มาดูกันชัดๆ Foodpanda, Lineman, UberEATS ใคร! มีอะไรดีกว่ากัน!!

terยุคนี้แล้ว การได้อยู่บ้าน อยู่ออฟฟิศ แล้วสั่งอาหารเดลิเวอรี่มากินถึงที่โดยไม่ต้องฝ่ารถติดไปถึงร้านนั่นคือนิพพาน อยากกินอะไรก็ต้องได้กิน ไม่ต้องแย่งชิงที่ ไม่ต้องหัวเสียใดๆ สิ่งที่ต้องทำก็แค่หยิบมือถือขึ้นมา กดเข้า app เลือกสิ่งที่อยากกิน กดสั่ง แล้วรอรับอาหารแค่นี้ ก็เรียบร้อย

แล้วทีนี้คำถามคือ แอพฯ เดลิเวอรี่อาหารทั้งหลายต้องเลือกใช้อันไหนล่ะ เชื่อว่าหลักๆ แล้ว ทุกคนคงต้องรู้จักกับ 3 แอพฯ เจ้าใหญ่ที่ป๊อปปูลาร์สุด อย่าง Foodpanda, Lineman และ UberEATS แน่นอน แล้วเราจะตัดสินใจเลือกใช้เจ้าไหนดี แตกต่างกันอย่างไร เจ้าไหนดีกว่ากันที่ตรงไหน แล้วมีอะไรที่เจ้าอื่นไม่มี วันนี้ เราจะนำเสนอทั้ง 3 เจ้าแบบสรุปง่ายๆ ย่อยมาให้แล้ว ให้ดูแบบช็อตต่อช็อตกันไปเลย

Foodpanda

+หน้าแอพฯ ใช้งานง่าย
+มีโปรโมชั่นพิเศษมากมาย
+สั่งอาหารผ่านทางหน้าเว็บได้

โลโก้เจ้าหมีแพนด้าผู้ซึ่งเปลี่ยนลุคตัวเองจากสีแดง เป็นสีชมพู hot pink ไปหยกๆ นั้นเป็นบริการฟู้ดเดลิเวอรี่ ในรูปแบบนี้เจ้าแรกเลยก็ว่าได้ ซึ่งนอกจากการเปลี่ยนหน้าตาโลโก้ตัวเอง เค้าก็ได้เปลี่ยนหน้าตาแอพฯ ของเค้าด้วย รวมถึงปรับปรุงภาพลักษณ์พนักงานส่งของและที่หลายๆ คนน่าจะสังเกตุเห็นกันคือ กล่องใส่อาหารหลังรถมอไซที่เปลี่ยนเป็นสีชมพูแปร๋นเตะตาแถมสะพายเป็นเป้ได้ด้วย ซึ่งคาดว่าการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้น่าจะเป็นเพราะมีคู่แข่งมาแรงอย่าง Lineman และ UberEATS นั่นเอง ซึ่ง Foodpanda นั้นรับทั้งบัตรเครดิต และ เงินสด ขึ้นอยู่กับออพชั่นของร้านอาหารนั้นๆ เวลาเปิดปิดก็ตามร้านอาหารนั้นๆ

ซึ่งข้อเสียอย่างนึงคือร้านอาหารที่มีให้เลือกนั้นเป็นร้านอาหารแบบจริงจังเป็นหลักเป็นแหล่ง แปลว่า ถ้าคุณเป็นแฟน street food แล้ว Foodpanda อาจจะไม่ใช่ตัวเลือกสำหรับคุณ ข้อดีคือหลังจากปรับปรุงแล้ว หน้าแอพฯ ดูทันสมัยขึ้น ใช้งานง่าย

แต่ยังแอบชอบเวอร์ชั่นเก่าอยู่ที่หน้าตัวเลือกร้านอาหารเป็นรูปโลโก้ร้านอาหารแบบแถวตอนเรียงหนึ่ง และไม่ใช่รูปอาหาร เพราะเลื่อนดูตัวเลือกร้านได้เร็ว และทำให้ไม่ต้องตั้งใจอ่านมากว่าร้านไหนเป็นร้านไหน แค่มองโลโก้ก็รู้ ก็อาจจะเหมาะกับคนที่มีร้านประจำอยู่แล้ว ส่วนหน้าตาใหม่ของแอพฯ ก็จะดีตรงที่มีรูปอาหารให้เห็นชัดๆ กันไปเลยว่าน่ากินแค่ไหนสำหรับคนที่ยังไม่ได้ตัดสินใจเลือกร้าน

