เงินเพียง 27 ดอลลาร์ เปลี่ยนบังคลาเทศได้ทั้งประเทศ : Muhamad Yunus

เรายกให้ Steve Jobs และ Elon Musk เป็นอัจฉริยะในเรื่องเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่มายกระดับคุณภาพชีวิตของมนุษย์เรา ผู้นำของการเปลี่ยนแปลงสู่ยุคดิจิทัลและชีวิตที่ผูกติดกับเทคโนโลยีแบบแนบแน่น ทุกกระแสประโคมข่าวนวัตกรรมใหม่เพื่อชีวิตที่ดีขึ้นจนบางครั้งเราอาจมองข้ามเรื่องสำคัญอื่นๆที่ส่งผลกับกลุ่มคนที่ด้อยโอกาสกว่า และเทคโนโลยีที่เราเทิดทูนเหล่านั้นก็อาจจะไม่สามารถช่วยให้ชีวิตของเขาดีขึ้นได้ซักเท่าไหร่

ถ้ามองดูโลกใบนี้ให้กว้างขึ้น ยังมีอีกหลายคนที่สิ่งที่เค้าเหล่านั้นทำนั้นส่งผลดีอย่างมากกับโลกใบนี้ แต่คนส่วนมากไม่มีโอกาสได้รับรู้ถึงความพยายามและเจตนารมณ์ที่ดีไม่แพ้กัน คอลัมน์นี้จึงขออุทิศให้กับคนเหล่านี้ที่ทำตัวเหมือน “ปิดทองหลังพระ” ให้คนได้รู้จักเรื่องราวและสิ่งที่พวกเขาเหล่านั้นได้สร้างสรรค์ให้กับโลกของเรา

มารู้จัก Muhamud Yunus กัน

นายมูฮัมหมัด ยูนุส เป็นชาวบังคลาเทศโดยกำเนิด ประเทศบังคลาเทศประเทศที่ขึ้นชื่อเรื่องความยากจนติดอันดับโลกโดย 31% ของประชากรกว่า 150 ล้านคนนั้นใช้เงินเพื่อการดำรงชีวิตเพียงแค่วันละ 2 ดอลลาร์เท่านั้น!! และคนเหล่านั้นก็ดูเหมือนว่าจะลืมตาอ้าปากได้ยากเย็นเสียเหลือเกิน พวกเค้ายังคงต้องติดอยู่กับความยากจนนี้ไปโดยไม่รู้จบ แต่แล้วผลสำรวจประชากรที่ยากจนในปี ค.ศ. 2016 กลับสร้างความน่าตกใจเป็นอย่างยิ่ง เมื่อตัวเลขลดลงเหลือเพียงแค่ 12.9% เท่านั้น อะไรกันที่เป็นเหตุให้ตัวเลขดีขึ้นขนาดนี้ในเวลาอันสั้น? หนึ่งในคำตอบของคำถามนี้คือ Grameen Bank โดยนายมูฮัมหมัด ยูนุส

“อาจฟังดูน้อยสำหรับใครก็ตามที่จะเริ่มทำธุรกิจ แต่สำหรับคนเหล่านั้นมันเป็นต้นทุนที่เค้าไม่เคยได้รับจากสังคมเลย”

‘นวัตกรรมเพื่อสังคม’ ในกรณีนี้คือ นวัตกรรมทางด้านการเงินเพื่อคนยากจน ยูนุสมีความเชื่อที่ว่า คนจนทุกคนนั้นขาดต้นทุนที่จะทำให้เค้าสามารถลุกขึ้นยืนและทำธุรกิจของตัวเองเพื่อออกจากความยากจน และทั้งหมดนั้นสามารถเริ่มต้นได้ด้วยเงินเพียง 27 ดอลลาร์เท่านั้น อาจฟังดูน้อยสำหรับใครก็ตามที่จะเริ่มทำธุรกิจ แต่สำหรับคนเหล่านั้นมันเป็นต้นทุนที่เค้าไม่เคยได้รับจากสังคมเลย และเงินจำนวนนั้นก็สามารถช่วยให้คนเหล่านั้นซื้อวัตถุดิบเพื่อเริ่มธุรกิจของตัวเองได้ เช่น เด็กน้อยซื้ออุปกรณ์ล้างรถเพื่อเปิดธุรกิจรับจ้างล้างรถ ธุรกิจเล็กๆน้อยๆเหล่านี้เมื่อรวมกันมากๆเข้า ก็จะนำไปสู่เศรษฐกิจที่ดีขึ้นในภาพรวม

