หากเอ่ยถึง ‘ตลาดพลู’ สิ่งแรกที่หลายคนนึกถึงคงจะเป็นอาหารคาวหวานท้องถิ่นรสเลิศที่โดดเด่นไม่แพ้ที่ใด ไม่ว่าจะเป็นกุยช่าย ขนมเบื้อง ขนมชั้น ขนมผักกาด เปาะเปี๊ยะสด หรือข้าวต้มแห้ง เหล่านี้เป็นอาหารขึ้นชื่อที่ไม่ว่าใครก็ตามที่แวะมาเยือนตลาดพลูมักจะมาลองชิมและอุดหนุนเป็นของฝากติดไม้ติดมือกลับบ้านไปเสมอ
แต่ตลาดพลูไม่ได้มีเพียงอาหารที่เป็นตัวชูโรงความโดดเด่นของย่านเท่านั้น เพราะที่นี่ยังมีประวัติศาสตร์ สถาปัตยกรรม วัฒนธรรม และวิถีชีวิตดั้งเดิมของชาวตลาดพลู ที่คนในย่านอยากส่งต่อเรื่องราวให้คนนอกพื้นที่ได้มาทำความรู้จักและสัมผัสพื้นที่แห่งนี้มากขึ้น
ด้วยเสน่ห์ความเป็นย่านชุมชนของตลาดพลู ทำให้ที่นี่ถูกขับเคลื่อนด้วยวิถีชีวิตที่มีอยู่ จนกลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวติดท็อปอันดับต้นๆ ที่ไม่ว่าจะคนไทยหรือชาวต่างชาติต่างอยากแวะเวียนมาเยี่ยมเยียน
และถึงแม้กระแสตอบรับจะดีมากก็ตาม แต่ชาวตลาดพลูก็ไม่ได้ปรับเปลี่ยนย่านเพื่อรองรับการท่องเที่ยว ยังคงอนุรักษ์ความดั้งเดิมของพื้นที่นี้เอาไว้ และตั้งใจจะปรับภาพจำของย่านด้วยการส่งเสริมให้ตลาดพลูเป็นมากกว่าสถานที่ท่องเที่ยวตามกระแสชั่วคราว ด้วยการเป็นพื้นที่ท่องเที่ยวชุมชนเชิงประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมอย่างยั่งยืน
จากจุดยืนที่มุ่งมั่นของชาวตลาดพลูที่จะพัฒนาย่าน คอลัมน์ คนขับเคลื่อนเมือง ครั้งนี้ ขอพาทุกคนมารู้จักกับ ‘ต้น-ชลิดา ทัฬหะกาญจนากุล’, ‘พี-พีรวัฒน์ บูรณพงศ์’, ‘จิ๋ม-อรพิณ วิไลจิตร’ และ ‘นก-สมพร เตมีพัฒนพงษา’ สี่รุ่นเก๋าหัวใจตลาดพลูที่ทำงานร่วมกันเป็นกลุ่มในนาม ‘ตลาดพลูดูดี’ กับ 8 ปีที่ขับเคลื่อนย่านตลาดพลูให้กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง และอยากให้ทุกคนรู้ว่าย่านที่อยู่ของพวกเขานั้นมีอะไรดีๆ ที่รอให้มาดูอีกมากมาย
การรวมตัวของ 4 รุ่นใหญ่หัวใจนักพัฒนาตลาดพลู
“เราทุกคนในกลุ่มผูกพันกับตลาดพลูมาก อย่างเราเองเกิดที่นี่ โตที่นี่ ทำงานที่นี่ เห็นทุกความเปลี่ยนแปลงของตลาดพลูมาตลอดชีวิต อยากทำบางอย่างที่ช่วยแชร์ให้ทุกคนรู้จักที่นี่จากข้อมูลของคนที่อาศัยอยู่จริง เลยเริ่มทำเพจ ‘ถามสิ..อิฉันคนตลาดพลู’ ที่จะพาไปสำรวจและรีวิวอาหารในพื้นที่ แต่รู้สึกว่ามันยังไปไม่สุด และคิดว่าสิ่งที่เราเขียนรีวิวเช่นนี้น่าจะต่อยอดเป็นทริปจริงจังได้