ข้อดีอีกอย่างคือ Foodpanda ชอบมีโปรพิเศษกับร้านต่างๆ เช่นค่าส่งฟรี หรือมีเมนูพิเศษแถมให้วนไปเรื่อยๆ และสามารถสั่งอาหารผ่านทั้งทางแอพฯ และหน้าเว็บไซท์ได้ ค่าส่ง Foodpanda จะอยู่ที่ 40 บาท เมื่อเราเลือกที่อยู่จัดส่งของเรา ทางแอพฯ จะจัดการจำกัดรัศมีให้เลยว่าลูกค้าจะสามารถสั่งจากร้านไหนได้บ้าง และเมื่อกดสั่งแล้วจะไม่มี GPS ติดตามการส่ง แต่จะมีระยะเวลารอขึ้นมาให้แทน พร้อมอัพเดทเป็นระยะเช่นเมื่อทางร้านได้ทำการยืนยันออเดอร์ หรือพนักงานรับของแล้ว ตัวเลือกร้านอาหารที่ต่างจากแอพฯ อื่นก็จะเป็นพวกร้านอาหารต่างชาติแบบ local เช่นพวกร้านอาหารอิตาเลี่ยน หรืออินเดียน ที่เป็นร้าน stand alone ไม่ได้ขึ้นห้างให้เลือกมากมาย

Lineman

+มีบริการแวะซื้อของ
+ติดต่อพนักงานส่งโดยตรงได้
+ไม่จำกัดพื้นที่รัศมีร้านอาหาร

นอกจากใช้บริการแมสเซนเจอร์เซอร์วิสแล้ว การสั่งอาหารผ่านไลน์แมนนั้นคือบริการที่ฮ๊อตสุดๆ เนื่องจากไลน์แมนนั้นคือแหล่งที่ดีที่สุดถ้าคุณชอบทาน street food ไม่ว่าจะเป็นร้านที่อยู่ไกล รถติด ไม่มีที่จอด ไลน์แมนช่วยทำให้เรื่องที่ควรจะง่ายเป็นเรื่องที่ง่ายจริงๆ ได้ และที่สำคัญ ไม่มีการจำกัดรัศมีร้าน แปลว่าถ้าคุณอยู่รังสิต แต่อยากกินบะหมี่เกี๊ยวปูสว่างแถวสี่พระยาคุณก็จะได้กิน เพราะเค้าจะคิดค่าส่งตามระยะทางนั่นเอง และคุณยังขอให้ไลน์แมนไปซื้อของนอกเหนือจากที่ระบุในแอพฯ ก็ได้ เพราะคุณสามารถติดต่อพนักงานส่งได้โดยตรง ฉะนั้นจะขอให้พี่วินแกแวะซื้อไอติม ซื้อโค้กจากเซเว่นระหว่างทางก็ทำได้ และเราก็จ่ายเงินให้พี่วินของเราไปเมื่อได้รับสินค้า และสำหรับคนที่ไม่พกเงินสดก็ไม่ต้องเครียด เพราะส่วนใหญ่แล้วพี่วินไลน์แมนมีเลขบัญชี โอนเงินเข้าไปได้เลยแล้วแต่ความสมัครใจ และจากที่แอพฯ ตั้งข้อกำหนดไว้ว่าห้ามสั่งอาหารเกิน 1000 บาทก็ไม่ต้องตกใจถ้าจะสั่งเกินนั้น เพราะเราสามารถตกลงกับแมสเซนเจอร์ไลน์แมนที่รับงานเราได้เลยว่าจะเอาอะไรเพิ่มลดเท่าไหร่ยังไงบ้าง ซึ่งเจ้านี้ดีตรงที่เราสามารถปรับเปลี่ยนและใช้งานออเดอร์ของเราและแมสเซนเจอร์ของเราได้อย่างอิสระ เพราะเราสามารถติดต่อแมสเซนเจอร์ได้โดยตรง

