4 บทเพลงที่ทำให้คุณต้องรู้สึกเสียวสันหลัง แม้ไม่ได้อยู่ในช่วงเทศกาล Halloween

Halloween เทศกาลที่ใครๆก็มักจะนึกถึงความน่ากลัว ความหลอนและบรรยากาศที่ต้องมี ความมืดและผีเป็นองค์ประกอบหลัก แต่วันนี้ผมอยากจะมาเปลี่ยนบรรยากาศสักเล็กน้อยโดยอยากจะชักชวนเป็นคำถามปลายเปิดว่ามีเพลงไทยเพลงไหนบ้างที่พอคุณฟังแล้วรู้สึก “ขนลุก” ให้เลือกมา 4 เพลงที่คุณคิดว่าเข้ากับบรรยากาศ Halloween ของคุณที่สุด

ทีนี้มาเริ่ม 4 เพลงของผมกันเลยดีกว่า!!!

เพลงประกอบรายการวิทยุแนวผี

ช่วงปี พ.ศ. 2535 มีรายการวิทยุแนวใหม่ที่ไม่เน้นการเปิดเพลงเป็นหลัก แต่เน้นการเล่าเรื่องสยองขวัญ ประสบการณ์น่าสะพรึงกลัวที่เกี่ยวข้องกับวิญญาณ โดยเปิดโอกาสให้ผู้ฟังทางบ้านโทรเข้ามาเล่าเรื่องมีคุณกพล ทองพลับ เป็นดีเจดำเนินรายการในยุคนั้น ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากและยังคงความนิยมมาจวบจนทุกวันนี้ สิ่งนึงที่อยู่คู่กับรายการวิทยุมาโดยตลอดไม่ว่าจะเป็นรายการเชิงไหนก็ตาม คือเพลงประกอบรายการ และแน่นอนเพลงประกอบรายการวิทยุแนวผีย่อมต้องไม่ธรรมดา ถ้าคุณเป็นแฟนคลับของคลื่นนี้ ทุกครั้งที่ออกอากาศคุณจะต้องได้ยินวลีเด็ดคือ “ผมมาตามหาผู้หญิงคนนึง” เป็นวลีเปิดของเพลง “ห้องสุดท้าย” เปิดกันสนั่นคลื่นจนวลีนี้ กลายมาเป็น Talk Of The Town ในยุคนั้น ขับร้องโดย เอ้ รงค์ สุภารัตน์ (ธนิต ศิลปกิจ ร่วมแต่ง) เป็นเพลงหักมุมเพลงนึง เพราะถ้าคุณฟังวลีที่ร้องตอนแรกเริ่มของเพลงคุณจะไม่รู้เลยว่า เพลงนี้กำลังจะพูดถึงอะไร แต่ถ้าคุณอดทนฟังมาจนถึงกลางเพลง คุณจะเริ่มรู้สึกว่าเพลงนี้มันไม่น่าจะพูดถึงความรักแบบฉันรักเธอเธอไม่รักฉันซะแล้ว!!! แต่พูดถึงเหตุการณ์ที่เจอผี !!!! หลายคนคิดว่าเพลงนี้แต่งจากเรื่องจริงแต่จริงๆแล้วคือ เป็นมุมนึงของการที่ผู้แต่งต้องการหลีกหนีความจำเจในการเขียนเนื้อหามิใช่เรื่องจริงแต่อย่างใด แต่ที่แน่ๆเพลงนี้มีความไพเราะด้วยน้ำเสียงของคนร้องและเมโลดี้ของตัวเพลงจริงๆครับ

 

เพลงประกอบภาพยนตร์แนวผี

ถ้าจะพูดถึงภาพยนตร์แนวผีที่ถูกนำมารีเมคและตีความใหม่มากที่สุดเรื่องหนึ่งคงไม่มีใครไม่รู้จักเรื่องราวของ “แม่นาคพระโขนง” ถูกนำมาสร้างใหม่ในหลายแง่หลายมุมหลายสิบเวอร์ชั่นดูกันจนงง แต่ที่พลิกบทบาทแบบเห็นแค่ตัวอย่างแล้วรู้สึกตื่นเต้นอยากดู รู้สึกขนหัวลุกนี่ต้อง “นางนาก” เข้าฉายในปี พ.ศ. 2542 แต่ที่จะมาเล่าให้ฟังวันนี้ไม่ ได้จะเจาะลึกเข้าไปในเนื้อหาของตัวภาพยนตร์แต่เป็นเพลงที่ใช้ประกอบภาพยนตร์มากกว่า โดยเฉพาะเพลงแทรกที่ใช้ชื่อว่า “ท่าน้ำ” ครั้งแรกที่ผมได้ยินเพลงนี้รู้สึกหลายอย่างๆพร้อมกัน ทั้งเศร้า เหงา หดหู่ น้ำตาจะไหลเอาให้ได้ ยิ่งมีภาพประกอบของ ทราย เจริญปุระ ผู้ซึ่งแสดงเป็นนางนากยืนอยู่ที่ท่าน้ำรอคนรักกลับมาแล้วขนหัวลุกชวนขนพองสยองเกล้าจริงๆครับ ที่สำคัญเพลงนี้ก็กลายเป็น Talk Of The Town อีกเพลงอย่างไม่ต้องสงสัยและดังอยู่ระยะนึงเลยทีเดียว เพราะมีแต่คนพูดถึงและฮัมเพลงนี้กันทั่วบ้านทั่วเมือง เพลงนี้เป็นฝืมือการประพันธ์เพลงของ ชาติชาย พงษ์ประภาพันธ์ มีผลงานในการประพันธ์เพลงประกอบภาพยนตร์มาแล้วหลายเรื่อง อาทิเช่น นางนาก จันดารา ก้านกล้วย คนโลกจิต ฯลฯ

