Peppermint Town อัลบั้มจาก My Life As Ali Thomas - Urban Creature

การพบกันครั้งแรกของฉันและ พาย-กัญญภัค วุธรา นักร้องและนักแต่งเพลงของวง My Life As Ali Thomas เรามีสถานที่พบปะคือแอปพลิเคชัน Zoom ซึ่งใช้เวลาคุยกันราวๆ 30 นาที ถึงอัลบั้มเต็มชุดที่สองชื่อว่า ‘Peppermint Town’ ก่อนเธอจะกลับไปซ้อมวงกับสมาชิกหลักอีกสองคน คือ แร็ก-วิภาต เลิศปัญญา และตาว-วรรณพงศ์ แจงบำรุง อย่างกระตือรือร้น

4 ปีก่อนหน้านี้ ‘Paper’ เป็นอัลบั้มเต็มชุดแรกของ My Life As Ali Thomas เปรียบเสมือนสมุดเลกเชอร์ที่พายเขียนทุกสรรพสิ่งไม่เว้นแม้กระทั่งความในใจลงบนกระดาษ ซึ่ง Peppermint Town คือจักรวาลที่ถูกสร้างขึ้นมาจากคำบนกระดาษแผ่นนั้นโดยมี Ali Thomas เป็นเจ้าบ้าน คอยต้อนรับผู้คนจากทั่วสารทิศมายังดรีมแลนด์แห่งนี้

แต่สิ่งที่น่าสนใจคือพายไม่ได้บอกเราว่าการเยี่ยมเยียน Peppermint Town จะอุดมไปด้วยความสุข เสียงหัวเราะ หรือรอยยิ้มเปื้อนหน้า เพราะเมืองแห่งนี้คลุกเคล้าไปด้วยความเศร้า ความสุข ความเหนื่อยล้า ความมุ่งมั่น ความสิ้นหวัง และการเริ่มต้นใหม่ผ่าน 10 บทเพลง โดยบางเพลงอาจทำให้คุณยิ้มได้ บางเพลงอาจทำให้คุณร้องไห้ และบางเพลงอาจทำให้คุณเพ้อฝัน 

ตั๋วขาไปสู่ Peppermint Town

การทิ้งตัวลงบนเตียง แล้วปล่อยให้ Spotify เล่นแทร็กแรกจากเพลย์ลิสต์ Peppermint Town ซึ่งท่วงทำนองของ ‘One Way Ticket’ เป็นดั่งบัตรเชิญให้เราขึ้นรถม้ามุ่งหน้าสู่ Peppermint Town ไม่ต่างอะไรกับอลิซที่ตกลงไปในโพรงกระต่าย แล้วเจอดินแดนมหัศจรรย์ที่เต็มไปด้วยเหตุการณ์ต่างๆ มากมาย โดยพายอยากให้ Prelude มีกลิ่นอายของ Monologue เพื่อบอกว่าดินแดนแห่งนี้คืออะไร แล้วคุณจะไปเมืองแห่งนี้ได้อย่างไร แถมยังเป็นคำเตือนเล็กๆ ว่า

“One way ticket because if you go there then you can’t come back.” เธอตอบ

หลังจากจบบทนำ เพลงถัดมาชื่อว่า ‘Baby, I Love You’ เป็นเพลงรักที่ไม่ใช่ความรักแบบหนุ่มสาว ไม่ใช่ความรักที่พยายามเอาชนะใจใคร แต่เป็นเพลงรักที่บอกความรู้สึกขอบคุณต่อคนที่เรารักว่าการมีเขาในชีวิตนั้นดีแค่ไหน แล้วในวันที่หัวใจแตกสลายจากปัญหารุมเร้าอ้อมกอดของเขายังคงอบอุ่นเสมอ ซึ่งคำว่า ‘Baby, I Love You’ ฟังดูคลิเช่ แต่มันคือการถ่ายทอดความรู้สึกที่ตรงไปตรงมาที่สุดแล้ว

เสียงฮึมฮัมของพายกับทำนองโฟล์กร็อก เป็นสัญญาณที่พาเราไปสู่บทใหม่อย่าง ‘My Red Golden Sun’ เพลงอกหักที่ไม่ฟูมฟาย เพราะมวลรวมของเพลงว่าด้วยการตามหาความรักก็เหมือนวิ่งไล่ตามดวงอาทิตย์มาเป็นของตัวเอง ถึงแม้ความร้อนระอุของดวงอาทิตย์จะทำร้ายเราในบางครั้ง แต่เราก็ยังสู้และก้าวต่อไปข้างหน้า ดั่งประโยคจบที่ว่า “Next time I’ll find someone to love. Who’s gonna love me.”

