No One Left Behind แสนสิริไม่ทอดทิ้งใคร - Urban Creature

ในวันที่ข่าวสารรอบตัวเราเต็มไปด้วยจำนวนผู้ป่วยติดเชื้อทะลุหมื่นคนต่อวัน มีคนตายรายวันไม่ต่ำกว่าร้อย ประกาศสารพัดมาตรการที่ทำเหล่าธุรกิจเล็ก-กลางลุ้นเสียยิ่งกว่าหวย ว่าต่อไปจะเป็นคิวของใคร หรือไม่กล้าออกไปไหนเพราะกลัวติดเชื้อไวรัส บางคนถึงขั้นเครียดกลัวตกงานและไม่มีรายได้มาเลี้ยงปากท้องครอบครัว

ยิ่งภาวะวิกฤตแบบนี้ การได้เห็นคนตัวใหญ่อย่าง ‘แสนสิริ’ ไม่ได้นั่งนิ่งดูดายปล่อยให้คนตัวเล็กล้มหายตายจาก และยื่นมือเข้าไปช่วยเหลือผ่านโปรเจกต์ต่างๆ ในโครงการ ‘No One Left Behind แสนสิริไม่ทอดทิ้งใคร’ ที่มองเห็นมิติด้านความเหลื่อมล้ำด้านเศรษฐกิจและสังคม ความเท่าเทียมของประชาชนถูกลิดรอน ซึ่งส่งผลให้ใครบางคนอาจตกหล่นไป 

กลายเป็นความตั้งใจที่จะไม่ทอดทิ้งใครท่ามกลางวิกฤตโรคระบาด ผ่านนานาโปรเจกต์ที่จะทำให้เห็นถึงความช่วยเหลือในแง่ต่างๆ ทั้งพนักงาน พันธมิตรคู่ค้า ลูกบ้านแสนสิริ SMEs บุคลากรทางการแพทย์ หรือแม้แต่ช้างไทย ให้ก้าวข้ามภาวะวิกฤตเช่นนี้ไปพร้อมกัน

01 | ไม่ปล่อยด่านหน้าสู้ไวรัสด้วยมือเปล่า

โมงยามคับขันภายใต้สถานการณ์ C0VID-19 ที่เชื้อแพร่กระจายอย่างรวดเร็ว นับจากวันที่ผู้ติดเชื้อที่เคย อยู่ในหลักร้อย ก้าวสู่หลักพัน ก่อนจะแตะหลักหมื่นอย่างรวดเร็ว แม้จะกินเวลามาเนิ่นนานแต่ก็ยังปฏิเสธไม่ได้ว่าทุกวันนี้เรายังขาดแคลนเครื่องมือแพทย์อีกจำนวนมาก ที่จะทำให้บุคลากรด่านหน้าสามารถดูแลทุกชีวิตได้อย่างทั่วถึง เราจึงต้องลุกขึ้นมาช่วยเหลือกันเอง

โดยแสนสิริเองก็เป็นกำลังซัปพอร์ตที่ช่วยเหลือมาตั้งแต่ปี 2563 ร่วมสร้างโรงพยาบาลสนาม จัดหาวัคซีนให้กับประชาชนกลุ่มเสี่ยงที่ด้อยโอกาส อีกทั้งยังบริจาคอุปกรณ์ทางการแพทย์ เพื่อเติมเต็มในส่วนที่ขาดแคลน ไม่ว่าจะเป็นเครื่องช่วยหายใจ 2 เครื่อง หน้ากาก N95 และชุด PPE รวมทั้งหมดกว่า 100,000 ชุด 

นอกจากนี้ยังสร้างห้องไอซียูรองรับผู้ป่วย 17 ห้อง เพื่อรองรับผู้ป่วยวิกฤตที่กำลังขาดแคลนเตียง สร้างห้องอาบน้ำสำหรับผู้ป่วยจำนวน 380 ห้อง และมอบรถตรวจ C0VID-19 จำนวน 1 คันสำหรับตรวจหาเชื้อไวรัสในเชิงรุก รวมถึงสมทบทุนซื้ออุปกรณ์ทางการแพทย์มูลค่า 4 ล้านบาทแก่ศูนย์ฉีดวัคซีนกลางบางซื่อ และ