การปรับเปลี่ยนออเดอร์ เพิ่มเติมออเดอร์ก็ทำได้แบบ manual มากๆ โดยไม่ถูกบังคับจากเมนูสำเร็จในหน้าแอพฯ

ระบบการใช้งานขอไลน์แมนนั้นต้องใช้ผ่านแอพฯ เท่านั้น ไม่ได้มีหน้าเว็บเหมือนอีก 2 เจ้า แต่แอพนั้นใช้งานง่าย และระบบแจ้งเตือนเป็นขั้นเป็นตอนมาก ซึ่งก็จะแจ้งเข้ามาเป็น notification ในแอพฯ ไลน์แชทบัญชีของเรา และมี customer support ที่กดเข้าไปใช้งานง่าย รวมถึงแสดงชื่อ หน้าตา เบอร์โทร และข้อมูลคนขับชัดเจน พร้อม GPS ติดตามการขนส่ง ข้อเสียอาจจะเป็นที่ไม่ใช่รถมอเตอร์ไซค์ไลน์แมนทุกคันจะมีกล่องใส่อาหารหลังรถ และคุณภาพของพนักงานส่งของนั้นจะขึ้นอยู่กับดวงค่อนข้างสูงเนื่องจากมีคนขับเยอะ แต่ก็ทำให้บริการรวดเร็ว เนื่องจากมีคนขับอยู่หลายจุด ขึ้นอยู่กับว่าใครอยู่ใกล้จุดนั้นๆ ที่กดรับงาน และจะเป็นพี่แมสที่วิ่งให้ทั้งไลน์แมนและ Lalamove เพราะระบบ การขนส่งของไลน์แมนทั้งหมดนั้น operate โดย Lalamove อีกที ร้านอาหารที่เข้าร่วมกับ Lineman หลายๆ ร้านยังมีโปรโมชั่นเช่นการจัดเซ็ทแบบพิเศษ ที่ซื้อได้ผ่านทางการสั่งจากแอพฯ ไลน์แมนอย่างเดียวอีกด้วย. การเรทร้านและรีวิวต่างๆ operate โดยเว็บ Wongnai เข้าไปดูได้จากภายในแอพฯ ไลน์แมนโดยตรงเลย

UberEats

+มีทั้งร้านอาหารทั่วไปและ street food
+ผูกข้อมูลเข้ากับ Uber แอพฯ
+สั่งอาหารผ่านทางหน้าเว็บได้

มาถึงเจ้าสุดท้าย Ubereats จะมีความคล้าย Foodpanda รวมกับ Lineman ตรงที่ UberEATS มีทั้งแอพฯ และหน้าเว็บ ซึ่ง interface หน้าตาการใช้งานจะคล้ายกับ Foodpanda มีร้านอาหารหรูและร้านอาหาร stand alone ให้เลือกมากมาย ซึ่งหลายร้านเป็นร้านแปลกๆ ใหม่ๆ ที่ไม่ชนกับ Foodpanda และยังมีร้านอาหารห้องแถวสไตล์ street food เหมือน Lineman อีกมากมายหลายร้าน ซึ่งถูกนำมาทำ graphic อัพภาพลักษณ์อยู่ในแอพฯ ที่ดูทันสมัย ทำให้ร้านอาหารห้องแถวดูหรูเทียบเท่ากับร้านอาหารขึ้นห้างเลยทีเดียว ร้านอาหารมีการจัดแยกเป็นหมวดหมูต่างๆ หลาย categories ผู้ใช้จะสามารถเลือกได้ว่าจะคัดกรองร้านอาหารตามประเภทอาหาร ชาติ dietary และอื่นๆ อีกหลายตัวกรอง

ตัวแอพฯ ผูกข้อมูลเข้ากับแอพฯ Uber ทำให้พวกที่อยู่ preset ต่างๆ เช่นบ้าน, ที่ทำงาน, ฯลฯ และข้อมูลบัตรเครดิตนั้นผูกเข้ามาใน UberEATS แบบอัตโนมัติ