“จนวันหนึ่ง ด้วยความตั้งใจที่อยากจะทำทริปจากการรีวิวให้เกิดขึ้นจริง เราก็ชวนอาจารย์พี ซึ่งเขาเป็นคนมีความรู้และชำนาญในพื้นที่ตลาดพลูแบบเจาะลึกด้านประวัติศาสตร์ในย่านมาร่วมทำทริปด้วยกัน เวลาผ่านไปก็มีสมาชิกที่มีความตั้งใจเดียวกันเข้ามาร่วมด้วย จึงกลายเป็นกลุ่มที่จัดกิจกรรมและประชาสัมพันธ์ข้อมูลต่างๆ เพื่อส่งเสริมการพัฒนาและขับเคลื่อนย่านในชื่อตลาดพลูดูดีอย่างทุกวันนี้” ชลิดา ชาวตลาดพลูดีเอ็นเอเข้มข้น ผู้ริเริ่มการทำกลุ่มตลาดพลูดูดีเล่าให้เราฟังถึงจุดเริ่มต้นอย่างภาคภูมิใจ
จากจุดเริ่มต้นเล็กๆ ของชลิดา ทำให้กลุ่มตลาดพลูดูดีกลายเป็นคอมมูนิตี้ที่ขยายใหญ่ขึ้น มีสมาชิกที่ยึดถือจุดมุ่งหมายเดียวกันมาร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนาและขับเคลื่อนย่านให้กลับมาคึกคัก ด้วยการใช้ประสบการณ์รวมกับความตั้งใจของแต่ละคนในการทำงาน ภายใต้หลักคิดสำคัญคือ คำนึงถึงประโยชน์ของคนในชุมชน นึกถึงความเหมาะสมของกิจกรรมที่จะสร้างสรรค์ขึ้น และมุ่งเน้นการประชาสัมพันธ์ด้วยข้อมูลที่ถูกต้อง

พีรวัฒน์ อาจารย์ด้านสถาปัตยกรรมและนักอนุรักษ์โบราณสถาน คนตลาดพลูโดยกำเนิด ซึ่งเป็นรุ่นที่ 3 ของครอบครัวชาวจีนที่อพยพเข้ามาในย่านนี้ พูดเสริมถึงการได้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของตลาดพลูดูดีว่า การรวมกันทำกลุ่มนี้ทำให้เขาได้ใช้ความรู้ ความสนใจ และประสบการณ์ที่มีอย่างเกิดประโยชน์ เกิดการเรียนรู้และศึกษาเพิ่มเติมในส่วนที่ยังไม่รู้ ซึ่งเป็นสิ่งที่ทำให้เขาและทุกคนในกลุ่มได้พัฒนาตนเองเพิ่มขึ้นกันด้วย

สมพร สมาชิกอีกคนของกลุ่มที่กลับคืนสู่ย่านเพื่อทำงานขับเคลื่อนย่านตลาดพลูโดยเฉพาะ หลังจากที่ย้ายถิ่นฐานเข้าไปเรียนต่อและทำงานในเมือง เสริมอีกว่า การทำงานของกลุ่มตลาดพลูดูดีสมบูรณ์แบบขึ้นได้เป็นเพราะแต่ละคนนั้นมีความถนัดและความชำนาญที่แตกต่างกัน เหมือนกับมีแผนกต่างๆ ในกลุ่มที่คอยซัพพอร์ตกันและกัน ทำให้กิจกรรมที่เกิดขึ้นภายใต้การทำงานของตลาดพลูดูดีนั้นเป็นไปอย่างราบรื่น
เมื่อเราถามถึงจุดประสงค์ของตลาดพลูดูดี สมาชิกในกลุ่มทั้งสี่ยิ้มรับและบอกกับเราว่า ตรงตามชื่อของกลุ่ม พวกเขาอยากให้ตลาดพลูนั้นดูดีขึ้นในสายตาจากทั้งคนในย่านและนอกย่าน รวมถึงอยากให้ทุกคนได้มาสัมผัสสิ่งดีๆ ในตลาดพลูด้วยเช่นกัน

