เลห์ ดาลักห์ Vol.2 | ถึงเราเดินทางอยู่ตลอดเวลา แต่ก็ยังคงโหยหาการเดินทางที่เป็นของตัวเราเองอยู่ดี - Urban Creature

วันนี้เป็นวันที่ตื่นเต้นที่สุด เพราะโปรแกรมของวันคือ เราจะไปทะเลสาบน้ำเค็มที่สูงที่สุดในโลก อยู่กลางหุบเขากัน ว่ากันว่าเป็นที่ที่สวยงามมากในวันที่ฟ้าใส

แค่นั้นยังไม่พอเส้นทางที่จะไปยังเป็นทางที่ต้องผ่านจุดที่เรียกว่าเป็นหนึ่งในถนนที่สูงที่สูดในโลกอีก และจุดนี้เองก็ยังถือเป็นจุดที่อันตรายมากๆด้วยสำหรับผู้ที่เดินทางผ่านไปมา เนื่องจากถนนที่สร้างขึ้นเป็นเพียงเส้นเล็กๆพอให้รถสวนกันได้คดเคี้ยวไปตามขอบภูเขา ปราศจากรั้วกั้นใดๆ คือหากมองออกนอกรถ ก็จะเห็นเป็นเหวลาดลงไป (ฟังดูเว่อร์แต่ก็เว่อร์จริง เพราะมันไม่ถึงกะเป็นเหวซะทีเดียวแต่ก็เสียวน่าดูค่ะ) อ่ะ! พอก่อน จูงผู้อ่านไปไกลเหลือเกิน ยังค่ะ! ยังไม่ไป

ย้อนมาที่ล๊อบบี้ ลูกทีมทุกคนพร้อมมากกับการเตรียมของเพื่อออกไปผจญภัย ของที่เตรียมไปก็มี

· หมอนรองคอเตรียมหลับ (แต่สำหรับคนที่ชอบเสพความงามของเส้นทางแล้วล่ะก็ อย่าหวังจะได้หลับเพราะพูดเลยว่าสวยงามทุกวินาที นั่งเสพไปค่ะคุณขาเวลาในการเดินทางก็แค่ขาละ 6 ชั่วโมงเอ๊ง ไปกลับก็ 12 ชั่วโมง จัดไปให้คุ้มค่ะ)
· ยาดม  พกไว้ค่ะ ได้ใช้แน่นอน
· น้ำเปล่า  ต้องคอยจิบบ่อยๆนะคะ แต่อย่ากระดกพรวดๆ เพราะห้องน้ำเค้า open air มาก เลือกเอาเลยหินก้อนไหนดี
· เสื้อกันหนาว  หนาๆเลยค่ะ
· อาหาร ขนม หิวแน่นอนค่ะ และในความรู้สึกของกี่นะคะ ยิ่งอากาศหนาว ยิ่งหิวบ่อย จัดไปเยอะๆค่ะ
· หูฟัง วิวดีๆได้ฟังเพลงเพราะๆไปด้วยมันยิ่งสร้างบรรยากาศสุดๆไปเลย แต่จะให้สร้างมากขึ้นก็ฟังเพลงที่คนขับเค้าเปิดนั่นแหล่ะค่ะ บอกเลยว่าสุด
· powerbank  ขาดเธอเหมือนขาดใจ เชื่อเถอะค่ะ ต่อให้ไม่มีเน็ต แบตมือถือก็หมดเร็วอยู่ดี เพราะคอยหยิบออก· มาถ่ายรูปกันตลอดทาง
· ยาแก้ต่างๆ แต่แนะนำนะคะ ถ้าเป็นไปได้ หากมีอาการไม่รุนแรงมากนัก ก็อย่าพึ่งทานนะคะ เพราะส่วนใหญ่ที่ทานกันก็คือยาแก้เมารถ มันทำให้ เราง่วงหลับ แล้วเราจะพลาดวิวดีๆ เดี๋ยวจะคุยกับเขาไม่รู้เรื่องนะคะ
·  ถังอ๊อกซิเจน หึ หึ หึ พกไปเถอะค่ะ คิดราคาแล้ว ก็ 300 บาทไทยเอง มีแล้วอุ่นใจ ปลอดภัยไว้ก่อน อันที่จริงทริปของกี่ก็ได้ใช้นะคะ คนละฟื่ด สองฟื่ด สบายตัว
·  แว่นกันแดด  แดดแรงมากค่ะ
· กล้องทั้งหลาย  ขาดไปคือขาดใจค่ะ
· มือถือ  พูดเลยว่าขาดไม่ได้จริงๆค่ะ หลายครั้งเลยที่เราผ่านที่สวยๆแต่คว้ากลัองไม่ทัน มือถือนี่ล่ะคืออาวุธที่ดีที่สุด แถมยังถ่ายออกมาได้สวยกว่ากล้องใหญ่ๆอีก
· ทิชชู่เปียก สำคัญหลายๆค่ะ จะพกถุงพลาสติกไปด้วยสำหรับใส่ทิชชู่ไปด้วยก็ได้นะคะ ถังขยะหายากหน่อยนึง
· mask ปิดจมูกค่ะ พกๆไว้เถิด ช่วยคุณได้ ไม่ทางไดก็ทางนึง