UberEATS รับทั้งเงินสดและบัตรเครดิต เวลาเปิดปิดตามร้านค้านั้นๆ มีข้อมูลคนส่งของที่ชัดเจนเช่นเดียวกับ Lineman พร้อม GPS ติดตามการขนส่ง เด่นตรงที่ร้านอาหารส่วนใหญ่จะเติมเต็มช่องว่างระหว่าง Foodpanda และ Lineman พอดี คือเป็นร้าน stand alone และร้านห้องแถว ที่ไม่ได้อยู่ในห้าง และ ไม่ได้เป็น street food รถเข็นซะทีเดียว

อย่างไรก็ตาม UberEATS นั้นจำกัดรัศมีร้านอาหาร based กับที่อยู่จัดส่ง เพราะฉะนั้นเราจะไม่สามารถสั่งร้านอาหารบางร้านได้หากไม่อยู่ในพื้นที่รัศมีที่กำหนดไว้ ซึ่งค่าส่งจะอยู่ที่ 30 บาท เช่นเดียวกับ Foodpanda เนื่องจากร้านอาหารที่เข้าร่วมส่วนใหญ่เป็นร้านขึ้นห้างที่ตัวเลือกเมนูค่อนข้าง fix ปรับเปลี่ยนได้ตาม option ที่กำหนดไว้ หรือหมายเหตุไว้ แต่เนื่องจากการจ่ายเงินแบบสรุปออเดอร์ทันที และ ชาร์จผ่านบัตรทันทีเหมือน Foodpanda ทำให้การเลือกที่จะเพิ่มหรือปรับเปลี่ยนบางอย่างนั้นทำไม่ได้เพราะถูกสรุปออเดอร์และราคาไปเรียบร้อย จบในแอพฯ ซึ่งก็จะง่ายและสะดวกดีสำหรับคนที่ต้องการกดสั่งแล้วจบ ไม่ต้องยุ่งกับแมสเซนเจอร์ อีกข้อเสียคือ เนื่องจากออเดอร์ถูกยิงเข้าร้านโดยตรง การที่อยากจะเลือกทานจากหลายๆ ร้าน จะต้องแยกการสั่งออกเป็นออเดอร์ๆ ไป ไม่สามารถใช้แบบเหมารวมได้ แตกต่างจากไลน์แมนที่กดสั่งจากร้านใดร้านหนึ่ง และเพิ่มเติมคำสั่งกับแมสเซนเจอร์โดยตรงได้นั่นเอง

สรุปได้คือ ไม่มีเจ้าไหนดีกว่าเจ้าไหนเป็นคำตอบสุดท้าย แต่ขึ้นอยู่กับว่าผู้ใช้ต้องการแบบไหนเมื่อไหร่มากกว่า สำหรับคนที่ต้องการทาน street food และต้องการอิสระในการเลือกซื้อ ก็จะเหมาะกับไลน์แมน ซึ่งอาจจะมาในราคาค่าขนส่งที่แพงกว่าเจ้าอื่นๆ ส่วนคนที่มีตัวเลือกร้านอยู่แล้ว สไตล์ร้านขึ้นห้างหรือ stand alone ต้องการสั่งแบบเรียบง่าย จบในแอพฯ ไม่มี feature อะไรมากมาย อาจจะถูกใจกับ Foodpanda และคนที่อยากได้ตัวเลือกแบบร้านห้องแถวหรือร้าน stand alone ที่ไม่ใช่ร้านมีสาขา ไม่แมส ก็คงจะถูกใจกับตัวเลือกที่ UberEATS มี และยังรับทั้งเงินสดและบัตรเครดิต สุดท้ายแล้วแอพฯ ทั้ง 3 เจ้านี้ใช้ได้ไม่ยากเมื่อ set up account แล้ว ข้อแตกต่างคือสไตล์ในการให้บริการ และ ตัวเลือกของร้านอาหาร ซึ่งทำให้การมีทั้ง 3 แอพฯ นั้นเป็นเรื่องที่ไม่ซ้ำซ้อน เพราะมีหลายร้านอาหารที่แอพฯ นึงมี ส่วนอีกแอพฯ ไม่มี แต่เรียกได้ว่าทั้ง 3 แอพฯ นี้ คือแอพฯ ประทังชีวิตของชาวเมืองสมัยนี้เลยทีเดียว

Contributor

รวิสรา เมฆะสุวรรณโรจน์

Writer

Part-time lifter, full-time eater.