ส่วนสมาชิกคนสุดท้ายแม้จะไม่ได้เป็นชาวตลาดพลูมาตั้งแต่ต้น แต่อรพิณคือชาวคลองเตยที่ย้ายเข้ามาเป็นชาวตลาดพลูจากการนั่งรถเมล์มาเที่ยวเล่นจนตกหลุมรักย่านนี้ ซึ่งเธอเป็นสมาชิกในตลาดพลูดูดีหนึ่งเดียวที่มาเข้าร่วมด้วยใจรักแม้ไม่ได้เกิดในย่าน
อรพิณบอกกับเราว่า เสน่ห์ของตลาดพลูที่เต็มไปด้วยวิถีชีวิตและอาคารเก่าแก่ คือสิ่งหนึ่งที่กลุ่มหยิบยกมาเป็นเป้าหมาย เพราะอยากให้ทุกคนได้เห็นและสัมผัสความเป็นตลาดพลูในมุมมองคนภายในย่านอย่างแท้จริง ทุกสิ่งในตลาดพลูมีเรื่องราวที่ลึกซึ้งมากกว่าในบทความรีวิวต่างๆ ซึ่งการได้มาสัมผัสด้วยตัวเองนั้นจะทำให้เห็นเสน่ห์ของย่านมากขึ้น เหมือนกับเธอที่เข้ามาเที่ยวที่นี่แล้วชื่นชอบในพื้นที่แห่งนี้จนทำให้ตัดสินใจย้ายมาเป็นส่วนหนึ่งของชาวตลาดพลู
ทำงานร่วมกับคนในชุมชนเพื่อช่วยกันดูแลตลาดพลู
“ตลาดพลูไม่ใช่ของใคร แต่เป็นของทุกคน”
ประโยคนี้เป็นประโยคที่เราได้ยินตลอดการพูดคุยกับกลุ่มตลาดพลูดูดี โดยสมาชิกทั้ง 4 คนในกลุ่มได้อธิบายเกี่ยวกับการทำงานขับเคลื่อนย่านตลาดพลูให้เราฟังว่า ย่านนี้จะพัฒนาและดีขึ้นได้ต้องมาจากความร่วมมือของทุกคน ไม่ใช่เพียงแค่การทำงานของพวกเขาอย่างเดียว หากชาวบ้านไม่อนุญาตให้ใช้พื้นที่ หรือคนในชุมชนไม่ให้ความร่วมมือ ความสำเร็จของกิจกรรมต่างๆ ในการพัฒนาย่านจะไม่เกิดขึ้นตามไปด้วย