วิธีการคิดของยูนุสนั้นต่างจากธนาคารทั่วไปโดยสิ้นเชิง มองข้ามข้อกำหนดที่ธนาคารทั่วไปจะปล่อยเงินกู้ อาทิเช่น

  • ไม่ต้องเช็คประวัติ
  • ไม่ต้องมีหลักประกัน
  • ไม่ต้องมีเอกสาร
  • ดอกเบี้ยต่ำที่สุดเท่าที่ทำได้

แน่นอนว่านี่เป็นความคิดที่เสี่ยงอย่างมาก และก็คงไม่มีธนาคารไหนกล้าเสี่ยงด้วย ยูนุสจึงตั้งธนาคารของตัวเองขึ้นเพื่อปล่อยเงินกู้เหล่านี้ และนี่ก็คือจุดเริ่มต้นของ Grameen Bank (Grameen แปลว่าหมู่บ้าน) ผลลัพธ์ที่ได้นั้นน่าประหลาดใจเป็นอย่างมากเมื่อตัวเลขของผู้ที่กู้นำเงินมาคืนครบตามจำนวนนั้นสูงถึง 97% เมื่อเทียบกับเงินกู้อื่นๆที่ธนาคารทั่วไปปล่อยให้ลูกค้าที่ผ่านการตรวจเครดิตอย่างเคร่งครัดแล้ว นี่ถือว่าเป็นตัวเลขที่สูงมากๆและเป็นจุดเปลี่ยนที่ทำให้ธนาคารและองค์กรต่างๆทั่วโลกหันมาเอาอย่างและเริ่มโครงการ Micro Finance ให้คนยากจนบ้าง

เศรษฐกิจของบังคลาเทศดีขึ้นตามลำดับเป็นผมมาจากประชาชนกลุ่มที่ยากจนนั้นสามารถหารายได้ได้มากขึ้น พร้อมทั้งมาตรฐานชีวิตด้านอื่นๆของประชาชนชาวบังคลาเทศก็ดีขึ้นตามๆกันมา ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นจากความคิดและความเชื่อของคนเพียงคนเดียว ทำให้ประเทศทั้งประเทศและกระทั่งโลกทั้งโลกเกิดกระแส นวัตกรรมการเงินเพื่อคนยากจนขึ้น และที่สำคัญ ยูนุสได้ปลุกความหวังให้กับคนยากจนเหล่านั้นและให้คุณค่าเค้าเทียบเท่ากับคนที่มีฐานะดีอีกด้วย

มูฮัมหมัด ยูนุสได้รับรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพ (The Nobel Peace Prize) ในปี ค.ศ. 2006 และปัจจุบันก็ยังคงผลักดันนวัตกรรมเพื่อสังคมสาขาอื่นๆอย่างต่อเนื่อง

ข้อคิดที่ได้จากวิธีคิดของมูฮัมหมัด ยูนุส

  • ให้เริ่มทำธุรกิจให้เล็กที่สุดเท่าที่จะทำได้
  • อย่าเอาเงินเป็นตัวตั้งในการแก้ปัญหา หรือทำธุรกิจ
  • เราทุกคนเป็นนักประกอบการ ไม่ว่าจะเป็นคนยากไร้แค่ไหนก็ตาม
  • จุดประสงค์ของคนเราทุกคนคือ “ทำให้โลกเป็นที่ที่น่าอยู่ขึ้น”

Writer