 

เพลงประกอบรายการทีวีแนวผี

ทีนี้มารายการทีวีกันบ้างดีกว่าเมื่อพูดถึงรายการทีวีแนวผีที่ออกอากาศแล้วเป็นที่พูดถึงสร้างกระแสรายการผีให้บูมในบ้านเราเป็นรายการแรกๆ และทำแบบเมนสตรีมออกอากาศในช่วงปี พ.ศ. 2538 โดยบริษัท เวิร์คพ้อยท์ พอเล่ามาถึงตรงนี้คงพอจะเดากันออกแล้วใช่ไหมครับ “ชมรมขนหัวลุก” แค่ชื่อรายการฟังแล้วยังสยองเพราะแค่ขนแขนลุกฟังดูก็ สยองแล้วแต่นี่ถึงกับขนหัวลุกคงต้องสยองกว่าอีกหลายเท่าแน่ๆ… แต่ที่อยากจะพูดถึงมากกว่าตัวรายการคือ เพลงประกอบรายการเพราะจำได้ว่าฟังครั้งแรกแล้วโดนเลย!! โดนตรงนี้คือน่ากลัวชวนหลอนจนไม่กล้าจะเดินไปเข้าห้องน้ำคนเดียว เสียงที่โหยหวนที่ได้ยินแล้วใจจะขาดดิ้นลงให้ได้นั้นขับร้องโดย คุณ รัดเกล้า อามระดิษ โทนของเพลงไม่มีอะไรเลยนอกจากเสียงบรรยากาศกับเมโลดี้ขึ้นลงแหลมบาดทรวงสร้างบรรยากาศความน่าสะพรึงกลัว ความพิเศษของเพลงนี้อยู่ตรงที่เสียงของคนร้องและเมโลดี้ที่ไม่ต้องใช้ดนตรีประกอบ แต่สามารถสร้างจินตนาการความหลอนให้กับผู้ที่ได้ฟังได้อย่างยอดเยี่ยม สมกับชื่อรายการที่ดูแล้วขนหัวลุกจริงๆ!!

 

เพลงที่ฟังแล้วรู้สึกกลัวผี

ผมขอปิดท้ายด้วยเพลงที่ผมฟังแล้วรู้สึกเสียวสันหลังวาบ เพลงนี้เป็นเพลงที่ชนะเลิศการประกวดเพลงผีจาก “เดอะช็อค” ในปี พ.ศ. 2553 นั่นคือเพลง “4หาม3แห่” เป็นเพลงที่พูดถึงธาตุทั้งสี่ของคน คือ ดิน น้ำ ลม ไฟ ที่ประกอบเป็นกายหยาบ ซึ่งต้องหามให้เกิดความสมดุลส่วนสามแห่นั้นหมายถึง อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา ไม่มีใครที่สามารถล่วงพ้นการเกิดแก่เจ็บตายไปได้และเราก็ยังไม่สามารถที่จะพ้นกิเลส 3 อย่างไปได้เช่นกันนั่นคือ โลภ โกรธ และ หลง ที่ยังคงครอบงำมนุษย์ในโลกใบนี้ แค่เนื้อหาฟังดูก็สยองแล้วใช่ไหมครับพอมาบวกเข้ากับดนตรีรับรองได้เลยครับว่าสถานที่แรกที่คุณคิดถึงเมื่อฟังเพลงนี้จะเป็นที่ไหนไปไม่ได้นอกจากวัดเท่านั้น!!

นั่งปิดไฟฟังคนเดียวถ้าไม่เสียวสันหลังนี่แสดงว่าต่อมรับความรู้สึกของคุณได้รุดหน้าเหนือชาวบ้านไปแล้วแน่ๆครับ

สุดท้ายนี้ อยากบอกแค่ว่า ผีนั้นน่ากลัวครับแต่อยู่ในจินตนาการ อาจจะโผล่มาให้เห็นบ้างแต่นั่นก็ไม่ได้แปลว่าจะต้องออกมาทำร้ายกันให้ถึงชีวิต

แต่คนนี่สิครับดูเผินๆไม่น่ากลัว แต่ข้างในนั้นยากแท้หยั่งถึงนะครับ เอาล่ะครับและนี่คือ 4 เพลงของผม แล้ว 4 เพลงของคุณคืออะไรกันบ้างลองเอาไปคิดกันสนุกๆนะครับ ขอให้มีความสุขกับเทศกาลครับโพ้มมม

Writer