มุมมองและแง่คิดในการทำงานของกลุ่มตลาดพลูดูดีที่พวกเขาค่อยๆ เล่าให้ฟัง ทำให้เราสัมผัสได้ถึงความใส่ใจในการทำงานที่สมาชิกทุกคนนึกถึงคนในพื้นที่ก่อนเสมอ
“จริงๆ เราไม่ได้ทำกิจกรรมร่วมกันแค่นี้ แต่มีสมาชิกท่านอื่น กลุ่มเด็กและผู้ใหญ่ใจดีในชุมชนที่มาร่วมกันทำด้วย บางคนมาช่วยเป็นทีมงานดำเนินกิจกรรม บางคนเปิดพื้นที่ให้เราจัดกิจกรรม บางคนที่มีความรู้หน่อยก็มาช่วยเป็นวิทยากรให้ ซึ่งสิ่งนี้ทำให้เห็นว่าตลาดพลูเราร่วมมือร่วมใจกันดี ทุกคนช่วยเหลือเกื้อกูลกัน แสดงให้เห็นถึงนิสัยพื้นเพและวิถีชีวิตของชาวตลาดพลูที่เป็นคนมีน้ำใจโอบอ้อมอารี” สมพรเล่าถึงการทำงานในย่านที่เต็มไปด้วยความร่วมแรงร่วมใจของคนในชุมชน
“เราทำตรงนี้มาแปดปี การติดต่อในชุมชนก็ง่ายขึ้น เพราะเขาเห็นผลงานและความตั้งใจจริงของเราด้วย ทุกอย่างเลยผ่านไปได้ด้วยดี ทำให้ช่วงหลังมานี้ภาครัฐและหน่วยงานเห็นพวกเรามากขึ้น และเข้ามาสนับสนุนกิจกรรมที่เราทำ” อรพิณเสริมให้เราเห็นถึงความสำเร็จในการทำงานของกลุ่มตลาดพลูดูดี

นอกจากกิจกรรมขับเคลื่อนเมืองกับคนภายในย่านแล้ว ตลาดพลูดูดียังมีโอกาสทำงานกับกลุ่มคนนอกย่านอีกด้วย ยกตัวอย่าง กลุ่มยังธน ที่พีรวัฒน์เล่าว่าทำให้สมาชิกกลุ่มได้เรียนรู้การทำงานในแบบคนรุ่นใหม่ ตามทันกระแสว่าควรออกแบบกิจกรรมแบบไหน หรือโปรโมตอย่างไรให้คนสนใจมากขึ้น รวมไปถึงการได้แลกเปลี่ยนความคิดกับกลุ่มเด็กรุ่นใหม่ อย่างเรื่องของความสร้างสรรค์ในการทำกิจกรรมที่ยังอนุรักษ์วัฒนธรรมอยู่ เกิดเป็นเรื่องราวดีๆ ที่น่าประทับใจของกลุ่มคนที่ทำงานเพื่อชุมชน

ตลาดพลูดูดี มีสิ่งดีๆ ที่รอให้ทุกคนมาดู
ตลอดการเดินทางขับเคลื่อนย่านกว่า 8 ปีของกลุ่มตลาดพลูดูดี มีผลงานมากมายเป็นที่ประจักษ์ว่าพวกเขาทั้งสี่และสมาชิกคนอื่นๆ ได้ทุ่มเททั้งแรงกายและแรงใจในการทำเพื่อชุมชนอย่างแท้จริง ซึ่งสิ่งที่ทำให้พวกเขาเลือกที่จะเริ่มทำ ทำอยู่ และทำต่อไปนั้น ล้วนมาจากความรักในพื้นที่ตลาดพลูและอยากเห็นตลาดพลูเติบโตไปในทิศทางที่ดีขึ้น
“ที่นี่เป็นบ้านเกิด เราก็อยากให้บ้านเรายังคงอยู่ต่อไป ให้ชุมชนยังเป็นชุมชน ถึงแม้เวลาผ่านไป บางอย่างเราห้ามไม่ให้เกิดขึ้นไม่ได้ แต่ก็อยากร่วมกันทำให้ดีที่สุด” ชลิดาบอกเราด้วยน้ำเสียงจริงจัง และหวังว่าความตั้งใจของพวกเธอจะเป็นแรงผลักดันให้ทุกคนหันมามองเห็นถึงความสำคัญของบ้านเกิดเมืองนอนตัวเอง
“อีกเรื่องที่อยากให้ทุกคนหันมาสนใจคือ ไม่อยากให้ทอดทิ้งวัฒนธรรมและภูมิปัญญาท้องถิ่นของบ้านเรา รวมไปถึงการอนุรักษ์อาคารสถาปัตยกรรม เพราะเป็นหลักฐานที่แสดงให้เห็นถึงวิถีชีวิตของตลาดพลู” พีรวัฒน์อธิบายเพิ่มเติมจากคำบอกเล่าของชลิดา

