เวิลด์ทัวร์โฉมใหม่ของ Coldplay ตั้งเป้าลดการปล่อยคาร์บอน 50% และใช้พลังงานหมุนเวียนทั้งคอนเสิร์ต

หลังจาก Coldplay ประกาศหยุดทัวร์คอนเสิร์ตมาตั้งแต่ปี 2019 เพื่อหาทางจัดคอนเสิร์ตให้เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมและยั่งยืนมากที่สุด เพราะการออกทัวร์แต่ละครั้งเป็นหนึ่งในสาเหตุของ Climate Change จากการปล่อยคาร์บอนในกระบวนการต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการเดินทางโดยใช้เครื่องบิน การขนส่งวัสดุและอุปกรณ์สำหรับการแสดงบนเวที การใช้ไฟฟ้าต่อครั้งในปริมาณมาก หรือการผลิตสินค้าที่ระลึก  เนื่องจากสถานการณ์หลายๆ อย่างยังไม่เป็นใจ ทำให้ Coldplay ใช้เวลากว่า 2 ปี ทั้งศึกษาข้อมูล พูดคุยกับผู้เชี่ยวชาญด้านสิ่งแวดล้อม สำหรับการออกแบบคอนเสิร์ตให้ ‘ยั่งยืนที่สุด’ เท่าที่จะเป็นไปได้ และในที่สุดพ่อก็คัมแบ็กด้วยการประกาศเวิลด์ทัวร์ ‘Music of the Spheres’ ในปี 2022 พร้อมตั้งเป้าว่าจะลดการปล่อยคาร์บอนฟุตพรินต์ตลอดทัวร์ลง 50% หรือเป็นศูนย์ให้จงได้! โดยแผนของพี่ในครั้งนี้ คือ Coldplay จะใช้พลังงานหมุนเวียนด้วยการติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์ จักรยานไฟฟ้า และพื้นพลังงานจลน์เพื่อผลิตกระแสไฟฟ้าและเก็บไว้ในแบตเตอรี่ที่เคลื่อนย้ายได้ ซึ่งร่วมมือกับ BMW สำหรับใช้ในคอนเสิร์ต ถัดมาพวกเขายังสนับสนุนให้แฟนๆ เดินทางไป-กลับด้วยการใช้ขนส่งแบบคาร์บอนต่ำ ซึ่งจะคำนวณปริมาณการปล่อยคาร์บอนจากการเดินทางแต่ละครั้งผ่านแอปฯ ทัวร์  รวมถึง Coldplay จะหลีกเลี่ยงเที่ยวบินแบบเช่าเหมาลำ และจ่ายเงินเพิ่มเพื่อใช้เชื้อเพลิงการบินที่ยั่งยืน (SAF) ส่วนตัวเวทีจะสร้างจากวัสดุใช้ซ้ำและยั่งยืน เช่น […]

ปลูกป่าไม่ทันใจ Climeworks เลยใช้เทคโนโลยีดักจับ CO2 ในอากาศแทนต้นไม้ 4 แสนต้นซะเลย

คณะกรรมการระหว่างรัฐบาลว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศหรือ (IPCC) ออกรายงานเตือนว่า อุณหภูมิเฉลี่ยทั่วโลกจะร้อนขึ้น 1.5 องศาเซลเซียส ภายในปี 2040 ตัวเลขที่ฟังดูอาจจะเหมือนน้อย แต่จะทำให้ประชากรหลายร้อยล้านคนทั่วโลกเผชิญความเสี่ยงจากปัญหาน้ำท่วม ภัยแล้ง ไฟป่า รวมไปถึงวิกฤติการณ์ขาดแคลนอาหาร ดังนั้นทุกหน่วยงานทั่วโลกจึงต้องเร่งดำเนินการช่วยสร้างความเปลี่ยนแปลงในครั้งนี้  เราจึงอยากพาไปรู้จักกับ ‘Climeworks’ บริษัทที่มีเป้าหมายเป็นการรักษาสมดุลของก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ โดยสองผู้ก่อตั้งผู้หลงรักการเล่นสกีที่ตระหนักถึงปัญหาโลกร้อนขณะกำลังไถลตัวอยู่บนพื้นหิมะ จนตัดสินใจร่วมกันสร้างทางออกให้ปัญหานี้ พัฒนาเทคโนโลยีจนกำจัดคาร์บอนไดออกไซด์จากอากาศได้โดยตรงแบบที่ยังไม่มีใครทำได้ และทำให้ไม่ว่าใครก็สามารถร่วมภารกิจกู้โลกนี้ได้ในราคาเริ่มต้นเพียง 1 ยูโรต่อเดือนผ่านระบบสมาชิก ไปจนถึงการเตรียมสร้างโรงงานดักจับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ใหญ่ที่สุดในโลก ลดคาร์บอนไดออกไซด์ในอากาศได้ถึง 4,000 ตันต่อปี หรือเทียบเท่ากับความสามารถในการดูดซับคาร์บอนไดออกไซด์ของต้นไม้ 400,000 ต้น  โลกซวยด้วยมือเรา หลักการวิทยาศาสตร์เบื้องต้นคือ คนและสัตว์หายใจเอาออกซิเจนเข้าสู่ร่างกายและปล่อยออกมาเป็นก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ส่วนพืชใช้คาร์บอนไดออกไซด์ในการสังเคราะห์แสงและเปลี่ยนออกมาเป็นออกซิเจน กระบวนการนี้คือวัฏจักรที่ทำให้สิ่งมีชีวิตบนโลกอยู่ร่วมกันได้ราวหยินหยางที่สมดุลกัน นอกจากนั้นก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ยังทำหน้าที่เป็นตัวควบคุมอุณหภูมิของโลก เพื่อกักเก็บความร้อนจากดวงอาทิตย์ ไม่ให้อุณหภูมิของโลกเย็นเกินกว่าที่สิ่งมีชีวิตจะอาศัยอยู่ได้ แต่ปัจจุบันความเข้มข้นของก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในชั้นบรรยากาศโลก เพิ่มสูงขึ้นกว่า 50% เมื่อเทียบกับโลกในยุคก่อนปฏิวัติอุตสาหกรรม และสูงที่สุดในรอบ 8 แสนปี จากการเผาไหม้ของเชื้อเพลิง อาทิ โรงงานอุตสาหกรรม โรงไฟฟ้า การเผาไหม้จากระบบขนส่งมวลชน จนถึงการเพาะปลูกขนาดใหญ่ ทั้งหมดล้วนเป็นฝีมือมนุษย์อย่างไม่ต้องสงสัย  ทำให้ความร้อนจากดวงอาทิตย์ถูกกักเก็บไว้มากเกินไป โลกจึงร้อนขึ้นเรื่อยๆ ส่งผลให้ธารน้ำแข็งขั้วโลกละลายอย่างรวดเร็ว […]

SEND YOUR STORY

REQUEST INTERVIEW

ติดตามอ่าน “Urban Creature”
นิตยสารออนไลน์ที่จะทำให้คุณรักเมืองที่คุณอยู่ รักตัวเองมากขึ้นด้วยการเปิดมุมมองและนำเสนอแนวทางการใช้ชีวิตอย่างสร้างสรรค์ และสร้างแรงบันดาลใจใหม่ๆ ในการใช้ชีวิต
Better Life. Better Living.

Max. file size: 256 MB.