จับมือกับพันธมิตรช่วยสร้างห้องไอซียูเพิ่มอีกจำนวน 32 เตียงที่โรงพยาบาลบุษราคัม เพื่อรองรับการรักษาดูแลผู้ป่วยอย่างรวดเร็วและทั่วถึง ซึ่งการซัปพอร์ตนี้ทำให้ความช่วยเหลือกำลังเข้าถึงผู้ป่วยติดเชื้อที่ยังรอการรักษาได้อีกหนึ่งสเต็ป เพื่อสุดท้ายจะไม่มีใครต้องตกหล่นออกไปจากขบวน

02 | ปันพื้นที่ปลูกหญ้าเนเปียร์ เพื่อเลี้ยงช้างให้อิ่มท้อง

ไม่ใช่แค่คนที่ต้องรอด แต่ช้างไทยก็ต้องรอดไปด้วย!

ในวันที่ธุรกิจการท่องเที่ยวต้องหยุดชะงัก ไม่เพียงแค่คนเท่านั้นที่เผชิญปัญหา แต่รวมถึง ‘ช้างไทย’ ก็ได้รับผลกระทบไปด้วย เพราะขาดรายได้จากการท่องเที่ยวมาช่วยหล่อเลี้ยงทุกชีวิตในปางช้าง ส่งผลให้คุณภาพชีวิตของช้างแย่ลงตามไปด้วย

“ประเทศนี้มีประชากรอยู่ราวเจ็ดสิบล้านคน ขณะเดียวกันเรามีช้างอยู่สามพันแปดร้อยเชือก ซึ่งอยู่คู่กับประวัติศาสตร์ไทยมาโดยตลอด คำว่า No One Left Behind คือเราให้ความสำคัญต่อช้างเหมือนมนุษย์ เหมือน Existing Person ไม่ลืมว่าประเทศนี้มีช้างด้วย ผมตื้นตันและดีใจที่มีคนเห็นความสำคัญในแง่นี้” เสียงสะท้อนจาก ‘ธีรภัทร ตรังปราการ’ นายกสมาคมสหพันธ์ช้างไทย

เพราะสัญญาว่าจะไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง แสนสิริจึงผุดโครงการ ‘Sansiri Backyard for Elephants’ เพื่อปันพื้นที่รอพัฒนากว่า 70 ไร่ที่อำเภอสันกำแพง จังหวัดเชียงใหม่แก่สมาคมสหพันธ์ช้างไทยให้นำไปใช้ประโยชน์ เพื่อปลูกหญ้าเนเปียร์สำหรับเลี้ยงช้าง ที่จะช่วยให้ช้างมีอาหารกินต่อไปแบบมีความยั่งยืน ท่ามกลางสถานการณ์ที่ไม่รู้ว่าการท่องเที่ยวจะกลับมาเมื่อไหร่ หรือจะกลับมาคึกคักเท่าเดิมหรือเปล่า

โดยทางสมาคมฯ ต้องการจิตอาสาจำนวนมาก ขอแรงคนละเล็กละน้อยมาร่วมหว่านเมล็ดปลูกพืชอาหารให้ช้าง เพื่อช่วยให้ช้างไทยมีอาหารกินต่อไป สำหรับหน่วยงานหรือบุคคลที่สนใจสามารถติดต่อทางสมาคมสหพันธ์ช้างไทยได้ที่เบอร์โทร 094-726-7818 หรือ 099-240-1114 (จำกัดไม่เกินกลุ่มละ 20 คน)

03 | คอยเป็นฟูกรองรับในภาวะวิกฤต เพื่อดูแลครอบครัวและพันธมิตรให้อยู่รอด

ถ้าวันหนึ่งติด C0VID-19 ขึ้นมา งานจะยังดำเนินต่อไปได้ไหม รายได้จะเข้ามาเหมือนเดิมหรือเปล่า ไม่แปลกที่ความกังวลต่างๆ ผุดขึ้นมาในช่วงนี้ เพราะภาระอันหนักอึ้งที่ไม่ว่าใครในครอบครัวล้มลงไปก็คงเสียหลักกันไม่น้อย เพราะนาทีนี้เป็นเวลาของการช่วยเหลือกันและกัน ทำให้แสนสิริจัดตั้งกองทุน ‘Sansiri Care Relief Fund’ โดยระดมเงินจากทีมผู้บริหารนำมาดูแลสวัสดิการด้านต่างๆให้กับพนักงาน ครอบครัวของพนักงาน และพันธมิตรของแสนสิริ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อน พร้อมทั้งเป็นฟูกรองรับในภาวะวิกฤตโรคระบาด