ด้วยความตั้งใจและทำงานอย่างค่อนข้างเป็นระบบ ทำให้กลุ่มตลาดพลูดูดีมีการเตรียมโปรเจกต์และแผนงานในอนาคตที่จะเกิดขึ้นแทบทุกเดือน ซึ่งจะอัปเดตข้อมูลอย่างเนืองนิตย์ในเพจของชลิดา
“นอกจากกิจกรรมที่จัดโดยกลุ่มตลาดพลูดูดี ในอนาคตเรามองเรื่องโครงการคัดแยกขยะไว้ อยากต่อยอดจากที่น้องๆ กลุ่มยังธนเขาเคยทำ คิดว่าโมเดลนี้เหมาะกับที่นี่ เพราะตลาดพลูเป็นศูนย์อาหาร มีทั้งเศษอาหาร ขวดพลาสติก ถุงพลาสติก ซึ่งต้องมีการเข้ามาจัดการอย่างถูกวิธี สภาพแวดล้อมของบ้านเราจะได้ดีด้วย ตอนนี้กำลังวางแผนและนำร่องโดยคนในกลุ่มเองก่อน ทำให้คนในชุมชนเห็น และค่อยพัฒนาโครงการต่อไป” ชลิดาเล่า

มากไปกว่านั้นยังมีกิจกรรมที่คนในกลุ่มสนใจและต้องการนำมาผนวกรวมกับกิจกรรมของกลุ่ม อย่างสมพรที่ชื่นชอบเรื่องจักรยาน เธอเองก็มีแพลนที่จะทำโครงการ ‘ปั่นเก็บ เซฟย่าน’ กิจกรรมปั่นจักรยานรอบตลาดพลูไปพร้อมกับเก็บขยะในพื้นที่ และชมวิถีชีวิตท้องถิ่นของย่าน ซึ่งจะเป็นโครงการต่อยอดกับโครงการที่ชลิดาเล่าให้เราฟัง
ย่านที่ดีต้องเกิดจากความร่วมมือกันของคนในย่าน
สิ่งที่เราเห็นชัดเจนจากการพูดคุยกับกลุ่มตลาดพลูดูดีคือ การให้ความสำคัญและไม่มองข้ามคนในพื้นที่ โชคดีที่คนในย่านก็ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดีเช่นกัน และเมื่อเราถามถึงภาพย่านที่ดีในความเห็นของกลุ่มตลาดพลูดูดี พวกเขาให้คำตอบไปในทิศทางเดียวกันว่า คือการที่ย่านหรือชุมชนนั้นให้ความร่วมมือต่อทุกกิจกรรมของชุมชน ร่วมแรงร่วมใจแสดงให้เห็นถึงความสามัคคีของชุมชน

“ที่นี่ทุกคนร่วมมือกัน มีผู้นำที่ดี ผู้ตามที่ดี และผู้สนับสนุนที่ดี ย่านตลาดพลูเลยเป็นย่านที่น่าอยู่มาก” พีรวัฒน์บอกสิ่งที่เขาเห็นภายในย่านให้เราฟัง พร้อมสรุปว่าย่านตลาดพลูคือย่านที่ดีในอุดมคติของเขา
“จริงๆ ตลาดพลูยังมีสิ่งที่เราเองเป็นห่วงอยู่หลายเรื่อง แต่ด้วยความที่เราร่วมมือกัน ช่วยเหลือเกื้อกูลกัน ใครขาดเหลืออะไร คนไหนมีก็มาช่วยเติม เรามีมิตรภาพดีๆ ให้กัน จุดนี้ทำให้เรารู้สึกว่าย่านที่ดีต้องเป็นแบบนี้แหละ” อรพิณทิ้งท้ายด้วยรอยยิ้ม
4 Hidden Gem สุดลึกลับ ฉบับแก๊งคนเก๋า เล่าเรื่องย่าน ‘ตลาดพลูดูดี’
แม้ว่าตลาดพลูจะมีพิกัดน่าเช็กอินมากมาย แต่เราได้ขอให้ทั้งสี่คนช่วยกันแชร์พิกัดลับที่พวกเขาชื่นชอบเป็นพิเศษ เผื่อใครที่อ่านบทความจบแล้วอยากมาเยือนที่นี่จะได้ปักหมุดไว้ในแพลนตัวเอง

