เมื่อพูดถึง ‘กระเช้าลอยฟ้า’ (Cable Car) ภาพในหัวของพวกเรามักนึกถึงการไต่ระดับขึ้นยอดเขาสูงไปเล่นสกี สวนสนุกดิสนีย์แลนด์ หรือจุดชมวิวสวยๆ ที่มักต้องจ่ายค่าตั๋วแพงๆ เพื่อแลกกับประสบการณ์ ‘สักครั้งหนึ่งในชีวิต’ ในฐานะนักท่องเที่ยว
แต่ล่าสุดที่เมืองปารีส มหานครแห่งนี้เพิ่งเปิดตัว Câble 1 (C1) ระบบกระเช้าลอยฟ้าในเขตเมืองที่ยาวที่สุดของยุโรปในตอนนี้ เชื่อมย่าน Créteil และ Villeneuve-Saint-Georges เข้าด้วยกัน ซึ่งจุดที่สำคัญกว่าคือ โครงการนี้ไม่ได้สร้างขึ้นให้นักท่องเที่ยวมาถ่ายรูป แต่สร้างมาเพื่อ ‘คนทำงาน’ ที่ต้องเดินทางฝ่ารถติดทุกๆ เช้า
‘ชีวิตคนชานเมือง กว่าจะไปถึงรถไฟฟ้า…ก็หมดแรงแล้ว’ เรื่องนี้คนอยู่ชานเมืองน่าจะเข้าใจดีที่สุด ซึ่งปัญหามักไม่ได้อยู่ที่ ‘ระยะทาง’ แต่อยู่ที่ ‘การเชื่อมต่อ’ ลองนึกภาพเราอาศัยอยู่แถบชานเมืองกรุงเทพฯ จะเข้าเมืองไปทำงานแต่ละครั้งต้องนั่งวินฯ หรือรถสองแถวไปต่อรถเมล์หรือขนส่งสาธารณะเป็นชั่วโมงๆ
ย่านนี้ของปารีสก็เจอชะตากรรมเดียวกันคือ จากบ้านไปถึงสถานีรถไฟเพื่อต่อรถไฟฟ้าหรือรถบัสเข้าเมือง ‘ช่วงรอยต่อ’ นี้นี่เองที่เป็นภารกิจที่ยากที่สุด เพราะถนนหนทางที่ค่อนข้างคดเคี้ยว รถเมล์หรือแม้แต่รถส่วนตัวเองต้องขับอ้อมไปอ้อมมา แถมยังต้องไปจอดติดไฟแดงหรือติดแหง็กอยู่กลางถนนในช่วงชั่วโมงเร่งด่วน
จากระยะทางที่ดูใกล้ๆ เมื่อขีดเส้นตรงในแผนที่ แต่ชีวิตจริงกลับต้องใช้เวลาในการเดินทางถึง 40 – 50 นาที นี่คือเพนพอยต์ที่ทำให้ Île-de-France Mobilités หรือ IDMF (หน่วยงานดูแลระบบขนส่งของเมืองปารีส) เลือกที่จะฉีกตำราการเดินทางแบบเดิมๆ แล้วมองขึ้นไปข้างบนเพื่อสร้างถนนลอยฟ้าให้คนชานเมืองเข้าสู่ใจกลางปารีสได้ทันที

ระยะทางของโครงการกระเช้าลอยฟ้าแห่งนี้รวมทั้งสิ้น 4.5 กิโลเมตร ช่วยย่นระยะเวลาจากเดิมที่ใช้รถยนต์ 40 นาที เหลือเพียงแค่ 18 นาทีเท่านั้น แบ่งเป็น 5 สถานี และเชื่อมต่อกับรถไฟใต้ดินสาย 8 ทำให้เดินทางเข้าสู่ใจกลางปารีสได้แบบไร้รอยต่อ
พอเห็นปารีสทำได้แบบนี้ เชื่อว่าหลายคนคงแอบคิดในใจว่า ‘กรุงเทพฯ ก็น่าจะมีแบบนี้บ้างนะ’ เพราะอย่างที่เรารู้ว่ากรุงเทพฯ และปริมณฑลก็เต็มไปด้วย ‘ซอยตัน’ และ ‘แม่น้ำเจ้าพระยา’ ที่ตัดการเชื่อมต่อของสองฝั่งให้เหมือนอยู่กันคนละโลกและกลายเป็นมหกรรมรถติดบนสะพานข้ามแม่น้ำ
ถ้าจะถอดบทเรียนจากเคสของปารีส แล้วมาลองดูที่แผนที่บ้านเรา ชาว Urban Creature ขอเสนอพื้นที่บริเวณ ‘พระสมุทรเจดีย์ เชื่อมสู่ BTS สถานีปากน้ำ’
เพราะคนฝั่งพระสมุทรเจดีย์ (ฝั่งธนฯ) เห็นสถานีรถไฟฟ้าปากน้ำ (ฝั่งพระนคร) อยู่ตรงหน้าแท้ๆ แต่กลับข้ามไปไม่ได้เพราะไม่มีสะพานข้ามในระยะใกล้ จึงต้องขับรถอ้อมโลกเพื่อมาขึ้นรถไฟฟ้าเข้าเมือง หากมีกระเช้าลอยฟ้าเชื่อมคนที่อยู่ฝั่งพระสมุทรเจดีย์ หรือป้อมพระจุลฯ จะเข้าถึงรถไฟฟ้าสายสีเขียวซึ่งวิ่งตรงเข้าสู่ใจกลางเมืองได้ทันที แต่ข้อควรระวังคือ เนื่องจากพื้นที่ปากอ่าวไทยลมแรงมาก โดยเฉพาะช่วงมรสุม ระบบกระเช้าต้องออกแบบมาให้ทนทานต่อแรงลมระดับพายุได้จริงๆ
ปารีสได้ทำให้โลกเห็นแล้วว่า การเดินทางสามารถคืนเวลาชีวิตให้กับคนชานเมืองได้ คำถามคือ เราพร้อมที่จะเปิดใจแล้วมองขึ้นฟ้าแล้วหรือยัง
Sources :
Time Out | t.ly/g9Vkt
Urban Transport Magazine | t.ly/m7OFU