านอาหาร และพนักงานหลายพันชีวิตให้รอดพ้นจากวิกฤติครั้งนี้ไปด้วยกัน  ไม่เพียงแค่นี้ Burger King อังกฤษ ยังออกมาประกาศช่วยธุรกิจรายย่อยมอบเป็นของขวัญปีใหม่ให้ทุกคน ด้วยการยกพื้นที่ Instagram ตัวเองที่มีผู้ติดตามกว่า 35,700 Followers ให้ร้านอาหารขนาดเล็กนำไปใช้โฆษณาเมนูอาหารของร้านแบบฟรีๆ  เพียงแค่ถ่ายรูปเมนูลง Instagram ส่วนตัวและใส่ #WhopperAndFriends และเดี๋ยว Burger King จะไปเลือกรูปเหล่านั้นมารีโพสต์ให้เอง! 

ปิดตำนานตั๋วรถไฟกระดาษแบบเก่า เปลี่ยนมาใช้ระบบตั๋ว D-Ticket ที่สะดวกและรวดเร็วมากขึ้น

สำหรับคนที่เดินทางด้วยรถไฟบ่อยๆ คงคุ้นเคยกับตั๋วกระดาษสีขาวใบใหญ่แผ่นบางๆ ที่เริ่มใช้กันมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2535 แต่นับตั้งแต่ 18 ธันวาคม พ.ศ. 2563 เวลา 00:00 น. เป็นต้นไป ตั๋วรถไฟแบบเก่าจะถูกเลิกใช้และเปลี่ยนมาเป็นระบบตั๋วโดยสารแบบ D-Ticket แทน D-Ticket คือระบบซื้อและจองตั๋วโดยสารผ่านช่องทางออนไลน์แบบใหม่ของการรถไฟที่สะดวก รวดเร็ว และมีบริการตลอด 24 ชม. โดยตั๋วแบบใหม่สามารถพิมพ์หรือบันทึกไว้ในโทรศัพท์ เพื่อนำมาเป็นหลักฐานในการเดินทางได้ ส่วนการชำระเงินค่าโดยสาร ช่วงแรกจะชำระผ่านบัตรเดบิตและเครดิตไปก่อน ซึ่งถ้าระบบเสถียรมากขึ้นในอนาคตก็จะเปิดให้ชำระค่าผ่านเคาน์เตอร์เซอร์วิสร่วมด้วย

‘ไทย’ คว้าแชมป์ประเทศที่มีจุดความร้อนจากการเผาไหม้มากที่สุดในอาเซียน สะท้อนค่าฝุ่นที่พุ่มสูงขึ้นของ กทม.

เมื่อย่างก้าวเข้าสู่ฤดูหนาว นอกจากอากาศเย็นแล้วสิ่งที่แถมมาด้วยทุกปีก็คือ “ฝุ่น” อย่างวันนี้ในหลายพื้นที่ของ กทม. และปริมณฑล มีค่าฝุ่น PM2.5 อยู่ในระดับเกิน 100 จนทำให้ กทม. กลายเป็นเมืองที่มีค่าฝุ่นสูงสุดเป็นอันดับ 5 ของโลก‘ไทย’ คว้าแชมป์ประเทศที่มีจุดความร้อนจากการเผาไหม้มากที่สุดในอาเซียน สะท้อนค่าฝุ่นที่พุ่มสูงขึ้นของ กทม. นอกจากนี้หากดูสถานการณ์จุดความร้อนที่มีค่าความร้อนผิดปกติบนผิวโลก (Hot Spot) จากการเผาไหม้ต่างๆ ผ่านภาพถ่ายดาวเทียม Suomi NPP (VIIRS) ประจำวันที่ 9 ธันวาคม พ.ศ. 2563 พบว่าประเทศไทยมีจุดความร้อนมากที่สุดในแถบอาเซียนอยู่ที่ 523 จุด ตามติดด้วยอันดับ 2 ประเทศพม่า 147 จุด และประเทศกัมพูชา 103 จุด ซึ่งจุดความร้อนที่พบมาจากการเผาไหม้ต่างๆ นั้น สะท้อนให้เห็นว่า ถ้ายิ่งมีจุดความร้อนมาก ฝุ่นก็มากขึ้นตามไปด้วย ในขณะที่ กทม. ก็เตรียมรับมือกับฝุ่น PM2.5 เช่นกัน “โดยมาตรการระยะยาว” คือสนับสนุนให้ประชาชนหันมาใช้บริการขนส่งสาธารณะและเพิ่มพื้นที่สีเขียวเพื่อช่วยฟอกฝุ่น ส่วน […]

1 19 20 21 28

SEND YOUR STORY

REQUEST INTERVIEW

ติดตามอ่าน “Urban Creature”
นิตยสารออนไลน์ที่จะทำให้คุณรักเมืองที่คุณอยู่ รักตัวเองมากขึ้นด้วยการเปิดมุมมองและนำเสนอแนวทางการใช้ชีวิตอย่างสร้างสรรค์ และสร้างแรงบันดาลใจใหม่ๆ ในการใช้ชีวิต
Better Life. Better Living.
Max. file size: 64 MB.