*สุดท้ายนี้อยากแนะนำ สำหรับกรุ๊ปที่เดินทางไปทะเลสาบแบบไปเช้าเย็นกลับอย่างกรุ๊ปของเรา คือขนมเล็กๆน้อยๆสำหรับพี่คนขับรถน่ะค่ะ เดี๋ยวไว้ถึงเวลาแล้วจะเล่าให้ฟังนะคะ

เส้นทาง ก็จะประมาณที่เห็นนี้ล่ะค่ะ

ถึงแล้วค่ะ ชางลา แต่กว่าจะมาจุดนี้ได้ สะบักสะบอม ค่ะ 555 แต่ก็สนุกมาตลอดทาง

ยอดเขาชางลาค่ะ เห็นอยู่ลิบๆ

เสียดายที่เราต้องรีบไปจากจุดนี้ เพราะถ้าหากเราออกตัวช้ากว่าขบวนรถของทหาร จะทำให้แพลนอื่นๆของเราในวันนี้ช้าออกไปอีกนานเลยค่ะ

ระหว่างที่อยู่ที่นี่ พวกเราขยับตัวกันน้อยและช้ามาก แต่ก็ยังรู้สึกเพลียและหายใจไม่ทันเหมือนว่ากำลังวิ่ง รอบสนามศุภชลาสัย 5 รอบแบบnon stop ยังไงหยั่งงั้น และจุดนี้เอง ที่พวกเราบางคนเริ่มต้องใช้ oxygen เข้าช่วย

พ้นระยะไปได้สักชั่วโมง เส้นทางคดเคี้ยวก็พาเรามาถึงตำแหน่งที่เรียกว่า dancing car point (รถเต้นระบำ) ด้วยสภาพของถนนที่รถจะต้องแล่นไปบนหินก้อนใหญ่ๆและต้องผ่านลำธารที่ขรุขระ จะต้องใช้แรงและสกิลการขับของพี่คนขับอย่างมากในการเหยียบคันเร่งพารถไป

ที่เห็นในภาพ จริงแล้วยังมีรถอีกหลายคันจอดรอต่อแถวอยู่ เพราะจะต้องรักษาระยะห่างของแต่ละคันกันเอาไว้ คือถ้าเหยียบคันเร่งในกำลังที่ไม่มากพอ รถอาจถอยหลังกลับมาอย่างเร็วแล้วชนกับคันข้างหลังได้หรือถ้าเหยียบคันเร่งแรงไป รถก็อาจพุ่งไปข้างหน้าและชนท้ายคันหน้าได้ รวมไปถึงการบังคับพวงมาลัยที่ลำบากเพราะความที่ถนนไม่เรียบ ทำเอาพี่คนขับของเราดูหมดเรี่ยวแรงกันเห็นๆไปเลย แต่พอพ้นมาได้ ก็กลับเข้าสู่ทางปรกติ ซึ่งไอ้เส้นทางปรกติที่ว่านี่คือเลาะลัดไปตามขอบเขา และบางทีเราก็จะเห็นซากรถที่ตกเขานอนหงายท้องหราให้สะเทือนใจเราเล่นๆ

pangong lake
(ทะเลสาบน้ำเค็มที่สูงที่สุดในโลก)

สนุกกันจากจุด dancing car มาได้ประมาณ 2 ชั่วโมงก็มาถึงทะเลสาบปางกอง หรือ ชาวจีนเรียกกันว่า ฟางกงโฉ Pangong tso ทะเลสาบนี้วางตัวยาวพาดผ่านระหว่างสองแผ่นดินคือ แผ่นดินอินเดียประมาณ 40% และแผ่นดินจีน และความเค็มของน้ำนั้นน่าจะมาจากแร่ธาตุบางอย่างบนภูเขาแห่งนี้

ทั้งที่ฟ้าครึ้มและมีมีฝนตกโปรยๆอย่างนี้ แต่ก็ไม่สามารถดับความงามของวิวตรงหน้าได้ลงเลยแม้แต่น้อย.

