ตะลุยเกาะ Landsort ชมประภาคารที่เก่าแก่ที่สุดในสวีเดน

บุกเกาะชมหมู่บ้านน่ารักๆ กับประภาคารเก่าแก่ใกล้สตอกโฮล์มในช่วงซัมเมอร์กัน

สวีเดนมีอะไร? นอกจากติช่า The Face แล้ว หลายๆ คนอาจจะไม่ได้นึกถึงประเทศแถบสแกนดิเนเวียนแห่งนี้เลยด้วยซ้ำ เราอาจจะติดกับภาพประเทศอันหนาวเหน็บ ปกคลุมไปด้วยหิมะขาวโพลน แต่วันนี้เราจะพามาเที่ยวเกาะในสวีเดนช่วงหน้าร้อน แล้วเราจะบอกว่าหน้าร้อนนี่แหละน่าเที่ยวสุดๆ เพราะเที่ยวได้ทั้งวันทั้ง แถมยังชมพระอาทิตย์เที่ยงคืนได้อีก ถ่ายรูปกันได้แบบไม่ต้องกลัวมืด เพราะช่วงนี้ที่นี่สว่างทั้งวันทั้งคืน!

แต่ครั้งนี้เราไม่ได้แค่มาแวะเมืองหลวงสตอกโฮล์ม แต่เราอยากไปเที่ยวเกาะสวยๆ บ้าง จะให้เดินทางไปดูหมู่บ้านสวยๆ สีเหลืองสีแดงที่ Smögen คนเดียวก็ดูจะไกลไปหน่อย เราเลยพยายามหาเกาะใกล้ๆ สตอกโฮล์มที่สามารถไปเช้าเย็นกลับได้ ซึ่งเกาะพวกนี้ก็มีเยอะแยะมากมายเลย เรียกว่า Archipelago คือพวกเกาะแก่งเล็กๆ น้อยๆ ซึ่งที่สวีเดนเนี่ยมีเกาะแก่งพวกนี้มากที่สุดในโลก เราเลือกเกาะที่ชื่อว่า Landsort ที่อยู่ไม่ไกลจากสตอกโฮล์มมากนัก แถมยังมีประภาคารเก่าแก่และบ้านสีๆ อีก ไม่ตามเรามาไม่ได้แล้วแหละ

การเดินทางมาที่นี่จะว่ายุ่งยากก็นิดนึง เพราะต้องเดินทางหลายต่อ จากสตอกโฮล์มนั่งรถไฟสาย 35 ไปลงสุดสายที่ Nynäshamn ซึ่งเป็นเมืองพักผ่อนน่ารักๆ มีเรือยอชจอดอยู่เต็มไปหมด ใครจะแวะทานอาหารเที่ยงที่นี่ก็ดีเลย จากนั้นเราต้องนั่งบัสสาย 852 ไปจนสุดสายลงที่ Ankarudden Brygga แล้วต่อเรือเฟอร์รี่เพื่อนั่งไปเกาะกัน แต่ถึงการเดินทางจะหลายต่อขนาดไหน เราบอกได้เลยว่าระหว่างทางจะได้เจอกับความสวยงามของธรรมชาติของที่นี่ เราไม่เบื่อเลยแหละ

 

พอเรามาถึงท่าเรือเฟอร์รี่ เราเริ่มสัมผัสได้ถึงความชิลที่แท้จริง ผู้คนมาพักผ่อนนอนเปลอาบแดด ขับเรือเล่นกัน ชีวิตดีสุดๆ ส่วนเราก็ขึ้นเรือเฟอร์รี่แล้วไปตากลมวิวกันบนดาดฟ้าเรือ ดูเกาะแก่งเล็กๆ น้อยๆ ของที่นี่ไประหว่างทาง นั่งเรือประมาณครึ่งชั่วโมงเราก็มาถึง Landsort กัน มองเห็นประภาคารสีขาวแดงมาแต่ไกลเลย จากนี้ไปเราจะไปเดินเล่นตะลุยเกาะกันแล้ว ถ้าพร้อมแล้วก็ตามเรามาเลย

