LIFESTYLE

แปลงร่างรถตู้คันเก่าเป็นรถบ้านคู่ใจ แล้วพาร่างกายออกไปแคมปิ้งอย่างอิสระเสรีในงบแสนห้า

เราเชื่อว่าครั้งหนึ่งหลายคนคงเคยมีฝันอยากออกเดินทางเที่ยวรอบโลก แต่ในวันที่ไฟลท์บินถูกยกเลิกกระทันหัน อิสระของเราถูกกักขังด้วยข้อจำกัดในการเดินทาง หญิงสาวผู้โหยหาชีวิตอิสระจึงพาตัวเองไปเปิดประสบการณ์ค่ำไหนนอนนั่น โมดิฟายรถตู้คันเก่าให้เป็นรถบ้านคู่ใจ ออกเดินทางท่องเที่ยวแบบโร้ดทริปยาวถึง 31 วัน และขับข้ามชายแดนไปทั้งหมด 6 ประเทศ เริ่มจากกรุงปราก สาธารณรัฐเช็ก ต่อด้วยออสเตรีย สโลวีเนีย โครเอเชีย ฮังการี และสโลวาเกีย อยากจะแวะแคปปิ้งที่ไหนก็แล้วแต่ใจจะเพรียกหา

‘กานต์’ เป็นนักออกแบบสายรักษ์โลกคนหนึ่ง ที่หลงรักการเดินทางอย่างมีอิสระ ชอบใช้ชีวิตกับธรรมชาติ และมักสร้างประสบการณ์ใหม่ให้ชีวิตอยู่เสมอ กานต์จึงเริ่มออกแบบชีวิตตัวเองมาโดยตลอดตามความชื่นชอบและความสนใจ ซึ่งมักจะผสมปนเประหว่างสีสันและความตื่นเต้นในตัวเมืองกับธรรมชาติสีเขียวที่แสนสงบ กานต์เลือกใช้ชีวิตไปๆ มาๆ อยู่ระหว่าง 2 ฝั่งโลก คือประเทศไทย และยุโรปอย่างละครึ่งปี เพื่อซึมซับวัฒนธรรมที่หลากหลาย และนำข้อดีของแต่ละที่มาปรับใช้ในชีวิตประจำวัน 

เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา กานต์ได้บินมายุโรปเพื่อติดต่อธุรกิจและทำงานในยุโรปอีกครั้ง แต่อย่างที่ทุกคนทราบกันว่า เมื่อ Covid-19 มาเยือน ทำให้แผนการกลับไทยต้องถูกเลื่อนออกไป และด้วยความที่เป็นคนชอบสร้างประสบการณ์ใหม่ให้กับชีวิต จึงเกิดไอเดียเดินทางท่องเที่ยวด้วยรถบ้าน หรือ camper van ไปตระเวนสำรวจโลกขึ้นทันที เพื่อทำลายกำแพงข้อจำกัดทางอิสรภาพในการเดินทาง

กานต์ไม่รอช้าตัดสินใจออกแบบประสบการณ์ครั้งใหม่ ด้วยการแปลงร่างรถตู้คันเก่าของตัวเองให้กลายเป็นรถบ้านคู่ใจ ออกเดินทางท่องเที่ยวยาวถึง 31 วัน และขับข้ามชายแดนไปทั้งหมด 6 ประเทศ โดยเริ่มจากกรุงปราก สาธารณรัฐเช็ก ซึ่งเป็นประเทศที่กานต์พำนักอยู่ในปัจจุบัน ต่อด้วยออสเตรีย สโลวีเนีย โครเอเชีย ฮังการี และสโลวาเกีย อ่านชื่อประเทศกันแล้วบางคนอาจมีคำถามว่าทำไมเลือกประเทศเหล่านี้เป็นเส้นทางในการเดินทาง คำตอบง่ายๆ คือ เป็นประเทศที่กานต์ยังไม่เคยไปและอยากไปสัมผัสดูสักครั้ง ที่สำคัญยังเป็นประเทศที่เปิดให้นักท่องเที่ยวสามารถเดินทางเข้ามาได้ โดยมีมาตรการความปลอดภัยเรื่อง Covid-19 ในช่วงเวลานั้นนั่นเอง

“เมื่อการออกแบบ สามารถทำลายกำแพงข้อจำกัดของการเดินทาง” 