ไม่ว่าจะเป็นการซื้อประกันภัย C0VID-19 หรือช่วยเหลือค่ารักษาพยาบาลทั้งครอบครัวในวันที่เจ็บป่วย ซึ่งพนักงานเองก็ไม่ต้องมานั่งพะว้าพะวังหรือรู้สึกเครียดจนทำงานไม่ได้ เพราะอย่างน้อยยังมีองค์กรที่สร้างความมั่นใจว่าเราจะไม่ถูกทิ้งไว้ข้างหลัง 

“เราฟังเสียงพนักงานทั้งสี่พันกว่าคนว่าเขาต้องการอะไร ใครบ้างที่เขาต้องดูแลหรือรับผิดชอบ เพื่อที่เราจะได้เทกแคร์พวกเขาได้ทันท่วงที เราเองก็ดีใจที่ได้มีส่วนช่วยให้ทุกคนได้ทำงานแบบชีวิตปกติให้ได้มากที่สุด ไม่ว่าจะเป็นพนักงานหรือพันธมิตรของแสนสิริก็ตาม เราพยายามประคับประคองไม่ให้พวกเขารู้สึกกลัวว่าจะติดเชื้อ หรือเดือดร้อนที่ไม่มีเงินรักษา เพื่อให้เขายังเต็มที่กับการทำงานได้เหมือนเดิม พวกเราจะช่วยดูแลคุณเอง” ความประทับใจของ ‘ภัทรวีภรณ์ ขันธประโยชน์’ รองผู้อำนวยการฝ่ายทรัพยากรมนุษย์และบริหารสำนักงาน ที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในการช่วยเหลือทุกคนให้รอดไปด้วยกัน

04 | ผู้ช่วยคนสำคัญยาม Home Isolation ที่ดูแลคอมมูนิตี้ให้ปลอดภัย

คงไม่ใช่เรื่องง่ายเมื่อต้อง ‘Home Isolation’ ด้วยตัวคนเดียวทั้งการซื้ออาหารและของใช้จำเป็น จัดการขยะติดเชื้อ หรือติดต่อหน่วยงานด้วยตัวเองเมื่อเกิดกรณีฉุกเฉิน และอีกสารพัดขั้นตอนที่ทำคนเดียวอาจเป็นเรื่องยุ่งยาก ซึ่งการมีผู้ช่วยเข้ามาคอยดูแล และซัปพอร์ตในเรื่องต่างๆ ก็ทำให้ไว้วางใจและรับรู้ได้ถึงความปลอดภัยยามกักตัวอยู่ที่บ้าน 

“นิติบุคคลเป็นส่วนหนึ่งของการดูแลที่พักอาศัย และเป็นเหมือนครอบครัวให้กับลูกบ้านที่พร้อมเข้าช่วยเหลือ แล้วถ้านิติฯ สามารถดูแลลูกบ้านให้ปลอดภัยก็เหมือนได้ช่วยเหลือสังคมเช่นกัน เพราะไม่ให้เชื้อออกไปสู่ข้างนอกให้มันจบที่โครงการ ก็เป็นส่วนเล็กๆ ที่สร้างความหวังว่าเราต้องรอดไปด้วยกันและไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง” ‘ณิชาพร ลัทธิมนต์’ เจ้าหน้าที่การตลาดอาวุโสพลัส พร็อพเพอร์ตี้