เขามีชุดให้เช่าถ่ายรูปด้วยนะคะ ราคาถูกมากๆ กี่เองก็ไปเช่ามาใส่เหมือนกัน

เราเสพความงามได้สักพักใหญ่ๆ แต่ไม่ใหญ่มาก เนื่องจากลูกทีมของเราหลายท่านเกิดอาการป่วย เรื่องมีอยู่ว่า คืนก่อนจะมา พวกเราบางส่วนเห็นว่าต้องนั่งรถไกลเลยปาร์ตี้ยาวถึงตี1 ตี2 หวังไปพักเอาแรงในรถ แล้วต้องออกเดินทางกันตั้งแต่ 6 โมงเช้า เลยได้นอนจริงๆไปกันแค่ไม่กี่ชั่วโมง ซึ่งอาการที่ว่านี้เริ่มออกให้เห็นกันตั้งแต่รถยังขึ้นเขาไปได้ไม่ถึงไหนเลยค่ะ อย่าลืมนะคะ พักผ่อนนอนหลับให้เต็มที่แล้วทุกอย่างจะดีเองค่ะ (ตัดภาพมาที่บางท่านก็จะยังคึกอยู่มากมาย แต่ก็คึกได้ไม่เหมือนเก่า เพราะเราเหนื่อยค่ะ555) อ้ะ กลับกันดีกว่า..

อ้อ ลืมบอกไปค่ะ ที่นี่มีร้านอาหารและที่พักรอให้บริการด้วยนะคะ อาหารนั้นส่วนใหญ่จะเป็นแป้ง หรือพูดให้ถูกก็แป้งล้วนและรสชาติกลางๆ หากโหยหาความแซ่บ จะพกมาม่ามาแล้วขอน้ำร้อนเขาก็ได้ค่ะ คนที่นี่น่ารัก ห้องน้ำสาธารณะ.. ทำใจนิดนึงเน่อ แต่ไม่ได้แย่อะไรมากไปกว่าบ้านเราหรอกค่ะ มันก็ที่ระบายของเสียอ่ะนะคะ แต่ว่ากลิ่นอาจจะชัดเจนกว่านิดหน่อย แบบไม่ต้องหายใจเข้า เขาก็ยินดีพุ่งเข้ามาเตะจมูกเราเสมอ

ระหว่างเดินทางกลับ ราอูลพาเราไปเจอกับเจ้าถิ่นของที่นี่ด้วยนะคะ

ไม่แน่ใจว่าเขามีชื่อเรียกว่าอะไร แต่เท่าที่ไปหามา เหมือนว่าจะเป็นตระกูลกระรอกค่ะ แต่ตัวใหญ่หน้าปล้ำ ไม่กลัวคนด้วยค่ะ เรียกว่าไม่สนเลยดีกว่า คนคือผักปลาอากาศธาตุ หาอย่างเดียวคือของกินเท่านั้น พอของกินตรงนี้หมดก็จะมุดๆๆๆๆรูนี้ลงไปโผล่รูนั้นบ้าง รูโน้นบ้าง วนๆไปมา น่ารักไม่เบา

อยากรู้อยากเห็น…

ก่อนพระอาทิตย์จะลับ ทีมเราก็ขอถ่ายรูปท่ามกลางวิวสวยๆเป็นที่ระทึกสักหน่อยค่ะ

Writer

SEND YOUR STORY

REQUEST INTERVIEW

ติดตามอ่าน “Urban Creature”
นิตยสารออนไลน์ที่จะทำให้คุณรักเมืองที่คุณอยู่ รักตัวเองมากขึ้นด้วยการเปิดมุมมองและนำเสนอแนวทางการใช้ชีวิตอย่างสร้างสรรค์ และสร้างแรงบันดาลใจใหม่ๆ ในการใช้ชีวิต
Better Life. Better Living.
Max. file size: 64 MB.