จริงอยู่ที่ปัจจุบันเราอาจไม่สามารถท่องเที่ยวได้อย่างอิสระภายใต้ข้อจำกัด เพราะภายใต้สถานการณ์ที่ไม่แน่นอนเช่นนี้ โรงแรมที่พัก หรือแม้แต่เที่ยวบินที่เราจองล่วงหน้า อาจถูกยกเลิกเมื่อไรก็ได้ ดังนั้นด้วยความที่เราเป็นนักออกแบบจึงนึกสนุกคิดหารูปแบบการเดินทางใหม่ๆ เพื่อนำอิสระในการเดินทางกลับคืนมาอีกครั้ง ไอเดียการแปลงร่างและต่อเติมรถตู้เก่าๆ ธรรมดาๆ ให้กลายเป็นรถบ้านคู่ใจ เพื่อใช้ในการเดินทางท่องเที่ยวและค้างแรมจึงเกิดขึ้น

รถที่เราเลือกในการแปลงร่างในครั้งนี้คือ Mercedes-Benz รุ่น sprinter ปี 1995 ซึ่งเราซื้อต่อมาจากเจ้าของคนเก่าหัวใจนักเดินทางสัญชาติเช็ก ที่มีการต่อเติมและปรับเปลี่ยนมาบ้างแล้วด้วยการถอดเบาะนั่งออกทั้งหมด เหลือแต่เพียงสองที่นั่งด้านหน้า ขนาดของรถกำลังดี ไม่เล็กเกินไปสำหรับการอยู่อาศัย หรือการนอนค้างแรม และไม่ใหญ่เกินไปในการขับและจอดรถในพื้นที่จำกัด การแปลงร่างรถตู้คันนี้ ทำได้ด้วยการแบ่งโซนเป็น 4 ส่วนหลักๆ คือ 

1.โซนคนขับ เป็นส่วนที่ใช้สำหรับขับรถ จึงไม่ต้องต่อเติมอะไรมาก เพราะส่วนนี้เขามีหน้าที่ไว้เพื่อความปลอดภัยในการขับขี่ สิ่งเดียวที่มีการปรับเปลี่ยนคือ เก้าอี้คนขับที่สามารถปรับหมุนไปด้านหลัง เพื่อให้เป็นเก้าอี้สำหรับโต๊ะอาหารได้ในยามท้องหิว

2.โซนห้องครัว โซนนี้ได้มีการปูพื้นใหม่ ต่อเติมเคาเตอร์ครัว ติดเตาแก๊ส ติดตั้งโต๊ะพร้อมที่นั่ง สำหรับเป็นโต๊ะอเนกประสงค์ รวมถึงการต่อเติมชั้นวางของด้านบน สำหรับอุปกรณ์เครื่องครัวและเครื่องปรุงต่างๆ อีกทั้งไม่ลืมที่จะต่อเติมชั้นวางสำหรับตู้เย็นจิ๋ว เพื่อให้เราสามารถตุนของกินอร่อยๆ ไปกับเราได้ตลอดการเดินทาง ในโซนนี้มีความพิเศษซ่อนอยู่เล็กน้อยคือ ส่วนของเก้าอี้ที่เราต่อเติมควบคู่กับโต๊ะอาหารนั้น สามารถเปิดเบาะออกมาได้ เพื่อใช้เป็นพื้นที่ในการบรรจุถังน้ำขนาดยักษ์ ซึ่งเป็นสิ่งที่จำเป็นอย่างมากในการเดินทางแคมปิ้งเช่นนี้ 

3.โซนห้องน้ำ มีการติดตั้งอ่างล้างหน้าจิ๋ว กระจก และต่อเติมผนัง เพื่อแยกส่วนของห้องน้ำออกจากพื้นที่อื่นๆอย่างชัดเจน และที่ขาดไม่ได้คือห้องน้ำเคมีแบบพกพา ที่สามารถควบคุมกลิ่นได้เป็นอย่างดี ทำให้เราเที่ยวนอนและใช้ชีวิตได้อย่างสบายใจและสบายตัว

4.โซนสุดท้ายคือโซนห้องนอน ได้มีการต่อเติมแผ่นไม้และที่นอนเพื่อเป็นเตียงยกระดับขึ้นมาเล็กน้อย ทำให้พื้นที่ใต้เตียงมีมากพอสำหรับเป็นที่เก็บของ ซึ่งเราวางแผนไว้เป็นที่เก็บจักรยาน เพื่อพกไปเดินทางกับเราด้วยนั่นเอง