‘ซอยข้างโรงหนังศรีตลาดพลู’ คือเวิ้งที่พีรวัฒน์แนะนำให้เรารู้จักเป็นอันดับแรก เพราะที่นี่เต็มไปด้วยประวัติศาสตร์ของตลาดพลู เป็นที่ตั้งของโรงภาพยนตร์ในตำนานสองแห่งที่คนในย่านเรียกติดปากกันว่า ‘วิกเตี้ย’ และ ‘วิกสูง’ ที่ปัจจุบันเหลือไว้เพียงแค่ชื่อและความทรงจำ

เดินตรงไปลอดใต้สะพานตลาดพลู สมพรชี้ให้เราดูว่าที่นี่คือ ‘ซอยไปรษณีย์เก่า’ ซึ่งเป็นซอยแห่งวิถีชีวิตของย่านตลาดพลู ในอดีตมีไปรษณีย์ตั้งอยู่ในซอย จึงเป็นที่มาของชื่อ โดยตลอดทั้งซอยนี้มีบ้านเรือนเก่าแก่มากมายที่ยังคงตั้งอยู่ตั้งแต่ช่วงแรกเริ่มของการอพยพเข้ามาอยู่ที่นี่ของกลุ่มคนจีนจนถึงปัจจุบัน พร้อมชี้โรงงานปลาทูและโรงงานน้ำปลาที่ยังคงเปิดกิจการมาอย่างยาวนานให้เราดู

แน่นอนว่าถ้ามาตลาดพลูแล้วไม่มีลิสต์ร้านอาหารก็ดูเหมือนว่าจะมาไม่ถึง ชลิดาเลยอาสาพาเรามาเยี่ยมเยียน ‘ร้านขาหมูฮ่องเต้ สหายโภชนา’ ร้านขาหมูรสชาติดีที่ขายมามากกว่า 50 ปี พร้อมอธิบายความเด็ดของขาหมูให้เราฟัง “เป็นขาหมูที่กินมาตั้งแต่เด็ก ตอนนั้นรสชาติอร่อยแบบไหน ตอนนี้ก็ยังอร่อยแบบนั้น แล้วเป็นสูตรที่คนจีนแต้จิ๋วชอบทาน หอมเตาถ่าน ถ้าใครมาตลาดพลูขอแนะนำ”

อรพิณพาเรามาปิดท้ายวันนี้ที่ ‘บ้านตลาดพลู’ บ้านสีเหลืองครีมสามชั้นอายุกว่า 100 ปีหลังแรกในตลาดพลูที่สร้างโดยช่างฝีมือดีชาวเซี่ยงไฮ้ ใช้วิธีสร้างด้วยคอนกรีตเสริมเหล็ก ซึ่งเป็นนวัตกรรมที่ล้ำสมัยมากในยุคนั้น อีกทั้งยังเคยเป็นที่ประจำการของทหารสำหรับติดตั้งเครื่องกระจายเสียงเพื่อเตือนภัยทางอากาศอีกด้วย บ้านหลังนี้นับว่าเป็นหนึ่งอาคารเก่าแก่ที่เต็มไปด้วยประวัติศาสตร์ที่สำคัญของย่านนี้เลยทีเดียว