เช่นเดียวกับแสนสิริและพลัส พร็อพเพอร์ตี้ ที่มีการตอบรับมาตรการ Home Isolation และ Community Isolation เพื่อช่วยลดปัญหาการขาดแคลนเตียง และลดความยุ่งเหยิงแก่ลูกบ้าน โดยให้ ‘นิติบุคคล’ ในแต่ละโครงการเข้ามาเป็นผู้ช่วยคนสำคัญ เป็นคนกลางคอยช่วยเหลือและอำนวยความสะดวกด้านต่างๆ แก่ลูกบ้าน ไม่ว่าจะเป็นการติดต่อโรงพยาบาลที่ดูแลลูกบ้าน สอบถามอาการในแต่ละวันผ่านการโทรฯ หรือแอปฯ ช่วยรับ-ส่งอาหาร พัสดุ ของใช้จำเป็นถึงหน้าห้องพัก จัดการขยะติดเชื้อและรีไซเคิลที่เราไม่สามารถออกไปทำด้วยตัวเองได้ หรือเตรียมจัดหายาฟ้าทะลายโจรให้ลูกบ้านที่รักษาแบบ Home Isolation ทำให้ลูกบ้านอย่างเราวางใจ และรู้สึกอุ่นใจเพิ่มขึ้นเป็นพิเศษ

05 | ซัปพอร์ตเหล่า SMEs ฟันเฟืองสำคัญที่ต้องอยู่รอด

คงไม่มีใครไม่เจ็บตัวจากวิกฤตโรคระบาดที่ซัดหมัดจนล้มลุกคลุกคลานแทบยืนไม่ไหว โดยเฉพาะผู้ประกอบการตั้งแต่ขนาดกลางไปจนถึงขนาดย่อม กับศึกที่ไร้วี่แววจะกลับมาตั้งตัวได้ เพราะการท่องเที่ยว การส่งออก หรือแม้แต่การจับจ่ายซื้อของที่ลดลงกำลังส่งผลกระทบไปทั่วโลกจนต้องปรับตัวยกใหญ่ 

ถึงแม้ SMEs จะเป็นฟันเฟืองเล็กๆ แต่เป็นกำลังสำคัญในระบบเศรษฐกิจซึ่งมีมูลค่าถึง 7 ล้านล้านบาท หรือคิดเป็น 40% ของ GDP แถมยังช่วยเพิ่มพื้นที่การจ้างงานกว่า 80% ของตลาดแรงงานภาคเอกชน หากฟันเฟืองเหล่านี้หล่นหายไป เราคงไม่อยากจินตนาการถึงอนาคต ซึ่งการที่คนตัวใหญ่ อย่างแสนสิริและธนาคารไทยพาณิชย์ แท็กทีมเพื่อช่วยเหลือกลุ่มธุรกิจขนาดกลาง-เล็ก ผ่าน ‘Sansiri x SCB Build for All’ จะช่วยประคับประคองให้ร้านรวงที่เรารักยังโลดแล่นต่อไปได้

ไม่ว่าจะเป็นการสร้างรายได้เพิ่ม โดยอุดหนุนสินค้าจาก SMEs ขนาดเล็ก ช่วยสร้างช่องทางการเข้าถึงลูกค้าผ่านการโปรโมตธุรกิจ สินค้า และบริการต่างๆ ของ SMEs บนสื่อออนไลน์ของแสนสิริและธนาคารไทยพาณิชย์ รวมไปถึง ‘Sansiri Family Market’ สร้างพื้นที่เพื่อสนับสนุนธุรกิจของลูกบ้าน ที่แสนสิริมีลูกบ้านอยู่ในการดูแลกว่า 100,000 ครอบครัว 

สุดท้ายคือการสร้างตลาดใหม่บนโลกออนไลน์ เพื่อช่วยขยายตลาด SMEs สู่แพลตฟอร์มอย่าง NocNoc.com ร้านค้าวัสดุก่อสร้างและของแต่งบ้านออนไลน์, Robinhood แอปฯ เดลิเวอรีอาหาร และ WeChef แพลตฟอร์มออนไลน์ที่รวมฟู้ดทรักส์ของไทยให้เหล่าผู้ประกอบการเข้าถึงผู้บริโภคได้มากขึ้น และนำไปสู่การจับจ่ายใช้สอยอีกต่อหนึ่ง

Writer

Graphic Designer

SEND YOUR STORY

REQUEST INTERVIEW

ติดตามอ่าน “Urban Creature”
นิตยสารออนไลน์ที่จะทำให้คุณรักเมืองที่คุณอยู่ รักตัวเองมากขึ้นด้วยการเปิดมุมมองและนำเสนอแนวทางการใช้ชีวิตอย่างสร้างสรรค์ และสร้างแรงบันดาลใจใหม่ๆ ในการใช้ชีวิต
Better Life. Better Living.
Max. file size: 64 MB.