เมื่อเราแปลงร่างครบ 4 โซนแล้ว อาจดูเหมือนจะเพียงพอสำหรับเป็นรถบ้านให้เราสามารถเดินทางได้แล้ว แต่..เนื่องจากเราต้องการที่จะออกเดินทางอย่างไร้ขีดจำกัด และมีอิสระในการเลือกสถานที่จอดพักอย่างเต็มที่ ‘การติดตั้งระบบไฟฟ้า’ จึงเป็นอีกสิ่งจำเป็นที่ห้ามมองข้ามเด็ดขาด เราเลือกติดแผงโซลาเซลล์จำนวน 1 แผงไว้บนหลังคา เพื่อให้สามารถใช้ไฟฟ้าในรถได้อย่างอิสระ ไม่จำเป็นต้องพึ่งจุดชาร์ตพลังงานตามสถานที่ต่างๆ และที่สำคัญคือได้ใช้ไฟหุงข้าว ชาร์ตคอมและมือถือกันฟรีๆ อีกด้วย

เพียงเท่านี้รถบ้านคู่ใจก็พร้อมที่จะออกเดินทางไปกับเราไปได้ทุกที่ โดยไม่ต้องกังวลเรื่องที่พัก หรือง้อการจองโรงแรมอีกต่อไป แถมยังตอบโจทย์การใช้ชีวิตการเดินทางที่รักอิสระ ที่สามารถเลือกนอนท่ามกลางธรรมชาติได้ตามใจฝันเลยแหละ 

“เมื่อเราเปิดใจ..ทุกสิ่งที่เกิดขึ้นมักจะกลายเป็นเรื่องที่ดีเสมอ” 

ทริปใหญ่ 6 ประเทศประเดิมการแปลงร่างรถตู้คันนี้ เราเริ่มต้นออกเดินทางโดยไม่ได้วางแผนอะไรมากมาย ปล่อยให้ร่างกายได้มีอิสระในการทดลองออกไปใช้ชีวิตอย่างเต็มที่ ทำให้ประสบการณ์ที่ได้รับจากแต่ละประเทศ และแต่ละเมืองจึงแตกต่างกันออกไป เช่น สโลวีเนีย ประเทศเล็กๆ ที่ตัวเมืองมีความเจริญ และความคิดของประชาชนที่เปิดกว้างอย่างที่กานต์ไม่เคยรู้มาก่อน ทะเลสุดอลังการในโครเอเชีย ที่ทำให้หัวใจเต้นและมือเย็นได้โดยที่กานต์ไม่ทันตั้งตัว ผู้คนในต่างจังหวัดของสโลวาเกียที่แสนจะอบอุ่น และสายตาของชาวฮังการีที่มองเราแบบมึนงง อย่างกับไม่เคยเห็นคนเอเชียมาก่อน

การเดินทางครั้งนี้จึงเป็นประสบการณ์ที่เป็นอิสระและมีคุณค่ามากที่สุดครั้งหนึ่งในชีวิต เพราะเราสามารถปล่อยให้ร่างกายได้ลองใช้ชีวิตอย่างอิสระในแบบที่อยากใช้อย่างเต็มที่ เราพยายามทิ้งความกลัว เชื่อมั่นในตัวเอง พร้อมเปิดใจมองทุกอย่างที่พบเจอในแต่ละวันตามความเป็นจริง ทำให้ทุกสิ่งที่เกิดขึ้นในแต่ละวันกลายเป็นเรื่องที่ดีเสมอ ซึ่งถือเป็นพลังบวกชั้นดีที่ทำให้ชีวิตเราขับเคลื่อนได้อย่างมีความสุข และสามารถสร้างคุณค่าให้แก่ตนเองและส่งต่อไปถึงคนรอบข้างได้มากเลยทีเดียว

หากใครยังนึกภาพไม่ออกว่ารูปแบบการเดินทางในครั้งนี้จะเป็นอย่างไร สามารถติดตามประสบการณ์การเดินทางครั้งใหม่ด้วยรถบ้าน DIY คันนี้ได้ที่ช่องยูทูบ Prasobkarn Design หรือติดตามเฟซบุ๊กเพจของกานต์ในชื่อเดียวกันนี้ได้เลย

Contributor

อรกานต์ สายะตานันท์

Writer

นักออกแบบสายรักษ์โลกแบรนด์ PARA ที่หลงรักการเดินทาง จนต้องนำมาเล่าต่อผ่านเฟสบุคเพจของตัวเองที่มีชื่อว่า Prasobkarn Design

จิรายุ โพธิ์ไหม

Graphic Designer

หายใจเข้าเป็นเกม หายใจออกเป็นหนัง วาดรูปเป็นงานอดิเรก เสพเรื่องลึกลับแต่ไม่งมงาย