สิ่งที่เพลง ‘Luna Blue’ ต้องการสื่อสารคือในวันที่เรารู้สึกไม่โอเคและไม่รู้จะหันหน้าไประบายกับใคร ลองให้พระจันทร์บนท้องฟ้ายามค่ำคืนเป็นเพื่อนรับฟังดูสิ ไม่ต้องรู้สึกอายที่จะร้องไห้โฮออกมา เพราะเพื่อนพระจันทร์ดวงนี้ จะเก็บไว้เป็นความลับไม่บอกใคร 

ฟังครั้งแรกคุณอาจไม่คิดว่า ‘Rinn’ คือเพลงของ My Life As Ali Thomas เพราะทำนองแตกต่างจากเพลงอื่นๆ เพราะมีความร็อกจ๋า ทั้งเสียงกลองที่กระหน่ำไม่ยั้งหรือเสียงกีตาร์แบบดุดัน อีกทั้งคำว่า ‘Rinn’ เป็นชื่อที่ไม่มีเรื่องราว ไม่มีความหมาย แค่ตั้งขึ้นเพราะอยากเป็นอิสระจากข้อจำกัดต่างๆ นาๆ พวกเขาเลยใช้เพลงนี้เพื่อบอกว่าอยากทำอะไรก็ทำเลย! ซึ่งความกล้าละเลงสีใหม่ๆ ของวง ทำให้เราเห็นอีกมิติหนึ่งที่รู้สึกว่า ‘เออ ก็ดีเหมือนกันนะ’

“พายว่ามุมหนึ่งที่ทำให้เพลงนี้มันต่างออกไป คือเราได้ Shane Edwards ลงมาทำเยอะเหมือนกัน เพราะพวกเรามีความร็อกนิดเดียว แต่เชนคือ So rock เขาบอกว่า You wanna do rock? พวกเราก็เลย Let’s make the rock as we can. ซึ่งพายเชื่อว่าถ้าไม่มีเชนเราคงไม่ทำให้มันไฟลุกได้ขนาดนี้ พายว่านี่เป็นข้อดีของการทำเพลงกับคนใหม่ๆ ด้วย ได้เห็นเขาเอาสีใหม่ๆ ขึ้นมาบนโต๊ะ ได้ Refreshing อะไรหลายๆ อย่างเหมือนกัน”

ส่วน ‘Pitch Black’ เป็นเพลงโฟล์กร็อกที่เติมด้วยซาวนด์อิเล็กทรอนิกเล็กน้อย เกี่ยวกับการค้นหาทางกลับบ้าน วันหนึ่งเราอาจออกไปผจญภัยโลกของการเติบโตเป็นผู้ใหญ่ บางครั้งมันทำให้มีความสุขจนล้นปรี่ และบางครั้งมันก็อาจทำให้ชีวิตเกือบไร้ความสุขโดยสมบูรณ์ การตกอยู่ในภวังค์ความมืดมิดเหล่านั้น ทำให้เราคิดถึง ‘บ้าน’ ซึ่งในที่นี้อาจหมายถึง ‘พื้นที่ที่ปลอดภัย’ ของตัวเองก็ได้

สลับมู้ดอารมณ์ด้วย ‘Dream Lover’ ท่วงทำนองที่อบอวลไปด้วยความรัก และความฝันถึงคนพิเศษอาจไม่ใช่ความกุ๊กกิ๊กแบบป็อปปี้เลิฟ แต่ก็ปรารถนาให้เธอไม่ใช่แค่คนในฝัน เพลงต่อมาคือ ‘Dear All The Universe’ ที่วงต้องการส่งบทเพลงนี้ถึงทุกคนที่พวกเขารักและรักพวกเขาตอบ ซึ่งเพลงทำหน้าที่เหมือนเพื่อนที่จะอยู่ข้างกันตลอดไปทั้งในวันที่ดีหรือไม่ดี โดยพายบอกว่าเธอตั้งใจทำให้มันออกมาเหมือนสมัยเพลงพี่เบิร์ดที่พวกเราเคยฟังตอนเด็กๆ และมีกลิ่นอายของความเป็นยุคสาว สาว สาว

ครั้งแรกที่ได้ฟัง ‘Tears of a Clown’ เป็นเพลงที่เล่าผ่านตัวตลกที่ต้องซ่อนความรู้สึกที่แท้จริงของตัวเองไว้เบื้องหลังหน้ากากรอยยิ้ม ขณะที่ต้องทนทุกข์กับการเยาะเย้ย เสียงหัวเราะ บวกกับเสียงเปียโนที่ให้ความรู้สึกมีชีวิตชีวาสุดๆ แต่เนื้อร้องกลับสวนทาง ทำให้เพลงนี้ระเบิดความหมายออกมาได้อย่างลึกซึ้ง