Landsort เป็นหมู่เกาะเล็กๆ ทางใต้สุดของ Stockholm Apchipelago มีความยาวแค่ประมาณ 5 กิโลเมตร และกว้างประมาณ 500 เมตรเท่านั้นเอง ทำให้เราสามารถเดินสำรวจทั่วเกาะได้ในวันเดียว แบบไม่ต้องเหนื่อยมาก ถนนบนเกาะนี้ก็มีเพียงไม่กี่สาย เดินยังไงก็ไม่หลงแน่นอน บ้านของที่นี่ก็จะเป็นบ้านหลังเล็กๆ สีแดงสลับเหลืองสดใส เป็นเอกลักษณ์ของหมู่บ้านในสวีเดนเลยล่ะ จริงๆ ที่ Landsort นี่มีประชากรแค่ประมาณ 20 กว่าครัวเรือนเอง แต่ในช่วงหน้าร้อนจะมีนักท่องเที่ยวแวะเวียนมาพักผ่อน ที่นี่มีทั้งโฮสเทล บ้านหลังเล็กๆ ให้เช่า และยังมีโรงแรมที่ดัดแปลงมาจากหอคอยของนักบินสมัยก่อน ทำให้เราสามารถพักผ่อนชมวิวเกาะสวยๆ ได้จากมุมสูง


แน่นอนว่าแลนด์มาร์กของที่นี่คือประภาคารซึ่งจะไม่พูดถึงก็คงไม่ได้ เพราะประภาคารของที่นี่มีชื่อว่า Landsorts Fyr สร้างมาตั้งแต่ปี 1670 และเป็นประภาคารที่เก่าแก่ที่สุดในสวีเดน มีประวัติศาสต์อันน่าสนใจมายาวนาน ใครที่อยากรู้เรื่องราวประวัติของประภาคารนี้ ก็สามารถซื้อทัวร์เพื่อชมประภาคารนี้ได้ด้วยนะ


อีกหนึ่งข้อดีของการมาเที่ยวสวีเดนหน้าร้อนคือเรามีโอกาสจะได้เห็นท้องฟ้าใสๆ ซึ่งแทบจะหาไม่ได้ในช่วงฤดูอื่น เดินเที่ยวแบบไม่ต้องใส้เสื้อกันหนาวได้สบายๆ และบนเกาะนี้ยังมีดอกไม้ใบหญ้าที่บานสะพรั่งอยู่ตามริมทาง จะมองไปทางไหนก็ดูสดใสมุ้งมิ้งไปหมด

ระหว่างที่เราเดินเล่นหาทางไปขึ้นหอคอยเพื่อถ่ายรูปหมู่บ้านจากมุมสูงอยู่นั้น เราก็ได้ค้นพบเกร็ดเล็กเกร็ดน้อยเกี่ยวกับเกาะนี้จากการคุณป้าท่านหนึ่งว่าบนเกาะนี้เนี่ยเราสามารถเดินสำรวจได้ทุกตารางนิ้ว เพราะไม่มีใครเป็นเจ้าของพื้นที่ คนที่อยู่นี่เป็นเพียงเจ้าของบ้านเป็นหลังๆ แต่ไม่ได้เป็นเจ้าของที่ดิน เพราะฉะนั้นเราจึงสามารถลัดเลาะไปได้ทุกซอกทุกมุมของเกาะ จะทะลุสวนบ้านคนนู้น แล้วเดินลัดไปหน้าสนามหญ้าบ้านคนนี้ได้หมดเลย เป็นอะไรที่อะเมซิ่งมาก

การบุกเดี่ยวมาเที่ยวเกาะคนเดียวครั้งนี้เป็นอะไรที่เหนื่อยมากแต่ก็ได้ความประทับใจกลับไปเยอะมาก ทั้งอากาศดีๆ ท้องฟ้าสวยๆ ได้เดินเล่นชมหมู่บ้านน่ารักๆ พร้อมเสียงคลื่นทระทบฝั่งนี่เป็นอะไรที่ชิลสุดๆ ใครอยากชิลกว่านี้น่าจะต้องมาค้างสักสองคืน แต่เราต้องรีบกลับไปขึ้นเรือเฟอร์รี่เที่ยวสุดท้ายตอนเกือบๆ หกโมงเพื่อเดินทางกลับเข้าสตอกโฮล์มกันแล้ว เพราะถ้าพลาดรอบนี้คือติดเกาะเลยนะ! แล้วไว้คราวหน้าถ้าเราได้ไปเที่ยว Smögen หรือ Lofoten ที่นอร์เวย์เมื่อไหร่ จะกลับมาเล่าให้ฟังอีกนะ ตอนนี้ขอกลับไปช้อปที่สตอกโฮล์มก่อน แล้วเจอกันทริปหน้านะ

Writer