“ในฐานะคนเขียนคำร้อง Tears of a Clown คือเพลงที่พายชอบมากที่สุด เพราะเขียนยากมาก ยากมากจริงๆ ด้วยตัวเพลงเราตั้งใจให้เป็นเหมือนหนังย้อนยุค ซึ่งเรามองว่าเวลาทำอะไรย้อนยุคมันต้องมีโครงสร้างระดับหนึ่ง คือจะทำยังไงให้คงความออริจินัลของยุค 50 แต่มีความเป็นเราเข้าไปด้วย คำร้องแต่ละท่อนต้องไม่ใช่คำร้องของคนสมัยนี้ แล้วยิ่งเราต้องเขียนความจริงเพราะ You can’t just make up the story because it doesn’t work in that way เลยเป็นเพลงที่ยากมาก”

ปิดท้ายอัลบั้ม Peppermint Town ด้วยเพลง ‘Ocean’ ที่ฟังครั้งแรกแล้วเหมือนถูกจับให้ไปเอาชีวิตรอดกลางมหาสมุทร ล่องลอยไร้จุดหมายแต่ก็กระเสือกกระสนเพื่อมีชีวิตอยู่ในเวลาเดียวกัน ซึ่งการเลือกเพลง Ocean มาเป็นแทร็กสุดท้าย เราถือว่าจบได้ฉลาด เพราะไม่มีบทสรุปตายตัวว่าจบแบบแฮปปี้เอนดิ้งหรือเปล่า ซึ่งในวันที่เราเศร้าแล้วมาฟังเพลงนี้ เราอาจตอบว่ามันจบแบบโศกนาฏกรรมก็ได้

ไม่มีตั๋วขากลับจาก Peppermint Town?

หากหลับตาฟังตั้งแต่แทร็กแรก ไปจนแทร็กสุดท้าย บทเพลงพาเราดำดิ่ง ทะยานขึ้นฟ้า และลอยนิ่งๆ กลางทะเล คล้ายการได้นั่งอยู่บนรถไฟเหาะที่ขึ้นสุดลงสุดแต่ก็มีช่วงเวลาให้หายใจหายคอกันบ้าง ซึ่งสิ่งหนึ่งที่รู้สึกชอบนอกจากการเขียนเพลงดังบทกวีของพายแล้ว การฟังเพลงของ My Life As Ali Thomas เหมือนได้อ่านไดอารีของใครสักคนที่เชื่อมโยงเหตุการณ์ในชีวิตของเราได้ว่าครั้งหนึ่งก็เคยรู้สึกเช่นเดียวกัน

รวมไปถึงถ้อยคำบนเนื้อเพลงกล่าวถึงเรื่องความรักความสัมพันธ์เป็นส่วนใหญ่ จนอดสงสัยที่จะถามพายไม่ได้ว่าทำไมเธอถึงชอบเขียนเพลงรัก ซึ่งเธอตอบกลับว่า “Because Love is everything.”

“สำหรับพายเรารู้สึกว่าต้องเป็นเพลงรัก เราว่ามัน Deep ที่สุดแล้ว มันสุดโดย Spectrum in motion ซึ่งความรักในที่นี้ไม่จำเป็นต้องเป็นความสัมพันธ์ระหว่างคู่รักเท่านั้น เพราะคือ Relationship ไม่ว่าจะเป็นใครกับอะไรก็ได้ ถ้าเป็นสิ่งที่เรามี Chemistry ด้วย แล้ววันหนึ่งพอมันเปลี่ยนไปรูปแบบไหนก็ตามกลับ Effect ต่อจิตใจของเรา มันคือความใจสลายอะ นั่นแหละคือสิ่งที่ขึ้นอยู่กับว่าเพลงจะ Effect ต่อคุณอย่างไร” 

Writer

SEND YOUR STORY

REQUEST INTERVIEW

ติดตามอ่าน “Urban Creature”
นิตยสารออนไลน์ที่จะทำให้คุณรักเมืองที่คุณอยู่ รักตัวเองมากขึ้นด้วยการเปิดมุมมองและนำเสนอแนวทางการใช้ชีวิตอย่างสร้างสรรค์ และสร้างแรงบันดาลใจใหม่ๆ ในการใช้ชีวิต
Better Life. Better Living.
Max. file size: 64 MB.